บทที่ 5
โอ๊ตกล่าวกับตัวเองอย่างสงสัย จากนั้นเขาก็เริ่มมองศึกษาวงล้อนี้อย่างจริงจัง และเขาก็พบว่ามีอาชีพชื่อเดียวกัน แต่มันมีสีไม่เหมือนกันอยู่หลายสี เขาเรียงลำดับสีของมันก่อนจะพบว่า สีเหลืองคือทักษะอาชีพความเชี่ยวชาญที่ต่ำที่สุด ต่อมาคือสีเขียว สีฟ้า สีแดง สีส้ม และสีม่วงคือสูงที่สุด นอกจากนี้มันยังมี สีขาวกับสีดำที่เป็นเหมือนทักษะพิเศษอยู่ แต่เขาก็ไม่รู้อยู่ดีว่ามันพิเศษยังไง เพราะว่าข้อความที่เขาแตะสีพวกนี้มันอธิบายเพียงแค่ว่า ทักษะพิเศษเท่านั้น เขาลองกดนู่นกดนี่เพื่อที่จะศึกษามัน แต่เขาก็ยังไม่เข้าใจเงื่อนไขของระบบนี้อยู่ดี มันทำให้เขาอดที่จะถอนหายใจออกมาไม่ได้“เฮ้ออ.. ที่เราสุ่มได้มันก็ไม่ต่างอะไรกับเกลือเค็มๆดีๆนี่เองสินะ..” โอ๊ตบ่นกับตัวเองเล็กน้อย เพราะว่าสีเหลืองที่เขาได้สุ่มมานั้น มันเป็นระดับล่างสุดของทักษะอาชีพ จากนั้นเขาก็เลื่อนมือเข้าไปแตะที่คำว่า ‘ยืนยัน’ เพื่อรับทักษะอาชีพที่สุ่มได้ แสงจากหน้าจอปรากฏแสงสีทองออกมาเล็กน้อย ก่อนที่มันจะพุ่งเข้ามาที่ตัวของโอ๊ต และหลังจากนั้นจอโฮโลแกรมก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย ท่ามกลางความแปลกใจของโอ๊ต แต่เขาก็เลือกที่จะสงบจิตใจเอาไว้ก่อนที่จะลุกจากเตียงเพื่อไปหากระดาษกับดินสอที่อยู่ในห้องมาทดสอบทักษะของเขาในทันที“ไหนขอลองดูหน่อยสิ..” โอ๊ตลงมือจับดินสอก่อนจะนึกภาพที่จะวาดขึ้นมาในใจ แต่เหมือนกับว่าเขาลังเลเล็กน้อยที่จะเริ่มวาดอะไรสักอย่างจากจินตนาการ เขาหันมองไปรอบตัวก่อนจะพบกับนาฬิกาบนหัวเตียง“จริงสิ! เริ่มจากวาดตามแบบก่อนดีกว่า..” โอ๊ตเดินไปหยิบนาฬิกาปลุกจากหัวเตียงก่อนจะเอามันมาวางบนโต๊ะ เพื่อที่จะใช้มันเป็นแบบในการวาดภาพของเขา รูปทรงของมันเป็นทรงกลมที่มีขาตั้งเหมือนกับนาฬิกาปลุกรุ่นเก่า สายตาของเขาหันมองมันก่อนจะเริ่มวาดเส้นแบบตามสิ่งที่เขาเห็น ดวงตาของเขาประกายสีเหลืองอ่อนออกมารอบดวงตา มือที่ขยับไปเองอย่างเป็นธรรมชาติ สมาธิในการวาดเขามีมันอย่างมั่นคง มันเป็นเวลาไม่นานมากนักที่เขาใช้ในการวาดภาพมันออกมา และเขาก็ต้องแปลกใจขึ้นมาอีกครั้ง“หืออ นี่ฉันวาดเสร็จแล้วอย่างนั้นเหรอ.. อืมมม ไม่ค่อยเหมือนของจริงสักเท่าไรเลยแฮะ” โอ๊ตมองที่ภาพวาดกับนาฬิกาของจริง มันมีจุดที่แตกต่างกันเล็กน้อย ความสมจริงนับว่าเป็นศูนย์ ภาพของเขามันเหมือนนาฬิกาการ์ตูนในเรื่องที่เด็กๆอายุต่ำกว่า 7 ปีเขาดูกัน โอ๊ตเกาแก้มตัวเองอย่างเขินๆเล็กน้อย“ก็อย่างว่าล่ะนะ สมกับเป็นอาชีพ ‘นักวาดภาพการ์ตูน’ จริงๆนั่นแหละ... เอะๆ ลืมไปเลย นี่มันจะเจ็ดโมงแล้ว เราต้องรีบไปทำแพนเค้กให้ลุงเกษมแล้ว..” โอ๊ตต้องเลิกล้มการทดสอบอาชีพเอาไว้เท่านี้ก่อน เพราะเขามัวแต่หลงใหลในอาชีพที่ได้มาจากระบบกาชาที่เขาไม่รู้จักมากจนเกินไปหน่อย จนลืมดูเวลา.. โอ๊ตล้างหน้าแปรงฟันเล็กน้อย ก่อนจะออกจากห้องพร้อมกับแป้งแพนเค้กที่ทำเอาไว้เมื่อคืนมุ่งตรงไปที่รถเข็นอาหารของเขาในทันที เขาจัดเตรียมข้าวของเล็กน้อย ก่อนจะเริ่มลงมือทำมันในทันที“หืออ.. จริงสิ! ถ้าเราวาดรูปลงไปในแพนเค้กด้วย มันจะทำให้ขายดีขึ้นหรือเปล่านะ..” โอ๊ตพูดขึ้นมาลอยๆ เขาเคยเห็นอยู่ตอนเด็กๆที่มีพ่อค้าแม่ค้าขายแพนเค้กบางคนใช้ศิลปะวาดภาพเป็นตัวการ์ตูนน่ารักๆ กวนๆขายไป แน่นอนว่าลูกค้าของพวกเขาเหล่านั้นต่างก็แน่นหนาในทุกๆวัน โอ๊ตที่เพิ่งจะนึกได้ก็คิดที่จะทำ แต่เขาก็ยังไม่สามารถทำได้ เพราะอุปกรณ์มันยังไม่เพียงพอ ถ้าเขาจำไม่ผิดมันจะต้องใช้ขวดซอสบีบๆเพื่อวาดภาพ อีกอย่างเขาจะต้องใช้เวลาฝึกฝนมันอีกสักเล็กน้อย เพราะการวาดแพนเค้กมันต้องใช้ความชำนาญ และมันก็ต่างกับวาดลงกระดาษเอามากๆอีกด้วย“หลังจากเรียนเสร็จค่อยหาซื้อขวดซอสกับอุปกรณ์ที่จำเป็นจะดีกว่า..” โอ๊ตกล่าว ก่อนที่จะมุ่งมั่นทำแพนเค้กของเขาในจำนวน 100 ชิ้นถ้วนพอดี และแต่ละชิ้นมันมีขนาดเท่ากับฝ่ามือเลยทีเดียว หัวสมองเริ่มคำนวณอย่างรวดเร็วถึงราคาที่ควรจะขายพวกมันออกไป“ขนาดประมาณนี้..อืม มันก็เล็กกว่าปกติ.. ขายสัก 10 บาทก็ไม่น่าเกลียดหรอกมั้ง..” โอ๊ตที่กำลังคำนวณ และมองแพนเค้กที่อยู่ในถุงพลาสติกอย่างดี ลุงเกษมที่มาตอนไหนก็ไม่รู้เอ่ยทักกับเขาในทันที“เป็นยังไงบ้าง ทำทันหรือเปล่าเจ้าโอ๊ต..” ลุงเกษมกล่าวทักพร้อมกับลากดึงรถเข็นไอศกรีมของตัวเองมาด้วย โอ๊ตที่เห็นอย่างนั้นก็พยักหน้าให้กับลุงแกเล็กน้อย“เสร็จแล้วครับลุง แต่ว่าผมกำลังลังเลอยู่น่ะสิ ตอนแรกว่าจะฝากขายในราคา 5 บาท แต่กำไรมันดูน้อยๆยังไงชอบกล ถ้าราคากำลังดีมันควรที่จะขายสัก 8 บาท แต่มันก็ดูไม่ค่อยเต็มเม็ดเต็มบาทยังไงก็ไม่รู้ จะขาย 10 บาทก็กลัวมันจะแพงไปน่ะครับ..” โอ๊ตกล่าวพร้อมกับหยิบแพนเค้กที่ถูกหุ้มด้วยถุงพลาสติกขึ้นมารับชม“.. 10 บาทเหรอ ลุงว่ามันก็ได้อยู่นะ ขนาดประมาณนี้เทียบกับคุณภาพของมัน ลุงว่าขายออกแน่นอน... หืออ จริงสิ! ลุงมีความคิดดีๆแล้ว เราก็ขายมัน 10 บาทนั่นแหละ ถ้าลูกค้าเห็นว่ามันแพงกลัวไม่คุ้มเราก็ใช้มีดตัดแบ่งครึ่งขาย 5 บาท อย่างนั้นดีกว่าไหมล่ะ..” ลุงเกษมกล่าว โอ๊ตที่ได้ยินอย่างนั้นก็ยิ้มออกมาเล็กน้อย“มีวิธีนี้อยู่ด้วยสินะ ขอบคุณมากครับลุง..” โอ๊ตกล่าว“ไม่เป็นไรๆ มีอะไรก็ต้องช่วยกันน่ะถูกแล้ว.. ถ้าอย่างนั้นลุงไปเอามีดกับเขียงไปเผื่อด้วยดีกว่า..” ลุงเกษมกล่าวก่อนจะเดินกลับเข้าห้องของตัวเองไปเตรียมมีด และเขียงเพื่อเอาไว้ใช้แบ่งครึ่งตามความคิดแก ส่วนโอ๊ตก็จัดแจงแพนเค้กของตัวเองลงในถุงผ้าขนาดใหญ่ และมันสามารถใส่ได้พอดีๆ 100 ชิ้น“เอาล่ะ ลุงไปก่อนนะ.. เอาไว้ตอนเย็นๆเราก็มาดูกันว่ากิจการจะเป็นยังไง..” ลุงเกษมกล่าวก่อนที่แกจะเริ่มเข็นรถไอศกรีมของแกออกไป โอ๊ตที่เห็นอย่างนั้นก็พยักหน้า และกล่าวลาแกเล็กน้อย ไม่นานแกก็เดินไปจนลับสายตา โอ๊ตบิดขี้เกียจเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะเดินเข้าห้อง เพื่ออาบน้ำ และเตรียมตัวออกไปเรียน แต่ทันใดนั้นเอง รถหรูหลายคันก็วิ่งเข้ามาภายในหอพักนี้ทันที“พวกนั้นมันจะมาอีกทำไมกัน.. เฮ้อออ หวังว่าป้าเพ็ญจะยังไม่ตื่นนะ ไม่อย่างนั้นเราต้องซวยแน่ๆ”โอ๊ตกล่าวพร้อมกับหรี่ตามองไปยังกิตติที่เดินลงมาจากรถ พร้อมกับบอดี้การ์ดชุดดำอีกหลายสิบคนเดินตามหลังเขามา ก่อนที่พวกเขาจะก้มหัวให้กับโอ๊ตตรงหน้า“สวัสดีครับคุณหนู..” กิตติกล่าว“สวัสดี!.. แล้วพวกนายมีธุระอะไรกับฉันอีกล่ะเนี่ย รู้ไหมว่าเจ้าของหอพักไม่ค่อยจะชอบพวกนายสักเท่าไร พวกนายกำลังทำให้ฉันลำบาก..” โอ๊ตกล่าวออกไปตามความเป็นจริง“ขออภัยขอรับคุณหนู.. พวกผมเพียงแค่มอบเอกสารสิทธิ์ตามที่คุณท่านได้มอบให้กับคุณหนูขอรับ.. นี่คือเอกสารยืนยันความเป็นเจ้าของขอรับ.. โรงแรม ‘แกรนด์โฮเทล’ ที่พัทยา.. บริษัท Dragon999 ที่มาเก๊า และรถเบนซ์ SLK200 เป็นของคุณหนูอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้วครับ” กิตติกล่าวพร้อมกับยื่นซองเอกสารมาให้กับโอ๊ต แน่นอนว่าเขาก็รับเอาไว้อย่างไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก“หมดธุระแล้วใช่ไหม พวกนายก็ไปได้แล้ว แล้วอย่าได้มายุ่งกันอีก..” โอ๊ตกล่าวพร้อมกับปัดมือไล่“เออ..ไม่ทราบว่าคุณหนูได้เช็กยอดเงินในบัญชีแล้วหรือยังครับ คุณท่านน่าจะจัดการให้เรียบร้อยแล้ว.. อีกอย่าง..นี่ขอรับ กุญแจรถของคุณ ส่วนเอกสารประกันรถยนต์อยู่ที่ลิ้นชักหน้ารถนะครับ.. นอกจากนี้มีบัตรเติมน้ำมันฟรีของปั้ม PTA ตลอดชีพอีกหนึ่งใบนะครับ..” กิตติกล่าวถาม พร้อมกับยื่นกุญแจรถเบนซ์ เอ่ยถึงประกัน และบัตรเติมน้ำฟรีกับโอ๊ตอีกนิดหน่อย“เข้าใจแล้วๆ เรื่องเงินน่าจะเข้าแล้วมั้ง.. ทีนี้พวกนายก็ไปกันได้แล้ว เห็นแล้วมันเกะกะลูกตา..” โอ๊ตรับข้าวของที่พวกเขามอบให้ เขากล่าวอย่างไม่ใส่ใจอะไรมากนัก ก่อนจะไล่พวกเขาไปอีกครั้ง เพราะเขารู้ดีว่าถ้าปฏิเสธที่จะรับมัน อาจจะมีกิจการปริศนากลายมาเป็นชื่อของเขาเพิ่มเติมอีกก็เป็นไปได้ กิตติที่เห็นอย่างนั้นก็ก้มหัวให้กับนายน้อยของพวกเขาอีกครั้ง และในเวลาไม่นานขบวนรถสุดหรูก็เคลื่อนตัวจากไปในทันที“เฮ้อออ ตาแก่นี่มันจะใจป้ำไปหรือเปล่านะ ช่างเถอะ อาบน้ำไปเรียนดีกว่า เราสายมากแล้ว..” โอ๊ตถอนหายใจก่อนจะเดินเข้าห้องพักไปเพื่อทำธุระตามที่เขาวางแผนเอาไว้ เขาใช้เวลาแต่งตัวเล็กน้อย ก่อนจะหยิบมือถือมาเช็กว่ามีใครโทรมาหรือไม่ก่อนออกห้องพัก ‘ฝากเงิน/เงินเข้า.. 300,000,000,000.00 จาก KTGBANK/x456xxx เข้า x846xxx เวลา 06.01 น.’ และมันก็มีสิ่งเดียวในมือถือที่มันแจ้งเตือนเข้ามา เป็นจำนวนเงินของตาแก่คนที่เขาเกลียด และจะไม่มีวันให้อภัยเด็ดขาด เขาส่ายหัวเล็กน้อย ก่อนจะปิดหน้าจอลง เขาตั้งใจจะเก็บมันเอาไว้ เพื่อที่สักวันในวันที่ตาแก่นั่นเสียชีวิต เขาก็จะใช้เงินจำนวนนี้แหละ ไปคืนที่มัน..“รอก่อนเถอะตาแก่ ฉันจะใช้เงินก้อนนี้แหละฝังศพไปพร้อมกับแก...”