"โธ่เอ้ย พังหมดเลยอะ"
เกวลินมองดูข้างกล่องจำนวนร้อยกว่ากล่องที่ตกกระจายเกลื่อนกลาดอยู่บนพื้นถนน
หญิงสาวเดินตรงไปที่รถสปอร์ตคันหรูสีดำด้วยความโกรธจัดเพราะนั่นแหละคือต้นเหตุของเื่
"นี่คุณ! "
"ลงมาเดี๋ยวนี้นะ! "
เกวลินเคาะกระจกเรียกเ้าของรถที่ยังมีกะจิตกะใจคุยโทรศัพท์ต่อทั้งที่ทำมอเตอร์ไซต์ของเธอล้ม แถมยังทำกล่องข้าวที่เกวลินรับจ้างมาส่งพังจนเละไม่เป็ท่าอีก
"ทำของคนอื่นเสียหายแล้วยังไม่รีบลงจากรถมาแสดงความรับผิดชอบอีก! " เกวลินโวยวาย
เธอเคาะกระจกจนปวดนิ้วไปหมดแล้วคู่กรณีก็มัวแต่คุยโทรศัพท์ไม่ยอมลงมาซะที
"นี่เธอจะเคาะทำไมนักหนา"
ในที่สุดร่างสูงสมาร์ทเปิดประตูรถออกมา เกวลินเงยหน้าขึ้นมองคู่กรณีที่สูงกว่าเธอด้วยความขุ่นเคือง
"ถอดแว่นออก! " เกวลินสั่งเขาให้ถอดแว่นตาดำนั่นออกเสีย
"ห๊ะ!? "
คมกริชขมวดคิ้วพร้อมกับมองเด็กสาวผมสั้นที่อยู่ในสภาพชุดนักเรียนกึ่งชุดลำลอง
"ฉันบอกให้คุณถอดแว่นไง! "
เกวลินเขย่งเท้าขึ้นดึงแว่นตาสีดำออกจากใบหน้าของคู่กรณี แต่เขากลับหลบได้แถมยังปัดมือเธอออกไปอย่างง่ายดาย
"เธอมีสิทธิ์อะไรมายุ่งกับข้าวของของฉัน" เขาว่าหญิงสาว
"เพราะฉันอยากจะดูหน้าคุณให้ชัดๆ ไงไอ้คนไร้ความรับผิดชอบ! " เกวลินด่าเขา
"รับผิดชอบหรอ? " เขาทวนคำพูดของเธอ
"นี่เธอแน่ใจนะว่าฉันเป็ฝ่ายผิด" เขาย้อนเธอต่อ
"ถ้ามีตาก็มองดูรอบๆ ตัวคุณสิ เห็นมั้ยว่าคุณทำมอเตอร์ไซต์ฉันล้ม ข้าวของฉันเสียหายแค่ไหนอะ! " เกวลินชี้ไปที่มอเตอร์ไซต์และกล่องข้าวนับร้อยกล่องของเธอ
"แต่ถ้าดูตามกฎหมายและหลักฐานในกล้องหน้ารถของฉันแล้วเธอเป็ฝ่ายผิดเต็มๆ เลยนะ แล้วแถมเธอยังเลี้ยวตัดหน้ารถฉันโดยไม่เปิดไฟเลี้ยวอีก"
เขาตำหนิหญิงสาวและนั่นก็ทำให้เกวลินแทบไปต่อไม่ถูกเพราะความรีบร้อนเธอจึงลืมเปิดไฟเลี้ยวจริงๆ อย่างที่เขาว่า
"กะ...ก็ฉันรีบนี่" เธอพูดเสียงเบาหวิว
"แต่คุณก็ควรจะมีน้ำใจรีบลงจากรถมาดูฉันหน่อยสิ ไม่ใช่มัวแต่คุยโทรศัพท์อยู่ได้ตั้งนาน"
"มนุษยธรรมน่ะรู้จักมั้ย! " เธอยังไม่วายหาเหตุผลมาต่อว่าเขา
"นี่ผิดแล้วยังไม่สำนึกอีกหรอ...? "
"รู้มั้ยว่าฉันเสียหายแค่ไหนกับการขับรถเห็นแก่ตัวของเธอ! "
คมกริชว่าจะไม่โมโหยัยเด็กกะโปโลนี่แล้วเชียว เขาพยายามใจเย็นไม่เอาเื่แล้วแต่ยัยเด็กคนนี้ก็ยังไม่สำนึกอีก ที่จริงสาเหตุที่ชายหนุ่มยังไม่ลงจากรถเพราะเขาพยายามขอโทษที่จะขอโทษและขอนัดคุยกันใหม่แต่ก็ต้องชวกไป แถมยัยเด็กบ้านี่ก็ยังเคาะกระจกรถของเขารัวๆ จนน่าประสาทเสียอีก
"ฉันไปเจรจากับลูกค้าไม่ทันก็เพราะเธอ ไอ้กล่องข้าวพวกนี้มันเทียบไม่ได้กับค่าเสียหายอีกหลายสิบล้านที่บริษัทฉันต้องเสียไปหรอกนะ" คมกริชกัดฟันพูดออกมาอย่างเหลืออด
"โธ่เอ้ย พังหมดเลยอะ"
ร่างบางในชุดนักเรียนดันตัวเองให้ยืนขึ้นพร้อมกับยกมอเตอร์ไซต์ของเธอที่ล้มขึ้นมา กระจกรถแตกแถมมันยังมีรอยถลอกอีก
หญิงสาวมองดูข้าวกล่องจำนวนร้อยกว่ากล่องที่ตกกระจายเกลื่อนกลาดอยู่บนพื้นถนนด้วยความเซ็งแล้วเดินตรงไปที่รถสปอร์ตคันหรูสีดำด้วยความโกรธจัดเพราะเ้าของรถคันนั้นนั่นแหละคือต้นเหตุของเื่
"นี่คุณ! "
"ลงมาเดี๋ยวนี้นะ! "
เกวลินเคาะกระจกเรียกเ้าของรถที่ยังมีกะจิตกะใจคุยโทรศัพท์ต่อราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งที่ทำรถมอเตอร์ไซต์ของเธอล้ม แถมยังทำกล่องข้าวที่เกวลินรับจ้างมาส่งพังจนเละไม่เป็ท่าอีก
"ทำของคนอื่นเสียหายแล้วยังไม่รีบลงจากรถมาแสดงความรับผิดชอบอีก! " เกวลินโวยวาย
เธอเคาะกระจกจนปวดนิ้วไปหมดแล้วคู่กรณีก็ยังมัวแต่คุยโทรศัพท์ไม่ยอมลงจากรถมาแสดงความรับผิดชอบซะที
"นี่เธอจะเคาะทำไมนักหนา"
ในที่สุดร่างสูงสมาร์ทก็เปิดประตูรถออกมา เกวลินเงยหน้าขึ้นมองคู่กรณีที่สูงกว่าเธอด้วยความขุ่นเคือง
"ถอดแว่นออก! " เกวลินสั่งเขาให้ถอดแว่นตาดำนั่นออกเสีย
"ห๊ะ!? "
คมกริชขมวดคิ้วพร้อมกับมองเด็กสาวผมสั้นที่อยู่ในสภาพชุดนักเรียนกึ่งชุดลำลอง นี่เด็กนักเรียนจริงๆน่ะหรอ? ชายหนุ่มคิดในใจ
"ฉันบอกให้คุณถอดแว่นออกไง! "
เกวลินเขย่งเท้าขึ้นดึงแว่นตาสีดำออกจากใบหน้าของคู่กรณี แต่เขากลับหลบเธอได้แถมยังปัดมือของเกวลินออกไปอย่างง่ายดาย
"เธอมีสิทธิ์อะไรมายุ่งกับข้าวของของฉัน" เขาว่าหญิงสาวพร้อมกับหลิ่วตามองยัยเด็กแก่แดดที่อยู่ตรงหน้า
"เพราะฉันอยากจะดูหน้าคุณให้ชัดๆไง"
"ไอ้คนไร้ความรับผิดชอบ! " เกวลินต่อว่าเขา
"รับผิดชอบหรอ? " เขาทวนคำพูดของเธอ
"นี่เธอแน่ใจนะว่าฉันเป็ฝ่ายผิด" เขาย้อนเธอต่อ
"ถ้ามีตาก็มองดูรอบๆตัวคุณสิ เห็นมั้ยว่าคุณทำมอเตอร์ไซต์ฉันล้ม ข้าวของฉันเสียหายแค่ไหนอะ! " เกวลินชี้ไปที่มอเตอร์ไซต์และกล่องข้าวนับร้อยกล่องของเธอ
"แต่ถ้าดูตามกฎหมายและหลักฐานในกล้องหน้ารถของฉันแล้วเธอเป็ฝ่ายผิดเต็มๆเลยนะ แล้วแถมเธอยังเลี้ยวตัดหน้ารถฉันโดยไม่เปิดไฟเลี้ยวอีก"
"กี่ข้อหาดีล่ะ...? "
เขาตำหนิหญิงสาวและนั่นก็ทำให้เกวลินแทบไปต่อไม่ถูกเพราะความรีบร้อนเธอจึงลืมเปิดไฟเลี้ยวจริงๆ อย่างที่เขาว่า
"กะ...ก็ฉันรีบนี่" เธอพูดเสียงเบาหวิว
"แต่คุณก็ควรจะมีน้ำใจรีบลงจากรถมาดูฉันหน่อยสิ ไม่ใช่มัวแต่คุยโทรศัพท์อยู่ได้ตั้งนาน"
"มนุษยธรรมน่ะรู้จักมั้ย! " เธอยังไม่วายหาเหตุผลมาต่อว่าเขา
"นี่ทำผิดแล้วยังไม่สำนึกอีกหรอ...? "
"รู้มั้ยว่าฉันเสียหายแค่ไหนกับการขับรถเห็นแก่ตัวของเธอ! "
คมกริชว่าจะไม่โมโหยัยเด็กกะโปโลนี่แล้วเชียว เขาพยายามใจเย็นไม่เอาเื่แล้วแต่ยัยเด็กคนนี้ก็ยังไม่สำนึกอีก ที่จริงสาเหตุที่ชายหนุ่มยังไม่ลงจากรถเพราะเขาพยายามขอโทษที่จะขอโทษและขอนัดคุยกันใหม่แต่ก็ต้องชวกไป แถมยัยเด็กบ้านี่ก็ยังเคาะกระจกรถของเขารัวๆจนน่าประสาทเสียอีก
"ฉันไปเจรจากับลูกค้าไม่ทันก็เพราะเธอนะ"
"ไอ้กล่องข้าวพวกนี้มันเทียบไม่ได้กับค่าเสียหายอีกหลายสิบล้านที่บริษัทฉันต้องเสียไปหรอกนะ" คมกริชกัดฟันพูดออกมาอย่างเหลืออด
"ฉันไม่เรียกค่าเสียหายจากเด็กอย่างเธอก็ดีเท่าไรแล้ว..."
"เธอชื่ออะไร? "
"ผู้ปกครองของเธออยู่ไหน? " เขาถามหญิงสาว
"ถามทำไม? " เกวลินอึกอัก
"ทำผิดแล้วยังจะกล้าย้อนถามฉันอีกหรอ เธอนี่โตมาในครอบครัวแบบไหนกัน" คมกริชว่าหญิงสาว
"นี่คุณ! "
"คิดว่าตัวเองวิเศษมาจากไหนกันถึงได้พาดพิงครอบครัวคนอื่นแบบนี้ ถ้าโกรธก็ว่าฉันคนเดียวอย่ายุ่งกับครอบครัวของฉัน" เกวลินโกรธมากเมื่อเขาพาดพิงถึงครอบครัวของเธอ
"นิสัยเสียๆอย่างคุณน่ะใครได้เป็สามีนี่คงจะซวยสุดๆไปเลย"
"เธอ! " คมกริชโกรธจัด
"คะ...คุณจะทำอะไร...!? "
เกวลินใไม่น้อยเมื่อร่างสูงเดินก้าวดุ่มๆ เข้ามาหาประชิดตัวเธอ กำปั้นน้อยๆจึงฟาดลงที่หน้าของเขาอย่างอัตโนมัติตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอดของเธอ
"นี่เธอกล้าดียังไง! " ชายหนุ่มโกรธจัด เขาคว้าแขนหญิงสาวข้างที่ทำร้ายตัวเองไว้
"ฉะ...ฉันขอโทษ มือมันไปเองอะ" เกวลินบอกเขาเสียงละล่ะละลั่ก
"เธอได้ข้อหาทำร้ายร่างกายเพิ่มแล้ว ฉันว่าเราคงต้องไปคุยกันที่โรงพักแล้วสินะ"
คมกริชกระชากแขนเธอไปที่รถของเขา เกวลินดิ้นรนสุดฤทธิ์ด้วยความกลัวพร้อมกับกล่าวขอโทษเขาอย่างไม่หยุดปาก
แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้คมกริชเห็นใจเธอแม้แต่น้อยเพราะเขา้าให้บทเรียนแก่เด็กคนนี้จนกระทั่งมีเสียงโทรศัพท์เข้ามา คมกริชจึงยอมปล่อยเธอให้เป็อิสระ เขายืนคุยกับคนในสายแค่ไม่กี่คำแล้วหันมามองหน้าเกวลินอีกครั้ง
"วันนี้เธอรอดตัวไปนะ แต่ถ้าวันไหนฉันเห็นหน้าเธออีกล่ะก็....เธอไม่รอดแน่! " คมกริชคาดโทษเธอแล้วขับรถออกไปทันที
เกวลินมองตามหลังคมกริชที่ขับรถหรูออกไปพร้อมกับถอนใจ หญิงสาวค่อยๆ ก้มลงเก็บกล่องข้าวที่หล่นกระจัดกระจายบนถนนขึ้นมาใส่ถุงด้วยความเศร้าใจเพราะเธอคงเอามันไปส่งให้ลูกค้าไม่ได้แล้วล่ะ....
นอกจากจะเสี่ยงถูกไล่ออกแล้วเธอยังต้องชดใช้ค่าข้าวทั้งหมดที่นำไปส่งลูกค้าไม่ถึงอีกตั้งเท่าไรก็ไม่รู้
"เห้อ...."
...........................................