ตอนที่ 10
ฉากเลิฟซีนเร่าร้อน 1
เช้าวันจันทร์
“สวัสดีค่ะคุณภาวิน วันนี้มากองถ่ายแต่เช้าเลยนะคะ”
“แฮ่ๆ ผมมาเช้าปกตินะครับ” พระเอกหนุ่มได้แต่สะแยะยิ้มและหัวเราะติดตลกไปตามมารยาท
‘กลัวจะเจอหน้าพิมแล้วทำตัวไม่ถูก ก็ดันบอกพิมว่าหลับฝันดี ไอ้เราแค่เพื่อนร่วมงานไปบอกประโยคนั้นมันทะแม่งๆ หรือตัวผมเองจะรู้สึกมากกว่านั้น...’
“ไม่ได้มารอใครมั้ง...เนอะ”
เสียงเมธาแทรกขึ้นหลังบทสนทนาของพระเอกหนุ่ม เขาเห็นถึงความผิดปกติของภาวิน
ภาวินตรงต่อเวลากับเื่งานก็จริง แต่เขาก็ไม่เคยหอบหิ้วตัวเองมากองถ่ายเช้าตรู่ขนาดนี้ เมธายังคงแครงใจต้องมีอะไรบางอย่างที่ทำให้พ่อดาราคนนี้มีพฤติกรรมแปลกไป
“เมย์ไปเตรียมมื้อเช้าให้พี่ไป แล้วอย่าลืมสเปรย์ระงับกลิ่นปากด้วยนะ วันนี้พี่มีฉากเลิฟซีน”
“ออ รู้ละ”
“รู้อะไร?”
“ไม่มีอะไรหรอกครับ เดี๋ยวผมไปเตรียมให้ครับ”
พิมพิชาที่เพิ่งมาถึงกองถ่าย เธอเดินตรงไปหาภาวินทันที่เห็นเขา
“เมื่อวานคุณพูดอะไรนะ เห็นคุณรีบวิ่งเข้าห้องไป ฉันไม่ทันได้ยินที่คุณพูด”
“เปล่านะ ผมพูดเหรอ”
“ก็ฉันได้ยินเสียงคุณพูดอยู่”
“ไม่บอกครับ”
“ไม่อยากรู้แล้วค่ะ”
“โอ้ ๆ เดี๋ยวไว้เลิกกองจะบอกนะ”
พิมพิชาเธอได้แต่สงสัยว่า คำพูดอะไรกันถึงบอกให้ตัวเธอต้องรอฟัง แม้ว่าเธอจะไม่ได้ใส่ใจมากนัก แต่ต่อมความอยากรู้ในสมองมันกำลังตื่นขึ้นเพื่อทำหน้าที่
“คุณพิม คุณวิน เดี๋ยวเปลี่ยนชุด แต่งหน้า ทำผมเลยนะคะ วันนี้เราเริ่มถ่ายเร็วหน่อยค่ะ”
“ค่ะ/ครับ”
ทีมงานแจ้งให้เขาและเธอเตรียมตัว เพื่อถ่ายทำตามที่พวกเขากำหนดไว้
ตามที่ผู้กำกับอธิบายบทเลิฟซีนเล่าร้อนนี้ทำให้ละครดูมีมิติ เมื่อนางเอกนั้นพลาดท้องกับพระเอกจนทำให้ทั้งคู่ต้องแต่งงานและกลายเป็คุณพ่อคุณแม่จำเป็
เลิฟซีนแรกกับฉากหน้าห้องพักในโรงแรมแห่งหนึ่ง เริ่มเมื่อพระนางเริ่มจูบกันหน้าประตูห้อง
“ปราภัทรกับมินตรา ยืนมองตาตรงหน้าประตูตรงนี้ แล้วปราภัทรค่อยเดินเข้าหามินตราจนหลังเธอพิงกับประตู จากนั้นโน้มลงไปจูบทีหนึ่ง แล้วก็ดึงออก มองหน้ามินตราอีกรอบ แล้วจูบลงไปอีกที พร้อมใช้มือหนึ่งหยิบคีย์การ์ดจากกระเป๋ากางเกงหลังแล้วแตะ แล้วปราภัทรก็ผลักประตูเข้าไป ส่วนอีกมือก็โอบน้องพิมไว้ด้วยนะ เดี๋ยวน้องจะหงายหลังไป”
“ครับ”
ทั้งสองคนเริ่มทำความเข้าใจและซักซ้อมท่าทางตามมุมกล้องและบท
“คุณเอาหลังพิงประตูไว้ที่แขนผมนะ เดี๋ยวพอผลักประตูเข้าไปผมจะรับตัวคุณไว้เองไม่ต้องกลัวว่าจะล้มนะ”
“ค่ะ คุณจะก้มลงมามุมไหน”
“งั้นผมเอียงหน้าไปทางขวาก่อนละกัน”
เขาพูดจบ แล้วเลื่อนใบหน้าที่กำลังเอียงไปฝั่งขวาตามที่ตระเตรียมกัน
“อืม”
“งั้นลองซ้อมจริงก่อนมั้ย หรือจะถ่ายจริงเลย”
“ถ่ายจริงไปเลยดีกว่าไหม ฉันว่าเราสองคนมืออาชีพอยู่ละ”
“ผมแล้วแต่คุณนะ”
“ทั้งสองคนผมขอดูมุมกล้องหน่อย ไหนลองซ้อมให้พี่ดูก่อน วางมุมแรกก็พอ”
“มุมนี้โอเคไหมครับ”
“เอียงไปขวาอีกนิด”
“ได้ละ ๆ มุมนี้เลย งั้นพี่จะถ่ายจริงได้เลยใช่ไหม”
“ค่ะ/ครับ”
เมื่อผู้กำกับและนักแสดงตกลงกันได้ ทีมงานทั้งกองถ่ายนี้ต่างพร้อมเพื่อเริ่มฉากเริ่มซีนแรก
“เอาละทุกคนสแตนด์บาย ห้า สี่ สาม สอง หนึ่ง แอคชั่น!”
‘ปราภัทรมองใบหน้าสวยของเพื่อนสาวอย่างมินตรา ทั้งคู่ต่างมีความ้าเช่นเดียวกัน ทุกความรู้สึกถูกส่งผ่านสายตาสองคู่’
ภาวินค่อย ๆ ก้าวเข้าหาพิมพิชา ทำให้เธอเองต้องก้าวถอยจนแผ่นหลังนั้นชนกับประตูของห้อง
ร่างสูงตรงหน้าค่อยโน้มตัวลงมา แล้วใช้ริมฝีปากเขากดลงมาที่เธออย่างนุ่มนวล เปลือกตาของนางเอกสาวก็พลันปิดลงโดยอัตโนมัติ
‘ผ่านไปชั่วครู่มินตราใช้มือเธอผลักที่อกของปราภัทรให้ปล่อยจูบนี้ออก ปราภัทรตั้งใจมองใบหน้าเธออีกครั้ง แต่มินตราเองกลับหลบสายตาเขา’
ไม่นานริมฝีปากก็ต้องละออก ให้พระนางแสดงตามบทละคร ซึ่งทั้งคู่ก็สื่ออารมณ์ผ่านสายตาอีกครั้ง
‘ปราภัทรคิดว่ามินตราอาจจะเขินอายที่พยายามผลักตัวเขาออก และตอนนี้ก็ไม่อาจห้ามการกระทำของตัวเองได้อีก จึงใช้ริมปากนี้กดจูบเธออีกครั้ง’
เขาประคองใบหน้าเธอขึ้นและโผจูบเธออีกครั้ง ริมฝีปากเปิดออก ค่อยดูดกลืนริมฝีปากน้อยของเธอ และเร่งจังหวะจูบขึ้นกว่าครั้งก่อนหน้า อีกทั้งยังบดขยี้ริมฝีปากนางเอกสาวเสมือนว่าเป็ปีศาจหนุ่มที่กำลังโหยกระหายเืของหญิงสาว
ััอุ่น ๆ จากริมฝีปากและจังหวะจูบที่เคลื่อนไหวไปพร้อมกัน ทำให้ความรู้สึกระหว่างคนสองคนรับรู้อารมณ์ผ่านบทจูบนี้
มือซ้ายที่ประคองใบหน้านางเอกสาวละออกเพื่อคว้าเ้าคีย์การ์ดจากกระเป๋ากางเกง ขณะที่เขาเปิดประตูแต่ริมฝีปากของทั้งคู่นั้นกลับไม่ได้ปล่อยบทจูบนี้ไป
จนกระทั่งประตูเปิดออกและเข้าไปในห้อง เสียงจากผู้กำกับก็ดังขึ้น
“คัท!”
พระนางทั้งสองต่างหยุดบทจูบนี้ ภาวินปล่อยริมฝีปากออกพร้อมกับใบหูทั้งสองแดงเปลี่ยนสี เขาใช้นิ้วโป้งตัวเองเช็ดคราบน้ำลายที่เกิดขึ้นระหว่างฉากจูบให้กับริมฝีปากของนางเอกสาวทันที
“ชอบคุณนะคะ”
พิมพิชาเงยมองไปยังใบหน้าภาวิน สังเกตเห็นใบหูทั้งสองขาเปลี่ยนเป็สีแดง จึงเผลอหลุดยิ้มออกมาจนเขาเห็น
“วิน น้องพิม ลองดูมอนิเตอร์ที่เล่นเมื่อกี๊ไหม”
“ค่ะ/ครับ”
ทั้งสองคนต่างตั้งใจดูผลงานของตัวเองของฉากเลิฟซีน
“พี่ว่าโอเค แล้วนะ จังหวะแล้วก็อารมณ์ สวยมาก ออกมาดูดีเลย สมกับเป็มืออาชีพจริงๆ เทคเดียวผ่านแล้ว”
“ครับ ผมคิดว่าโอเคมากครับ แล้วพิมคิดว่ายังไงบ้าง?” น้ำเสียงดูสุขุมจริงจังเห็นด้วยตามผู้กำกับ
“พิมว่าดูดีแล้วค่ะ เอาตามนี้ค่ะพี่”
“โอเค ก่อนที่เราจะไปฉากต่อไป เดี๋ยวพี่ขอพักกองก่อน แล้วจะให้ทีมได้เซ็ตอัพฉากต่อไปด้วย ค่อยมาเจอกันสักอีกหนึ่งชั่วโมงละกัน”
“ค่ะ/ครับ”
“นี่คุณ...” พิมพิชาเรียกภาวิน แต่กลับโดนพระเอกหนุ่มเมินหันไปทางอื่น พร้อมกับใบหูแดงก่ำ เขารีบซอยเท้าไวหันหลังกลับ โดยไม่แม้จะมองหน้านางเอกด้วยซ้ำ
‘ทำอย่างกับฉันไปพรากความบริสุทธิ์ เขามายังงั้นแหละ เล่นละครมาตั้งเยอะ ยังมาเขินกับฉากจูบแค่นี้อีก’
ภาวินกลับมาถึงก็ตั้งสติ ใบหน้าและใบหูสองข้างเริ่มแดงก่ำอีกครั้ง เมื่อเขานึกถึง่เวลาที่จูบกับนางเอกสาว
‘ผมจะกลายเป็โรคจิตไปแล้ว ถ้าในหัวผมยังคิดวนอยู่แบบนี้ หรือผมจะคิดเกินเลยกับเธอจริง ๆ’