บทที่6 เปิดใจ
หลังจากเสี่ยชาตรีขายเงินดอลล่าร์ตามคำแนะนำของวิชุดาเมื่อเห็นยอดเงินบาทที่ได้รับ เขาถึงกับตะลึง กำไรที่ได้รับเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ของเงินที่ลงทุนถ้าเป็คนอื่นคงจะฮุบไว้เป็ของตนเองคนเดียว เพราะต่อให้เขาทำแบบนั้นวิชุดากับแม่จะทำอะไรเขาได้ ในเมื่อมันเป็เงินของเขาที่ไปซื้อไว้
แต่เพราะเป็เสี่ยชาตรีที่เป็คนซื่อตรงและไม่เคยคิดเอาเปรียบใคร จนได้รับความนับถือทั้งจังหวัดเขาจึงโอนเงินเข้าบัญชีของดาริกาเป็จำนวนเงินเกือบ 10 ล้านบาทโดยไม่แบ่งเป็แม้แต่บาทเดียว
“คุณดาวันนี้เอาสมุดบัญชีเงินฝากของคุณไปปรับยอดหน่อยนะผมโอนเงินของหนูวิที่ขายดอลล่าร์เข้าในบัญชีของคุณเรียบร้อยแล้วเมื่อวานนี้”
เสี่ยชาตรีบอกกับดาริกาในที่ทำงานของวันหนึ่ง
“ได้ค่ะเดี๋ยวฉันจะเอาสมุดบัญชีของบริษัทไปปรับด้วย มีลูกค้าสั่งจ่ายเป็เช็คมาไม่รู้ว่าเคลียร์ริ่งรึยัง”
ดาริกาตอบกลับอย่างนอบน้อม
ในที่ทำงานเธอวางตัวเป็ลูกน้องที่ดีอย่างเสมอต้นเสมอปลายไม่เคยแสดงตัวว่าสนิทสนมกับเสี่ยชาตรีส่วนตัวของเสี่ยชาตรีก็ไม่เคยแสดงความรู้สึกออกนอกหน้าในที่ทำงาน
เพราะการวางตัวแบบเ้านายกับลูกน้องของทั้งสองคนจึงทำให้บรรยากาศในที่ทำงานเหมือนการทำงานทั่วไปอย่างที่ควรเป็
ตอนบ่ายดาริกาก็นั่งรถของบริษัทไปพร้อมกับคนขับรถไปที่ธนาคารเพื่อฝากเงินสดและนำสมุดบัญชีของบริษัทไปปรับซึ่งเธอก็นำเอาสมุดบัญชีของตัวเองไปด้วย
เมื่อเ้าหน้าที่ธนาคารยื่นสมุดบัญชีทั้งหมดคืนให้แล้วดาริกาก็ตรวจเช็คสมุดบัญชีของบริษัท และใบนำฝากเพื่อตรวจสอบความถูกต้องจากนั้นก็กลับไปที่บริษัทโดยที่ยังไม่ได้ดูสมุดบัญชีของตัวเอง จนกระทั่งถึงเวลาเลิกงานวิชุดาที่กลับมาจากโรงเรียนก็ขับรถมอเตอร์ไซค์มาแวะรับแม่ที่บริษัท
เมื่อเห็นหน้าลูกสาวดาริกาจึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเสี่ยชาตรีบอกว่าโอนเงินที่ขายเงินดอลล่าร์เข้าบัญชีของเธอและบอกให้ไปปรับสมุดบัญชี
ระหว่างทางที่นั่งซ้อนท้ายลูกสาวกลับบ้านดาริกาก็เล่าให้ลูกสาวฟังว่าเสี่ยชาตรีโอนเงินกำไรที่ได้จากการขายเงินดอลล่าร์เข้าบัญชีให้แล้วและเธอเอาสมุดบัญชีไปปรับแล้ว แต่ยังไม่ได้ดู
วิชุดาฟังแม่พูดจากด้านหลังก็ได้ยินบ้างไม่ได้ยินบ้างเพราะสวมหมวกกันน็อคแต่เธอก็บิดคันเร่งเพิ่มความเร็วของรถเพื่อให้กลับถึงบ้านโดยเร็ว
แม่ลูกลงจากรถมอเตอร์ไซค์ วิชุดาวางกระเป๋านักเรียนแล้วก็เอ่ยปากขอดูสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารของแม่
“หนูขอดูสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารของแม่หน่อยจ้ะอยากรู้ว่าเสี่ยชาตรีแบ่งกำไรให้เท่าไหร่”
เสียงถามอย่างกระตือรือร้นทำให้ดาริการีบเปิดกระเป๋าถือและหยิบสมุดบัญชีเงินฝากให้ลูกสาว
วิชุดาเปิดสมุดบัญชีเงินฝากด้วยมือไม้สั่นเมื่อเห็นตัวเลขยอดสุดท้ายในสมุดเงินฝากธนาคาร เธอก็อ้าปากค้างพูดอะไรไม่ออก เมื่อแม่ของเธอเห็นอาการของลูกสาวก็รีบคว้าสมุดเงินฝากในมือของวิชุดาไปดู
“.............”
เงินในบัญชีที่เหลือในบัญชีของดาริกามีอยู่ห้าหมื่นกว่าบาทแต่ตัวเลขเงินคงเหลือในบรรทัดสุดท้าย เมื่อนับตัวเลขแล้วสองแม่ลูกก็หันมามองหน้ากันและพูดออกมาพร้อมกัน
“สิบล้าน”
ทั้งสองนั่งลงที่โซฟาในห้องรับแขกแล้วต่างคนต่างนิ่งไม่พูดไม่จาจนเวลาผ่านไปสักครู่ วิชุดาก็ตั้งสติได้ก่อน
อดีตเ้าของธุรกิจร้อยล้านอย่างเธอไม่ได้รู้สึกอะไรกับเงินจำนวนสิบล้านบาทแต่ที่ทำให้เธอนั่งนิ่งเพราะไม่คาดคิดว่าเสี่ยชาตรีจะเอาเงินกำไรที่ได้จากการขายเงินดอลล่าร์ให้เธอทั้งหมด
ในวันที่คุยกันเื่การซื้อเงินเพื่อเก็งกำไรวิชุดาขอยืมเงินของเสี่ยชาตรีแค่ 3 ล้าน เพื่อหวังว่าจะทำกำไรได้ซัก 3 ล้านซึ่งคงจะพอที่จะทำให้ชีวิตของแม่กับเธอไม่ต้องลำบากทำงานหามรุ่งหามค่ำจนกว่าเธอจะเรียนจบแต่เสี่ยชาตรีก็เสนอให้ยืม 10 ล้าน โดยที่ตัวเขาเองก็จะลงทุนซื้ออีก 10 ล้าน
ในตอนนั้นวิชุดาไม่ได้คัดค้านอะไรและไม่คิดว่าต่อให้เขาลงทุนไป 20 ล้าน เมื่อขายแล้วคงจะให้กำไรกับเธอไม่เกิน 2-3ล้าน
แต่ตัวเลขที่อยู่ในสมุดบัญชีเงินฝากของแม่ก็โชว์ยอดเงินสุดท้ายสิบล้านกว่าบาทวิชุดาก้มลงมองอีกครั้งและนับหลักเลขก็ยังเป็แปดหลักเหมือนเดิม
“แม่คิดว่าเราควรโทรหาลุงชาตรีไหมคะเผื่อว่าลุงอาจจะโอนให้เราผิด”
วิชุดาตัดสินใจถามแม่
“ใช่ แม่ก็คิดอย่างนั้นเหมือนกันบางทีคุณชาตรีอาจจะบอกจำนวนเงินผิด ลูกน้องเขาก็เลยโอนให้ผิดแม่จะโทรหาเขาในตอนนี้เลยดีกว่า”
เสี่ยชาตรีที่กำลังนั่งเหยียดขาบนโซฟาตัวใหญ่จิบเบียร์ดูรายการโทรทัศน์หลังจากกลับจากบริษัทก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น เมื่อมองเห็นชื่อคนที่โทรมาเขาก็ยิ้มอย่างที่ไม่ค่อยได้เห็นจากใบหน้าของเขา
“สวัสดีค่ะคุณชาตรีพอดีฉันเพิ่งมาดูสมุดบัญชีเงินฝาก ฉันคิดว่ามันอาจจะเป็การเข้าใจผิดลูกน้องของคุณอาจจะดูเลขศูนย์ผิด”
เสียงเอ่ยถามด้วยความกังวลของดาริกาทำให้เสี่ยชาตรีอมยิ้มด้วยความขบขัน
เธอคิดว่าเขาจะสะเพร่าถึงขนาดไม่ดูว่าเงินที่สั่งให้ลูกน้องคนสนิทไปโอนนั้นเป็ยอดหนึ่งล้านหรือสิบล้านหรือยังไงแต่เขาก็ไม่บอกความจริงกับเธอ เขายัง้าแกล้งเธอต่อไปอีกสักหน่อย
“มันผิดยังไงหรือคุณดา”
เมื่อได้ยินเสียงของเสี่ยชาตรีถามดาริกาก็ตอบ อึก ๆ อัก ๆ
“ฉันคิดว่าคุณคงจะให้ลูกน้องโอนเงินเข้าบัญชีฉันจำนวน 1 ล้านบาท แต่ลูกน้องคุณนับเลขศูนย์ผิด ก็เลยกลายเป็โอนเข้าบัญชีของฉัน 10ล้านบาท แต่ไม่ต้องห่วงนะคะ ฉันจะโอนคืนให้คุณในวันพรุ่งนี้แต่เช้าเลยค่ะ”
เสี่ยชาตรีฟังจบก็กลั้นหัวเราะต่อไปไม่ไหวเขาหัวเราะออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่
“คุณหัวเราะทำไม คุณไม่เชื่อใจฉันเหรอฉันจะรีบไปโอนให้ั้แ่เช้าทันทีที่ธนาคารเปิดจริง ๆ นะคะ”
วิชุดาฟังแม่ของเธอคุยกับเสี่ยชาตรีก็เดาออกว่าเสี่ยชาตรี้าให้เงินจำนวนนั้นจริง ๆ แต่แม่ที่ใสซื่อของเธอกลับคิดไปอีกทางแต่เธอก็ปล่อยให้เสี่ยชาตรีแกล้งแม่เล่นไปก่อน
“คุณดาฟังผมนะนั่นเป็เงินกำไรที่หนูวิยืมผม คุณจำไม่ได้เหรอ ผมให้ยืม 10 ล้านแล้วตอนนี้ได้กำไรมา 10 ล้าน ผมก็แค่โอนกำไรให้ก็เท่านั้นเองส่วนเงินดอกเบี้ยที่ยืมผม ก็แล้วแต่คุณดาจะเมตตาจะให้ เข้าใจรึยังครับ”
เมื่อหยอกล้อเธอจนพอใจแล้วเสี่ยชาตรีก็บอกความจริงกับดาริกา
“แล้วคุณจะคิดดอกเบี้ยเท่าไหร่ล่ะคะฉันจะได้โอนให้ในวันพรุ่งนี้”
เมื่อเข้าใจดีแล้ว แม่ของเธอก็ยังถามคำถามซื่อๆ ออกไปอีก จนวิชุดาส่ายหัวให้กับความอ่อนต่อโลกของแม่
ไม่ใช่แค่วิชุดาที่อ่อนใจกับความอ่อนต่อโลกของ ดาริกา แม้แต่เสี่ยชาตรีก็ยังส่ายหัว
“คุณดาครับ ผมไม่ได้้าเงินดอกเบี้ยผมแค่้าดูแลคุณสองแม่ลูกให้อยู่อย่างมีความสุข...จนป่านนี้แล้วคุณยังไม่เข้าใจอีกหรือ”
เสียงของเสี่ยชาตรีทิ้งท้ายไว้
ดาริกานั่งนิ่งอยู่ที่เดิม
วิชุดาปล่อยให้แม่นั่งอยู่คนเดียวบางทีแม่ของเธออาจ้าเวลาในการตัดสินใจ
ทำไมเธอจะไม่รู้ว่าเสี่ยชาตรีมีใจให้เธอแต่ดาริกากลัวว่าจะทำให้เสี่ยชาตรีเดือดร้อน
ดาริกานั่งใจลอยอยู่ที่ห้องรับแขกคนเดียวใจของเธอลอยกลับไปเมื่อสิบกว่าปีก่อน
ภาพแต่งงานที่หรูหราในโรงแรมแห่งหนึ่งปรากฏขึ้นมาในความทรงจำของดาริกา
ชายหญิงคู่หนึ่งยืนตัดเค้กแต่งงานก้อนใหญ่ที่ตกแต่งอย่างประณีตท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง