บทส่งท้าย
ผ่านไปสิบห้าปีแล้วนับจากออกเรือนมากับพ่อตัวร้าย มะลิษามองบุตรชายหญิงทั้งสามคนที่ยามนี้อยู่ในวัยกำลังซุกซนด้วยแววตารักใคร่
พ่อจอมทัพนั้นยามนี้อายุเพียงสิบสี่ขวบปี แต่ชื่นชอบเรื่องการตีรันฟันแทงเฉกเช่นบิดา แม้จะมีนิสัยที่เยือกเย็นกว่า แต่ความดุดันนั้นราวกับถอดแบบกันมาทีเดียว
“พ่อจอมทัพไปขี่ม้ากัน”
สหายคนสนิทของพ่อจอมทัพนั้นชื่อพ่อตะวัน เป็นบุตรของพ่อชิดแลแม่สไบ ที่มะลิษานึกบุปเพวาสนาของทั้งคู่คราใดก็อับอายเสียทุกครา ด้วยว่าสองคนนี้ได้เสียเป็นผัวเมียกันก็เพราะเธอกับคุณพี่ส่งเสียงดังในคืนเข้าหอ จนได้พ่อตะวันมาเป็นสหายพ่อจอมทัพ
ขณะที่บุตรสาวฝาแฝดสองคนนั้นยามนี้อายุ สิบสามขวบปีแลพ้นวัยตัดจุกไปแล้ว แม่จอมขวัญนั้นมีนิสัยอ่อนหวานเรียบร้อยสมเป็นกุลสตรีด้วยได้รับการอบรมมาจากคุณดวงแขผู้เป็นยายอดีตนางข้าหลวงของเสด็จท่าน
ส่วนแม่ขวัญตานั้น มะลิษามองคราใดก็ได้แต่ถอนหายใจยาว ด้วยเพราะนับแต่น้อยก็ถูกแม่นายเพ็ญอุ้มไปมา แลเลี้ยงดูดุจเป็นบุตรสาวที่ตนเองเบ่งออกมาเอง แม้ยามนี้แม่นายเพ็ญจักสิ้นบุญไปด้วยโรคชราแล้ว แต่ความดื้อรั้นซุกซนแลมิยอมคนที่ถูกปลูกฝังมานั้นก็กลายนิสัยที่ยากจะแก้ไข
“ถอนหายใจกระไรรึแม่ปิ่นมุก”
“มิมีกระไรเจ้าค่ะ”
“เดือนหน้าแล้วใช่หรือไม่ที่แม่จอมขวัญจักต้องเข้าวังไปเป็นข้าหลวง”
ดวงตาเรียวของมะลิษาหม่นแสงลงเล็กน้อย เรื่องการส่งแม่จอมขวัญเข้าวังนั้นมองผิวเผินก็มิแปลกกระไร ด้วยค่านิยมของนพบุรีย์นั้นบรรดาขุนนางมักส่งบุตรสาวไปอบรมกิริยาในรั้วในวัง แต่แท้จริงแล้วสำหรับแม่จอขวัญนั้นมะลิษารู้ดีว่านี่คือการส่งไปเป็นตัวประกัน
“คุณพี่...ข้า”
“พระองค์ท่านขุนหลวงหาได้เป็นคนไร้เหตุผล แลพี่ก็มิได้มีใจคิดคดทรยศดังนั้นเจ้าวางใจเถิด”
มะลิษาพยักหน้ารับ ยามนี้เจ้าฟ้าชายวรฤทธิฤๅไชยผู้เป็นอุปราชได้ขึ้นเป็นพระองค์ท่านขุนหลวงแล้ว แลพ่อพระเอกอย่างพระเดชาโววิเศษวาจาก็ได้เลื่อนขั้นเป็นออกญาศรีราชเดโชไชยอะไภรีพิรียปรากรมภาหุ รักษาการเป็นเจ้าเมืองหัวเมืองตะวันออก
“อ่อ...แลได้ยินว่าแม่ละไม่สิ้นแล้วหนา ยามนี้พ่อเดชของเจ้าก็ไร้แม่เรือนแล้ว”
“ท่านเจ้าคุณเดชเป็นของข้าตั้งแต่เมื่อใดกัน”
มะลิษาปรายตามองไปยังคนที่ทำหน้าดุเป็นนิจ แลยามนี้ยกเอกสารราชการขึ้นมาแสร้งตรวจกลบเกลื่อน จึงขยับกายไปประชิดแลเอ่ยน้ำเสียงกระซิบแผ่วเบา
“ท่านเจ้าคุณทัพต่างหากที่เป็นของข้า”
มุมปากของพ่อตัวร้ายยกยิ้มพอใจก่อนวางเอกสารราชการ แลดึงร่างบางมานั่งบนตัก ก้มลงดอมดกกลิ่นกายหอมกลุ่นเหนือหญิงใด
“คุณพี่หยุดนะเจ้าคะ ฟ้ายังไม่มืดห้ามรุ่มร่ามหนาเจ้าคะ”
“พี่ได้ยินคุณแม่เจ้าบ่นว่าเงียบหูนัก เรามาช่วยทำหลานให้ท่านคลื้นเครงอีกสักคนดีฤาไม่”
“คุณพี่”
กล่าวจบพ่อตัวร้ายก็จับเธออุ้มเข้าแนบอก ก้าวเท้ายาวๆเพียงไม่กี่ก้าวก็มาถึงหอนอน แผ่นหลังบางแนบลงบนที่นอนนุ่ม มือหนาปัดเส้นผมที่ปรกใบหน้าออกให้อย่างอ่อนโยนก่อนก้มลงจุมพิตอ่อนละมุน
“แม่ยอดชีวาของพี่ พี่สาบานว่าจักรักเพียงเจ้าเท่านั้น”
“ข้าก็จักรักเพียงคุณพี่ รักด้วยชีวิตและหัวใจทั้งหมดที่ข้ามี แลจักเป็นยอดชีวาทรราชผู้นี้ตลอดไป”
มือหนาบีบจมูกเล็กที่เชิดขึ้นของคนใต้ร่าง คนที่กล้าเรียกเขาว่าทรราชต่อหน้าคงมีเพียงแม่ยอดชีวาผู้นี้เพียงผู้เดียว
“เช่นนั้นก็มีลูกให้ทรราชผู้นี้อีกสักสองสามคนเถิดหนา”
.................................................................จย...........................................................
ติดตามภาคต่อในยอดขวัญชีวานะคะ