"ฉันคิดถูกหรือเปล่าเดมอส พวกเราไม่ได้ทำอะไรเลย ถ้าฉันไม่ฟังผู้หญิงคนนั้นั้แ่ตอนอยู่ในเขตต้องห้าม บางทีเราอาจทำสำเร็จไปแล้วก็ได้"
[ข้าไม่รู้ เ้าอาจทำสำเร็จหรือไม่สำเร็จ มันอาจมีสิ่งที่เ้าไม่อาจควบคุม บางทีเ้าผู้ปกครองนั่นอาจไม่โผล่มา ข้าคิดว่าความรอบคอบคือสิ่งที่เ้าควรมี]
.....
[เ้าแค่ต้องอยู่กับปัจจุบัน ทำตามแผนที่ได้เตรียมเอาไว้ เมื่อเ้าแข็งแกร่งพอ ข้าจะบอกเ้าเอง]
ถึงจะเกิดเหตุการณ์ความวุ่นวาย แต่งานประลองก็ไม่ได้ถูกเลื่อนออกไป เพราะมันเป็การแสดงอำนาจของผู้ปกครอง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็สามารถจัดงานต่อได้ เพราะถ้าเลื่อนหรือยกเลิกงานนี้ออกไปมันจะเป็การแสดงความอ่อนแอของผู้นำให้ประชาชนได้เห็น งานประลองเลยถูกจัดขึ้นตามกำหนดการเดิม
ในที่สุดวันที่พวกเขารอคอยก็มาถึง รูปแบบการจัดงานเหมือนกับงานเทศกาลทั่วๆ ไป ภายในงานมีการจัดจำหน่ายทั้งอาหารเครื่องดื่ม สินค้าบริการ รวมไปถึงการแสดงโชว์ต่างๆ แต่สิ่งที่พิเศษกว่างานอื่นคือ มีโซนค้าอาวุธยุทโธปกรณ์ทางการทหาร อีกทั้งเปิดให้มีการค้ามนุษย์เกิดขึ้นอย่างอิสระเสรี ผู้ที่เข้ามาโซนนี้ ส่วนใหญ่มีฐานะร่ำรวย และเป็ผู้มีอิทธิพลจากพื้นที่ต่างๆ โดยไม่จำกัดการเข้าถึงเหมือนกับโซนต้องห้าม
เมื่องานได้เริ่มต้นขึ้น เนโคร อเล็กเซียและเอเดนทั้งสามได้แยกย้ายกัน เพื่อเข้าไปในสนามประลอง (สนามประลองแห่งนี้จะถูกดัดแปลงมาจากสนามฟุตบอล) พวกเขาปะปนเข้ากับฝูงชน และเข้าไปประจำจุดในสเตเดี้ยม เอเดนเตรียมแผนให้เนโครกับอเล็กเซียอยู่ในจุดที่อยู่ตรงข้ามกัน เพื่อช่วยกันมองหาจังหวะโจมตี
จากนั้นเมื่อถึงเวลาเริ่มงานประลอง ผู้ปกครองก็ได้ออกมาและกล่าวเปิดงาน
"ข้า าาของพวกเ้า ผู้ปกครองเมืองแห่งนี้ วันนี้เป็โอกาสอันดี งานในครั้งนี้เป็ครั้งที่สามแล้วที่เราได้จัดขึ้น ถึงแม้ไม่กี่วันก่อนจะมีเหตุการณ์ความวุ่นวายเกิดขึ้นภายในเมือง แต่อย่าได้ตื่นตระหนก พวกเราได้จัดการทุกปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว และข้าขอให้สัญญา ประชาชนของเราจะมีความเป็อยู่ที่ดี ความปลอดภัยของทุกคนเป็สิ่งที่สำคัญที่สุด เทศกาลงานประลองครั้งนี้จะเป็การแสดงแสนยานุภาพของพวกเราให้เป็ที่ประจักษ์
ข้าจะพิสูจน์ให้พวกเ้าทุกคนได้เห็น... ผู้ชนะการประลองครั้งนี้จะได้สิทธิ์มาต่อสู้แบบตัวต่อตัวกับข้า ข้าจะแสดงให้เห็นว่าไม่มีใครในโลกที่สามารถโค้นล้มพวกเราได้ มันจะเป็การตอกย้ำอีกครั้งถึงคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ ข้าขอเปิดการประลองขึ้น ณ บัดนี้"
หลังสิ้นสุดคำพูดประชาชนก็ได้ปรบมือและโห่ร้องด้วยความยินดี
งานประลองได้เริ่มขึ้น ผู้เข้าร่วมการประลองในครั้งที่เป็ผู้คนที่มาจากทั่วทั้งประเทศ รวมถึงพวกทาสที่อยู่ภายในเมืองก็มาเข้าร่วมด้วย รางวัลของผู้ชนะจะได้รับเงินเป็จำนวนมากมายมหาศาล อีกทั้งผู้ที่ตกเป็ทาสถ้าคนๆ นั้นชนะก็จะได้รับอิสรภาพเป็ของแถม และด้วยรางวัลอันล่อตาล่อใจเหล่านี้ ทำให้ผู้เข้าร่วมมีจำนวนมาก
การต่อสู้จึงต้องจัดเป็แบบแบทเทิลรอยัล โดยจะแบ่งผู้เข้าร่วมเป็รอบละสิบคนหาผู้ชนะเพียงหนึ่ง แล้วไปเจอกันต่อในรอบถัดไป ผู้ที่ชนะแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนถึงรอบสุดท้าย คนผู้นั้นก็จะเป็ผู้ชนะ
กติกาในการแข่งขันคือ ทำยังไงก็ได้ให้อีกฝ่ายหมดสภาพ อาวุธที่ใช้ได้มีเพียงแค่อาวุธระยะประชิดเท่านั้น ไม่อนุญาติให้ใช้อาวุธอื่นนอกเหนือจากนี้
เมื่อการต่อสู้เริ่มดำเนินไป ก็มีผู้ที่ฉายแววโดดเด่นอยู่สองคน พวกเขาทั้งสองได้จัดการผู้คนที่มาเข้าร่วมในแต่ละรอบจนราบคาบ โดยคนแรกมีนามว่าเลโอ เป็ผู้ได้รับพลัง เขาสามารถแปลงร่างเป็อสูรได้ เขาทรงพลังเป็อย่างมาก เป็ตัวตนที่บ้าคลั่งและพร้อมทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางทาง คนต่อไปมาวาริค คนๆ นี้เป็ทาสที่เข้าร่วมการแข่งขัน เขาได้รับเศษเสี้ยวแห่งพลังทำให้มีความคล่องแคล่วว่องไวและมีพละกำลังที่สูงกว่าคนปกติเกือบสิบเท่า
พวกเขาฝ่าฟันมาเรื่อยๆ จนในที่สุดก็ถึงการแข่งขันรอบสุดท้าย แต่ทว่ารอบสุดท้ายนี้ก็ได้มีเซอร์ไพรส์จากผู้ปกครอง เขาได้นำเอาอสูรคลั่งที่ถูกกักขังเอาไว้ภายใต้สนามประลอง มาเข้าร่วมการต่อสู้ในครั้งนี้ด้วย มันทำให้การแข่งขันเข้มข้นมากยิ่งขึ้น
การต่อสู้ของพวกเขาทั้งสามเริ่มต้นขึ้นทันทีที่ได้ยินเสียงสัญญาณ และในวินาทีที่เริ่มการต่อสู้เลโอก็กลายร่างเป็อสูรทันที เขาพุ่งตัวไปปะทะกับอสูรคลั่งโดยไม่สนใจมาวาริคเลย สาเหตุที่เขาทำแบบนั้นเป็เพราะพลังที่ห่างชั้นกันของผู้ได้รับพลัง กับผู้ที่ได้รับแค่เศษเสี้ยวแห่งพลัง มันต่างกันซะจนเทียบกันไม่ติด
เลโอที่กลายร่างเป็อสูรทำให้มีพลังที่ทัดเทียมกับอสูรคลั่ง การต่อสู้ของพวกเขาทวีความรุนแรงเป็อย่างมาก มาวาริคที่เห็นว่านั่นเป็โอกาสที่ดี เขาได้ถอยห่างออกไปเพื่อดูการต่อสู้ของทั้งสอง เขาเฝ้ามองและหาจังหวะให้กับตนเองอย่างใจเย็น
การต่อสู้ของเลโอกับอสูรคลั่งใช้เวลาพอสมควร และเพราะการต่อสู้ที่ยืดเยื้อ มันเริ่มทำให้ทั้งสองเหนื่อยล้า แต่ถึงจะเป็แบบนั้นเลโอก็ยังเป็ฝ่ายที่ได้เปรียบ เขาค่อยๆ โจมตีใส่อสูรคลั่ง จนมันไม่สามารถตอบโต้กลับคืนมาได้ ความห่างชั้นนี้เป็เพราะอสูรคลั่งไม่มีจิตใต้สำนึก การโจมตีของมันคาดเดาได้ง่าย แต่ถึงจะเป็แบบนั้นมันก็ไม่ยอมที่จะตาย
เลโอจึงใช้ออร่าที่มีเพื่อเพิ่มความเร็ว เขาใช้ความเร็วนี้วิ่งวนไปรอบๆ เ้าอสูร และเพราะความเร็วที่เพิ่มขึ้นทำให้เลโอเริ่มเห็นโอกาส เขาจะใช้การโจมตีครั้งต่อไปเพื่อปิดฉากการต่อสู้ โดยรวบรวมออร่าทั้งหมดที่มีอัดเข้าใส่ในพริบตา
แต่ทว่าก่อนที่อสูรจะถูกเลโอจัดการ มันก็ได้ใช้พลังที่เหลือของมันทั้งหมดเพิ่มกล้ามเนื้อในร่างกายเพื่อโจมตีกลับไปเป็ครั้งสุดท้าย แต่โอกาสที่มันจะโจมตีโดนเลโอ แทบเป็ไปไม่ได้
เลโอมองการเคลื่อนไหวของเ้าอสูรคลั่งออกทั้งหมด เขาหลบการโจมตีและอ้อมไปอยู่ด้านหลังของมัน ในชั่วพริบตาก่อนที่เลโอจะได้โจมตี ทางด้านมาวาริคได้ใช้จังหวะที่เลโอจดจ่ออยู่กับคู่ต่อสู้ ลอบโจมตีใส่เขาจากจุดบอด โดยใช้ความเร็วสูงสุดที่สามารถทำได้
ระหว่างที่พุ่งตัวไป เลโอก็ได้เตรียมตัวป้องกันการโจมตีของมาวาริค แต่มาวาริคก็ได้หลอกล่อว่าจะโจมตีใส่ที่ใบหน้า แต่จุดที่เขาเล็งไว้จริงๆ คือบริเวณขา
เลโอโดนการโจมตีเข้าไปเต็มๆ ทำให้เสียหลักล้มลง และในจังหวะที่เขาล้ม หมัดของอสูรคลั่งก็ได้ซัดเข้าใส่ใบหน้าของเขาเต็มๆ แรงปะทะนั้นรุนแรงมาก ทำให้สนามประลองถึงกับสั่นะเื
เลโอไม่สามารถสู้ต่อไปได้อีก มาวาริคจึงใช้โอกาสที่อสูรคลั่งกำลังอ่อนแรงปิดฉากการต่อสู้ทั้งหมด
"ผู้ชนะมาวาริค"!!! เสียงเชียร์ดังกึกก้องไปทั่วสนาม