"ม่ายยยยย เ้าเอาอีกแล้วหรือเ้าก้อนหินบ้า ของดีๆ ถูกเ้าขโมยกินไปเสียหมด เ้า้าอะไรจากข้ากันแน่ ทำไมถึงมาแย่งของๆ ข้าไปเสียหมด ฮือ ฮือ ฮือ"อี้เหรินเฟิ่งบ่นอย่างหัวเสีย
เขาหยิบก้อนหินประหลาดขึ้นมาดู บัดนี้มีบางสิ่งเกิดขึ้นกับมันแล้ว ตอนนี้จากก้อนหินธรรมดา เปลือกด้านนอกของมันได้กะเทาะออกไปเกือบจะหมดแล้ว ที่เห็นได้ตอนนี้ด้านในน่าจะเป็เปลือกไข่
เปลือกไข่สีดำสนิทแสดงออกมาหลังจากเศษหินด้านนอกของมันหลุดร่วงออกไป อี้เหรินเฟิ่งหยิบออกมาดูอย่างละเอียด ไข่ใบนี้ตอนนี้มันเริ่มมีสัญญาณของสิ่งมีชีวิตเกิดขึ้น ไข่อุ่นขึ้นกว่าเดิม มีเสียงเต้นของหัวใจแ่เบาหลุดออกมาไห้ได้ยินเป็บางครั้ง
"เ้าสิ่งนี้เป็ไข่เช่นนั้นหรือ มิน่าเล่าถึงไม่สามารถเก็บไว้ในแหวนมิติได้ แต่ว่ามันจะเป็ไข่ของตัวอะไรกันนะ ดูดซับพลังไปมากมายขนาดนี้แล้ว ก็ยังไม่ฟักออกมาอีก" อี้เหรินเฟิ่งเห็นดังนั้นก็คิดว่าจะพยายามไห้มันดูดซับพลังไห้เยอะๆ ในภายหน้า เผื่อมันจะได้ฟักอออกมาในสักวันหนึ่ง
เขาคาดหวังเป็อันมาก ดูจากการที่มัน้าพลังงานมหาศาลขนาดนี้ในการฟักตัว มันจะต้องเป็สัตว์อสูรที่ทรงพลังอย่างมากแน่ๆ แล้วเขาก็ยัดมันเข้าไปในอกเสื้อดังเดิม
จากนั้นอี้เหรินเฟิ่งก็เริ่มสำรวจถ้ำนี้อย่างละเอียด เขาคิดว่ามันเป็ถ้ำของปีศาจใหญ่ตนหนึ่งที่อยู่มาเป็พันๆ ปี มันจะต้องมีบางอย่างอยู่ในนี้เป็แน่ ไม่เช่นนั้นมันไม่น่าจะทนอยู่เป็วาลานานจนสามารถเลื่อนขั้นเป็ระดับแปดได้เช่นนี้
อี้เหรินเฟิ่งเดินตรงไปยังที่ๆ ซ่างโหยวเคยฝังรากอยู่ ตรงจุดที่เขาเจอผลเถาวัลย์หมื่นพิษ เข้าเดินสำรวจดูรอบๆ และะโลงไปยังข้างล่างจุดที่ซ่างโหยวได้ฝังรากของตัวเองไว้ก่อนหน้านี้
เมื่อเขาสำรวจไปยังก้นหลุมนั้น ได้มีแสงเื่รองลอดออกมาจากพื้นดิน อี้เหรินเฟิ่งเดินไปขุดดินตรงนั้นดูจึงได้พบว่า ตรงนี้มีแร่ิญญาระดับสูงฝังอยู่ อี้เหรินเฟิ่งดีใจยิ่ง เขาพยายามจะขุดมันออกมา แต่ยิ่งขุดยิ่งพบว่าเขาขุดมันออกมาไม่ได้ มันใหญ่มากละฝังลงไปลึกยิ่ง เห็นดังนั้นอี้เหรินเฟิ่งจึงได้เข้าใจว่า ที่แท้แล้วสิ่งนี้คือเหมืองแร่ิญญาระดับสูงแห่งหนึ่งเป็จุดชีพจริญญาระดับสูง
"มิน่าเล่า เ้าปีศาจเถาวัลย์นั่นจึงได้ฝังรากอยู่ตรงนี้นับพันๆ ปี มันไม่จำเป็จะต้องออกไปไหนเลยด้วยซ้ำ" ที่เห็นอยู่เป็เพียงส่วนยอดของก้อนแร่ิญญาเท่านั้น เห็นดังนั้นอี้เหรินเฟิ่งจึงะโขึ้นมา้าเดินสำรวจถ้ำต่อไป รอบๆ หลุมนั้นเต็มไปด้วยเศษซากโครงกระดูก
ซ่างโหยวนั้นคงจะฆ่าสิ่งมีชีวิตทุกชนิดที่ผ่านขึ้นมาบนเขา เพราะมันจำเป็ที่จะต้องเก็บเื่สายแร่ิญญานี้ไห้เป็ความลับ มิเช่นนั้นตัวมันอาจเกิดอันตรายได้ เดินสำรวจกองโครงกระดูกหวังว่าจะได้เจออะไรบ้างแต่ก็ไม่มีวี่แววไดๆ เลย เขาจึงผละออกไปสำรวจจุดอื่นๆ ของถ้ำ
ภายในถ้ำมีห้องหินอยู่ห้องหนึ่งถูกปิดปากห้องเอาไว้ อี้เหรินเฟิ่งใช้เวลาเลื่อนก้อนหินอยู่นานกว่าจะเปิดปากถ้ำได้สำเร็จ เมื่อเปิดออกมาภายในถ้ำนั้นก็เต็มไปด้วยแก่นปีศาจมากมาย ห้องนี้คงเป็ห้องเก็บแก่นปีศาจของซ่างโหยวมันคงเก็บรักษาไว้ เพื่อใช้ฟื้นฟูพลังของมันหลังผ่านทัณฑ์์ แต่ในท้ายที่สุดมันก็ไม่ได้ใช้
พอเข้ามาในห้องไข่ประหลาดก็แสดงความ้าอย่างเห็นได้ชัด มันสั่นอย่างรุนแรง พยายามจะหนีออกมาจากอกเสื้อไห้ได้ อี้เหรินเฟิ่งเห็นดังนั้นจึงจับมันโยนออกไปยังกองแก่นปีศาจเ่าั้ อี้เหรินเฟิ่งคิดว่าเพียงแค่สายแร่ิญญา ก็เพียงพอสำหรับการฝึกฝนของเขาแล้ว เขาไม่ได้จะอยู่ที่นี่นานเกินไปนัก แต่ว่าเขาจำเป็จะต้องแข็งแกร่งขึ้นโดยเร็วที่สุด เพื่อความปลอดภัยของเขา
หลังจากโยนไข่ออกไป เขาก็ออกมาจากห้องๆ นั้น อี้เหรินเฟิ่งเดินไปยังหลุมสายแร่ิญญา เข้าเข้าไปนั่งอยู่้าสายแร่นั้นเพื่อดูดซับพลังของแร่ิญญา เขาดูดซับพลังได้ประมาณหนึ่งเดือนก็ออกจากสมาธิ
เขาเดินไปดูยังห้องเก็บแก่นปีศาจ เขา้าดูว่าตอนนี้เ้าไข่นั้นเป็ยังไงบ้างในตอนนี้ เมื่อเข้าไปเห็นเขาก็ใ ตอนนี้แก่นปีศาจภายในห้องนั้นเหลือไม่ถึงครึ่งแล้ว
เขาเข้าไปดูไข่สีดำใกล้ๆ พบว่าสัญญาณชีพของมันเด่นชัดยิ่ง คาดว่าอีกไม่นานมันอาจจะฟักตัวออกมาได้ เขาตัดสินใจจะอยู่ต่อที่นี่อีกสักพักรอจนไข่สีดำกลืนกินแก่นอสูรจนหมดซะก่อนค่อยออกเดินทางต่อ
จากนั้นเข้าก็กลับไปยังหลุมแร่ิญญาตามเดิม เมื่อไปถึงก้นหลุม อี้เหรินเฟิ่งตัดสินใจที่จะดูดซับผลเถาวัลย์หมืนพิษ เขาไม่้าจะเสียเวลามากเกินไปนัก ดังนั้นเขาจึงนำมันออกมาจากแหวนมิติ แล้วก็กลืนกินมันลงท้องไปในที่สุด
หลังจากผลเถาวัลย์หมื่นพิษตกถึงท้อง อี้เหรินเฟิ่งเดินลมปราณโคจรพลังดูดซับผลเถาวัลย์หมืนพิษในทันที หลังจากดูดซับผลเถาวัลย์หมื่นพิษเข้าสู่ร่างกายนั้น ทุกส่วนของร่างกายอี้เหรินเฟิ่งก็เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น
เขารู้สึกเย็นชุ่มฉ่ำไปทุกอณูของร่างกาย ทุกเซลล์ของร่ายก่ายหดเกร็งขับของเสียทุกอย่างที่ตกค้างในร่างกายออกมาตามิัจนหมด ขับออกมาจนเป็เมือกสีดำส่งกลิ่นเหม็นไปทั่ว
ใช้เวลากว่าหนึ่งวันถึงจะสำเร็จในที่สุด หลังจากที่ร่างกายขับของเสียออกมาจนหมดแล้ว อี้เหรินเฟิ่งก็ใช้ิญญาเพลิงของเขาเผาทำลายของเสียทั้งหมดที่ถูกขับออกมาจนหมด เขาถึงหายใจหายคอได้สะดวกขึ้นมาบ้าง
บัดนี้ร่างกายของอี้เหรินเฟิ่งนั้นใสกระจ่างประดุจหยกขาว ดูเปล่งประกายระยิบระยับ เป็ดังกุมารหยกขาวเลยทีเดียว เขาคิดว่าในตอนนี้เขาคงจะมีร่างกายที่สามารถต้านพิษได้แล้วเป็แน่
เพราะจากที่เขาได้ศึกษามาจากตำราโบราณในบ้านไม้นั้น เขาได้พบว่าผลไม้ชนิดนี้ เมื่อทำการดูดซับเข้าสู่ร่างกายสำเร็จนั้น ผู้ที่ดูดซับก็จะได้กายวิเศษต้านหมื่นพิษในตำนาน ซึ่งบัดนี้อี้เหรินเฟิ่งก็ได้มันในที่สุด
อี้เหรินเฟิ่งดีใจนั้นก็ดีใจอยู่แต่เขาก็ไม่ได้ทำอะไรต่อนอกจากพยายามดูดซับพลังของสายแร่ิญญาไห้ได้เร็วที่สุดก่อนที่เขาจะออกเดินทางต่อ อี้เรินเฟิ่งใช้เวลาอีกสองเดือนในการดูดซับพลังงานมหาศาลนี้ จนบัดนี้เขาก็ได้บรรลุพลังขั้นกายทองระดับสูงสุด ขั้นต้นได้สำเร็จ
ตอนนี้เขารู้สึกว่าบรรยากาศบนเขาดูแปลกไป เขาจึ้งวิ่งออกไปดูด้านนอก พบว่าบนท้องฟ้านั้นเต็มไปด้วยเมฆสีดำทมิฬเต็มท้องฟ้า สายฟ้าเริ่มก่อตัวขึ้นมาแล้ว
เขาไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น หรือจะมีาาสัตว์อสูรตัวไดเลื่อนขั้นบนเขานี้อีกแล้ว แต่จุดศูนย์กลางของก้อนเมฆนี้ก็ช่างอยู่ใกล้ๆ กับถ้ำนี้ยิ่ง อี้เหรินเฟิ่งค่อยๆ สำรวจรอบๆ ก็ไม่ได้เจออะไร
เขาจึงวิ่งกลับเข้าไปในถ้ำวิ่งไปดูยังห้องเก็บแก่นอสูร เมื่อเข้าไปเขาจึงไดเห็นไข่สีดำใบนั้น บัดนี้มันลอยอยู่กลางห้องส่องแสงทีสองอ่อนๆ ออกมา เสียงหัวใจเต้นตุบๆ ดังออกมาจากไข่ใบนั้น มันกำลังจะฟักตัวสำเร็จ จู่ๆ ไข่สีดำก็สว่างวาบ พุ่งทะลุเพดานถ้ำขึ้นไปลอยอยู่บนท้องฟ้าบนยอดเขา
อี้เหรินเฟิ่งรีบตามออกไปดู แต่เขาไม่กล้าเข้าไปใกล้นัก เขากลัวโดนลูกหลงจากทัณฑ์์ เขาจึงอยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ คอยดูอยู่ไกลๆ จากตรงนี้ บัดนี้ไข่สีดำสว่างจ้ายิ่งนัก รอยร้าวค่อยๆ เกิดขึ้นที่ตรงเปลือกไข่้า
บนท้องฟ้าบัดนี้สายฟ้าก็แลบปราบแปรบเต็มท้องฟ้า สายฟ้าค่อยๆ ควบรวมอยู่้าอย่างเงียบๆ รวมกันเป็ก้อนกลมขนาดั์ จนในที่สุดก็ร่วงหล่นลงมาเป็แท่งสายฟ้า
แท่งสายฟ้าขนาดเท่าถังใบใหญ่ปักลงมาครอบคลุมไข่ใบเท่ากำปั้นสีดำใบนั้น เสียงเปรี้ยงดังสนั่นไม่ขาดสาย สายฟ้าสีเงินยวง ฟาดลงมานับสิบๆ ครั้ง