พันไมล์ใบ้กินเธอไม่รู้จะตอบคนพี่ว่าอย่างไรจะให้เธอพูดเื่ต้นไม้ต่อไปอีกก็ดูอยากแต่งซะเต็มประดาแถมเขาก็บอกอยู่ว่าเขาไม่ได้ชอบต้นไม้ แต่หากจะให้ตอบรับส่งๆ เธอก็ไม่กล้าทำ
เอายังไงดีนะ?
"ทําไมเงียบไป”สีครามเห็นเธอไม่ได้ตอบอะไรก็เป็ฝ่ายเริ่มต้นประโยคชะเองตัวเขานั้นเป็คนประหยัดคำพูด ไม่ถึงกับเงียบ แค่ชอบพูดในเื่ที่จําเป็ไม่ใช่คนอ้อมค้อมหรือพูดวกวน ผู้หญิงที่จะมายืนข้างเบาถ้าพูดเก่งหน่อยหรือเป็คนสดใสก็คงจะเติมเต็มชีวิตดี
จำได้ว่าตอนเด็ก ๆพันไมล์ก็เป็คนช่างพูด นอกจากนี้ยังยิ้มเก่ง ใครเห็นก็เอ็นดู...
ตอนนั้นสีครามยังไม่ได้รู้ความมากเขาอายุแค่สิบขวบ ทว่านั่นไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่เข้าใจความรู้สึกตัวเองเขาจำได้ว่าเขาค่อนข้างถูกชะตากับพันไมล์ไม่ได้รู้สึกรังเกียจหรือรำคาญใจเวลาบิดามารดาของเธอฝากเธอไว้กับเขาและพี่ชาย
สีฟ้าชอบบอกให้เขาอยู่กับพันไมล์ขณะที่ตัวมันชอบเนียนหายไปไหนก็ไม่รู้อยู่เรื่อย ก็ไม่แปลกอะไรหรอกตอนนั้นสีฟ้าอายุสิบห้าแล้ว จะให้มาเล่นกับเด็กห้าขวบคงเป็การฝืนความรู้สึกมันเกินไปหน่อยหน้าที่ดูแลน้องเลยตกเป็ของสีครามไปโดยปริยายคนพี่เห็นพันไมล์ระมัดระวังคล้ายคิดก่อนพูดตอนอยู่กับเขาในเวลานี้ก็แน่ใจว่าเธอคงจำเื่ที่เคยเอาลิปสติกของมารดามาเขียนหน้าเขาอย่างสนุกสนานแถมยังบอกว่าเขาหน้าเหมือนลูกหมาที่เธออยากเลี้ยงไม่ได้แล้วสีครามในเวลานั้นที่ได้ฟังก็ทำได้แต่นิ่งอึ้ง ยิ้มก็ไม่ได้ร้องไห้ก็ไม่ออก...
เขาโกรธเด็กผู้หญิงตัวเล็กแค่นั้นไม่ลง...
แต่เขาสงสัยจริง ๆว่าเธอมองว่าเขาเหมือนสุนัขพันธุ์อะไร?
สีครามเลิกคิดเื่ไร้สาระเพียงแค่นั้นเขาชวนเธอคุยต่อ "ไม่ชอบที่ได้ยินพี่พูดเื่เรือนหอหรือเปล่า”
“เอ่อ คือ...”พันไมล์กำลังจะตอบว่ามันไม่ใช่อย่างนั้นสีครามก็พูดต่อไปอีกคล้ายจะดักทางคนเด็กกว่า
“รู้ใช่ไหมว่ายังไงเราก็ต้องแต่งงานกัน”
“พี่ครามมั่นใจขนาดนั้นเลยเหรอคะ”พันไมล์อดถามอย่างสงสัยไม่ได้ชาติที่แล้วเธอก็เห็นเขามีท่าทีตามน้ำแบบนี้เขาเห็นด้วยกับการคลุมถุงชนโดยไม่คิดดื้อดึงอะไรเลยจริงเหรอดูแล้วเขาก็ไม่ใช่คนหัวอ่อนสักหน่อย...
ชาติก่อนพันไมล์เคยคิดว่าพอเราต้องเจอกันบ่อยๆ สีครามเลยมีใจให้เธอ ยิ่งเธอไม่้า เขาก็ยิ่งอยากเข้าหา ความอยากเอาชนะของเขาคงมีมากกว่าความชอบซะอีกตรงกันข้ามกับชาตินี้ ไม่มีเหตุผลอะไรให้เธอต้องคิดไปในทางนั้นเนื่องจากหากสีครามทำเพราะอยากเอาชนะเฉย ๆทำไมชาตินี้เขาไม่มีท่าทีเบื่อหน่ายสักหน่อยล่ะ มันไม่ได้ต้องเอาชนะเธอแล้วนี่เธอยอมลงให้เขาอย่างง่ายดายเชียวนะ
“ผู้ใหญ่เขาพาเรามาเจอกันขนาดนี้คิดว่ายังไงล่ะ” สีครามตอบด้วยน้ำเสียงที่ไม่แสดงอารมณ์นักคราวนี้พันไมล์จึงเริ่มคิดว่าบางทีสีครามอาจเป็คนที่มองเห็นการแต่งงานเป็เพียงหน้าที่อย่างหนึ่งที่เขาต้องทำเพื่อตระกูลก็ได้เธอเลยอดจะห่อเหี่ยวขึ้นมาไม่ได้
หนีจากสามีชั่ว ๆมาเจอสามีตายด้านแทนหรือเปล่านะ...
“ถ้าเกิดไมล์ไม่แต่งงานกับพี่ล่ะคะ”พันไมล์เผลอกวนน้ำให้ขุนทั้งที่เธอตั้งใจจะเรียบร้อยน่ารักในสายตาเขาแท้ ๆเล่นเอาเธอกัดปากตัวเองไว้แทบไม่ทัน สีครามค่อย ๆ หยุดเดิน มีลมแรง ๆวูบหนึ่งพัดเข้ามาทำให้เส้นผมของอีกฝ่ายหล่นลงมาปรกที่หน้าผากมือใหญ่จึงเสียมันขึ้นไปด้วยท่าที นิ่ง ๆ
“เธอต้องแต่งเธอชัดไม่ได้หรอก"
“พี่รู้จักไมล์น้อยไป”เธอกอดอกสบตากับเขาอย่างไม่เกรงกลัว “ไมล์กล้าขัดใจคุณแม่อยู่แล้วค่ะรับมือยากที่สุดในบ้าน"
สีครามหลุดหัวเราะเสียงของเขาทุ่มลึกเหมือนขยี้อยู่ในลำคอ "ใครบอกว่าหมายถึงคุณแม่เธอกันล่ะ”
“คะ?”
“หมายถึงพี่นี่แหละ"
"...!"
สายตาของสีครามจับจ้องมาที่เธอคล้ายกับจะบอกว่าเ้าสาวของเขาต้องเป็เธอนี่แหละรอยยิ้มกดลึกที่มุมปากของเขาดูอันตรายจนชวนให้ขนอ่อนทัวร่างกายเด็กสาวลุกชัน “ขัดใจพี่ไม่ได้ พี่ดุกว่าที่เธอคิด"