ผู้สืบทอดแห่งจักรพรรดิแวมไพร์

    เรื่องน่าสงสัย

    คฤหาสน์หลักตระกูลคินซ์ลี่ย์
    เมญ่าตอนนี้กำลังก้มหน้าก้มตาทำงานเอกสารที่กองเป็นภูเขามากมายที่ทยอยมากันในช่วงนี้แถมแต่ละเรื่องก็เป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องได้รับการอนุมัติจากตระกูลคินซ์ลี่ย์โดยตรง
    “ทำไมงานมันถึงได้มารุมเร้ากันในช่วงนี้ด้วยนะเมืองต่างๆที่อยู่ในเขตปกครองก็เกิดความวุ่นวายแปลกๆขึ้นมา เดิมทีก็ยังเป็นห่วงเรื่องพี่สาวอยู่แล้วด้วยตอนนี้กลับต้องมารับมือกับเรื่องน่าปวดหัวพวกนี้อีก”
    ถึงแม้เมญ่าจะมีความคิดแบบนั้นแต่ก็ไม่สามารถหยุดพักระหว่างทางได้เพราะถ้าไม่เร่งให้เสร็จโดยเร็วมันจะเป็นผลเสียเอาได้
    "คุณหนูครับ คุณหนู"
    "อ๊ะ...ขอโทษด้วยเซบาสเตียน ฉันมัวแต่จดจ่อกับงานพวกนี้มากเกินไป"
    "คุณหนูครับถึงการบริหารเขตการปกครองจะสำคัญแต่สุขภาพก็เป็นสิ่งสำคัญที่คุณหนูต้องคำนึงถึงมากที่สุด"
    "ฉันเข้าใจแล้ว รอสักครู่ก็แล้วกันนะอีกสักเดี๋ยวก็จะเสร็จแล้ว"
    เมญ่าก้มหน้าก้มตาทำงานเอกสารภูเขากองสุดท้ายจนเสร็จจากนั้นก็ลุกยืนขึ้นผ่อนคลายอิริยาบถจากนั้นก็นั่งลงตามเดิม
    "มีอะไรสำคัญที่ต้องพูดอย่างนั้นหรือ"
    "คุณหนูครับเรื่องการสัมพันธไมตรีกับสาธารณรัฐอัลพาทาชตอนนี้ทางนั้นตอบกลับมาแล้วครับ"
    "มันเรื่องใหญ่เลยนิทำไมไม่รีบบอกฉันกันละ"
    "ถ้าหากบอกไปตอนที่คุณหนูยังคงกังวลเรื่องที่ต้องจัดการมันก็จะเป็นตัวขัดขวางความคิดได้ครับ"
    "ขอโทษด้วยนะเซบาสเตียนอุตส่าห์หวังดีแท้ๆ"
    “ทุกอย่างที่กระผมทำก็เพื่อคุณหนูอยู่แล้ว อย่าได้คิดมากไปเลยครับ”
    เซบาสเตียนนำเอกสารมาวางลงตรงหน้าของเมญ่าเพื่อให้เมญ่าดูสาระสำคัญที่นำมา
    “นี่มัน...”
    “ใช่แล้วครับคุณหนู อย่างที่คุณหนูได้เห็นตอนนี้พวกเราสามารถผูกสัมพันธไมตรีกับสาธารณรัฐอัลพาทาชที่เป็นมหาอำนาจทางตอนใต้ได้แล้วและพวกเขายังส่งของขวัญชิ้นใหญ่อย่างเครื่องเพชรพลอยต้องห้ามลำดับแปดที่เป็นหนึ่งในสิบสมบัติระดับชาติมาให้กับพวกเราด้วยครับ”
    “แบบนี้มันมากเกินไปสำหรับการมอบให้กับตระกูลพวกเราแล้วนะ ถึงพวกเราจะเป็นตระกูลใหญ่ก็ตามทีของแบบนี้ควรส่งมอบให้ราชวงศ์เลยไม่ใช่เหรอ”
    “ทางนั้นระบุเอาไว้ว่ามอบให้กับพวกเราโดยที่ของอย่างอื่นพวกเขาจะมอบไปยังราชวงศ์ตามหลังเองครับ”
    “หรือว่าจะเป็นเขาที่เป็นคนที่อยู่เบื้องหลังคนที่ช่วยพี่สาวมาโดยตลอดกันนะ เซบาสเตียนมีความคิดเห็นกับเรื่องนี้ว่ายังไงบ้าง”
    “กระผมเองก็ไม่สามารถตอบได้เช่นเดียวกันแต่มีความเป็นไปได้สูงครับ ท่านไมอากับท่านซาเรียเองก็เป็นมีทักษะบางอย่างที่คล้ายคลึงกับทางนั้นแต่พวกเราก็ไม่สามารถด่วนสรุปได้เช่นกัน”
    “มันก็จริง พวกเราจะตัดสินจากเรื่องเล็กน้อยไม่ได้เพราะในยุคสมัยนี้ใครๆก็สามารถที่จะร่ำเรียนทักษะแบบไหนจากที่ไหนก็ได้ทั้งนั้น”
    แต่มันก็อดไม่ได้ที่จะสงสัย ด้วยสมบัติประจำชาติแล้วการมอบให้ก็เป็นเรื่องที่คิดหนักแล้วแต่นี่กลับมอบให้ตระกูลไม่ใช่ราชวงศ์มันยิ่งต้องไตร่ตรองอย่างหนัก รวมถึงเหตุการณ์ต่างๆด้วยที่สำคัญพวกเขายังไม่ชอบการกระทำของโอเว่นที่เคยสร้างความบาดหมางในอดีตไว้ที่นั่นกลายเป็นรอยแผลลึก
    บางทีเรื่องทั้งหมดพวกเขาอาจใช้พี่สาวเป็นหมากอีกต่อเพื่อไปต่อต้านโอเว่นแทนพวกเขาที่เคลื่อนไหวได้ยากก็เป็นได้ เรื่องนี้มันเริ่มซับซ้อนขึ้นมาแล้วถ้าเกิดพวกเขาทำแบบนั้นขึ้นมาจริงๆแสดงว่าพวกเขาก็ไม่ได้ต่างไปจากโอเว่นที่ใช้พี่สาวในตอนนั้นเลยโดยอ้างผู้คนและแสงสว่างที่พี่สาวยึดมั่น
    “เซบาสเตียนฝากสืบเรื่องของพวกเขาด้วยถ้าหากพวกเขามีความคิดที่จะใช้พี่สาวเป็นหมากในแผนการให้ตัดพวกเขาออกไปจากการสัมพันธไมตรีได้เลย”
    “รับทราบครับ”
    หลังจากที่เซบาสเตียนเดินออกจากห้องไปก็มีจดหมายฉบับหนึ่งปรากฏตรงหน้าของเมญ่าทำให้เธอวิ่งออกไปเปิดหน้าต่างสอดส่องไปโดยรอบพร้อมกับใช้พลังเวทย์เพื่อใช้เวทมนตร์ค้นหาในการมองระยะไกลเพื่อหาคนที่ส่งจดหมาย จนในที่สุดก็มองเห็นแค่ตัวคนส่งที่วิ่งออกไปไกลมากแล้วทำให้เธอไม่สามารถบอกได้ว่าใครเป็นคนส่งมา
    เมญ่าเดินกลับไปที่โต๊ะของเธอหยิบจดหมายฉบับนั้นขึ้นมาก่อนจะเปิดมันอ่าน
    “เมืองแห่งนั้นที่โนอาห์ได้เดินทางไปกำลังมีปีศาจกองทัพใหญ่มุ่งหน้าไป พวกมารอสูรอีกกองทัพใหญ่ก็ไปด้วยเช่นกัน ถ้าไม่รีบติดต่อกองทัพและศาสนาแสงเจิดจรัสแล้วละก็บางทีอาจสายเกินแก้” จาก ชายที่ชื่อว่า “นายท่าน”
    เมญ่าขมวดคิ้วขึ้นมาในทันทีแต่ก็ยังไม่ปักใจเชื่อจนกระทั่งภาพฉายขนาดใหญ่แสดงออกมาหลังจากอ่านมันเสร็จ
    “นี่มัน...”
    มันคือภาพของกองทัพขนาดใหญ่มีทั้งปีศาจที่มาจากทางใต้และมารอสูรที่มาจากทางเหนือกำลังมุ่งหน้าไปยังเมืองแห่งนั้นที่พี่สาวกำลังเดินทางไป
    เมญ่ารีบวิ่งออกไปจากห้องเพื่อบอกเหล่าคนรับใช้มากมายแล้วเตรียมตัวมุ่งหน้าไปยังกองทัพและศาสนาแสงเจิดจรัสด้วยตนเอง
    ในขณะที่กำลังก้าวขึ้นไปยังพาหนะที่ใช้เดินทาง ก็มีกลุ่มคนจำนวนมากถึงห้าสิบคนเข้ามายืนล้อมเมญ่าเอาไว้ พวกเขาทั้งหมดคือคนของหอคอยผู้คุมกฎของตระกูลคินซ์ลี่ย์
    พวกเขาจะมาที่นี่ตอนนี้ก็ไม่แปลกเพราะเดิมทีแล้วเมญ่าไม่ได้รับอนุญาตให้ก้าวออกจากตระกูลในทุกกรณีนอกจากการเข้างานสังคมที่จำเป็น งานที่เกี่ยวข้องกับดินแดน และงานของราชวงศ์เท่านั้น
    เพราะเมญ่าคือหญิงสาวผู้สื่อสารซึ่งเป็นตำแหน่งสำคัญที่มีอำนาจเป็นรองแค่ผู้นำตระกูลและบทบาทไม่ต่างอะไรกับร่างทรงประจำศาสนาแสงเจิดจรัสแต่เนื่องด้วยกฎสูงสุดที่ตระกูลเขียนขึ้นมาโดยเหตุผลคือเพื่อรักษาพลังบริสุทธิ์ของหญิงสาวผู้สื่อสารเอาไว้ตลอดเวลาจนกว่าจะอายุสิบหกปีเต็มถึงจะสามารถเข้าออกตระกูลได้อย่างอิสระ
    “คุณหนูคิดจะไปที่ไหน ลืมไปแล้วหรือว่าถ้าคุณหนูไม่ได้รับความเห็นชอบจากพวกเราก่อนจะไม่สามารถออกไปข้างนอกได้”
    “ฉันขอถามหน่อยเถอะว่าฐานะตอนนี้ฉันคือเจ้านายหรือคนรับใช้”
    “แน่นอนว่าเจ้านายคือคุณหนู”
    “ไม่ต้องมาทำเป็นมาขัดขวางฉันเพราะหลักฐานในการออกไปข้างนอกฉันได้ให้พี่สาวของฉันรับรองเป็นลายลักษณ์อักษรไว้แล้ว”
    เมญ่าดึงกระดาษสีขาวแผ่นหนึ่งออกมาจากอากาศธาตุแล้วโยนไปยังกลุ่มคนพวกนั้นที่อยู่ตรงหน้า
    “เป็นไปไม่ได้นี่มันตรารับรองสูงสุด...”
    ชายที่รับกระดาษไปเขาตกตะลึงสักพักจากนั้นก็เผากระดาษทิ้งไปก่อนจะเดินหันหลังกลับไป
    “พวกเรากลับ”
    เมญ่าไม่รอส่งพวกเขาหรือชายตามองแต่อย่างใดเธอรีบขึ้นพาหนะที่ใช้เดินทางแล้วออกเดินทางในทันที ในระหว่างนั้นเธอก็กุมมือของตนเองแล้วภาวนาให้พี่สาวของเธอปลอดภัย.....
    . .

    .