หลินอวี่นั่งลงบนโขดหินอีกครั้ง ส่วนแม่ของเขากลับไปก่อน เพื่อดูแลน้องสาวและรอข่าวดีจากเขา
เขาจะทำให้แม่ผิดหวังไม่ได้ ต้องตกปลาบู่ให้ได้มากพอก่อนบ่ายสามโมง เพื่อนำไปขายที่ท่าเทียบเรือหรือสหกรณ์ร้านค้าให้ได้ราคาดีจะได้นำเงินมาซื้อยารักษาโรคน้องสาว เพราะเมื่อใกล้พลบค่ำ เรือประมงที่ออกทะเลจะกลับเข้าฝั่ง หากนำไปขายตอนนั้น ปลาที่ท่าเทียบเรือจะมีจำนวนมาก ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อราคาอย่างแน่นอน
เขาต้องรีบแล้ว!
เมื่อดึงคันเบ็ดขึ้นมา แม้จะปล่อยทิ้งไว้นานขนาดนี้ แต่ปูที่ใช้เป็เหยื่อยังคงอยู่ ทำให้หลินอวี่รู้สึกสงสัย เมื่อลองคิดดูดี ๆ ต้องเป็เพราะจุดที่เลือกตกปลามีปัญหาแน่นอน
การเลือกจุดตกปลาที่เหมาะสมนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยปกติแล้ว ปลาบู่ชอบอาศัยอยู่ในบริเวณที่กระแสน้ำไหลช้า น้ำลึก และมีทราย โคลน หรือก้อนหินที่สามารถใช้เป็ที่ซ่อนตัวได้ เนื่องจากสถานที่เหล่านี้เป็สภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและมีแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์
ประการแรก พื้นที่ที่กระแสน้ำไหลช้าจะทำให้ปลาบู่ว่ายน้ำและหาอาหารได้อย่างง่ายดาย โดยไม่ถูกกระแสน้ำที่เชี่ยวกรากพัดพาไป ส่วนบริเวณที่น้ำลึกจะช่วยให้ปลาบู่มีพื้นที่ในการดำรงชีวิตมากขึ้น และสามารถหาอาหารในชั้นน้ำที่แตกต่างกันได้
ประการต่อมา การมีทราย โคลน หรือก้อนหินเป็ที่ซ่อนตัวนั้นสำคัญมากสำหรับปลาบู่ สถานที่เหล่านี้ช่วยให้ปลาบู่หลบเลี่ยงการไล่ล่าจากศัตรูธรรมชาติ และยังเป็ที่อยู่อาศัยที่สะดวกสบาย ตัวอย่างเช่น ช่องว่างระหว่างก้อนหินสามารถเป็ที่ซ่อนตัวของปลาบู่ ส่วนทรายและโคลนจะช่วยให้พวกมันขุดรูและหาอาหารได้อย่างง่ายดาย
ไม่นานนัก แววตาของหลินอวี่ก็เป็ประกาย เขาล็อกเป้าหมายจุดที่น่าจะมีปลาบู่ซ่อนตัวอยู่มากที่สุดในโขดหินดำ
ที่นั่นมีโขดหินเรียงรายสลับซับซ้อนเหมือนฟันสุนัข มุมหินที่แหลมคมพุ่งขึ้นมาจากก้นทะเล ถูกกาลเวลาและน้ำทะเลขัดเกลาจนเงางามและดูเ็า พื้นผิวของโขดหินเต็มไปด้วยรูและช่องว่างเล็ก ๆ มากมาย ช่องที่ใหญ่พอให้ปลาบู่ว่ายผ่านได้อย่างคล่องตัว ส่วนช่องที่เล็กก็กลายเป็มุมลับสำหรับซ่อนเศษเหยื่อ
น้ำทะเลรอบ ๆ มีความเย็นเยียบ เมื่อสะท้อนกับโขดหินจึงดูลึกและมืดมนเป็พิเศษ
สาหร่ายทะเลพริ้วไหวเบา ๆ ในน้ำ ใบเรียวยาวบางครั้งก็พันรอบโขดหิน บางครั้งก็แผ่สยายล่องลอยอยู่ในน้ำ นอกจากนี้
ในบริเวณนี้ ก้นทะเลที่เป็ทรายยังผสมกับเศษเปลือกหอยชิ้นเล็กชิ้นน้อย บางครั้งสามารถเห็นปูตัวเล็กคลานผ่านไปอย่างรวดเร็ว ไม่ต้องสงสัยเลย ที่นี่คือที่อยู่อาศัยที่ปลาบู่ชอบที่สุด หากที่นี่ไม่มีปลาบู่ ที่อื่นก็ไม่มีทางมีแน่นอน
หลินอวี่ปรับมุม แล้วเหวี่ยงคันเบ็ดตกปลาแบบง่าย ๆ ของเขาลงไปยังจุดตกปลาที่ยอดเยี่ยมนี้อย่างแ่เบาและแม่นยำ เพราะกลัวว่าจะทำให้ปลาบู่ที่อาจจะอยู่ตรงนั้นตื่นใ เนื่องจากไม่มีทุ่นชิงหลิว เขาจึงต้องระมัดระวังมากขึ้น ความลึกของเอ็นตกปลาทั้งหมดขึ้นอยู่กับประสบการณ์และสายตา
ในเวลานี้ หลินอวี่นั่งนิ่งอยู่บนโขดหินดำด้วยความตั้งใจจดจ่อ มีชาวประมงบางคนที่มาหาของริมทะเลมองมาทางเขา แล้วส่ายหัวอย่างระอา "นั่นมันไม่ใช่ไอ้เด็กเหลือขอตระกูลหลินหรอกเหรอ? น้องสาวเขากำลังจะป่วยตายอยู่แล้ว เขายังมีกะจิตกะใจมานั่งตกปลาอยู่อีกเหรอ?"
"ตรงนั้นจะตกปลาอะไรได้? เหลวไหลสิ้นดี สู้เก็บหอยทรายกลับบ้านไปกินยังจะดีกว่า แม่ของเขาต้องลำบากเลี้ยงพี่น้องคู่นี้ขนาดไหน? ไม่รู้จักช่วยแบ่งเบาภาระแม่บ้าง จึ๊ ๆ ... เด็กคนนี้แย่จริง ๆ !"
หลินอวี่จ้องมองนิ่งโดยไม่ละสายตา ใบหน้าเรียบเฉยและทำเป็หูทวนลมต่อเสียงเยาะเย้ยที่แว่วมา
เคล็ดลับที่สำคัญที่สุดของการตกปลาคือต้องมีความอดทน เขาเฝ้าสังเกตผิวน้ำและสภาพแวดล้อมใต้น้ำอย่างเงียบ ๆ เพราะกลัวว่าจะพลาดร่องรอยการฮุบเหยื่อของปลาบู่ ทันใดนั้น ปลายคันเบ็ดก็จมลงอย่างแรง เอ็นตกปลาตึงเปรี๊ยะ มีแรงดึงมหาศาลส่งมาจากก้นน้ำ
สีหน้าของหลินอวี่เปลี่ยนไป เขารู้ว่าตัวเองตกปลาตัวใหญ่ได้แล้ว แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่จังหวะที่ดีที่สุดในการตวัดสายเบ็ด เพราะปลากำลังมีแรงมาก หากตวัดสายตอนนี้ ด้วยแรงปะทะของทั้งสองฝ่าย มีโอกาสสูงที่เอ็นจะขาด แต่เนื่องจากไม่มีทุ่นชิงหลิว และเอ็นตกปลาก็ใช้เส้นด้ายจากอวนเก่ามาแทน จึงไม่สามารถดึงรั้งไว้นานเกินไปได้ จังหวะที่ควรตวัดสาย
ตอนนี้เองที่ประสบการณ์การตกปลาทะเลอันเชี่ยวชาญของหลินอวี่ได้ฉายแสง หลังจากปลาบู่ดิ้นรนอย่างรุนแรงใน่แรกที่ฮุบเหยื่อ เมื่อพละกำลังลดลง จะมี่พักสั้น ๆ ซึ่งนั่นคือจังหวะที่ดีที่สุดในการตวัดสายเบ็ด
"ตอนนี้แหละ!"
เมื่อได้จังหวะ เขาก็ตวัดสายเบ็ดอย่างแรง ปลาบู่ตัวอ้วนท้วนตัวหนึ่งถูกดึงขึ้นมาเหนือผิวน้ำทันที มันดิ้นรนอย่างสุดชีวิต หางและครีบสะบัดอย่างรวดเร็ว จนเกิดละอองน้ำใสกระจายตัว ทุกครั้งที่สะบัดจะตัดผ่านลำแสงเป็เส้น ๆ หยดน้ำที่หอบเอาแสงสว่างพุ่งกระจายออกไปรอบทิศทาง ราวกับว่ามันกำลังเต้นระบำกลางอากาศพร้อมกับเพชรเม็ดเล็ก ๆ ที่แตกกระจาย
วินาทีนี้ ช่างงดงามเหลือเกิน
แสงที่เจิดจ้าหลอมรวมกับร่างกายปลาที่พลิ้วไหว ทำให้สิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ นี้กลายเป็ 'ตัวเอก' ที่โดดเด่นที่สุดบนชายฝั่งในชั่วขณะที่หลุดพ้นจากน้ำทะเล กลายเป็ภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจซึ่งเต็มไปด้วยพลังแห่งชีวิตและความงามตามธรรมชาติ 'ปลาบู่ตัวนี้มีน้ำหนักถึงหนึ่งจิน'
หลินอวี่เพิ่งเคยเห็นปลาบู่ตัวใหญ่ขนาดนี้เป็ครั้งแรก ในชาติก่อน ปลาบู่ตัวเล็ก ๆ ขายไม่ได้ราคา หรือแทบไม่มีใครเอา ตัวที่หนักประมาณสองสามขีดก็หาได้ยากและราคาสูงกว่ามาก หากหนักครึ่งจินยิ่งน้อยลงไปอีก และราคาจะพุ่งสูงขึ้นทันที
ส่วนปลาบู่ที่หนักหนึ่งจินขึ้นไป ยิ่งมีมูลค่ามหาศาล แต่หาได้ยากยิ่ง
"ไม่รู้ว่าในยุคนี้ ปลาบู่หนักหนึ่งจินตัวนี้ จะขายได้ราคาเท่าไหร่" หลินอวี่พึมพำกับตัวเอง ใบหน้าปรากฏรอยยิ้มแห่งชัยชนะ ในใจเต็มไปด้วยความหวัง ปลาตัวแรกนี้ไม่เลว เป็สัญญาณเริ่มต้นที่ดี เพียงแต่ถ้าจะรักษาน้องสาว ปลาบู่ตัวเดียวคงไม่พอ
หลินอวี่ไม่กล้าชักช้า เวลาคือเงินทอง และยิ่งกว่านั้นคือชีวิตของน้องสาว หลังจากใส่ปลาลงในข้องใส่ปลา เขาก็ทำแบบเดิมอีกครั้ง ค่อย ๆ หย่อนเอ็นตกปลากลับลงไปใต้น้ำ สายตาคมกริบดุจเหยี่ยว และสงบนิ่งราวกับพระเถระที่เข้าฌาน
เวลาผ่านไปนาทีต่อนาที ปลาบู่ในลอบดักปลาก็เริ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อหลินอวี่เงยหน้ามองดวงอาทิตย์และรู้สึกว่าเวลาใกล้จะครบกำหนด ในลอบดักปลาของเขาก็เต็มไปด้วยปลาบู่ มีทั้งหมดกว่ายี่สิบตัว ตัวใหญ่หนักหนึ่งจินขึ้นไป ส่วนตัวเล็กก็หนักประมาณครึ่งจิน
สิ่งนี้ทำให้หลินอวี่อดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจ แม้ยุคนี้สิ่งของจะขาดแคลน แต่สายพันธุ์สัตว์กลับอุดมสมบูรณ์ เขามองปลาบู่ในลอบดักปลาแล้วยิ้มอย่างพอใจ "ดูเหมือนจะพอแล้ว ต้องรีบไปขายที่ท่าเทียบเรือ จะได้ไม่ต้องให้น้องสาวทนทรมาน"
ขณะที่เขายกลอบดักปลาเตรียมจะจากไป ปลาบู่ตัวหนึ่งก็ะโขึ้นจากผิวน้ำอย่างกะทันหัน
ร่างกายที่เพรียวบางของมันวาดเส้นโค้งสีเงินกลางอากาศ แสงแดดตกกระทบเกล็ดปลาที่เปียกชื้น สะท้อนแสงระยิบระยับ
ครีบของมันกางออกอย่างทรงพลัง ราวกับกำลังต่อสู้กับอากาศที่มองไม่เห็น หางสะบัดอย่างรุนแรงจนหยดน้ำใสพุ่งกระจายใส่ตัวหลินอวี่ราวกับไข่มุก
จากนั้นเสียง "ตู้ม!" มันก็พุ่งกลับลงน้ำด้วยท่าทางของผู้ชนะ ทิ้งไว้เพียงวงคลื่นที่แผ่ขยายออกไป เพื่อพิสูจน์ถึงการะโที่น่าตื่นเต้นเมื่อครู่
หลินอวี่จ้องมองลงไปในน้ำ มันไม่ได้ว่ายหนีไป แต่กลับบิดตัวว่ายวนไปมาอย่างช้า ๆ 'นี่คือการท้าทาย' ในฐานะผู้รักการตกปลาทะเลตัวยง จะทนได้อย่างไร?
หลินอวี่นั่งลงอีกครั้ง สายตาล็อกเป้าไปที่ปลาบู่ที่กำลังท้าทายอยู่ในน้ำ เขาค่อย ๆ ใส่เหยื่อใหม่อย่างไม่รีบร้อน เหยื่อปูนั้นสะท้อนแสงแดดเป็ประกายล่อใจ เขาค่อย ๆ หย่อนเหยื่อลงในน้ำ จนกระทั่งตกลงตรงหน้าปลาบู่ตัวนั้น ซึ่งเ้าปลาบู่ก็ยังคงนิ่งเฉย
มุมปากของหลินอวี่ยกขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มเต็มไปด้วยความขี้เล่น เขาค่อย ๆ ขยับเอ็นตกปลา ให้เหยื่อดูเหมือนปูที่าเ็กำลังดิ้นรนว่ายน้ำอยู่ ปลาบู่ถูกดึงดูดเข้าหาจริง ๆ มันจ้องมองเหยื่อตาไม่กะพริบ เริ่มจากว่ายวนรอบ ๆ อย่างระมัดระวัง บางครั้งก็พุ่งเข้าหาอย่างรวดเร็ว บางครั้งก็หันหลังว่ายหนี ราวกับกำลังทดสอบว่า 'ของอร่อย' นี้มีอันตรายหรือไม่
หลินอวี่มีความอดทนเพียงพอ เขาควบคุมเอ็นตกปลา รักษาแรงดึงดูดของเหยื่อไว้ตลอดเวลา ในที่สุด ปลาบู่ก็ทนไม่ไหว พุ่งเข้าหาเหยื่อราวกับสายฟ้าแลบ และอ้าปากกว้างงับเหยื่อคำโต เมื่อเห็นดังนั้น หลินอวี่สะบัดข้อมือเบา ๆ เอ็นตกปลาตึงเปรี๊ยะทันที ตัวเบ็ดที่คมกริบปักเข้าที่ปากของปลาบู่ได้อย่างแม่นยำ ปลาบู่ดิ้นรนอย่างสุดชีวิตจนน้ำกระจาย แต่ไม่มีทางหนีพ้น ได้แต่ถูกหลินอวี่ลากขึ้นฝั่งมา
"ถ้าไม่หาเื่ตาย ก็คงไม่ตาย"
หลังจากแกะเบ็ดออกจากปากปลา หลินอวี่ก็ดีดหัวปลาบู่ตัวนี้เบา ๆ อย่างหยอกล้อ แล้วโยนมันลงในลอบดักปลา เขามองไปที่เส้นขอบฟ้า เตรียมตัวมุ่งหน้าไปยังท่าเทียบเรือ "หวังว่าปลาบู่พวกนี้ในยุคนี้จะขายได้ราคาดี ไม่อย่างนั้น ในเวลานี้ก็ไม่รู้จริง ๆ ว่าจะหาวิธีไหนมาหาค่ารักษาให้น้องสาว"