ถังหลี่มี่ตื่นแต่เช้าไปขายของที่ตลาดท่าเรือ วันนี้นางออกจากบ้านเช้ากว่าปกติ เพราะตั้งใจเอาปิ่นไม้กฤษณาไปส่งที่ร้านขายงานไม้ ตรงตลาดฝั่งตะวันออกของเกาะ ซึ่งเป็ฝั่งที่มีอู่ต่อเรืออยู่หลายแห่ง
นางเข็นรถจากบ้านตรงไปร้านขายงานไม้ทันที ตลาดฝั่งตะวันออกมีผู้คนบางตากว่าฝั่งอื่น เพราะฝั่งนี้มีแต่ร้านขายสินค้าจากไม้และเหล็ก นางจอดรถเข็นที่ซอกด้านข้างร้าน ก่อนจะถือกล่องไม้ขนาดพอดีมือเดินเข้าไป
ในร้านลูกค้าส่วนใหญ่เป็ผู้ชาย ส่วนมากร้านนี้ขายงานแกะสลักเพื่อความเป็สิริมงคล และงานแกะสลักไม้สร้างบ้าน ทั้งบานหน้าต่าง ประตู เครื่องเรือนต่าง ๆ ทำให้ร้านมีขนาดใหญ่ นางมองหาหลงจู๊[1]ร้าน เห็นเขากำลังพูดคุยอยู่กับชายชุดดำรูปร่างสูงใหญ่ ผิวพรรณดำคล้ำกร้านแดด บนใบหน้ามีแผลเป็ขนาดใหญ่ตรงตาซ้าย
“มาพอดีเลย! มี่เอ๋อร์มาหาข้าหน่อย” ผู้จัดการร้านจ้าวรีบเรียกถังหลี่มี่ ดูท่าทางลุกลี้ลุกลน
“ผู้จัดการจ้าว วันนี้ข้านำปิ่นปักผมไม้กฤษณามาขายเ้าค่ะ” นางวางกล่องไม้ลงบนโต๊ะหน้าหลงจู๊จาง
ผู้จัดการร้านใช้มือป้องปาก แล้วพูดเสียงเบาว่า “มี่เอ๋อร์ ท่านผู้นี้เป็นักล่าโจรสลัดที่มีชื่อเสียงมาก เขามาหาคนแกะสลักปืน เ้าสนใจจะรับงานนี้หรือไม่!”
ถังหลี่มี่ลอบมองสำรวจชายที่หลงจู๊จางบอกว่าเป็นักล่าโจรสลัด ร่างกายของเขาดูสูงใหญ่กำยำ จากท่านั่งหลังเหยียดตรง น่าจะเป็ผู้มีวรยุทธสูงพอตัว “สนใจเ้าค่ะ!”
“เช่นนั้นก็ดี! ท่านนี้คือเหล่าหลี นายท่านหลี้าแกะสลักด้ามปืนจำนวนหนึ่งร้อยด้าม” ผู้จัดการร้านพูดแล้วหยิบกระดาษภาพวาดลวดลายต่าง ๆ มาให้นางดู “เหล่าหลีอยากได้ลวดลายประมาณนี้ เ้าลองดูว่าพอจะแกะออกมาได้หรือไม่”
ถังหลี่มี่หยิบกระดาษเ่าั้มาดูใกล้ ๆ มันเป็ลวดลายที่มีรายละเอียดยิบย่อย แต่ใช่ว่าจะเกินความสามารถ “เหล่าหลี ขอข้าดูด้ามปืนได้ไหมเ้าคะ?”
นางอยากดูลักษณะของไม้ที่ต้องแกะสลัก เพื่อจินตนาการถึงตอนแกะลวดลายพวกนี้
“ได้ แม่นางลองพิจารณาดู” เหล่าหลีได้เตรียมด้ามปืนมาด้วย เขาหยิบออกมาจากถุงผ้าที่สะพายอยู่บนไหล่ “มีไม้สองชนิด เป็ไม้จากแคว้นชิงหยวน ทั้งสองชนิดเป็ไม้ที่มีน้ำหนักเบา ความทนทานสูง ข้าเองก็ไม่รู้ว่ามันจะแกะสลักยากหรือง่าย แม่นางลองไตร่ตรองดู ว่าไม้เช่นนี้ต้องใช้เวลา และใช้เงินมากน้อยแค่ไหน ข้า้าจำนวนมาก”
ถังหลี่มี่ลองหยิบไม้ทั้งสองชนิดที่นางไม่รู้จักมาลองเคาะฟังเสียงความแน่นของเนื้อไม้ น้ำหนักของมันไม่หนักเหมือนที่เหล่าหลีกล่าวมา “จากความแข็งของไม้ และลวดลายที่ท่าน้า ข้าคิดว่าแกะสลักหนึ่งด้ามใช้เวลาประมาณหนึ่งวัน หนึ่งด้ามข้าคิดสองร้อยอีแปะ”
“หนึ่งด้ามหนึ่งวัน!? แม่นางช่วยเร่งเวลาหน่อยได้หรือไม่ ข้ารีบมาก ต้องออกเดินทางขึ้นเหนือไปล่าหัวโจรสลัด ออกเดินทางคราวหนึ่งข้าใช้เวลาครึ่งปี แวะเกาะมู่ต่าวครานี้ ข้าอยากได้ด้ามปืนจำนวนหนึ่งร้อยด้ามภายในสองเดือน เื่เงินข้าไม่ตระหนี่ ให้เ้าห้าร้อยอีแปะต่อด้าม หากงานเสร็จทันเวลา ข้าจะให้เงินเพิ่มอีก” เื่เงินไม่เป็ปัญหา นักล่าค่าหัวโจรสลัดมีรายได้ดีมาก กลุ่มของเหล่าหลีสามารถล่าค่าหัวโจรสลัดที่ค่าหัวหลักหมื่นได้ ยังไม่รวมทรัพย์สินของกลุ่มโจรสลัดเ่าั้
ถังหลี่มี่ได้ยินว่าหนึ่งด้ามได้ห้าร้อยอีแปะ จิตใจลิงโลด ห้าร้อยอีแปะ สิบด้ามห้าตำลึง ร้อยด้ามห้าสิบตำลึง! เงินจำนวนนี้นางขายของทั้งปียังไม่ได้เลย
หลงจู๊จางทราบว่านางต้องขายของที่ตลาดท่าเรือ งานแกะสลักไม้เป็เพียงอาชีพเสริมของถังหลี่มี่ “หากได้ราคาด้ามละห้าร้อยอีแปะ มี่เอ๋อร์เ้าก็หยุดขายของที่ตลาดท่าเรือไปสักระยะหนึ่งก่อน ที่ทางที่เช่าไว้ก็ปล่อยเช่าต่อ ถือว่าไม่เสียเปล่า”
ถังหลี่มี่เองก็คิดเช่นกัน “หากข้าหยุดขายของ น่าจะแกะได้วันละสองถึงสามด้าม ถ้าเร่งมืออาจจะเสร็จทันสองเดือนเ้าค่ะ” เงินหนา ไม่ว่าอะไรก็ทำได้! หากนางแกะสลักตอนกลางคืนด้วย ต้องทำได้แน่!
“หากเสร็จทันจะดีมาก ข้าอยากให้อาวุธของกลุ่มนักล่าโจรสลัดเป็เอกลักษณ์โดดเด่น แตกต่างจากพวกโจรสลัดกักขฬะสารเลวนั่น!” เหล่าหลีเกลียดชังโจรสลัด เขาเกิดในหมู่บ้านที่เป็ทางผ่านของโจร บ่อยครั้งคนในหมู่บ้านมักจะถูกโจรสลัดปล้นฆ่า เขาเติบโตมากับหยาดเหงื่อและเืเนื้อของคนในครอบครัว งานล่าโจรสลัดเป็ชีวิตจิตใจของเขา ทุกครั้งที่ได้ตวัดดาบฟันคอพวกมัน เขามีความสุขยิ่งกว่าอะไร!
“ข้าตกลงรับงานนี้ นายท่านเตรียมไม้มาเกินจำนวนที่สั่งสักเล็กน้อยนะเ้าคะ ข้าจะมารับไม้จากที่ร้านนี้” นางต้องไปขายของของวันนี้ที่ตลาดก่อน
“วันนี้ข้าเตรียมไม้มาแล้ว อยู่ที่รถม้าด้านนอก” เหล่าหลีกล่าว ก่อนจะเก็บท่อนไม้ตัวอย่างใส่กระเป๋าสะพาย
“หลงจู๊จาง ข้าฝากไม้เ่าั้ไว้ก่อนนะเ้าคะ ขายของเสร็จแล้วข้าจะกลับมารับไป” ตอนนี้ที่รถเข็นของนางเต็มไปด้วยน้ำเต้าหู้และแผ่นแป้ง
“วางใจเถอะ เื่แค่นี้ไม่จำเป็ต้องบอกข้า” หลงจู๊จางยิ้มยินดี เขาเป็คนแก่ใจดี ชอบส่งเสริมเด็กยากจน เห็นถังหลี่มี่ได้การค้าครั้งใหญ่นี้รู้สึกยินดีแทนนาง
“งั้นข้าขอตัว อีกหนึ่งสัปดาห์ข้าขอดูงานชิ้นที่แม่นางทำเสร็จแล้ว” เหล่าหลีชอบผลงานแกะสลักแผนที่บนกล่องสมบัติของถังหลี่มี่ เขา้าซื้อ แต่หลงจู๊จางบอกว่ามันได้ถูกโจรสลัดผู้หนึ่งจองไปแล้ว
เหล่าหลีจึงบอกผู้จัดการร้าน เขา้านักแกะสลักคนนี้ แกะสลักด้ามปืนของกลุ่มนักล่าโจรสลัดของตนเอง
“เ้าค่ะ” เมื่อเหล่าหลีออกไปแล้ว ถังหลี่มี่คุยกับหลงจู๊จางอย่างเป็กันเองมากขึ้น “ท่านลุงจาง ข้าขอบคุณท่านนัก ที่มอบการค้านี้ให้แก่ข้าโดยตรง ข้าจะให้ส่วนแบ่งท่านสามส่วน”
“ไม่จำเป็ ๆ งานนี้ไม่ได้วางขายที่ร้านของข้า เ้าตกลงกับลูกค้าโดยตรง ไม่จำเป็ต้องเสียค่าเช่าที่ เหล่าหลีคนนี้ข้ารู้จักมานาน เขาเป็คนรักษาคำพูด ไร้เล่ห์เหลี่ยม ตรงไปตรงมา แถมเงินหนา สินค้าคุณภาพดีเหล่าหลียอมจ่ายไม่อั้น งานครั้งนี้เ้าแสดงให้สุดความสามารถ กลุ่มนักล่าโจรสลัดของเหล่าหลีมีชื่อเสียง เป็ที่รู้จักของพวกกลุ่มโจรสลัด นักล่าโจรสลัด และทหารเรือ เมื่อพวกเขาเห็นงานของเ้า ต้องเอาไปลือกันปากต่อปาก เ้าอาจจะมีคำสั่งซื้อเข้ามาไม่ขาดสาย เพราะฉะนั้นต้องตั้งใจใส่รายละเอียดงานครั้งนี้ให้มาก ๆ”
“ข้าทราบแล้วเ้าค่ะ ขอบคุณท่านลุงจางที่ชี้แนะ เพียงแต่… จะมีคำสั่งซื้อเข้ามาไม่ขาดสายจริงหรือเ้าคะ? เหล่าหลีเป็เพียงนักล่าโจรสลัดคนหนึ่ง งานของเขาคือล่าหัวของโจรสลัด คนที่ได้เห็นปืนแกะสลักของข้า… น่าจะมีแต่คนตาย” ถังหลี่มี่ดีใจมาก ที่การค้าใหญ่มาจ่อหน้าประตูบ้าน เพียงแต่คนที่จะได้เห็นปืนแกะสลักคือโจรสลัดที่หัวกำลังจะหลุดจากบ่า
“หลี่มี่! เ้าช่างไร้เดียงสานัก พวกโจรสลัด นักล่าโจรสลัด คนนอกกฎหมาย ล้วนมีตลาดมืดและสถานที่นอกกฎหมายมากมายให้กบดานอยู่อาศัย แม้แต่ทหารเรือยังไม่กล้ายุ่ง พวกเขาล้วนคลั่งไคล้ศาสตราวุธ มีของแปลกอะไรก็มักจะเอามาแบ่งกันชม ไม่เชื่อเ้าก็รอดู” ท่านลุงจางพูดด้วยสีหน้ามั่นอกมั่นใจ
“เช่นนั้นหรือเ้าคะ! หากมีงานแกะสลักรายได้ดีเช่นนี้เข้ามาเรื่อย ๆ ข้าต้องเก็บเงินซื้อร้านเป็ของตัวเองได้แน่!” ถังหลี่มี่ยิ้มจนดวงตาหลี่เล็ก วันนี้นางจะไปลองเดินสำรวจร้านค้าที่ตลาดท่าเรือ หากมีร้านว่างประกาศขาย นางจะลองติดต่อขอผ่อนซื้อ เพราะตอนนี้การค้าทางเรือกำลังขยายใหญ่ขึ้น มีผู้บุกเบิกเส้นทางและเกาะใหม่ ๆ ความ้าสินค้าแปลกใหม่ของแต่ละดินแดนยิ่งเพิ่มมากขึ้น
เกาะมู่ต่าวมีทำเลดี เป็ที่แวะพักเติมเสบียงของขบวนเรือ หากนางมีร้านค้า ในอนาคตต้องเป็เกาะแห่งเงินทองได้แน่!
“เ้าจะซื้อร้านฝั่งไหนของเกาะ? ร้านแถวท่าเรือใช่หรือไม่?” ท่านลุงจางถามด้วยความเป็ห่วง ตลาดแต่ละฝั่งของเกาะมีสินค้าเฉพาะด้าน เช่นฝั่งตะวันออกจะมีร้านข้าวของเครื่องใช้ ทั้งงานไม้งานเหล็ก เครื่องเรือน ไปจนถึงเรือทั้งลำก็มีขาย
“ข้าอยากซื้อร้านค้าที่ตลาดท่าเรือ แต่ราคาสูงมาก ครั้งก่อนข้าเคยเดินสำรวจ มีป้ายประกาศขายสามร้าน ครั้งนี้หากได้เงินค่าจ้างแกะสลักด้ามปืน ข้าตั้งใจจะขอผ่อนร้านเป็รายเดือนแทน หากชักช้าเกรงว่าจะมีผู้อื่นซื้อตัดหน้าไปจนหมดเ้าค่ะ”
“ทำเลงาม ย่อมมีแต่คนแย่งชิง หากซื้อร้านแถบนั้นได้ ข้าว่าเ้าขายเนื้อสัตว์ ขายอาหารแห้งก็ดี แม้จะมีร้านเนื้อสัตว์ขายอยู่แล้ว แต่ความ้ามีสูงมาก ข้าเห็นพวกลูกเรือต้องเดินมาหาซื้อที่ใจกลางเมืองกันทุกวัน คาดว่าร้านเนื้อแถวนั้นคงมีไม่เพียงพอ” ใจกลางเมืองเป็แหล่งขายอาหารที่ใหญ่ที่สุดของเกาะ มีอาหารสดอาหารแห้งขายมากมาย ราคาถูกกว่าฝั่งอื่น ๆ มาก เพราะมีการแข่งขันกันสูง
“ร้านเนื้อสัตว์ที่ตลาดท่าเรือ ข้าเห็นมีของวางขายน้อยเกินไป จริง ๆ ทุกวันร้านนั้นต้องขายหมดก่อนร้านรถเข็น ข้าเองก็ไม่เข้าใจเช่นกัน เหตุใดจึงรับของมาน้อยเช่นนั้น” ถังหลี่มี่ตั้งร้านอยู่ไม่ไกล นางมักจะเห็นร้านเนื้อสัตว์ชิงปิดร้านก่อนเป็ประจำ ตอนแรกยังคิดว่าขายดี แต่หากสังเกตจะพบว่า เพียงเรือโจรสลัดลำเล็กจอดซื้อเสบียง ของในร้านก็หมดเกลี้ยงเสียแล้ว
“หากจะขายเนื้อสัตว์ เ้าต้องมีแหล่งรับซื้อที่แข็งแกร่ง บนเกาะมีพื้นที่จำกัด จำนวนสัตว์และอาหารสัตว์ก็เช่นกัน บางร้านเปิดฟาร์มเลี้ยงสัตว์เป็ของตัวเอง จึงมีเนื้อเพียงพอ” ท่านลุงจางกล่าว เขามีเพื่อนเปิดร้านขายเนื้อสัตว์อยู่ใจกลางอำเภอ ทำให้พอจะรับรู้ถึงจุดที่ยากลำบากของการขายของประเภทนี้
“หมู่บ้านข้ามีครอบครัวที่เลี้ยงสัตว์หลายบ้าน หมู่บ้านข้าง ๆ เป็หมู่บ้านประมง มีเนื้อปลาหลากหลายชนิด หากการซื้อร้านเป็ไปได้ด้วยดี ข้าจะรับซื้อเนื้อสัตว์จากพวกเขาเ้าค่ะ ปกติแล้วพวกเขาจะนำไปขายที่ภัตตาคารเล่งจี้และภัตตาคารหูเป่ย บางครั้งสองภัตตาคารนี้ก็รับซื้อไม่หมด ร้านขายเนื้อเห็นจำนวนเนื้อของชาวบ้านมีน้อย มิหนำซ้ำยังขาดความสม่ำเสมอ ไม่เหมือนรับซื้อจากฟาร์มใหญ่ เมื่อรวมสินค้าจากหลายครอบครัว ข้าว่าน่าจะมีพอขายตลอดปี ท่านว่าร้านในฝันของข้าจะไปรอดหรือไม่เ้าคะ?” ถังหลี่มี่รู้หนังสือเพียงไม่กี่ตัว สูตรน้ำเต้าหู้นางเรียนรู้มาจากมารดา ส่วนทักษะการแกะสลัก ท่านปู่เป็ผู้สอนนางตอนยังเด็ก นางมีความรู้น้อยนิด ทักษะการใช้ชีวิตแทบไม่มี หาเงินประทังชีวิตไปวัน ๆ
การซื้อร้านค้าที่ตลาดท่าเรือเป็เื่ใหญ่ที่สุดในชีวิตของนาง ดังนั้นการบริหารจัดการร้านต้องทำเช่นไรนางไม่เคยรู้เลย ท่านลุงจางเป็คนรู้จักเพียงคนเดียวที่มีประสบการณ์ด้านนี้
“เ้าลองหาบ้านที่มีเนื้อสัตว์ส่งขายให้เ้าสักสิบครอบครัว ไม่รวมชาวประมง เมื่อพวกเขามั่นใจว่าเ้าซื้อจริงจ่ายจริง พวกเขาจะหาทางนำเนื้อมาขายให้เ้าจนได้” เงินอยู่ตรงหน้าใครบ้างจะไม่คว้าไว้ ครอบครัวที่อยู่ชานเขาได้เปรียบเื่มีพื้นที่ปลูกผักเลี้ยงสัตว์ นางมีบ้านอยู่ที่นั่น ย่อมรู้แหล่งเลี้ยงสัตว์รายย่อยมากกว่าร้านในเมือง ที่สนใจแต่จำนวนผลกำไร และความสะดวกรวดเร็ว
“สิบครอบครัว ข้าหาได้เ้าค่ะ! ถึงแม้กิจการนี้จะเจ๊ง แต่ข้าจะไม่ยอมแพ้เด็ดขาด ขอแค่มีร้านข้าก็จะสู้ต่อไป!”
“ไอ้หยา! ใครสั่งใครสอนให้พูดเื่เจ๊งั้แ่ยังไม่เปิดร้าน! ไม่ซิ! ตอนนี้ยังไม่มีร้านเลยด้วยซ้ำ เ้าก็พูดเื่อัปมงคลออกมาซะแล้ว!” ท่านลุงจางอยากเอาหัวโขกเสาร้านตาย เด็กรัชศกนี้ช่างไร้ระเบียบแบบแผน!
ถังหลี่มี่ตาโต นางเพิ่งนึกขึ้นได้ รีบตีปากตนเองเบา ๆ สามที “ขออภัยเ้าค่ะ ข้าไม่ทันระวัง”
“เฮ้อ… เ้าเพิ่งจะพ้นวัยปักปิ่น แต่คิดการใหญ่จะเปิดร้านเป็ของตัวเอง ช่างใจกล้าบ้าบิ่น อย่างที่ไม่เคยเห็นลูกหลานบ้านไหนทำมาก่อน เื่ล้มเหลวมันเป็บทเรียนแสนล้ำค่า เ้าอย่าได้กลัวหากมันเกิดขึ้นกับตัว มันเป็บททดสอบที่ดีที่สุด เ้าจะเติบโตและพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ เอง ข้อเสียของเด็กคือขาดประสบการณ์ แต่ข้อดีคือ มีเวลาอีกมากมายให้เ้าล้มเหลวลองผิดลองถูก เ้าดูข้าซิ ตอนนี้นอกจากนั่งเฝ้าร้านแล้วก็ทำอย่างอื่นไม่ไหว อยากแกะสลักไม้แทบตาย แต่สังขารสู้ไม่ไหวแล้วจริง ๆ” ท่านลุงจางมองเด็กสาวตรงหน้า แม้การที่เด็กอายุสิบกว่าขวบทำงานหาเงินและแต่งงานเป็เื่ปกติ แต่น้อยคนนักจะคิดการใหญ่เปิดร้านเป็เื่เป็ราว แม้แต่ผู้ใหญ่หลายคนยังไม่กล้า!
“ท่านลุงจางล้อข้าเล่นแล้ว คราวก่อนข้ายังเห็นท่านแบกถังน้ำจากบ่อน้ำแร่อยู่เลย ระยะทางจากบ่อมาที่ร้านไม่ใช่ใกล้ ๆ” บนเกาะมีบ่อน้ำแร่สองบ่อ มันเป็ของทางการ ส่วนเงินจากการขายน้ำแร่นั้นตกไปอยู่กับผู้มีอำนาจ
“นั่นภรรยาข้าใช้ไปซื้อหรอกเ้าเด็กบ้า!” ยายแก่ที่บ้านสั่งคำไหนคำนั้น ต่อให้นางสั่งให้เขาออกไปล่าวาฬ ท่านลุงจางก็ต้องไปล่ามาให้ได้! เมื่อคิดถึงหน้ายายแก่จอมงก ท่านลุงจางจึงนึกเื่หนึ่งได้ “นี่เป็สมุดเรียนบัญชีของข้า มันมีประโยชน์มากสำหรับคนอยากเปิดร้านค้าแต่ไม่มีความรู้ใดเลยเช่นเ้า”
ท่านลุงจางวางสมุดเล่มหนึ่งที่โต๊ะด้านหน้าถังหลี่มี่ “ขอบคุณท่านลุงจาง ข้าจะตั้งใจศึกษาเ้าค่ะ”
[1] ผู้จัดการร้าน