ปีกที่เริ่มสยาย: คาราวานและการเดินทางแห่งการเรียนรู้ (วัย 13-15 ปี)
สายลมฤดูใบไม้ร่วงพัดผ่านทุ่งหญ้าหน้าหมู่บ้านดอนตะวันพราว พร้อมกับเสียงกระดิ่งคอวัวและเสียงล้อเกวียนบดไปบนพื้นดิน คาราวานพ่อค้าเล่ 'เขี้ยวการค้าแห่งแดนใต้' กำลังเตรียมตัวออกเดินทางหลังจากแวะมาแลกเปลี่ยนเกลือและแร่เหล็กและโลหะอื่นๆกับสมุนไพรและพืชผลการเกษตรของหมู่บ้านเสร็จสิ้น
เซนในวัย 13 ปี ยืนกำด้ามดาบไม้ที่อาจารย์อัลคาร์ดมอบไว้ให้แน่น สองบ่าของเขาสะพายย่ามใบเก่งที่ 'แม่เซริน' (แม่ของเซน) เตรียมเสบียงไว้ให้จนเต็ม แววตาของเด็กหนุ่มไม่ได้มีเพียงความอาลัยอาวรณ์ แต่กลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่คุ้นเคย
"ดูแลตัวเองด้วยนะเซน ถ้าเหนื่อยก็กลับมาบ้านเราได้เสมอนะลูก" แม่ของเซนกอดและตบแผ่นหลังของลูกชายเบาๆ ขณะที่ปาดน้ำตาส่งลูกชายด้วยรอยยิ้ม
"ข้าจะกลับมาพร้อมชื่อเสียงที่ทำให้อาจารย์อัลคาร์ดต้องภูมิใจครับ!" เซนประกาศก้อง ก่อนจะะโขึ้นไปนั่งบนท้ายเกวียนของ 'ลุงมอริส' หัวหน้าคาราวานผู้ใจดี ทิ้งภาพหมู่บ้านเล็กๆ ไว้เื้ัเพื่อเผชิญกับโลกที่กว้างใหญ่กว่าที่เขาเคยจินตนาการ
บทเรียนแรกบนเส้นทางสายการค้า: การทดสอบของหมาป่าศิลา
เป้าหมายแรกของคาราวานคือ เมืองท่าเรเวนโฮลด์ (Ravenhold) เมืองหน้าด่านที่ตั้งอยู่ระหว่างพรมแดนธรรมชาติของจักรวรรดิอาร์คีรัส การเดินทางใน่เดือนแรกเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า เซนไม่ได้นั่งสบายๆ บนเกวียนอย่างที่คิด เขาต้องช่วยลุงมอริสแบกของ ตักน้ำ และดูแลสัตว์ลากจูง
ในคาราวานนี้มีกลุ่มนักผจญภัยแรงค์ C ชื่อ 'หมาป่าศิลา' คอยคุ้มกัน นำโดย 'กราดอส' นักรบร่างั์ผู้ใช้ขวานศึก เขาเฝ้ามองเซนที่เอาแต่กวัดแกว่งดาบไม้กลางอากาศทุกครั้งที่เกวียนหยุดพักด้วยความสงสัย
"ไอ้หนู... ดาบไม้นั่นน่ะ เอาไว้ไล่ไก่หรือไง?" กราดอสหัวเราะร่วนขณะเดินเข้ามาหา "ในโลกข้างนอกนั่น มอนสเตอร์มันไม่เจ็บเพราะโดนไม้เคาะหรอกนะ เ้าควรจะหาเหล็กแหลมๆ มาถือดีกว่า"
เซนหยุดมือแล้วจ้องหน้าชายร่างั์ "อาจารย์ข้าบอกว่า ดาบจะคมหรือไม่ขึ้นอยู่กับคนที่ถือ ไม่ใช่เนื้อวัสดุครับ!"
กราดอสเลิกคิ้ว "ปากแจ๋วดีนี่หว่า! งั้นมาลองดูหน่อยไหม? ถ้าเ้าหลบหมัดข้าพ้นใน 3 นาที ข้าจะยอมรับว่าดาบไม้ของเอ็งมันมีของ"
การดวลเล็กๆ เกิดขึ้นท่ามกลางสายตาของพวกพ่อค้า เซนเปิดใช้งาน 'Power Boost' ที่เล่าเรียนมาทันที มานาในร่างไหลเวียนไปที่ขา เขาเคลื่อนที่หลบหมัดหนักๆ ของกราดอสได้อย่างพริ้วไหว แม้จะยังไม่รวดเร็วเท่าตอนโต แต่พื้นฐานที่อัลคาร์ดวางไว้ให้นั้น "ถูกต้อง" จนน่าประหลาดใจ กราดอสเริ่มเหงื่อซึมเมื่อพบว่าเด็ก 13 ปีคนนี้อ่านวิถีการโจมตีออกเกือบทั้งหมด
"ตกลง! ข้าถอนคำพูด อาจารย์เอ็งต้องเป็ยอดคนแน่ๆ สนใจมาเรียนรู้วิธีการสู้แบบนักผจญภัยจริงๆ กับพวกเราไหมล่ะ จนกว่าเอ็งจะอายุครบ 15?"
เซนขมวดคิ้ว "อายุ 15? ข้ากะว่าพอถึงเมืองหน้าด่านก็จะไปสมัครกิลด์เลยนะพี่ชาย"
"เหอะ! ฝันไปเถอะไอ้หนู" กราดอสแค่นหัวเราะ "กฎของกิลด์นักผจญภัยทั่วจักรวรรดิคือต้องอายุครบ 15 ปีบริบูรณ์ถึงจะลงทะเบียนได้ เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมไปเป็อาหารมอนสเตอร์น่ะสิ"
เซนได้ยินดังนั้นจึงเข้าใจถึงความหวังดี "ถ้าอย่างนั้น... ข้าฝากตัวด้วยนะครับหัวหน้า!" และนั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เซนกลายเป็ "เด็กฝึกงาน" ของกลุ่มหมาป่าศิลา
หนึ่งปีแห่งการเคี่ยวกรำ: หุบเขาเขี้ยวอสูรและการเอาตัวรอด
ผ่านไปหนึ่งปี คาราวานเดินทางเข้าสู่เขต หุบเขาเขี้ยวอสูร เส้นทางที่ขึ้นชื่อว่าอันตรายที่สุดก่อนถึงเมืองการค้า ที่นี่เซนไม่ได้แค่ฝึกหลบหมัดอีกต่อไป กราดอสสอนให้เขารู้จักการอ่านร่องรอยของมอนสเตอร์ การจำแนกกลิ่นสาบของพวกก็อบลิน และการใช้มานาอย่างประหยัดที่สุดในสถานการณ์ตึงเครียด
"การเป็นักผจญภัย ไม่ใช่แค่การกวัดแกว่งดาบ" 'ริน่า' นักธนูสาวในกลุ่มหมาป่าศิลาเอยสอนขณะที่พวกเขากำลังก่อไฟ "มันคือการรู้ว่าเมื่อไหร่ควรสู้ และเมื่อไหร่ควรหนี"
ในคืนที่พายุฝนกระหน่ำ กลุ่ม 'ร็อคลิซาร์ด' (Rock Lizard) กิ้งก่าหินกระหายเืบุกจู่โจมค่ายพัก พวกมันผิวหนาปานหินและรวดเร็วในที่มืด กราดอสและคนอื่นๆ กำลังติดพันอยู่กับตัวจ่าฝูง เซนเห็นกิ้งก่าตัวหนึ่งพุ่งเข้าหาเกวียนเสบียงที่มีลุงมอริสอยู่
เซนพุ่งตัวออกไป ความร้อนของมานาแล่นพล่านไปทั่วร่าง เขาจำลองการทำงานของ 'Hardening' ลงไปที่ดาบไม้จนมันเปลี่ยนสีเป็คล้ำเข้มราวกับหินโบราณ
เปรี้ยง!
ดาบไม้ฟาดเข้าที่ลำคอของกิ้งก่าหิน แรงกระแทกจากการบีบอัดมานาทำให้ิัที่แข็งแกร่งของมันแตกกระจาย เซนไม่ได้หยุดแค่นั้น เขาใช้แรงส่งจากการะโถีบซากมันพุ่งเข้าไปช่วยริน่าที่กำลังถูกล้อม พลังของเด็กชายในตอนนั้นยังไม่เสถียร แต่มันเต็มไปด้วยความบริสุทธิ์และมุ่งมั่นจน ริน่า ที่เป็นักผจญภัยรุ่นพี่ยังทึ่ง
"ขอบใจนะเซน" ริน่าเช็ดเหงื่อพลางมองดาบไม้ในมือเด็กหนุ่ม "เ้าเกือบจะเก่งเท่าข้าแล้วนะ... อีกสักสิบปีล่ะมั้ง" เธอแกล้งแหย่
เซนยิ้มกว้าง "สิบปีเลยเหรอพี่ริน่า? ข้าว่าปีหน้าข้าก็น่าจะยิงธนูแม่นกว่าพี่แล้วนะ"
ริน่าเขกหัวเซนหนึ่งที "ปากดี! ไปเตรียมรีดเืกิ้งก่าพวกนี้เลยไป๊!
เมืองแห่งสีสันและคาวเื: เอเวอเกลน (Everglenn)
เมื่ออายุเข้าสู่ปีที่ 14 คาราวานเดินทางมาถึง เมืองเอเวอเกลน เมืองการค้าที่รุ่งเรืองที่สุดในแถบชายแดน ที่นี่เซนได้เห็นความแตกต่างระหว่าง "อุดมคติ" กับ "ความจริง" เขาเห็นนักผจญภัยที่รับงานสกปรก เห็นความเหลื่อมล้ำในเขตสลัม และที่ร้ายที่สุด... เขาได้เผชิญหน้ากับความโสมมของพวก 'ขบวนการล่าทาส'
คืนหนึ่ง ขณะที่เซนกำลังออกไปเดินตรวจตราขอบค่ายพักแรมตามหน้าที่ เขาแว่วเสียงร้องขอความช่วยเหลือจากในตรอกมืดท้ายเมือง เมื่อตามไปดู เขาก็พบกับกลุ่มชายฉกรรจ์กำลังลากตัวเด็กๆและหญิงสาวขึ้นรถม้าอย่างทารุณ
"เซน! อย่าหลุดตำแหน่ง! คอยคุ้มกันด้านหลังเกวียนสมุนไพร!" กราดอสะโสั่งเมื่อเห็นเซนวิ่งออกไป แต่เด็กหนุ่มไม่ฟังเสียงทัดทาน
โจรคนหนึ่งพุ่งเข้าใส่เซนด้วยดาบเหล็กของจริง "ตายซะไอ้หนู! อย่ามาแส่เื่ของพวกข้า!"
หัวใจของเซนเต้นระรัว นี่ไม่ใช่การฝึกซ้อมและไม่ใช่การสู้กับสัตว์ป่า มันคือการต่อสู้กับ "มนุษย์" ที่เหี้ยมเกรียม เขาจำคำสอนของอัลคาร์ดได้ขึ้นใจ 'ความแข็งแกร่งที่แท้จริง คือการปกป้องสิ่งสำคัญ' เซนรวบรวมมานาทั้งหมดไปที่ดาบไม้เพียงจุดเดียว ใช้ทักษะ Hardening เสริมจนดาบไม้ส่งเสียงครางหึ่งๆ และเปลี่ยนสีเป็สีดำ
เคร้ง!
เสียงดาบไม้ปะทะดาบเหล็กดังสนั่น แต่กลายเป็ดาบเหล็กที่โดนกระแทกกระเด็น! เซนอาศัยจังหวะที่โจรตะลึง พุ่งเข้าประชิดตัวแล้วใช้ดาบไม้ฟาดเข้าที่ยอดอกจนอีกฝ่ายกระเด็นไปชนกำแพงสลบเหมือด กราดอสและพรรคพวกที่ตามมาทันช่วยกันจัดการพวกที่เหลือจนหมดสิ้น
"เ้าเกือบตายนะเซน คราวหลังอย่ารีบพุ่งออกไปแบบนี้อีกล่ะ" กราดอสพูดพลางถอนหายใจ แต่แววตากลับภูมิใจ "แต่นั่นแหละ... นั่นคือสิ่งที่นักผจญภัยที่แท้จริงเขาทำกัน"
"ข้า... จะจำเอาไว้ครับ" เซนสำนึกผิดและจดจำความรู้สึกของการต่อสู้นี้ไว้ในใจ
บทสรุปแห่งการเตรียมพร้อม: มุ่งสู่นครหลวงอาเคอเรีย
ตลอด 2 ปีบนคาราวาน เซนเดินทางผ่านภูมิประเทศที่หลากหลาย ั้แ่ทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่ หุบเขาที่หนาวเหน็บ ไปจนถึงป่าดิบชื้น เขาไม่ได้แค่ฝึกดาบ แต่เขาเรียนรู้วิธีการใช้ชีวิตที่อาจารย์อัลคาร์ดไม่เคยสอนในหมู่บ้าน เขาเรียนรู้วิธีการทำแผลเบื้องต้น การปรุงอาหารจากพืชป่า และการดูดวงดาวเพื่อหาทิศทาง
ร่างกายของเด็กชายวัย 13 ค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้น ไหล่กว้างขึ้น กล้ามเนื้อเริ่มเป็รูปทรงชัดเจนจากการฝึกยกของหนักและฝึกดาบทุกวัน แววตาที่เคยมีแต่ความซุกซนถูกแทนที่ด้วยความสุขุมและร่องรอยของประสบการณ์ที่ผ่านความเป็ความตายมานับครั้งไม่ถ้วน
ในที่สุด คาราวานเดินทางมาถึงหน้าประตูั์ของ นครหลวงอาเคอเรีย (Arkeria) ศูนย์กลางของจักรวรรดิอาร์คีรัส เมืองที่รวบรวมทุกความฝันและความโหดร้ายของนักผจญภัยไว้ด้วยกัน
ก่อนจะแยกย้าย กราดอสเดินเข้ามาหาเซนพร้อมกับถุงหนังใบหนึ่ง ภายในมีชุดเกราะหนังที่ทำจากหนังวัวป่าอย่างดีและดาบเหล็กเล่มหนึ่งที่มีลวดลายเรียบง่ายแต่แข็งแกร่ง
"นี่ของขวัญวันเกิดครบรอบ 15 ปีของเ้า... และเป็ค่าจ้างที่เ้าช่วยคุ้มกันคาราวานและพวกเรามาตลอด 2 ปี" กราดอสยิ้มกว้างพลางตบบ่าเด็กหนุ่มที่ตอนนี้สูงเกือบเท่าเขาแล้ว "เ้าไม่ใช่เด็กฝึกงานอีกต่อไปแล้วเซน... เ้าคือนักรบ ไปที่กิลด์นักผจญภัย แล้วสลักชื่อลูกศิษย์ของอัลคาร์ดให้ทั้งจักรวรรดิได้รู้จักซะ!"
เซนรับดาบเหล็กมาไว้ในมือ ความหนักของมันย้ำเตือนถึงภาระหน้าที่ที่กำลังจะมาถึง
เซนก้มหัวลาและหันไปหาลุงมอริสที่ยืนน้ำตาซึมอยู่ข้างเกวียน
"ลุงมอริสครับ... ขอบคุณที่ให้ข้าอาศัยเกวียนมาตลอดนะ" เซนเดินเข้าไปกอดชายแก่
"ไอ้เ้าเด็กบ้า..." มอริสตบหลังเซนแรงๆ "ข้าล่ะกลัวจริงๆ ว่าเ้าจะไปทำดาบเหล็กหักั้แ่วันแรก สมัครงานเสร็จแล้วก็หัดเขียนจดหมายกลับไปที่หมู่บ้านบ้างล่ะ แม่เซรินของเ้าคงจะรอจนคอยาวเหมือนเขาของฮอร์นแรบบิทแล้ว"
เซนหัวเราะทั้งน้ำตา "ข้าจะเขียนไปบอกว่าลุงขี้บ่นขึ้นทุกวันเลยล่ะ!"
"ไปได้แล้วเ้าหนู! ก่อนที่ข้าจะเปลี่ยนใจเก็บค่าโดยสารย้อนหลัง!" ลุงมอริสโบกมือไล่พลางหัวเราะแห้งๆ
เซนก้มหัวลาลุงมอริสและหันไปกอดลาเหล่ารุ่นพี่หมาป่าศิลา เขาก้าวเท้าเข้าสู่ประตูเมืองหลวงด้วยหัวใจที่พองโต ดาบเหล็กอยู่ที่เอว แต่ดาบไม้ของอาจารย์ยังคงสะพายอยู่ที่หลัง... การผจญภัยที่แท้จริง กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว!
เซนก้าวเท้าเข้าสู่ประตูเมืองหลวงด้วยหัวใจที่พองโต ดาบเหล็กอยู่ที่เอว แต่ดาบไม้ของอาจารย์ยังคงสะพายอยู่ที่หลัง... การผจญภัยที่แท้จริง กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว!