โจวลั่วที่นั่งขัดสมาธิอยู่บนเบาะรองนั่งมีอาการเหม่อลอยไปชั่วขณะ ก่อนจะเปลี่ยนเป็ความลิงโลดอย่างปิดไม่มิด
'นี่ข้ากำลังจะได้เป็พ่อคนแล้วหรือ?'
แม้จะเตรียมใจไว้บ้างแล้ว แต่เขาก็คิดไม่ถึงว่าวันนี้จะมาถึงเร็วขนาดนี้ โจวลั่วถึงกับตั้งตัวไม่ติดอยู่ครู่หนึ่ง แต่ไม่นานเขาก็ได้สติและรีบท่องในใจด้วยความตื่นเต้นอย่างยิ่งว่า
'ข้า้าสุ่มรางวัล'
พริบตาต่อมา วงล้อสุ่มรางวัลสีขาวก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา วงล้อแบ่งออกเป็เจ็ดส่วน ได้แก่ ทักษะอาชีพ เคล็ดวิชา ของวิเศษ สัตว์อสูร ศัสตราวุธ โอสถวิเศษ และอื่น ๆ ยังถือว่ามีมโนธรรมอยู่บ้าง อย่างน้อยก็ไม่มีช่อง 'ขอบคุณที่ร่วมสนุก' ปรากฏให้เห็น
โจวลั่วรู้สึกยินดีเป็อย่างยิ่ง เขาเริ่มการสุ่มรางวัลทันที เพียงแค่เขากำหนดจิต วงล้อสีขาวในส่วนหนึ่งก็พลันปรากฏกลุ่มแสงสีทองสว่างจ้า วินาทีต่อมากลุ่มแสงนั้นก็เริ่มหมุนวนไปตามช่องทั้งเจ็ดอย่างบ้าคลั่ง
ในใจของโจวลั่วอดไม่ได้ที่จะรู้สึกประหม่า แม้จะมั่นใจว่าต้องได้ของบางอย่างแน่ ๆ แต่ใครจะรู้ว่าของสิ่งนั้นจะดีหรือร้าย... ระบบเ้าเล่ห์แบบนี้เขาเคยเห็นบ่อยครั้งในนิยายชาติก่อน
สิบลมหายใจผ่านไป ความเร็วของกลุ่มแสงค่อย ๆ ช้าลง โจวลั่วจ้องมองแสงสีทองนั้นตาไม่กะพริบ จนกระทั่งมันหยุดลงอย่างสมบูรณ์
ติ๊ง!
ท่ามกลางแสงสีทอง ตัวอักษรคำว่า 'ทักษะอาชีพ' ก็ปรากฏแก่สายตา ไม่ทันที่โจวลั่วจะได้ตั้งตัวเสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังขึ้น
[ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ได้รับวิชาผลิตยาพิษระดับหนึ่ง!]
[รางวัลถูกส่งเข้าสู่กระเป๋ามิติของโฮสต์โดยอัตโนมัติ โปรดตรวจสอบ!]
วงล้อสีขาวสลายไปในอากาศ โจวลั่วกำหนดจิตเล็กน้อย ก่อนจะเห็นกระเป๋ามิติที่มีช่องเก็บของเก้าช่อง ในช่องแรกนั้นมีสัญลักษณ์รูป 'หัวกะโหลก' วางอยู่ เมื่อโจวลั่วจ้องมองไป ข้อมูลของสัญลักษณ์นั้นก็ปรากฏขึ้น
[วิชาผลิตยาพิษระดับหนึ่ง : หลังจากใช้งานจะสามารถทำความเข้าใจวิชาผลิตยาพิษระดับหนึ่งขั้นสูงสุดได้ทันที รวมถึงตำราพิษฉบับสมบูรณ์ที่เกี่ยวข้อง]
"ผลิตยาพิษอย่างนั้นหรือ?" สีหน้าของโจวลั่วชะงักค้าง ความรู้สึกซับซ้อนประดังเข้ามา
นั่นไง ระบบบัดซบมาช้าแต่มาแน่จริง ๆ สำหรับเขาในตอนนี้ วิชาผลิตยาพิษนี้จะว่าไร้ประโยชน์ก็ไม่ใช่แต่จะบอกว่ามีประโยชน์เต็มที่ก็คงไม่ใช่เช่นกัน หรือจะให้เขาวางยาพิษคนทั้งตระกูลหลินให้ตายตกตามกันไป?
หากเป็ระดับสองขึ้นไปก็อาจจะพอเป็ไปได้บ้าง แต่ระดับหนึ่งนี้ อย่างมากก็พิษตายได้แค่ผู้บำเพ็ญเพียรระดับฝึกปราณ หากเื่รั่วไหลออกไปเขาคงถูกบรรพชนระดับกลั่นปราณของตระกูลหลินตบจนตายในทีเดียว
ยิ่งไปกว่านั้น ยาพิษเป็สิ่งที่ให้โทษมากกว่าให้คุณ ไม่เป็ที่นิยมในหมู่ทักษะอาชีพอื่น ๆ และหากถูกพบเข้า เขาก็อาจถูกตราหน้าว่าเป็ผู้บำเพ็ญฝ่ายมาร ซึ่งสำหรับโจวลั่วที่อยากจะอยู่อย่างสงบเสงี่ยมแล้ว สิ่งนี้เปรียบเสมือนเผือกร้อนในมือชัด ๆ
แต่ด้วยคติที่ว่า มีดีกว่าไม่มี โจวลั่วจึงตัดสินใจใช้งานวิชานี้ อย่างน้อยเขาก็จะมีวิชาเอาตัวรอดเพิ่มขึ้น และยังสามารถป้องกันคนอื่นมาวางยาพิษตนเองได้ด้วย เขาจึงเลือกใช้งานโดยไม่ลังเล
ไม่นานนัก ไอคอนในช่องเก็บของก็ค่อย ๆ สลายไป พร้อมกันนั้นความรู้มหาศาลก็หลั่งไหลเข้าสู่หัวของเขา ข้อมูลเหล่านี้ล้วนเกี่ยวกับเทคนิคการผลิตยาพิษและตัวยาพิษระดับหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็ 'าาพิษถูกสร้างขึ้นได้อย่างไร' 'พิษรำลึกวันวาน' 'หนึ่งพันหนึ่งวิถีปลิดชีพด้วยพิษ' และอื่น ๆ อีกมากมายจนโจวลั่วรู้สึกขนลุกซู่
เขาคิดในใจว่า ต่อไปตนเองคงไม่ได้เดินบนเส้นทางสายมารที่กู้ไม่กลับหรอกนะ แต่ไม่นานเขาก็สงบใจลงได้ การผลิตยาพิษเป็เพียงวิธีการ สำคัญที่ตัวบุคคล ขอเพียงเขายังมั่นคงในเจตนารมณ์ ย่อมไม่หลงผิดแน่นอน เมื่อคิดได้เช่นนี้ ความกดดันในใจก็มลายหายไป
หลังจากได้รับความรู้เื่ยาพิษมหาศาล โจวลั่วก็เกิดความรู้สึกอยากจะลองลงมือผลิตยาพิษขึ้นมาทันที แต่เื่นี้สำคัญนัก การผลิตยาพิษไม่เหมือนการบำเพ็ญเพียร มันต้องใช้อุปกรณ์มากมาย ซึ่งอาจถูกสังเกตเห็นได้ง่าย อีกทั้งสมุนไพรที่มีพิษหลายชนิดมักถูกควบคุมอย่างเข้มงวด หากไม่ระวังอาจดึงดูดความสนใจของตระกูลหลิน และถ้าถูกพบเข้า ชีวิตน้อย ๆ นี้คงรักษาไว้ไม่ได้
แต่จะให้ทิ้งโอกาสทองนี้ไปโดยไม่ทดลองเลยก็คงเสียดายแย่ โจวลั่วจึงเลิกบำเพ็ญเพียรแล้วเริ่มขบคิดแผนการที่เป็ไปได้ เขาคิดจนกระทั่งถึงเวลาค่ำ
ปัง ปัง ปัง!
นอกห้องมีเสียงเคาะประตูดังขึ้น เป็เสี่ยวหลานสาวใช้ของหลินชิงหานนั่นเอง
เมื่อโจวลั่วเปิดประตูออก สาวน้อยคนนี้ก็ก้มหน้ากล่าวอย่างนอบน้อม "คุณชายเขย คุณหนูให้เชิญท่านไปร่วมโต๊ะอาหารเ้าค่ะ" ดูเหมือนว่าเพราะหลินชิงหาน ท่าทีที่นางมีต่อเขาจึงเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น
"เข้าใจแล้ว" โจวลั่วพยักหน้า
ไม่นานนักเขาก็มาถึงห้องอาหาร ภายในห้องมีโต๊ะกลมขนาดใหญ่ตั้งอยู่ หลินชิงหานในชุดสีขาวนั่งสงบนิ่งอยู่ที่นั่น สีหน้าของนางดูเ็า ให้ความรู้สึกเงียบสงบและเรียบง่าย เมื่อโจวลั่วนั่งลงข้าง ๆ ดวงตาคู่สวยของนางก็ไหววูบเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถามอย่างราบเรียบ
"การบำเพ็ญเพียรเป็อย่างไรบ้าง?"
"เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น" โจวลั่วตอบพลางกวาดสายตามองไปบนโต๊ะ แม้จะมีเพียงเขาสองคนที่ร่วมโต๊ะกันแต่อาหารมื้อค่ำกลับอุดมสมบูรณ์ยิ่งนัก มีทั้งผักและข้าวที่เปี่ยมไปด้วยพลังปราณ ไปจนถึงเนื้อสัตว์อสูร เพียงแค่มองก็รู้ว่ารสชาติดีเลิศ อีกทั้งอาหารเหล่านี้เมื่อเข้าสู่ร่างกายยังเป็ประโยชน์ต่อการบำเพ็ญเพียรอย่างมาก สมกับเป็ตระกูลใหญ่จริง ๆ
"อืม กินข้าวเถอะ" หลินชิงหานไม่ถามซ้ำ นางหยิบตะเกียบเตรียมจะคีบอาหาร
"ช้าก่อน" จู่ ๆ โจวลั่วก็ร้องขัดขึ้น หลินชิงหานชะงักมือขวาที่ค้างอยู่กลางอากาศพลางขมวดคิ้วเล็กน้อย
"กินเนื้อมากเกินไปไม่ดีต่อสุขภาพ" โจวลั่วพูดพลางคีบเนื้อไก่ปราณชิ้นหนึ่งใส่ลงในชามของนาง "กินนี่เถอะ อันนี้มีสารอาหารมากกว่า"
ไม่รอให้หลินชิงหานได้เอ่ยปาก โจวลั่วก็คีบอาหารให้นางต่อ "แล้วก็อันนี้... อันนี้ด้วย ทั้งหมดนี้ล้วนเป็ของบำรุงทั้งนั้น"
เพียงครู่เดียว อาหารในชามใบเล็กตรงหน้าหลินชิงหานก็พูนสูงราวกับูเาย่อม ๆ นางหันมามองโจวลั่วที่ทำหน้าเคร่งขรึมจริงจังด้วยความรู้สึกประหลาดใจ ในตอนนั้นเอง โจวลั่วยังตักน้ำแกงไก่ให้นางอย่างเอาใจใส่
"น้ำแกงนี่ร้อนเล็กน้อย เ้าต้องระวังด้วยนะ"
ดวงตาของหลินชิงหานสั่นไหว นางคิดในใจว่า 'ข้าเป็ถึงผู้บำเพ็ญเพียรระดับฝึกปราณ ยังจะต้องกลัวความร้อนอีกหรือ? เขาคิดจะทำอะไรกันแน่? หรือว่ามีแผนการอะไรแฝงอยู่?'
สิ่งที่หลินชิงหานไม่รู้ก็คือ โจวลั่วเพียงแค่เป็ห่วงสุขภาพของนางจริง ๆ เพราะจากข้อมูลของระบบ เขาจึงล่วงรู้เื่ที่หลินชิงหานตั้งครรภ์แล้ว แม้จะถูกบังคับให้เป็พ่อคน แต่โจวลั่วก็ยังแสดงออกด้วยความระมัดระวังและใส่ใจเป็พิเศษ
"เ้ามีธุระอะไรหรือไม่?" หลังจากมื้อค่ำจบลง ในที่สุดหลินชิงหานก็อดใจไม่ไหวที่จะถามออกไป
"ไม่มีนี่ ข้าก็แค่เป็ห่วงสุขภาพของเ้า" โจวลั่วตอบโดยไม่ต้องหยุดคิด
สีหน้าของหลินชิงหานเปลี่ยนไปเล็กน้อย ในใจของนางกลับรู้สึกสั่นไหว ความเ็าบนใบหน้าค่อย ๆ อ่อนโยนลง "แต่ข้าก็มีเื่หนึ่งอยากจะปรึกษากับเ้าจริง ๆ " จู่ ๆ โจวลั่วก็เอ่ยขึ้น
"ว่ามาสิ?" อาจเป็เพราะเหตุการณ์เมื่อครู่ น้ำเสียงของนางจึงดูนุ่มนวลขึ้นมาก
"ข้าอยากลองปรุงยา" โจวลั่วจ้องมองตาของนางพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
ใช่แล้ว โจวลั่วตั้งใจจะใช้การปรุงยามาบังหน้าการผลิตยาพิษของตน เพราะอย่างไรเสียอุปกรณ์ที่ใช้ก็แทบจะไม่ต่างกัน ถึงตอนนั้นคนอื่นย่อมไม่สงสัย
"เ้าอยากปรุงยาอย่างนั้นหรือ?" หลินชิงหานมีสีหน้าใ นางขมวดคิ้วกล่าวว่า "เ้ารู้หรือไม่ว่าการปรุงยานั้นมีข้อกำหนดที่สูงยิ่ง หากไม่มีคนคอยชี้แนะย่อมยากลำบากแสนสาหัส เหตุใดเ้าถึงมีความคิดเช่นนี้?"
"มีวิชาติดตัวไว้ไม่เสียหลายนี่นา อีกอย่าง่นี้ข้าก็ว่าง ๆ เลยอยากจะลองดู" โจวลั่วหยิบยกเหตุผลที่เตรียมไว้แล้วออกมาอ้าง
"ของพรรค์นี้มันแค่ลองดูได้ที่ไหนกัน?" หลินชิงหานพูดจบ วินาทีต่อมานางก็ฉุกคิดอะไรบางอย่างได้ สีหน้าพลันเ็าลงทันที "มิน่าล่ะ เมื่อครู่เ้าถึงได้เอาอกเอาใจข้านัก ที่แท้ก็เพื่อเื่นี้เอง"
"ไม่ใช่อย่างนั้น ข้าเป็ห่วงสุขภาพของเ้าจริง ๆ " โจวลั่วรีบร้องปฏิเสธ ตอนที่คีบอาหารให้นางเขาไม่ได้คิดลึกซึ้งถึงเพียงนั้นจริง ๆ
ทว่าหลินชิงหานดูเหมือนจะไม่้าฟังคำอธิบาย นางลุกขึ้นเดินออกไปข้างนอกด้วยท่าทางคล้ายกำลังโกรธ โจวลั่วได้แต่ทำหน้าท้อใจ ความหวังดีของเขากลายเป็เื่ผิดไปเสียอย่างนั้น เฮ้อ ดูเหมือนวิธีนี้จะใช้ไม่ได้ผล ต้องหาวิธีอื่นเสียแล้ว
ในขณะที่โจวลั่วกำลังครุ่นคิดอย่างหนัก เสี่ยวหลานสาวใช้ก็เดินเข้ามาพร้อมกับวางคัมภีร์โบราณสีฟ้าอ่อนเล่มหนึ่งลงตรงหน้าเขา "คุณหนูบอกว่าให้มอบสิ่งนี้แก่ท่านเ้าค่ะ"
เมื่อเห็นตัวอักษรคำว่า 'คัมภีร์ปรุงยาเบื้องต้น' สี่ตัวใหญ่บนหน้าปก โจวลั่วก็ตาเป็ประกาย เขามองไปที่เสี่ยวหลานด้วยความดีใจ
"คุณหนูสั่งว่า อุปกรณ์อื่น ๆ จะจัดเตรียมให้ท่านในวันพรุ่งนี้เ้าค่ะ" เสี่ยวหลานกล่าวต่อ
โจวลั่วเผยรอยยิ้มออกมา ดูเหมือนว่าภรรยาของเขาจะเป็คนประเภทปากร้ายแต่ใจดีจริง ๆ