ตอนที่ 16
เย็นวันหนึ่ง เมื่อนอนเอาแรงหลังจากส่งิญญาที่โลกคนเป็เสร็จ แซ็กก็ลากอีวานที่พึ่งจะอาบน้ำแต่งตัวเสร็จไปกินมื้อค่ำที่ร้านประจำเหมือนอย่างเคย ขณะที่พวกเขาก้าวเท้าเข้าตลาดกลางคืนที่เนืองแน่นไปด้วยผู้คนจากมิติต่างๆ นั้น ทั้งสองก็บังเอิญเจอกับเทพหนุ่มที่กำลังเดินเตร่อยู่โดยบังเอิญ
เมื่อมาร์แชลเห็นอีวานกับแซ็กมองมาที่ตน เขาก็รีบหันกายกลับเตรียมจะเร่งฝีเท้าเผ่นทันที
“จะไปไหน?” สุ้มเสียงนิ่งๆ อันเป็เอกลักษณ์ของอีวานดังขึ้นมาจากด้านหลังทำให้มาร์แชลถึงกับสะดุ้ง
“ผมบังเอิญผ่านมาพอดี คิดซะว่าไม่เคยเจอผมที่นี่แล้วกันนะครับ” เทพหนุ่มหันมาส่งยิ้มเจื่อนๆ ให้ทั้งสองพลางถดตัวไปข้างหลังตามสัญชาตญาณ
“หึ ไอ้คนทิ้งเพื่อนอย่างนายยังมีหน้ามาพูดอีกเหรอ นายคงคิดล่ะสิว่า อีวานจะเล่นฉันตายน่ะ” ว่าแล้วแซ็กก็ก้าวไปล็อกคอของมาร์แชลเอาไว้พลางกลอกตาใส่เ้าลูกชาย (?) ตัวดีด้วยสายตาเคืองๆ อย่างเอาเื่
“ไม่ใช่อย่างนั้นครับพ่อ ผมก็แค่เว้นระยะห่างให้พ่อกับแม่คืนดีกันเท่านั้นเอง” มาร์แชลได้แต่หัวเราะแห้งๆ แล้วแถเสียงอ่อยด้วยท่าทางอันน่าเวทนา พาให้แซ็กถึงกับถลึงตาใส่ด้วยความหมั่นไส้
ทำยังไงได้ล่ะ ก็ตอนนั้นบรรยากาศมันกดดันมากพอที่จะทำให้เทพอย่างเขาหายใจไม่ออกเลยนี่!
“เถียงข้างๆ คูๆ เหมือนนายเลยนะ ไปดื่มกันเถอะมาร์แชล” ท่าทางของทั้งสองทำให้อีวานคลี่ยิ้มขันออกมา ด้วยเหตุนี้เองเขาจึงเอ่ยเย้าพลางหรี่ตามองแซ็กที่กำลังใช้ท่อนแขนล่ำล็อกคอเ้าลูกชายอยู่ด้วยสุ้มเสียงอันผ่อนคลาย
แม้ว่าเมื่อหลายวันที่แล้ว เขาจะรู้สึกนอยอยู่บ้างที่จะต้องยอมรับชะตากรรมของตัวเอง แต่เมื่อเห็นแซ็กที่ทำงานบ้านหัวหมุนอยู่คนเดียวตลอด่วันหยุดก็ทำให้อีวานตระหนักขึ้นมาได้ว่า สถานการณ์ในตอนนี้ของเขาไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้น อีกอย่างแซ็กเองก็ไม่ได้คิดจะทำอะไรแปลกๆ กับเขา ด้วยเหตุนี้เองอีวานจึงได้กลับมาผ่อนคลายอีกครั้ง
“ได้เลยครับ” เมื่อเห็นว่า คุณแม่กำลังอารมณ์ดี มาร์แชลก็รีบขานรับอย่างเบิกบานทันทีราวกับว่า เขาไม่เคยหลบหน้าทั้งสองอย่างไรอย่างนั้น
“นี่นายจะเลี้ยงเ้านี่จริงๆ เหรอ?” แซ็กเอ่ยเสียงขุ่นพลางกลอกตามองลูกชายตัวดีที่ถูกเขาใช้กำลังล็อกคอไปด้วยอย่างเคืองๆ
“ในเมื่อเงินเดือนออกแล้ว ฉันก็เลยอยากเลี้ยงพวกนายหน่อยน่ะ” อีวานเอ่ยถึงสิ่งที่คิดเอาไว้ั้แ่วันที่เงินเดือนออกให้ทั้งสองฟังด้วยอารมณ์อันแจ่มใส
ถึงอย่างไรแซ็กก็ยอมออกค่ามื้อเย็นให้เขาอยู่เป็เดือน แม้อีวานจะคืนเงินไปหมดแล้ว แต่ตามมารยาทเขาก็ควรจะเลี้ยงขอบคุณอีกฝ่ายสักมื้อถึงจะถูก
“...อ้อ อย่าสั่งเยอะนักล่ะ เพราะฉันไม่ได้รวยเหมือนกับพ่อของนาย” ชั่วขณะนั้นอีวานพลันหันมากำชับเ้าลูกชายของเขาด้วยรอยยิ้มบางๆ จากนั้นจึงหันกายก้าวเท้านำทั้งสองไปยังตำแหน่งของร้าน ครัวของบ๊อบบี้
แซ็กได้แต่หันมาถลึงตาใส่มาร์แชลที่กำลังหัวเราะร่าอีกหนึ่งที จากนั้นก็ออกแรงลากเ้าเทพบ๊องตามอีวานไปท่ามกลางเสียงหัวเราะอันสดใสราวกับเสียงระฆังอันไพเราะที่ให้ความรู้สึกกวนนิดๆ ของมาร์แชล
เมื่อกินมื้อเย็นแสนอร่อยกันเสร็จแล้ว มาร์แชลก็ขอตัวกลับ์ไป จึงเหลือเพียงอีวานกับแซ็กที่เดินย่อยอาหารดูของกันในตลาดกลางคืนที่คับคั่งไปด้วยผู้คน
“สนใจยาวิเศษไหมคะ?” ขณะที่เดินผ่านหน้าแผงขายโพชั่น หญิงสาวผมแดงก็ถือถาดไม้ที่มีขวดโพชั่นทรงสูงวางอยู่มาหยุดอยู่เบื้องหน้าของพวกเขาด้วยใบหน้าที่ประดับด้วยรอยยิ้มอันวิบวับ
“อย่าไปสนใจเลย พวกต้มตุ๋น” แซ็กเอ่ยปัดอย่างไม่เป็มิตรพลางดึงแขนอีวานให้เดินอ้อมแม่ค้าสาวไป
“ยาของฉันดีจริงๆ นะคะ นี่คือยาที่ช่วยลดผลกระทบของประตูมิติเหมาะกับงานของพวกคุณลูกค้ามากเลยค่ะ” แม่ค้าผมแดงไม่ยอมแพ้ เธอเดินมาดักหน้าพวกเขาพลางขายสินค้าที่วางอยู่บนถาดอย่างกระตือรือร้น
ส่วนเหตุผลที่เธอรู้ว่า ทั้งสองต้องใช้ประตูมิติไปยังโลกคนเป็ทั้งที่ในตอนนี้พวกเขาอยู่ในชุดลำลองสบายๆ ย่อมเป็เพราะเธอเคยเห็นพวกเขาสวมสูทเดินผ่านทางพร้อมกับผู้นำทางิญญาฟอร์เรสท์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
“เท่าไหร่ล่ะ” ดวงตาสีฟ้าสว่างหลุบลงมองขวดโพชั่นที่บรรจุของเหลวสีแดงประกายส้มอมชมพูอันเรืองรองอยู่ภายในแวบหนึ่ง จากนั้นก็เอ่ยถามแม่ค้าผมแดงนิ่งๆ ด้วยความสนใจอยู่ไม่น้อย
อีวานยอมรับกว่า เขาอยากบรรเทาความเหนื่อยล้าอันน่าเวทนาซึ่งเป็ผลกระทบจากการไปเยือนโลกคนเป็อยู่เหมือนกัน
“เฮ้ นายจะซื้อให้เสียเงินทำไม?” แซ็กกลอกตาเอ่ยถามคนหัวดื้อที่อยู่ๆ ก็อยากซื้อยาที่ไม่ได้รับการรับรองด้านสุขอนามัยพวกนี้ขึ้นมา
“ปกติฉันขายขวดละสิบห้าเหรียญ แต่สำหรับสองขวดนี้ฉันคิดราคายี่สิบเหรียญ” เมื่อชายหนุ่มหน้าหล่อแสดงท่าทีสนใจโพชั่นของเธอแบบนี้ แม่ค้าผมแดงก็รีบฉวยโอกาสขายโพชั่นด้วยสุ้มเสียงอันสดใสทันที
อีวานหยิบเหรียญเงินของมิติกึ่งกลางออกมาหนึ่งเหรียญจากกระเป๋ากางผ้ายืดสีขาวส่งให้แม่ค้าสาวแล้วหยิบขวดโพชั่นสีแดงมาสองขวดท่ามกลางสายตาคัดค้านของแซ็ก
แม่ค้าสาวยิ้มส่งแผ่นหลังของลูกค้าทั้งสองอย่างสดใส จากนั้นเธอจึงเดินลั้ลลาถือถาดเปล่ากลับเข้าไปในแผงขายโพชั่นเพื่อหยิบโพชั่นชนิดอื่นๆ มาเสนอขายให้ผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาอย่างอารมณ์ดี
“เธอเห็นยาเลิฟลี่ฮอร์นนี่ที่วางอยู่ตรงนี้ไหม?” ผู้บำเพ็ญหญิงวัยกลางคนเ้าของเส้นผมสีม่วงเข้มในชุดคลุมยาวสีน้ำเงินหม่นที่กำลังมองหาของบางอย่างในตู้โชว์เงยหน้าขึ้นมาเอ่ยถามหญิงสาวพร้อมกับชี้ไปยังตำแหน่งอันว่างเปล่าซึ่งอยู่ติดกับขวดโพชั่นสีแดงประกายโลหิตในตู้โชว์ไปด้วย
ซวยแล้ว! หญิงสาวเบิกตากว้างด้วยความใ เมื่อพบว่ายาที่เธอขายให้กับลูกค้าหน้าตาดีสองคนนั้นไม่ใช่ยาลดผลกระทบของประตูมิติ
“แย่แล้วล่ะ ดูเหมือนว่าฉันจะหยิบไปขายให้ลูกค้าผิดขวด!” หญิงสาวอุทานเสียงหลงออกมาพลางยกมือขึ้นมาป้องปากไปด้วย
“ให้ตายสิ ไม่น่าให้เธอฝึกงานด้วยเลย!!!” เ้าของร้านโพชั่นได้แต่ก่นด่าหญิงสาวจอมสะเพร่าที่พึ่งจะจ้างมาด้วยความหัวเสีย
หลังจากซักถามลูกจ้างจอมสะเพร่าแล้วได้ความว่า เธอหยิบขวดโพชั่นอะไรสลับไปขาย เ้าของร้านก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างจนใจระคนเบิกบานในเวลาเดียวกัน
พลาดไปแล้วก็ช่างเถอะ ถึงอย่างไรยาเลิฟลี่ฮอร์นนี่ก็ราคาถูกกว่ายาลดผลกระทบของประตูมิติกว่าครึ่ง งั้นก็ถือว่า ได้กำไรไปแล้วกัน
เช้าวันถัดมา ณ โซนครัวเล็กๆ ภายในห้องของพวกเขา แซ็กหยิบไส้กรอกบนจานมาเคี้ยวพลางเดินไปที่โต๊ะอาหาร ซึ่งตอนนี้ชายหนุ่มเ้าของเส้นผมสีดำสนิทในชุดสูทสีเทากำลังนั่งจิบกาแฟรับแสงแดดอุ่นๆ ในยามเช้าด้วยท่าทางอันผ่อนคลาย
แซ็กยอมรับว่า เขาชอบทิวทัศน์เบื้องหน้ามากทีเดียว แต่กระนั้นแล้วก็ใช่ว่าเขาจะพอใจกับสถานะเบ๊ของตัวเองในเวลานี้
“มื้อเช้าของนาย” แซ็กวางจานมื้อเช้าของอีวานที่เขาฉกไส้กรอกไปหนึ่งชิ้นลงบนโต๊ะอาหาร จากนั้นจึงเดินกลับไปที่ครัว
“ขอบใจ” อีวานหรี่ตามองไส้กรอกที่หายไปหนึ่งชิ้นแวบหนึ่ง จากนั้นเขาก็เงยหน้าขึ้นมาเอ่ยกับแซ็กเสียงเรียบ แล้วจึงหยิบขนมปังปิ้งที่วางเคียงกับไส้กรอกขึ้นมากัด
“เมื่อไหร่นายจะหัดลุกขึ้นมาทำมื้อเช้าบ้างฮะ?” แซ็กหันมาเอ่ยเสียงขุ่นกับคนรักสบายที่ั้แ่มาอยู่กับเขาก็ไม่เคยเข้าครัวเลยแม้แต่ครั้งเดียว
ใช่แล้วล่ะ ฟังไม่ผิดหรอก โซลเมทของเขาน่ะั้แ่มาอยู่ที่นี่ก็ไม่เคยเยื้องกรายเข้าครัวเลยแม้แต่ก้าวเดียว
“นายชอบวุ่นวายเื่อาหารของฉันมาแต่ไหนแต่ไรไม่ใช่เหรอ ในเมื่อนายชอบยุ่ง ฉันก็จะให้นายทำมันไปตลอด” อีวานเอ่ยถึงเื่ในอดีตด้วยสุ้มเสียงอันราบเรียบ พลางมองแซ็กที่ตอนนี้เดินถือจานมื้อเช้ามานั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกันไปด้วย
ในอดีตแซ็กมักจะมาบูลลี่เขาอยู่เสมอ และเื่ที่ว่าเขากินอะไรในแต่ละมื้อก็เป็หนึ่งในเื่ที่อีกฝ่ายมักจะเอามาก่อกวนอยู่เป็ประจำ อีวานยอมรับว่า ตอนนั้นเขายังเด็กบวกกับอีกฝ่ายเป็ลูกเศรษฐีผู้มีอิทธิพลจึงทำให้เขาไม่กล้าโต้ตอบอะไร
แต่ในเวลานี้เขาโตแล้วและทุกอย่างมันก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
“ตลอดที่ว่าน่ะนานแค่ไหน?” แซ็กเลิกคิ้วพลางหยิบไส้กรอกขึ้นมาเอ่ยถามอีวานไปด้วย แน่นอนว่าเขาไม่ปฏิเสธเื่ที่เคยก่อกวนอีวานสมัยเรียนมัธยม
อันที่จริงแซ็กอยากจะใช้คำว่า เข้าไปจุ้นจ้านคนที่เขาแอบชอบแทนคำว่า ก่อกวนอ่ะนะ
…ซึ่งพูดกันตามตรงว่า ตอนนั้นเขาชอบอีวานมากจนไม่รู้จะแสดงออกอย่างไร ผลลัพธ์เลยออกมาแย่นิดหน่อย
“จนกว่านายจะหมดอายุขัย” อีวานเอ่ยคำตัดสินโทษยิ้มๆ ด้วยสุ้มเสียงอันผ่อนคลาย จากนั้นเขาจึงคว้าไส้กรอกจากมือของแซ็กมากัด
แน่นอนว่าั้แ่ต้นจนจบอีวาน ไม่ทราบถึงเจตนาของแซ็กในอดีตเลยแม้แต่น้อย
แต่ก็อย่างว่าแหล่ะ เขาจะใส่ใจเื่ของอันธพาลอย่างแซ็กไปทำไม?
“ฮะ นี่นายแค้นอะไรฉันนักหนาเนี่ย?!” แซ็กขยี้ผมของตัวเองอย่างแรง แล้วอุทานเสียงสูงไปด้วย
“ฉันรู้ว่า นายชอบยุ่งเื่ของฉัน ทำใจซะเถอะ นายต้องทำมื้อเช้าให้ฉันกินไปอีกนานเป็การไถ่โทษ” อีวานเอ่ยถึงบทลงโทษเล็กๆ ที่เขาตัดสินใจจะนำมาใช้กับแซ็กอย่างอารมณ์ดี จากนั้นจึงหยิบกาแฟขึ้นมาจิบด้วยท่วงท่าอันสุขุมราวกับคุณครูฝ่ายปกครองที่พึ่งจะลงโทษเด็กเกเรเสร็จ
“นายนี่มัน!…ทำไมถึงชอบส่งสัญญาณมาแต่เช้าด้วยเนี้ย?!!” แซ็กถลึงตาเตรียมจะทวงความเป็ธรรมให้ตัวเองอย่างไม่ยอมแพ้ แต่เขาก็ต้องอุทานออกมาอย่างหงุดหงิด เมื่อโซ่ข้อมือของพวกเขาเปล่งแสงเรืองรองออกมาขัดจังหวะการโต้เถียงในเช้าวันนี้
อีวานปล่อยให้ข้อมูลที่อยู่ของดวงิญญาส่งเข้ามาในหัวพลางเคี้ยวไส้กรอกมองใบหน้าอันหล่อเหลาที่ยู่ยี่ด้วยโทสะของแซ็กอย่างอารมณ์ดี
วูบ~~~~
ทั้งสองก้าวเท้ากลับเข้ามายังโถงทางเดินภายในโรงพยาบาลอันหรูหรา หลังจากที่พวกเขานำทางิญญาของคุณตาวัยเก้าสิบไปยังแท่นตัดสินชะตาสำเร็จ
แซ็กเร่งฝีเท้าไปตามโถงทางเดินพลางสูดหายใจเข้าเบาๆ กลิ่นของแอลกอฮอล์ผสมกลิ่นอโรม่าอันมีระดับของโรงพยาบาลทำให้เขาต้องย่นจมูกนิดหน่อย
ถึงแม้ว่าโรงพยาบาลที่พวกเขามาเยือนในครั้งนี้จะเป็โรงพยาบาลหรูระดับแนวหน้าของประเทศ แต่เขาก็ยังไม่รู้สึกว่ากลิ่นหอมสะอาดอ่อนๆ นี้จะทำให้เขารู้สึกดีเหมือนกับกลิ่นของสวนสาธารณะอันเขียวชอุ่มที่ร่มรื่นไปด้วยแมกไม้เลยสักนิด
อีวานไม่ได้สนใจแซ็กที่เดินหน้ายู่อยู่ด้านหน้าเท่าไหร่ เขาเพียงแค่มองการตกแต่งอันมีระดับของโถงทางเดิน แล้วกวาดตามองป้ายชื่อผู้ป่วยวีไอพีสีทองอันเงาวับที่ติดอยู่ข้างประตูทีละอัน จนกระทั่งดวงตาสีฟ้าสว่างของเขาหยุดชะงักลงที่ป้ายชื่อหนึ่งเข้า
“แซ็ก” อีวานหยุดฝีเท้าพลางเอ่ยชื่อของคนที่เดินนำอยู่เสียงขรึม ขณะที่ดวงตาของเขาจดจ้องอยู่บนป้ายชื่อนั้นอย่างไม่วางตา
“อะไรเหรอ?” แซ็กหันมาเลิกคิ้วเอ่ยถามคนที่หยุดเดินอย่างกะทันหันด้วยสายตาฉงน
“ดูนี่” อีวานสบตากับแซ็ก จากนั้นก็ชี้ไปยังป้ายชื่อที่อยู่ข้างตัวด้วยท่าทางใอยู่ไม่น้อย
สีหน้าตื่นใอันหาได้ยากของอีวาน ทำให้แซ็กมุ่นคิ้วด้วยความสนอกสนใจระคนมึนงง ด้วยเหตุนี้เองเขาจึงก้าวไปหยุดอยู่ข้างกับอีกฝ่าย แล้วก้มหน้าลงดูชื่อของผู้ป่วยที่นอนรักษาตัวอยู่ในห้องด้วยความสนใจ
ไอแซ็ก เคร์ยตัน
เด็กหนุ่มอ่านชื่อของตัวเองในใจ ดวงตาสีน้ำเงินเข้มของเขาเบิกกว้างขึ้นมาด้วยความตกตะลึง
“นี่มันชื่อของฉันนี่นา!” ชั่ววินาทีถัดมาแซ็กก็อุทานสุดเสียงด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความยินดีเป็ที่สุดในยามที่รู้ว่า ร่างของเขาไม่ได้เสื่อมสลายไปไหน
ท่าทียินดีของแซ็ก ทำให้ดวงตาสีฟ้าสว่างวูบไหวก่อนที่จะค่อยๆ หม่นแสงลงอย่างไร้สาเหตุ เฉกเช่นเดียวกับความรู้สึกว่างเปล่าอันหนักอึ้งที่ผุดขึ้นมา พาให้ชายหนุ่มต้องกลั้นหายใจไปชั่วครู่
“ใช่แล้วล่ะ คนที่นอนอยู่ในห้อง….คือนาย”
ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ไปด้วยกัน อ่านต่อไปได้ในวันพรุ้งนี้ เวลา 10.00 น้าทุกคน
สำหรับใครรอไม่ไหว ดำเนินเื่ถึง หน้า 177 (หน้า 182 แบบรวมปก) ในฉบับ ebook นะคะ