"เอาล่ะ...ในเมื่อเ้าหลงทางและหิวโหยจริง... ข้าพอจะมีอาหารเหลืออยู่บ้าง... ตามข้ามา"จิ้นอ๋องหันหลังเดินนำไปยังอีกมุมหนึ่งของกระโจมทิ้งให้ฮวาเสี่ยวซีถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก แม้จะยังคงมีความกังวลอยู่ลึกๆแต่การที่จิ้น อ๋องยอมเชื่อ ‘หรือแสร้งทำเป็เชื่อ’ ก็ทำให้นางพอจะคลายใจไปได้บ้าง
นางรีบเดินตามจิ้นอ๋องไปยังมุมหนึ่งของกระโจมที่มีโต๊ะไม้ขนาดเล็กวางอยู่ บนโต๊ะมีถ้วยชามวางเรียงรายและมีอาหารที่ยังเหลืออยู่บ้าง ไม่ว่าจะเป็ข้าวสวยร้อนๆกับกับข้าวสองสามอย่างที่ดูเรียบง่ายแต่ก็น่ารับประทาน
"นั่งลงเสีย"จิ้นอ๋องกล่าวด้วยน้ำเสียงที่นุ่มลงเล็กน้อยพลางผายมือไปยังเก้าอี้ไม้ตัวเล็กที่วางอยู่ข้างโต๊ะ
ฮวาเสี่ยวซีไม่รอช้ารีบนั่งลงทันทีความหิวโหยทำให้เธอแทบจะทนไม่ไหวแล้วจิ้นอ๋องตักข้าวและกับข้าวใส่ชามให้เธออย่างไม่ถือตัว
"กินเสียเถิด"เขากล่าวสั้นๆ พลางนั่งลงที่เก้าอี้อีกตัวตรงข้ามกับนางจ้องมองเธอขณะที่เริ่มลงมือรับประทานอาหารด้วยความตะกละตะกลาม
ฮวาเสี่ยวซีรีบยกชามข้าวขึ้นซดด้วยความหิวโหยรสชาติอาหารธรรมดาๆ กลับอร่อยล้ำราวกับอาหารจาก์นางก้มหน้าก้มตากินอย่างไม่สนใจสิ่งรอบข้าง พยายามที่จะไม่สบตากับจิ้นอ๋องมากนัก
บรรยากาศในกระโจมเงียบลงมีเพียงเสียงซดข้าวและเคี้ยวอาหารเบาๆ เท่านั้นจิ้นอ๋องยังคงจ้องมองฮวาเสี่ยวซีอย่างพิจารณา ราวกับกำลังสังเกตทุกอิริยาบถของนางแม้จะรู้สึกโล่งใจที่ได้อาหารประทังความหิวแต่ฮวาเสี่ยวซีก็ยังคงรู้สึกถึงสายตาคมกริบที่จับจ้องมา ทำให้เธอไม่กล้าที่จะผ่อนคลายอย่างเต็มที่
จิ้นอ๋องนั่งมองเด็กหนุ่มตรงหน้าที่เขายังคงรู้สึกคลางแคลงใจ กินอาหารอย่างรวดเร็วด้วยความเงียบสงบภายใต้แสงตะเกียงที่สลัวราง เขาสังเกตใบหน้าเล็กที่ซ่อนอยู่ภายใต้หมวกทหารปีกกว้างและชุดที่ดูใหญ่เกินตัวนั้นอีกครั้ง
"เ้าชื่ออะไร?"จิ้นอ๋องเอ่ยถามขึ้น ทำลายความเงียบ
ฮวาเสี่ยวซีเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยเคี้ยวอาหารในปากตุ้ยๆ ก่อนจะรีบกลืนลงคออย่างรวดเร็ว
"ข้าชื่อ...เอ่อ... หมู่ซานขอรับท่านอ๋อง" นางตอบเสียงเบาพยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่น
"หมู่ซาน..."จิ้นอ๋องทวนชื่อช้าๆ ราวกับกำลังพิจารณาความน่าเชื่อถือของชื่อนี้"เป็ชื่อที่เรียบง่ายดี... เ้ามาจากเขต
ป้องกันชายแดนทางเหนือส่วนในจริงๆหรือ?" เขาย้ำคำถามเดิมด้วยน้ำเสียงที่กดต่ำลงเล็กน้อย
ฮวาเสี่ยวซีรู้สึกเหมือนมีลางสังหรณ์ไม่ดีนางวางชามข้าวลงช้าๆ สบตากับจิ้นอ๋องอย่างระมัดระวังพยายามอ่านความรู้สึกจากดวงตาคมกริบคู่นั้น
"จริงขอรับท่านอ๋อง"นางตอบอย่างหนักแน่น พยายามแสดงความจริงใจออกมาให้มากที่สุด"พวกเราเดินทางมาไกลจริงๆ... ท่านลองถามทหารคนอื่นๆ ที่มาพร้อมกับข้าก็ได้...พวกเขาจะยืนยันได้"
จิ้นอ๋องยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยเป็รอยยิ้มที่ดูเ็ามากกว่าอบอุ่น
"น่าเสียดายที่ตอนนี้ข้ายังไม่ได้สอบถามทหารคนอื่นๆของเ้า... แต่ไม่ต้องกังวล ข้าจะทำเช่นนั้นอย่างแน่นอน"เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความหมายบางอย่าง
“หมู่ซาน...เ้าดูเป็ทหารที่ขยันขันแข็งดี...ต่อไปนี้เ้าก็มาเป็ทหารรับใช้ข้าก็แล้วกัน...”คำสั่งของจิ้นอ๋องราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจของฮวาเสี่ยวซีนางเงยหน้ามองเขาด้วยความตกตะลึง ไม่คาดคิดว่าเขาจะยื่นข้อเสนอเช่นนี้ออกมา
"ท่าน...ท่านว่าอะไรนะขอรับ?" ฮวาเสี่ยวซีถามเสียงสั่นเล็กน้อยพยายามควบคุมสีหน้าไม่ให้แสดงความตื่นตระหนกออกมามากเกินไป
"ข้าบอกว่าต่อไปนี้เ้าก็มาเป็ทหารรับใช้ข้า"จิ้นอ๋องกล่าวซ้ำด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและเด็ดขาด ไม่มีทีท่าว่าจะล้อเล่น
"ข้าสังเกตเ้ามาสักพักแล้ว... แม้จะดูทุลักทุเลไปบ้างแต่ก็มีความกระตือรือร้น และข้า้าคนเช่นเ้ามาช่วยงาน"
ฮวาเสี่ยวซีรู้สึกเหมือนถูกตรึงอยู่กับที่ข้อเสนอนี้ทั้งน่าใและน่าหวาดหวั่น การได้อยู่ใกล้ชิดกับจิ้นอ๋องมากขึ้นอาจจะทำให้เธอไม่มีโอกาสช่วยเหลือบิดาและพี่ชายตนเองได้ หรือจะมีหนทางใดที่จะช่วยให้นางออกไปจากสถานการณ์นี้ได้ง่ายๆ
แต่ในขณะเดียวกันมันก็หมายความว่าเธอจะต้องอยู่ภายใต้การจับจ้องของเขาอย่างใกล้ชิดและความลับของเธออาจถูกเปิดเผยได้ทุกเมื่อ
"แต่...แต่ข้าเป็ทหารสังกัดกองร้อยที่ห้า..." ฮวาเสี่ยวซีพยายามท้วงติงด้วยน้ำเสียงที่แ่เบา
"เื่นั้นข้าจะจัดการเอง"จิ้นอ๋องโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ "คำสั่งของข้าคือคำสั่ง...นับั้แ่วันนี้เป็ต้นไป เ้าคือทหารรับใช้ส่วนตัวของข้า... กินข้าวเสร็จเ้าก็ไปเก็บของแล้วมายังกระโจมข้า"
ฮวาเสี่ยวซีกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากนางรู้ว่าไม่มีทางเลือกอื่น เธอไม่สามารถปฏิเสธคำสั่งของจิ้นอ๋องได้โดยตรงการขัดขืนอาจจะนำมาซึ่งความสงสัยและการตรวจสอบที่เข้มงวดขึ้น
"ขอรับ...ท่านอ๋อง" ฮวาเสี่ยวซีตอบรับด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความกังวลนางได้แต่หวังว่าการตัดสินใจครั้งนี้จะไม่นำพาเธอไปสู่สถานการณ์ที่เลวร้ายยิ่งกว่าเดิม
นางรู้สึกว่าจิ้นอ๋องยังคงไม่ปักใจเชื่อคำพูดของเธอเสียทีเดียวและกำลังจับจ้องมองเธออย่างไม่วางตาการอยู่ในกระโจมนี้เริ่มรู้สึกอึดอัดและอันตรายมากขึ้นทุกทีนางจะต้องหาทางออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด
นางตัดสินใจที่จะหาเปลือกไม้ที่ไม่เป็พิษมาทาหน้าและตัวเพื่อเปลี่ยนสีผิวให้เข้มขึ้นเล็กน้อยพร้อมกับแต้มจุดไฝที่จุดใดจุดหนึ่งบนใบหน้าและใช้ดินสอที่คงทนเขียนคิ้วให้เข้มขึ้น รวมถึงวาดปากให้กว้างขึ้น นางตัดสินใจที่จะปลอมตัวเพื่อบดบังใบหน้าทีแทนจริง
"ท่านอ๋อง... ข้าขอตัวไปจัดการเก็บข้าวของสัมภาระสักครู่ขอรับ"ฮวาเสี่ยวซีเอ่ยกับจิ้นอ๋องด้วยท่าทางนอบน้อมพลางก้มหน้าเล็กน้อยเพื่อหลีกเลี่ยงการสบตาโดยตรง
เมื่อได้รับอนุญาตฮวาเสี่ยวซีก็รีบเดินออกมาจากกระโจมอย่างรวดเร็ว กวาดสายตามองหารอบๆอย่างกระวนกระวาย นางรู้ดีว่า "สิ่งของ" ที่นางอ้างถึงนั้นไม่มีอยู่จริงสิ่งที่นาง้าจริงๆคือการหาเปลือกไม้และสีเขียนคิ้วที่สามารถช่วยในการปลอมตัวของนางได้
นางแอบเข้าไปในมุมที่ค่อนข้างมืดของค่ายทหารพยายามมองหาบริเวณที่มีต้นไม้หรือพุ่มไม้ที่อาจจะมีเปลือกไม้ที่นาง้านางใช้เวลาสักพักในการสำรวจจนกระทั่งพบต้นไม้ที่มีเปลือกสีน้ำตาลเข้มที่ดูไม่เป็พิษนางรีบแกะเปลือกไม้ออกมาเล็กน้อย แล้วนำมาขยี้กับน้ำในกระบอกน้ำของตนเอง
จากนั้นนางก็มองหาบริเวณที่ทหารอาจจะทิ้งสิ่งของเครื่องใช้ส่วนตัวไว้เผื่อว่าจะโชคดีเจอดินสอเขียนคิ้วหรืออะไรที่คล้ายคลึงกันที่สามารถนำมาใช้ในการแต่งหน้าปลอมตัวได้หลังจากค้นหาอยู่ครู่หนึ่ง นางก็พบถ่านไม้ขนาดเล็กที่ถูกทิ้งไว้ซึ่งสามารถนำมาใช้เขียนคิ้วและวาดปากได้
ด้วย"อุปกรณ์" ที่หามาได้ ฮวาเสี่ยวซีรีบไปยังมุมที่มิดชิดอีกครั้งและลงมือปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ของตัวเองอย่างรวดเร็ว ทาเปลือกไม้บดที่หน้าและตัวแต้มไฝ เขียนคิ้วให้เข้มขึ้น และวาดปากให้กว้างขึ้นเพื่อให้การปลอมตัวของนางดูแเีและคงทนไปได้สักระยะหนึ่ง
ฮวาเสี่ยวซีเดินกลับมายังหน้ากระโจมของจิ้นอ๋องพร้อมกับห่อผ้าเก่าๆ ขาดๆ ที่ดูเหมือนจะหยิบติดมือมาจากที่ไหนสักแห่งในค่ายห่อผ้านั้นไม่ได้มีสิ่งของอะไรอยู่ภายในจริงแต่เป็เพียงอุปกรณ์ประกอบฉากเพื่อบังหน้าเท่านั้น
นางยืนรออยู่ด้านนอกกระโจมด้วยท่าทางสำรวมที่สุดก้มหน้าเล็กน้อย มือทั้งสองข้างประสานกันไว้ด้านหน้าราวกับเป็ทหารที่กำลังรอคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาอย่างเคร่งครัดใบหน้าที่ถูกแต่งแต้มด้วยสีจากเปลือกไม้ จุดไฝ และคิ้วที่เข้มขึ้นนั้นดูแตกต่างจากใบหน้าเดิมของเธออย่างเห็นได้ชัด
ฮวาเสี่ยวซีพยายามควบคุมความประหม่าและหวังว่าการปลอมตัวของเธอจะสามารถหลอกตาจิ้นอ๋องได้ชั่วคราวเธอตั้งใจว่าจะต้องแสดงบทบาทของ "หมู่ซาน" ให้ดีที่สุดเพื่อไม่ให้ความลับของเธอถูกเปิดเผย
เสียงทุ้มต่ำของจิ้นอ๋องดังลอดออกมาจากภายในกระโจม
"เข้ามา"
ฮวาเสี่ยวซีสูดลมหายใจเข้าลึกๆพยายามรักษาสีหน้าให้สงบ ก่อนจะก้าวเข้าไปในกระโจมอย่างนอบน้อมนางยืนตัวตรงอยู่ตรงหน้าจิ้นอ๋อง ก้มหน้าเล็กน้อยตามมารยาท
จิ้นอ๋องเงยหน้าขึ้นจากเอกสารในมือดวงตาคมกริบกวาดมองสำรวจร่างของฮวาเสี่ยวซีั้แ่ศีรษะจรดเท้าอย่างละเอียดถี่ถ้วนเขาสังเกตห่อผ้าเก่าๆ ที่นางถืออยู่ในมือ และมองใบหน้าที่ดูคล้ำลงเล็กน้อยคิ้วที่เข้มขึ้น รวมถึงจุดเล็กๆ ที่มุมดวงตาของเธอ
"นั่นคือสัมภาระของเ้าหรือ?"จิ้นอ๋องเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบมองไปยังห่อผ้าในมือของฮวาเสี่ยวซี
ฮวาเสี่ยวซีรีบตอบด้วยน้ำเสียงที่พยายามให้ดูเป็ชายชาตรี"ขอรับท่านอ๋อง... เป็ของติดตัวเล็กน้อยของข้าน้อย"นางกระชับห่อผ้าในมือแน่นขึ้นเล็กน้อย
จิ้นอ๋องพยักหน้าช้าๆราวกับกำลังครุ่นคิดบางอย่างดวงตาของเขายังคงจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของฮวาเสี่ยวซีอย่างพิจารณาแต่ก็ไม่ได้แสดงท่าทีสงสัยออกมาอย่างชัดเจน
"เอาล่ะ...ในเมื่อเ้าพร้อมแล้ว... ก็ตามข้ามา" จิ้นอ๋องลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเดินนำไปยังทางออกจากกระโจม โดยไม่ได้กล่าวอะไรเพิ่มเติมฮวาเสี่ยวซีรีบเดินตามหลังเขาไปอย่างเงียบๆความรู้สึกประหม่ายังคงวนเวียนอยู่ในใจของนาง นางได้แต่หวังว่าการปลอมตัวของเธอจะสามารถหลอกตาจิ้นอ๋องได้ตลอดรอดฝั่ง