หวนคืน: ตำนานจักรพรรดิเซียนโอสถ 【จบ】

    เล่มที่ 2 บทที่ 35 ศาสตร์ฝึกตนทั้งหก

            บทที่35ศาสตร์ฝึกตนทั้งหก

            สามวันต่อมาลู่อวี่ให้ลู่หงหมิงและคนอื่นๆอยู่ต่อที่เมืองเทียนตูเซียน เพื่อซื้อยาวิเศษแต่ละชนิดในงานประมูลต่างๆเพิ่มขึ้นแทนเขา สำหรับเรื่องเงินก็ให้ไปเอาที่ลู่เหง่ยผิงเขาคาดการณ์ว่าอีกไม่นาน ราคาของยาวิเศษแต่ละชิดต้องเพิ่มสูงขึ้นดังนั้นจึงฉวยโอกาสในขณะที่ราคายังคงทรงตัว ซื้อมามากได้แค่ไหนก็ให้ซื้อมาแค่นั้น

            ลู่อวี่นำตู้เสวียนเฉิงและลู่เสียงพร้อมกับคนอื่นๆโดยสารอาวุธเวทย์รูปร่างคล้ายกระสวยเล็กๆ ลำหนึ่งออกจากเมืองเทียนตูเซียนและการเคลื่อนไหวนี้ก็ทำให้เกิดความปั่นป่วนขึ้นในกองกำลังจำนวนมากมายแต่ส่วนใหญ่ก็ได้แค่จับตาดูเท่านั้น

            “สหายน้อย อย่างน้อยก็มีคนติดตามเรามามากกว่าสิบคลื่นลูกเล็กๆ ได้เมื่อใดที่เราออกจากอาณาเขตของเมืองเทียนตูเซียนอาจมีแนวโน้มที่จะถูกคุกคามหรือถูกโจมตีได้!ตู้เสวียนเฉิงที่สวมเสื้อคลุมลัทธิเต๋าสีน้ำตาลกล่าว”

            ลู่อวี่พยักหน้ารับรู้ถึงแม้ตู้เสวียนเฉิงจะเป็นยอดฝีมือของขั้นเกิดเทพเจ้าแต่มีนักพรตจำนวนเหลือคานับที่เข้าออกเมืองเทียนตูเซียนเป็นว่าเล่นมันจึงยากที่จะแยกแยะที่มาและจุดประสงค์ของพวกเขาได้ ดังนั้นจึงแค่เอยถามไปว่า “เห็นคนของตระกูลเมิ่งและเขาหนิงชุยไหม?”

            “ไม่มีนะ ไม่เพียงจะไม่มีคนของตระกูลเมิ่งและเขาหนิงชุยแม้แต่กองกำลังที่มีอำนาจกว่านี้ก็ไม่มีทั้งหมดน่าจะเป็นนักพรตสันโดษหรือตระกูลเล็กและกลางที่พึ่งพิงกองกำลังหลักคงคิดอยากจะพิสูจน์ความจริงกับเราก่อน!”

            “ไม่ต้องไปสนใจพวกเขา ลู่เสียงเพิ่มความเร็วข้าจะดูสิว่ามีใครคนไหนที่กล้าลงมือกับข้าและคิดจะมาฉวยโอกาสเอาเปรียบข้ามันต้องมีตรงไหนที่แตกต่างจากคนอื่นบางแหละ มิเช่นนั้นจู่ๆจะมามีคนชี้นิ้วสั่งข้าตามใจชอบได้อย่างไร ถ้าเป็นแบบนั้นตระกูลลู่คงได้ตกต่ำจริงๆ”ลู่อวี่พูดด้วยน้ำเสียงประชดประชัน

            กระสวยสีเงินเดิมทีก็มีความรวดเร็วมากแต่เมื่อเพิ่มความเร็วขึ้นอีกในเวลานี้ทันใดนั้นก็ทิ้งระยะห่างกับคนที่ติดตามมาพวกนั้นออกไปไกลมากและคนพวกนี้ก็เป็นนักพรตสันโดษและคนจากตระกูลเล็กและกลางตามที่ตู้เสวียนเฉิงกล่าวมาจริงๆ พวกเขาไม่ได้ความกล้าที่จะมาเผชิญหน้ากับลู่อวี่ซึ่งหน้าแต่เมื่อใดที่มีโอกาสที่เหมาะสมพวกเขาจะดุร้ายและโหดเหี้ยมมากกว่าสัตว์ป่าอย่างแน่นอนดังนั้นแม้ว่าลู่อวี่ในชาติก่อนเริ่มแรกมาก็เป็นนักพรตสันโดษเช่นเดียวกันแต่กลับมีภาพจำต่อนักพรตสันโดษที่แย่มาก

            แต่ทันใดนั้นกระสวยบินที่บินล่วงหน้าไปก่อนอย่างรวดเร็วก็หยุดลงกะทันหันจากนั้นเสียงที่ตกใจของลู่เสียงก็ดังตามมา “นายน้อยที่นี่มีกับดัก มันคือค่ายกลกระบี่หนึ่ง สามารถจำแนกและตรวจจับจากพลังจิตได้”

            ตู้เสวียนเฉิงฮึดฮัดไม่พอใจจะลงมือทำลายค่ายกลถ้าด้วยพลังยุทธ์ที่เขามีแล้วมีความละเอียดรอบคอบกว่านี้มีหรือจะไม่มีทางตรวจจับกับดักก่อนได้แต่เพราะเขาสูญเสียทักษะพลังไปหลายร้อยปีและเพิ่งจะฟื้นฟูพลังกลับมาได้ไม่นานและยังไม่ได้เข้าสู่สภาวะปกติ ดังนั้นจึงตกหล่นไปบ้างอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

            ลู่อวี่ยกมือขึ้นห้ามตู้เสียนเฉิงไว้พร้อมกับหลับตาลงใช้พลังจิตเพ่งตรวจสอบดู จากนั้นก็ยิ้มเยาะและกล่าวว่า “มันก็แค่ค่ายกลเทพมายาระดับหกอันหนึ่งเท่านั้นคิดเพ้อฝันจะมาจับพวกเราไว้งั้นเหรอ?” แม้ลู่อวี่จะไม่ใช่ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านค่ายกลกระบี่อะไรแต่ชาติก่อนมีความรู้เชิงกว้าง นอกจากปรุงโอสถแล้วก็พอจะเข้าใจศาสตร์ฝึกตนทั้งหมดอยู่ไม่มากก็น้อยแต่ไม่ได้ศึกษาเรียนรู้อย่างเฉพาะเจาะจงแต่ก็ยากที่จะหลีกเลี่ยงเวลาฝึกบำเพ็ญเพียรได้ ไม่รู้ว่าจะใช้อย่างไรแต่รู้ว่าควรจะรับมืออย่างไร

            ทันทีที่ร่างกายกะพริบถี่ลู่อวี่ก็หายวับออกจากกระสวยและไปยืนนิ่งอยู่ในอากาศ จากนั้นก็ตั้งจิตกวาดสายตามองหาไปทั่วทันทีขอบเขตของจิตสัมผัสขั้นพลังจิตนั้นมีรัศมีครอบคลุมกว่าหมื่นกิโลเมตรแต่ในเวลานี้จู่ๆ เขาก็ค้นพบว่าสามารถตรวจจับได้เพียงรัศมีสิบกิโลเมตรเท่านั้นทำเห็นได้ว่าค่ายกลกระบี่มีความเร้นลับซ่อนอยู่ในตัวเอง

            ค่ายกลเทพมายาไม่ใช่ค่ายกลกระบี่อะไรที่ทรงพลังและพบเห็นได้ยากแต่อำพรางตัวเก่งมาก ไม่เพียงแต่สามารถสกัดกั้นการตรวจจับจากจิตสัมผัสได้แต่ภายใต้การรบกวนของภาพลวงตาก็ยากที่จะทะลวงผ่านไปได้เช่นกันยิ่งไม่ต้องพูดถึงเจอตัวศัตรูที่หลบซ่อนอยู่ ถ้าเกิดบุ่มบ่ามเข้าไปภายใต้การโจมตีของภาพลวงตาก็จะทยอยถูกตีพ่ายไปทีละอย่าง เว้นแต่ว่ามีความรู้เกี่ยวกับรูปแบบค่ายกลกระบี่อย่างลึกซึ้งหรือมีพลังยุทธ์ที่สูงมาก ก็จะสามารถทำลายค่ายกลนั้นได้ทันทีมิเช่นนั้นภายใต้ค่ายกลกระบี่ที่มีคนค่อยสั่งการอยู่ ยังจะมีคนกล้าบุ่มบ่ามเข้าไปในค่ายกลกระบี่อีกงั้นเหรอถ้าแบบนั้นก็เรียกว่าแกว่งเท้าหาเสี้ยนแล้ว

            “ผู้อ่อนอาวุโสของตระกูลลู่ ข้าจะให้โอกาสเจ้ามอบสูตรยาของยามหัศจรรย์ทำลายล้างเจ็ดดาวมา แล้วข้าจะจากไปทันทีอีกทั้งยังสามารถคุ้มครองส่งเจ้าไปได้ช่วงระยะเวลาหนึ่งเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้อื่นทำอันตรายเจ้า ข้ามีความจริงใจแต่หวังว่าเจ้าจะรู้จักชั่วดี!”น้ำเสียงแหบพร่าแก่ชราหนึ่งดังมาจากทุกทิศทุกทางในเวลานี้ฟังแค่เสียงจึงไม่อาจตัดสินทิศทางและตำแหน่งของบุคคลนี้ได้

            “พวกนักย่องเบาที่ซ่อนหัวและโชว์แต่หางก็คู่ควรมาคุยโวโอ้อวดอย่างไม่รู้สึกกระดากอายต่อหน้าคุณชายอย่างข้าเหรอ? มันก็แค่ค่ายกลเทพมายาระดับหกหนึ่งเท่านั้น มาดูกันว่าข้าจะทำลายมันได้อย่างไร!”ลู่อวี่พูดจาถากถางพร้อมกับเยาะเย้ย

            ในเวลานี้ตู้เสวียนเฉิงและลู่เสียงกับคนอื่นๆก็ตามเข้ามาด้วยเช่นกัน ตู้เสวียนเฉิงยืนอยู่ด้านหลังลู่อวี่ในขณะที่ลู่เสียงสี่คนก็กวาดตามองไปรอบๆ อย่างระแวดระวังตัว

            ในเวลานี้พื้นที่ภายในค่ายกลเทพมายา ดูเหมือนโลกที่มีแต่หมอกขาวโพลนกว้างใหญ่ไม่มีความแตกต่างเลยระหว่างตะวันออก ตะวันตก เหนือ ใต้ บน ล่าง ซ้าย หรือขวา

            ลู่อวี่ยกมือขึ้นแล้วชี้ขึ้นไปในอากาศจากนั้นเปลวไฟสีน้ำเงินก็ทะยานพวยพุ่งบินออกไปแต่ไม่เร็วมากแต่เมื่อเปลวไฟสีน้ำเงินเคลื่อนตัวไปข้างหน้า เปลวไฟก็ค่อยๆ เปลี่ยนไปจากลูกบอลเปลวไฟขนาดเท่ากำปั้นก็บางลงและยาวขึ้นในพริบตาและสุดท้ายก็กลายเป็นโซ่ใสสีน้ำเงินที่ก่อตัวจากเปลวไฟสีน้ำเงินเหมือนกับวิญญาณงูมีความหนาบางเท่าสองนิ้วและเหมือนของจริงมาก แต่มันค่อยๆ ยาวขึ้นเรื่อยๆตามความคิดของลู่อวี่ เลื้อยคดเคี้ยวสำรวจเข้าไปในหมอกหนาทึบนั้น

            ตู้เสวียนเฉิงถึงกับตาเบิกกว้างและแอบพยักหน้าเงียบๆ ประหลาดใจและคิดว่านี่เป็นฝีมือที่ลึกล้ำของการเปลี่ยนความว่างเปล่าให้เป็นความจริงมันไม่เกี่ยวอะไรกับพลังยุทธ์แต่ต้องมีความเข้าใจในลัทธิเต๋าในระดับที่สูงมากถึงจะเข้าใจ โดยปกติทั่วไปแล้วคนที่สามารถใช้วิธีนี้ได้อย่างน้อยจะต้องมีพลังยุทธ์ถึงขั้นตงซวน และเป็นยอดฝีมือที่เริ่มเข้าใจความลี้ลับของสวรรค์และโลกอย่างลึกซึ้งมากคิดไม่ถึงว่าลู่อวี่ที่เป็นเพียงนักพรตขั้นพลังจิตคนหนึ่งจะฝีมือเช่นนี้ แต่เมื่อคิดดูแล้วเจ้าเด็กหนุ่มนี้อายุยังไม่ถึงยี่สิบปีก็เป็นคนปรุงโอสถขั้นห้าแล้ว อีกทั้งยั้งควบคุมและความเข้าใจเกี่ยวกับเปลวไฟมากตอนนี้ยังใช้ “ไฟแท้หนิงคง”อีกสามารถเข้าถึงระดับนี้ได้ถึงแม้มันจะเกิดความคาดหมาย แต่ก็สมเหตุสมผลอยู่

            ที่ใจกลางของค่ายกลเทพมายาชายชราในชุดดำ ดวงตา​เฉียบ​คม​​เหมือน​นก​อินทรี จมูกตะขอกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่กลางอากาศด้วยสีหน้าเคร่งขรึมแม้ว่าจะตระหนักรู้อยู่ก่อนแล้วว่านายน้อยตระกูลลู่ไม่มีทางยอมแพ้ให้ง่ายๆแต่สถานที่แห่งนี้ไม่เพียงแต่จะอยู่ใกล้กับเมืองเทียนตูเซียนมาก แต่ยังมีคนแบบเขาจำนวนมากที่แอบมองอยู่ใกล้ๆหากตัวเองไม่สามารถแย่งชิงของมาไว้ในมือได้อย่างรวดเร็วฉับไว แค่ล่าช้าไปเพียงเล็กน้อยผลสุดท้ายคือตัวเองทำแทนคนอื่นลำบากเสียเปล่า คงได้อับอายขายขี้หน้าจริงๆ

            เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ก็รู้สึกใจร้ายและโหดเหี้ยมขึ้นมาทันที เดิมทีเขาไม่อยากมองหน้ากับตระกูลลู่ไม่ติดแม้ว่าระดับพลังยุทธ์ของเขาจะไม่อ่อนแอแต่เขาก็ต้องรับแรงกดดันอย่างมากในการเป็นศัตรูกับตระกูลใหญ่อย่างตระกูลลู่ หากไม่มีกำลังและฝีมือการต่อสู้กับตระกูลใหญ่อย่างตระกูลลู่ก็เหมือนกับหาเรื่องตายแม้ว่านายน้อยของตระกูลลู่จะมีพลังยุทธ์ที่ไม่สูงนัก แต่ชายชราที่อยู่ข้างหลังเขาคนนั้นแม้แต่เขายังเดาไม่ออกและรู้สึกไม่ค่อยสบายใจด้วยเวลาที่กระชั้นชิดจึงไม่มีทางเลือกอื่นคงต้องลงมืออย่างไร้ปรานีเสียแล้ว

            แค่แย่งชิงยามหัศจรรย์ทำลายล้างเจ็ดดาวมาไว้ในมือได้แล้วตัวเองก็แค่หนีไปให้ไกลสุดหล้าฟ้าเขียวก็พอ

            เวลานี้โซ่ใสสีน้ำเงินของลู่อวี่ได้ยื่นขยายเข้าไปในหมอกหนาโดยยึดคนไม่กี่คนนี้เป็นศูนย์กลางแล้วยื่นขยายเข้าโอบรัดไว้อย่างรวดเร็วเห็นได้ชัดว่าชายชราในชุดดำคนนั้นก็รู้ตัวเหมือนกัน แต่กลับไม่ใส่ใจเลยก็แค่พลังวิเศษที่มดขั้นพลังจิตตัวหนึ่งใช้ต่อให้มันจะลึกลับแค่ไหนแล้วมันจะทรงพลังขนาดไหนกันเชียว?

            หลังจากที่ตัดสินใจแล้วชายชราชุดดำก็รีบหยิบธงรูปขบวนสีดำที่มีขนาดเท่าฝ่ามือออกมาจากกำไลข้อมือลับของเขาทันทีแสงสีดำส่องประกายบนธงตามมาด้วยเสียงลมโหยหวนที่ดังแผ่วเบาเข้ามา นี่คืออาวุธเวทย์ระดับหกชิ้นหนึ่งของข้า“ธงนรกหยินเฟิง” เมื่อใช้ร่วมกับค่ายกลเทพมายาของเขาลมมืดที่โชยมาจากนรกที่ไม่รู้ต้นสายปลายเหตุก็พัดโหมเข้ามา หากไม่ทันระวังตัวตายไปทุกอย่างที่ฝึกฝนมาก็จะมลายหายไป เพราะมันมีพลังที่มหาศาลมาก

            หากชายชราในชุดสีน้ำตาลไม่ได้คุกคามเขามากเกินไปเขาคงไม่คิดที่จะหยิบอาวุธนี้ออกมาใช้ ก็คงใช้แค่กลอุบายเล็กๆ น้อยๆ จัดการเขาได้ง่ายๆแล้ว?

            ในเวลานี้ชายชราในชุดดำก็สั่งการ “ธงนรกหยินเฟิง” และปล่อยลมมืดสีดำที่ไม่มีที่สิ้นสุดพัดเข้าไปในค่ายกลอย่างแผ่วเบาดูเหมือนไม่มีพลังใดๆ แต่เมื่อถูกลมพัดโดน คนที่มีพลังยุทธ์ต่ำก็จะถูกแช่แข็งเป็นมนุษย์น้ำแข็งทันทีด้วยพลังลี้ลับของความมืดในลมมืดที่โชยมาจากนรกหากระดับพลังยุทธ์ยิ่งสูงสถานการณ์จะยิ่งแย่ลงไปอีกเพราะลมมืดที่โชยมาจากนรกมาจากอากาศเย็นที่เป็นพิษในสถานที่ที่อยู่ลึกลงไปใต้โลกสามารถกัดกร่อนพลังชีวิตได้ดีที่สุด เมื่อใดที่มันถูกเป่าโดนตัวแม้ว่าจะต้านทานพลังหยินที่หนาวเย็นในตัวมันได้แต่ก็ไม่สามารถทนต่อพลังกัดกร่อนอย่างไม่ขาดสายนั้นได้

            ในไม่ช้าโซ่ใสสีน้ำเงินของลู่อวี่ก็สัมผัสกับลมมืดที่โชยมาจากนรกที่พัดเข้ามาทั้งสองต่างก็มีคุณสมบัติพลังลี้ลับแต่ไฟหนิงคงของลู่อวี่เกิดจากพลังหยางที่อยู่ในหยินก่อตัวเป็นไฟลมมืดที่โชยมาจากนรกกลับเกิดจากพลังลี้ลับที่ก่อตัวเป็นไฟ ถ้าพิจารณากันแล้วในแง่ของความเหนือกว่า ไฟแท้หนิงคงของลู่อวี่ก็เหนือกว่าอยู่แล้วแต่เพราะระดับพลังยุทธ์ของเขาต่ำเกินไป ดังนั้นไฟแท้หนิงคงที่ฝึกฝนมาเทียบกับไฟแท้หนิงคงที่เกิดจากธรรมชาติก็อ่อนกำลังกว่ามากไม่รู้เท่าไรแม้ลมมืดที่โชยมาจากนรกของชายชราในชุดดำจะไม่มีอุปสรรคในด้านพลังยุทธ์ แต่มันก็กระจัดกระจายมากดังนั้นทันทีที่ทั้งสองเข้ามาปะทะกัน จึงมีกำลังพอๆกัน

            ลมมืดที่โชยมาจากนรกไม่สามารถพัดให้โซ่ใสสีน้ำเงินของลู่อวี่ขยับได้และไฟแท้หนิงคงบนโซ่ใสก็ทำอะไรลมมืดที่โชยมาจากนรกไม่ได้เช่นกัน

            ในเวลาเดียวกันอาศัยแค่การขับเคลื่อนของพลังปราณที่เชื่อมต่อกันลู่อวี่และชายชราชุดดำคนนั้นก็ค้นพบวิธีการของแต่ละฝ่าย แต่ชายชราในชุดดำกลับหัวเราะเยาะเขาไม่จำเป็นต้องทำลายโซ่ใสสีน้ำเงินแปลกประหลาดนี้แค่ลมมืดที่โชยมาจากนรกพัดเข้ามาโดนตัวคนพวกนี้ต่อให้เป็นต้าหลัวจินเซียนก็ช่วยชีวิตพวกเขาไว้ไม่ได้

            ทำให้ลู่อวี่จึงต้องปรับเปลี่ยนเคล็ดวิชาเพื่อรับการโจมตีในเมื่อโซ่ใสก็ไม่สามารถหยุดยั้งลมมืดที่โชยมาจากนรกที่พัดโหมกระหน่ำเข้ามา

            โซ่ใสสีน้ำเงินของลู่อวี่เป็นวิธีที่เขามักใช้ในชาติก่อน ชื่อว่า “โซ่เมฆาอัคคี”มันเป็นเพียงการใช้กระบวนท่า “ฉานฝ่า” ใน “วิชาทดแทนสิบสอง”ที่เขาสร้างขึ้นเองเท่านั้น เดิมทีมันเป็นวิธีหนึ่งที่ใช้ควบคุมพลังปราณในเตาหลอมยาเวลากลั่นยาอายุวัฒนะแต่ต่อมาบังเอิญพบเห็นในระหว่างการต่อสู้และนึกไม่ถึงว่ามันจะมีพลังที่น่าอัศจรรย์พอๆ กันดังนั้นถึงได้ศึกษามันอย่างละเอียดและภายหลังจึงสร้างคาถาระดับสูงขึ้นจากพื้นฐานนี้ ซึ่งนำมาใช้กลั่นยาอายุวัฒนะได้และในขณะเดียวกันมันก็เป็นเคล็ดวิชาลับที่จวนเจียนจะมีพลังวิเศษอีกด้วย

            การใช้วิธีนี้ไม่เพียงแต่ไฟแท้หนิงคงเท่านั้นแต่ยังรวมถึงพลังปราณระดับสูงที่เขาเชี่ยวชาญอยู่ก็สามารถใช้เพื่อเปลี่ยนความว่างเปล่าให้กลายเป็นความจริงได้แม้ว่าจะไม่ใช่พลังวิเศษแต่พลังของมันก็ไม่ได้อ่อนแอไปกว่าพลังวิเศษเลยอีกทั้งยังเปลี่ยนแปลงได้มากแปลกประหลาดและคาดเดาได้ยาก มีเพียงแต่พลังยุทธ์ในตอนนี้ของเขาที่ต่ำเกินไปเวลาจะนำออกมาใช้จึงค่อนข้างจะกินแรงไปหน่อย ทำให้ไม่มีความราบรื่นและใช้ได้เต็มกำลัง

            เวลานี้เมื่อสัมผัสได้ถึงการโจมตีของคู่ต่อสู้ผ่านโซ่ใสจึงเปลี่ยนวิธีประสานนิ้วร่ายคาถาทันทีไม่ยื่นขยายความยาวของโซ่เมฆาอัคคีอีกแต่ตะโกนออกมาเบา ๆเพียงแต่ตะโกนออกมาว่า “เจิ้นฟ้าดินเยือกเย็น” และยังคงใช้กระบวนท่า “เจิ้นฝ่า” หนึ่งในวิชาทดแทนสิบสองอยู่

    คล้ายกับเรื่องหวนคืน: ตำนานจักรพรรดิเซียนโอสถ 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    หนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ)

    หนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    449K 1017
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.44M 2988
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    นิยาย แฟนตาซี
    64K 246
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ)

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.45M 659
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271