-7-
#ความรู้สึกแบบนี้คือ?
ผมนั่งอยู่ริมระเบียงห้องที่เงาสะท้อนจากท้องฟ้าสีแดงอมส้มสลัวๆที่ไม่เชิงเย็นไม่เชิงค่ำนั้นได้เข้ามากระทบที่บริเวณตัวผมในมือข้างขวาได้ถือรูปใบเล็กอยู่หนึ่งใบ บุคคลในรูปใบนี้เป็คนที่ผมได้แอบชอบมานานมากผมถึงได้ไม่เคยมีแฟนเลยแม้แต่คนเดียว ต่อให้มีคนมาบอกชอบผมสักกี่คนก็จะปฏิเสธจนหมดทุกคน ผมไม่อาจลืมคนที่อยู่ในความทรงจำ่วัยเด็กได้จากความทรงจำก็เพิ่มเป็ความชอบ จนเป็ความรักที่ผมเก็บไว้ในใจมาตลอดผมอธิษฐานมาตลอดว่าขอให้ได้พบเขาคนนั้นอีกสักครั้ง
***********************
“มึงทำไรมืดๆค่ำๆว่ะไอ้ภู ทำไมไม่เปิดไฟว่ะ” คิวเอ่ยขึ้นหลังจากเปิดประตูห้องเข้ามาแล้วก็เปิดไฟ ทำผมถึงกลับสะดุ้งเพราะแสงไฟเข้ามากระทบดวงตาจนแสบระยิบระยับ
“กูก็แค่นั่งเล่น วิวมันสวยดี”ผมรีบแก้ตัวที่ดูไม่น่าแก้ตัวได้เพราะหลักฐานยังคงคาอยู่ในมือ
“นั่งเล่นเชี้ยไรว่ะเเม่ง มึงนี่แม่ง จะนั่งทำเอ็มวีเหรอว่ะ ไปหมดแล้วเพื่อนกูสมงสมอง บอกเลยครับไม่เนียนๆ” มันพูดเสร็จก็มาแย่งรูปที่มือผมไปดูด้วยสีหน้าใ
“อะไรว่ะ กูนึกว่าดูผู้หญิงสวยๆ แต่นี่มึงดู..”
“เอามา” ผมเอ่ยออกไปเบาๆ
“เดี๋ยวสิว่ะ ! กูขอดูหน้าให้ชัดๆหน่อย ทำไมกูคุ้นหน้าคุ้นตาจังว่ะ..”
"เดี๋ยวๆๆนะไอ้ภู ครั้งแรกกูคิดว่ากูตาฝาด กูไม่ได้ฝันไปใช่ป่ะ นี่มึงชอบ..หรอว่ะ มึงเล่ามาให้หมดเลยนะๆ”
“เออน่า เอารูปมาก่อน เดี๋ยวเล่าให้ฟัง”ผมก็เล่าความทรงจำวัยเด็กของผมให้กับไอ้คิวฟัง ขนาดมันยังใเพราะมันเป็เพื่อนสนิทผมมาั้แ่เด็กด้วยกันมันกลับพึ่งมาได้รู้จักความลับที่ผมไม่เคยบอกใคร เพราะปกติมันจะรู้ทุกเื่ของผม แต่ตอนนี้มันก็ได้รู้ความลับของผมจนหมดเปลือกแล้ว
“เดี๋ยวกูช่วยมึงเอง”คิวเอ่ยขึ้นแล้วเอามือมาแตะไหล่ผม
“อย่างมึงนะจะมาช่วยกู ตัวมึงเองยังไม่รอด”ผมพูดออกไปด้วยสีหน้าไม่เชื่อ
“อย่างน้อยกูก็เป็หูเป็ตาเป็ยายเป็ชวดให้มึงได้ป่ะค้าบบ”คิวบอกด้วยน้ำเสียงที่ไปทางอารมณ์กวนๆบวกกับสีหน้ามันตอนนี้ผมนี่ต้องเป็ลูกมือมันอีกยาวแน่ๆเพราะมันถือไพ่เหนือกว่าผมแล้ว
**************************
@ ตึกบริหาร
“วันวันนี้มึงมาเช้าในรอบแห่งปีเลยว่ะ” บูมเอ่ยขึ้นพร้อมกับทำสีหน้าท่าทางทะเล้นๆ
“มึงอย่ามาเวอร์ เราพึ่งเข้าปี 1 ยังเรียนไม่ถึงปีด้วยซ้ำ”
“อะไรของมึงว๊าเพื่อนวัน ขำๆแต่เช้า ไม่เล่นมุกกับกูเล้ยยยย” บูมแกล้งหน้านอยๆใส่
“ทำไมมิกซ์ยังไม่มาว่ะ ่นี้มันไม่เคยไลน์หากูเลย” ผมเอ่ยขึ้นกับบูม
“มันไม่ว่างเปล่า สงสัยมีนัดกับสาวละมั้ง” บูมเอ่ยขึ้นแล้วก็เล่นเกมส์ในโทรศัพท์ต่อด้วยอารมณ์ชิวๆ
“คิดถึงกูหรอ? ” มิกซ์เดินเข้ามาได้จังหวะที่ผมพึ่งจะถามหามันกับบูมไม่ถึง 2 วินาที
“ก็กูเห็นมึงหายๆไปเลย ก็คิดว่ามึงจะไม่สบายหรือตายอืดอยู่ในหอซะอีก” ผมพูดกวนๆประสาทมันไปแต่ดูเหมือนมันจะไม่ค่อยสบอารมณ์
“มึงเป็ไรเปล่าว่ะ่นี้แปลกๆนะ”ผมถามขึ้นแล้วจ้องหน้ามัน แล้วมองด้วยสายตาขึ้นลงทีซ้ายขวาทีจนมันเบนหน้านี้
“ไปเข้าห้องเรียนกันได้แล้วไอ้พวกเชี้*” มิกซ์เปลี่ยนเื่พูดทันที แล้วเราทั้งสามคนก็ลุกเดินไปเข้าห้องเรียน
************************
@เที่ยง
“กินไรกันดีว่ะพวกมึง” แป้งเอ่ยขึ้นมา
“กูอยากกินอะไรที่มันน้ำๆแซ่บๆอ่ะ”คิวเอ่ยขึ้นแล้วมองไปทางแป้งด้วยสีหน้าหื่นๆ
“ไอ้คิว อย่าบอกนะว่ามึงหมายถึง..”
“กูหมายถึงต้มยำกุ้ง มึงคิดไรอ่ะแป้ง หรือว่าคิดอะไรมิดีมิร้ายกับกูห่ะ”คิวเอ่ยขึ้นแล้วทำปากจู๋ๆเหมือนจะจูบแป้ง
“อี๊ เอาหน้าสกปรกๆของมึงออกไปเลย แป้งเอามือดันหน้าคิวออก”
“นี่พวกมึงจะกินข้าวหรือจะกัดกันครับ กูหิวแล้วครับ!” ผมเอ่ยขึ้นแล้วทำตาขวางๆใส่พวกมันทั้งสองจนแป้งกับคิวหันมามองหน้าผมด้วยสีหน้าอย่าพึ่งโมโหหิวนะอะไรแบบนั้น ผมให้พวกมันไปซื้อข้าวมาให้ในฐานะที่ยืนเถียงกันนานสองนานผมยืนฟังจนหิวข้าวไส้จวนจะขาดเลย ผมกวาดสายตาที่จะหาโต๊ะนั่งเงียบๆ ที่มีคนนั่งกินข้าวน้อยที่สุดก็เลยไปสะดุดตาเข้ากับโต๊ะฝั่งตรงข้ามที่อยู่ตรงมุมเสา สักพักแป้งกับคิวก็มาได้ทันเวลาพอดี
“มาแล้วครับคุณชายแทนที่มึงจะเป็คนซื้อให้กูนะไอ้ภู เดี๋ยวกูจะคิดบัญชีทีหลังให้จุกเลยครับ
“อะไรจุกว่ะ ?”แป้งเอ่ยขึ้นมาด้วยสีหน้าออกแดงที่มุมแก้มเล็กน้อย
“ก็จุกแบบ..”คิวทำหน้าหื่นๆฟินๆใส่แป้ง แต่แป้งไม่รู้ตัวว่าโดนแกล้ง
“พอได้แล้วพวกมึงสองตัวอ่ะ”ผมพูดแล้วเน้นคำว่าตัวใส่หน้ามันสองคน
“ไอ้วันที่นั่งฝั่งนี้เต็มหมดแล้ว เราจะไปนั่งกินข้าวตรงไหนดีว่ะ” บูมเอ่ยขึ้นแต่วันนี้มิกซ์ยังคงหน้านิ่งไม่สบอารมณ์เหมือนเดิมราวกับว่าโกรธใครสักคนอยู่
“ลองไปดูฝั่งโน้นไหม” ผมเอ่ยขึ้นแล้วเดินตรงไปทางมุมเสามิกซ์กับบูมก็เดินตามมาจากข้างหลังติดๆ
“เชรดนั่นพี่รหัสมึงนี่หว่าวัน” บูมเอ่ยขึ้น
“ไปนั่งด้านนอกก็ได้มั้ง กูว่าไอ้วันคงไม่อยากนั่งแถวนี้หรอก”มิกซ์เอ่ยขึ้นแล้วเดินกลับไปทางเดิม ทำให้พวกผมก็ต้องเดินตาม แต่ก้าวออกไปไม่เกิน 2 ก้าวก็มีเสียงเรียกจากด้านหลัง
“อ้าวน้องตะวันมานั่งด้วยกันดิ ที่ว่างเยอะเลย” คิวเอ่ยเรียก
“มาดิว่ะยืนทำเชี้ยไร ไม่หิวข้าวกันรึไง!” คิวเอ่ยขึ้นเรียกเป็ครั้งที่สอง ผมที่กำลังนั่งกินข้าวอย่างหิวและไม่สนใจที่จะหันไปมองว่าคิวเรียกใครมานั่งกินข้าวด้วยแต่ก็ต้องถึงกับถือช้อนค้างทันที
“หวัดดีครับพี่ภูผา”
“............”
“อืมหวัดดี”ผมพูดไปด้วยสีหน้าดูเ็าแล้วก็กินข้าวต่อ
“ไอ้ภูมันหิวข้าวหน่ะ ก็เลยไม่อยากคุยกับใครตอนนี้ ขนาดพี่มันยังไม่พูดด้วยเลย ก้มหน้าก้มตากินอย่างเดียว”ดูเหมือนว่าคิวกำลังแก้หน้าให้ผมอยู่ ไม่เสียแรงที่คบมันมานาน แค่มองตายังรู้ใจกันได้
วันนี้พี่ภูดูท่าทีแปลกๆ หรือจะยังไม่หายใเื่ที่เจอกันตอนกินข้าวที่บ้านเมื่ออาทิตย์ที่แล้วผมเองก็ใไม่แพ้กันแต่จะให้ผมทำยังไงได้ถ้าผมไม่คุยกับพี่เขาสักคำในหนึ่งวันผมต้องเป็บ้าแน่ๆ แต่อาทิตย์ที่แล้วผมกลับไปทบทวนคิดดีเเล้วว่า..ยังไงผมก็ยังจะชอบพี่ภูแบบนี้ไปเรื่อยๆเเละตลอดไปปัญหาแค่นี้ไม่มีทางทำให้ผมเลิกชอบพี่เขาได้แต่วันนี้ผมต้องถามพี่ภูให้รู้เื่ว่าพี่เขาโกรธผมหรือเปล่า หรือผมไปทำอะไรให้โกรธวันนี้หลบสายตาผมตลอดเลยและไม่เปิดโอกาสให้ผมพูดคุยอะไรเลย
*******************************
@ตอนเย็น
ผมกำลังเดินจะไปโรงรถหลังจากเรียนเสร็จ แล้วแยกกลับกับคิวไปคนละทางเพราะต่อให้อยู่หอเดียวกัน ก็ไม่เคยได้กลับด้วยกันสักที มันก็คงไปส่องสาวที่ไหนสักทีอยู่แหละ และในขณะนี้ท้องฟ้าก็ปกคลุมไปด้วยเมฆหนามืดครึ้มราวกับว่าฝนจะตกไม่ช้าก็เร็ว
“พี่ภูหลบหน้าผมทำไม”เสียงที่คุ้นหูเอ่ยถามผมขึ้นด้วยสีหน้าที่มีความกังวล
“เปล่า”
“......”
“......”
“พี่เป็ไรก็บอกผมดิ ผมว่าเราเคลียร์กันไปทุกเื่แล้วนะพี่ภู”ผมพูดด้วยน้ำเสียงที่ยังงงกับท่าทีของอีกฝ่ายว่าคิดอะไรอยู่ข้างในใจ
“กูไม่ได้เป็อะไร วันนี้ก็รีบๆอ่ะ กูกลับหอก่อนนะ”
“พี่สัญญาว่าจะเป็พี่รหัสที่ดีให้ผมไม่ใช่เหรอ”ผมเอ่ยขึ้นเชิงนัยๆว่าทวงคำสัญญาที่พี่ภูเคยบอกไว้ว่าจะเป็พี่รหัสที่ดีให้ แล้วในขณะนั้นผมก็ไปยืนขวางประตูรถไว้
“กูแค่สับสน.. มึงเลิกยุ่งกับกูสักพักเหอะ แค่นี้ชีวิตกูก็วุ่นวายมากพอแล้ว”
“....................”
ผมเอ่ยออกไปด้วยสีหน้าหงุดหงิดแล้วพลั้งปากพูดออกไปไม่รู้ตัว และผมเห็นสีหน้าของอีกฝ่ายที่ยืนอยู่ด้านหน้าท่าทีมีความกังวลอยู่ไม่น้อย ทำไมกับเื่แค่นี้ต้องมากังวลมากมายหรือแคร์คนอย่างผมด้วย เพราะอะไร..เพราะอะไรมึงถึงแคร์กูขนาดนี้ด้วยตะวัน..กูรู้สึกทำตัวไม่ถูกแล้ว
“พี่โกรธผมเื่ที่ผมไม่ได้บอกว่าเราเคยรู้จักกันตอนเด็กใช่ไหมครับ”อีกฝ่ายถามผมขึ้นมาด้วยคำถามที่ใช่สิ่งที่ผมคิดไว้ั้แ่แรก หรือเรียกว่าคำถามนี้ไม่เคยอยู่ในหัวของผมเลย
“.................”
“ผมเองก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพี่คือพี่ใหญ่ ผมก็พึ่งจำได้ตอนที่พี่มากินข้าวบ้านผม อย่าโกรธผมเลยนะครับ”อีกฝ่ายพูดขอโทษมาด้วยสีหน้ามีความกังวลมากกว่าเดิม จนผมทนเห็นแบบนี้ไม่ได้อีกแล้ว
“กูกลับก่อนนะ วันหลังค่อยคุย” ผมรีบพูดตัดบทแล้วดึงตัวอีกฝ่ายออกมาตรงหน้าประตูรถ แล้วก็ขับรถออกไปทันที
“ความรู้สึกแบบนี้มันคืออะไรกัน” ผมเอ่ยกับตัวเองเบาๆขณะขับรถออกไปอย่างช้าๆ
ผมยังคงยืนงงกับเหตุการณ์เมื่อกี้ ความรู้สึกแบบนี้ผมไม่เคยคิดจะอยากได้มันเลย ผมรักษามันมาตั้งนานผมต้องเสียมันไปแล้วจริงๆหรอ ถ้าผมไม่ออกมาจากห้องวันนั้นไม่มานั่งกินข้าว ผมอาจจะยังเป็เหมือนเดิมกับพี่ภูและยังคงเป็พี่รหัสที่ไปมาหาสู่กันได้เหมือนเดิม ผมพลาดแล้วจริงๆใช่ไหม ..
เสียงเม็ดฝนมากระทบที่หน้าผากเม็ดสองเม็ดว่าเตือนผมว่าอีกหลายๆเม็ดกำลังจะตกลงมาในไม่ช้า แล้วฝนก็ตกลงมาโครตได้จังหวะอารมณ์ในตอนนี้เลย เหมือนกับว่าถ่ายเอ็มวีหนังอะไรแบบนั้น แต่คงจะเป็หนังเศร้าที่ผิดหวังกับความรักซ้ำแล้วซ้ำเล่า จะเดินกลับตึกเรียนก็ไม่ทันต่อให้วิ่งก็ไม่ทันแน่นอน ตอนนี้เสื้อนักศึกษาเปียกโชกไปด้วยน้ำฝนแล้ว จะกลับบ้านก็คงกลับสภาพนี้ไม่ได้เพราะรถแท็กซี่ก็น่าจะไม่ค่อยมีแล้ว ยิ่งฝนตกหนักแบบนี้คงไม่ค่อยมีรถจอดรับเท่าไร ผมก็ไม่ได้เอารถมาอีกวันนี้รถเสียด้วยเอาไปเข้าอู่ซ่อมคงอีก 2- 3 วันแหละถึงได้ ผมล้วงกระเป๋าจับโทรศัพท์ออกมาจะโทรหาคนที่บ้านแบตก็ดันมาหมดอีกนี่สินะคงจะเป็วันผิดหวังของผมจริงๆ
ผมขับรถออกมาสักแล้วยังคงคิดวนไปวนมาในหัวเพราะอะไรตะวันถึงแคร์ผมมากแล้วความรู้สึกแบบนี้ที่เกิดขึ้นกับผมมันคืออะไร ก็ยังคงสับสน เม็ดฝนหยดลงมาที่หน้ากระจกรถ หยดลงมาเรื่อยๆจนเป็เม็ดฝนที่หนักขึ้นเรื่อยๆตกนักถึงขั้นที่คนๆนึงไปยืนไม่เกิน 1 นาทีก็ยังสามารถเปียกโชกได้เลย
ภาพแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวของผมก็คือ เมื่อกี้ผมกับตะวันพึ่งคุยกันไปเอง และโรงจอดรถก็ไกลจากตึกมากด้วย ผมเลยหยุดรถเพื่อรีบกลับไปหาอีกฝ่ายทันที ผมวนรถขับกลับไปที่มอด้วยความเร็วอยู่สมควร ไม่รู้ว่าเป็ความรู้สึกห่วงใยหรือรู้สึกผิด ผมกลับเข้ามาข้างในอีกครั้งผมเห็นอีกฝ่ายจากด้านหลังแล้ว ผมรีบจอดรถแล้วลงไปพร้อมกับร่มแต่ภาพที่ผมเห็นด้านหน้าทำให้หัวใจผมเต้นแรงเหมือนถูกบีบรัดโดยไม่รู้ตัว....
“มึงโอเคใช่ไหมวัน”เสียงมิกซ์พูดอยู่ด้านหน้าผมด้วน้ำเสียงเบาๆ ที่ตัวของมิกซ์ก็เปียกน้ำฝนจนโชกไม่ต่างอะไรกับผมมันยื่นร่มคันใหญ่ให้ผมด้วยสีหน้าที่ห่วงใยไม่น้อย
#PhuPhaTawan