ลี่ถังหันกายกลับมารู้สึกประหลาดใจอยู่บ้างกับปฏิกิริยาของชายชราดวงตาใส่ซื่อของเด็กสาวแสร้งแววงุนงง ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ"เอ่อ.. ข้าเดาชื่อของมันถูกด้วยหรือเ้าค่ะ?"
ชายชราคิ้วกระตุกเมื่อได้ยินเช่นนั้นสมุนไพรปราณต้นนี้น้อยคนนักที่รู้จักชื่อของมันจริงๆอย่าว่าแต่เด็กสาวที่เพิ่งจะลืมตาดูโลกได้เพียงสิบสามสิบสี่ปีซึ่งสมุนไพรปราณชนิดนี้หายากเสียยิ่งกว่ายาก
ชายชราไม่เชื่อแม้แต่น้อยว่านางจะเดาชื่อของมันถูกจริงๆอย่างน้อยจะต้องรู้อะไรเกี่ยวกับมันอย่างแน่นอน!
"สาวน้อย เ้าอย่ามาเล่นลิ้นกับข้าบอกมาว่าเ้ารู้จักมันได้อย่างไร?"
ชายชราตวาดลั่นด้วยสีหน้าร้อนรนอย่างปิดไม่มิดพลังปราณอันแข็งแกร่งปะทุออกมาอย่างรุนแรงชั่วพริบตาคลื่นพลังกวาดเอาโอสถและสมุนไพรชนิดต่างๆ ที่อยู่ภายในร้านพลัดตกจากชั้นวางกระจัดกระจายเกลื่อนพื้น
ลี่ซือเองไม่ทันได้ตั้งตัวชายหนุ่มที่ไร้ซึ่งพลังลมปราณต่อต้านก็พลันหมดสติไปในทันที
ลี่ถังขมวดคิ้วนางรู้สึกโกรธขึ้นมาแล้วจริงๆที่ชายชราตรงหน้าบังอาจทำให้พี่ชายของนางโดนลูกหลงไปด้วย "เถ้าแก่ท่านจะใจร้อนเกินไปหน่อยกระมัง? แค่เพราะข้าเดาชื่อของมันได้ท่านก็ถึงกับต้องลงไม้ลงมือกับคนธรรมดาเชียวรึ?"
ลี่ถังจ้องเขม็งพร้อมกับปลดปล่อยพลังปราณของตัวเองออกไปปะทะกับพลังปราณของชายชราเช่นกันต้องบังเกิดความประหลาดใจ ที่แท้ชายชราผู้นี้นับเป็ัซ่อนคนหนึ่งแต่ถึงแม้ระดับพลังของนางไม่อาจเทียบเท่าเขาแต่ก็รู้สึกได้ว่าพลังปราณของชายชราปั่นป่วนไม่มั่นคง นางจึงพอต้านรับได้อยู่บ้างทราบว่าอีกฝ่ายมีปัญหาด้านพลังลมปราณ แถมยังหนักหนาสาหัส ดังนั้นยิ้มพลางกล่าวว่า"ข้าไม่ได้สนใจว่าท่านจะเป็ตายร้ายดียังไง ข้าบอกได้เพียงว่า..หากท่านยังดื้อด้านใช้พลังปราณของตัวเองเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆไม่ถึงครึ่งปี..ไม่สิครึ่งเดือนท่านก็จะตาย"
ความจริงตอนที่ลี่ถังเข้ามาในร้านสมุนไพรครั้งแรกในฐานะของผู้ใช้อักขระที่เคยผ่านโรคภัยไข้เจ็บมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วนนางสามารถสังเกตเห็นความผิดปกติภายในร่างกายของชายชราได้อยู่ก่อนแล้วคำกล่าวนี้จึงนับว่าขู่เข็ญชายชราได้ไม่น้อยทีเดียว ซึ่งก็ได้ผลจริงๆ
"จะ..เ้า!"
คำกล่าวของลี่ถังถึงกับทำให้ชายชรากายสั่นสะท้าน เซถอยหลังจนล้มไปกองอยู่กับพื้นสีหน้าซีดเผือดราวกับเห็นผี พลังปราณที่เคยคลุ้มคลั่งพลันมลายหายไป
เห็นดังนั้นลี่ถังก็สลายพลังปราณของตัวเองเช่นกันพร้อมกับถอนหายใจโล่งอก เป็ไปได้นางก็ไม่อยากปะทะหรือต่อสู้เลยจริงๆมันไม่ใช่นิสัยของนางเสียเท่าไหร่
"เช่นนั้นถ้าไม่มีธุระอันใดแล้วข้าคงต้องขอตัวลา" ลี่ถังผสานมือคำนับชายชราก่อนจะเดินตรงไปยังร่างของลี่ซือที่นอนคว่ำหน้าหมดสติ
"ดะ..เดี๋ยว นังหนู! ไม่สิ..คุณหนูท่านอย่าเพิ่งไป ชายแก่คนนี้ช่างหูตามืดบอด มองไม่เห็นผู้มีความสามารถเช่นท่านการกระทำไร้มารยาทเมื่อครู่โปรดอภัยให้ชายแก่คนนี้ด้วย!"
ชายชรากล่าวอย่างร้อนรนรีบคลานเข้าหาเด็กสาว กอดรั้งขาซ้ายนางแแ่ตรึงไว้กับที่ ท่าทางน่าเวทนานัก
ลี่ถังก็คิดไม่ถึงว่าชายชราจะตกต่ำถึงขั้นนี้ต้องสะดุ้งใ อย่างไรท่านก็เป็ผู้าุโกว่า จึงกล่าวว่า"เถ้าแก่ท่านจะทำอะไร ปล่อยข้าก่อนเถอะ ท่านทำแบบนี้ดูจะไม่เหมาะสมนัก"
ชายชราโจวสือยังคงยืนกรานยิ่งกอดขานางแน่น ถึงกับร้องไห้ออกมา"ได้โปรดคุณหนู..ช่วยชายแก่คนนี้สักครั้งเถอะหากท่านสามารถทำให้ต้นอสรพิษอัคคีต้นนี้ฟื้นขึ้นมาได้เช่นนั้นข้าจะยอมทำทุกอย่างต่อให้ต้องเป็ทาสรับใช้ของท่านก็ตาม"
ท่าทีของชายชราสร้างความลำบากใจแก่ลี่ถังไม่น้อยที่จริงแล้วนางสามารถทำให้สมุนไพรปราณระดับต่ำเช่นนี้ฟื้นขึ้นมาได้ไม่ยากเย็นอะไรหากแต่นางก็ไม่เข้าใจเช่นกันว่าชายชราผู้นี้ไปเอาความมั่นใจมาจากไหนถึงต้องขอร้องให้นางช่วยเหลือ ดังนั้นอดสงสัยไม่ได้ จึงกล่าวถาม"ท่านแน่ใจได้อย่างไรเ้าคะ..ว่าข้าสามารถทำให้มันฟื้นกลับมาได้ แล้วหากข้าทำไม่ได้เล่า?"
ชายชรารีบกล่าวว่า"ข้าก็ไม่แน่ใจ หากแต่ผู้ที่สามารถรู้ถึงชื่อของต้นอสรพิษอัคคีอีกทั้งยังรู้ถึงอาการป่วยของข้าได้อย่างลึกซึ้งเพียงแค่ชายตามองเช่นท่านแสดงว่าท่านย่อมต้องมีความสามารถมากพอแน่นอนได้โปรดช่วยชายแก่ผู้นี้สักครั้งเถอะคุณหนู ข้าหมดหนทางแล้วจริงๆ"
เขาทราบดีว่าตนจะตายในอีกไม่ช้าหากยังไม่รีบรักษาแม้ความเป็ไปได้มีเพียงน้อยนิดก็ตาม เขาก็ไม่อยากพลาดโอกาสอันริบหรี่นี้มีแต่ต้องเดิมพันกับมัน และไม่นึกเสียใจในภายหลัง
ลี่ถังเข้าใจความรู้สึกของอีกฝ่ายจะอย่างไรประตูแห่งตายจะเปิดอ้าต้อนรับในอีกไม่ช้าเป็ใครก็ต้องดิ้นรนทุกวิถีทางเพื่อให้ตัวเองมีชีวิตรอด
สรรพคุณของต้นอสรพิษอัคคีมันสามารถช่วยชะล้างพิษหยินในร่างกายของผู้ฝึกปราณได้สอดคล้องกับพิษหยินในร่างกายของชายชราผู้นี้ที่นางััได้ซึ่งมันส่งผลกระทบทำให้เส้นชีพจรลมปราณต่างๆ ในร่างให้แข็งตัวไม่อาจเดินพลังลมปราณได้สะดวกทั้งยังทำให้ผู้ใช้พลังรู้สึกเ็ปทรมานราวกับมีเข็มนับพันเล่มฝังอยู่ในร่างกายหากปล่อยไว้นานๆ พิษหยินก็จะลุกลามถึงขั้นแช่แข็งร่างกายในที่สุดก็ต้องตกตายโดยไร้หนทางรักษา
หากแต่ลี่ถังคิดต่างออกไปต้นอสรพิษอัคคีแม้นจะมีสรรพคุณชะล้างพิษหยินจริงแต่ผลข้างเคียงที่ตามมาก็เสี่ยงมากเช่นกันถึงขั้นทำให้ผู้ใช้ไม่อาจฝึกปรือพลังลมปราณได้อีกต่อไป สำหรับผู้ฝึกปราณบางคนแล้วการที่ไม่สามารถฝึกฝนพลังปราณได้ นับว่าหนักหนาแทบไม่ต่างจากการตาย
ลี่ถังทราบในเื่นี้ดีจึงได้แต่ทอดถอนใจอย่างอับจนปัญญา "เอาเถอะ..ข้ารู้แล้วว่าท่านคิดสิ่งใดแต่ข้าสามารถรักษาอาการป่วยของท่านได้.. โดยไม่ต้องพึ่งสมุนไพรอ่อนๆ เช่นนี้กลับกัน.. ท่านต้องยกสมุนไพรอสรพิษอัคคีนั่นให้ข้า ถือเสียว่าเป็ค่าตอบแทน"
แม้นต้นอสรพิษอัคคีจะเป็สมุนไพรระดับต่ำสรรพคุณไม่ได้ดีอะไร หากแต่สามารถเป็ส่วนผสมสำคัญในการปรุงโอสถระดับสูงขึ้นไปได้อย่าว่าแต่มันอยู่ในมือของเมิ่งซีปรมาจารย์ผู้ใช้อักขระแม้นตอนนี้อยู่ในร่างของลี่ถัง ทั้งเป็ผู้ใช้อักขระระดับแรกเริ่มแต่วิชาความรู้ที่ติดตัวนางมาสามารถเปลี่ยนสมุนไพรธรรมดาให้กลายเป็โอสถระดับสุดยอดได้สบายดังนั้นต้นสมุนไพรอสรพิษอัคคี เมื่ออยู่ในมือนางแล้วย่อมไม่อาจประเมินค่าของมันได้นับเป็ค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับการรักษาครั้งนี้ที่สุด
ชายชรารับฟังจนร่างกายสั่นสะท้านด้วยความตื่นเต้นยินดีกล่าวเสียงสั่นว่า “เป็..เป็เื่จริงหรือคุณหนู ท่านรักษาข้าได้จริงๆ?”
ลี่ถังแย้มยิ้มด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม“เื่จริงแท้แน่นอน”
ชายชราโจวสือรีบหมอบกราบกับพื้นเบื้องหน้าเด็กสาวกล่าวอย่างซาบซึ้งตื้นตันใจ “หากท่านรักษาข้าได้ นับเป็บุญคุณอันใหญ่หลวงอย่าว่าแต่ต้นสมุนไพรอสรพิษอัคคี ชีวิตข้าชายแก่ผู้นี้ก็ยินดีมอบให้กับคุณหนูอย่างเต็มใจ”
ลี่ถังรับฟังจนตะลึงงันคิดไม่ถึงชายแก่จะมีใจเด็ดเดี่ยวเพียงนี้ อดชื่นชมสรรเสริญไม่ได้นางรีบพยุงร่างของชายชราขึ้นมา หากแต่อีกฝ่ายก็ดื้อรั้นไม่ยอมฟัง“ท่านผู้าุโลุกขึ้นเถอะ ท่านทำเช่นนี้ข้าจะรักษาท่านได้อย่างไรพิษหยินแทรกซึมทั่วร่างท่านตลอดเวลา ยิ่งรักษาเร็วเท่าไหร่ยิ่งดีอีกทั้งข้าก็ไม่มีเวลามากนัก..” กล่าวพลางเหลือบมองร่างไร้สติของพี่ใหญ่
ตอนนี้นางไม่อยากให้พี่ใหญ่และครอบครัวรู้เื่ที่ตัวเองเป็ผู้ฝึกปราณไวนักเดิมทีเ้าของร่างเดิมไม่ใช่ผู้ฝึกปราณ อย่าว่าแต่ป่วยหนักปางตาย จู่ๆฟื้นขึ้นมาแข็งแรงปกติ นี่ก็นับว่าเป็ปาฏิหาริย์มากแล้วหากเปิดเผยว่าตัวเองเป็ผู้ฝึกปราณอีกละก็.. เกรงว่าจะทำให้พวกเขาไม่เชื่อถือได้ ถึงขั้นมองว่านางเป็คนอื่นไปเลยหนักกว่านั้นอาจบางทีพวกเขาไม่เห็นนางเป็คนในครอบครัวอีกต่อไป
เื่นี้ทำให้ลี่ถังลำบากใจจริงๆแต่จะอย่างไรเื่นี้ก็ไม่อาจปกปิดไปได้ตลอด และไม่อาจยืดเยื้อได้นานทางที่ดีบอกแต่เนิ่นๆ เพียงแต่ไม่ใช่เร็วๆ นี้..
รักษาอาการป่วยให้กับชายชราไม่ใช่เื่ยากและใช้เวลาไม่นานนักก่อนที่พี่ใหญ่จะฟื้นคงรักษาท่านสำเร็จพอดี
เด็กสาวรีบร้อนจะรักษาอาการป่วยให้กับตัวเองไหนเลยชายชราโจวสือจะกล้าล่าช้า รีบกล่าวรับคำทันทีก่อนจะนำพาลี่ถังขึ้นไปยังห้องชั้นสองของร้าน เป็ห้องที่เรียกได้ว่าเงียบสงบประหนึ่งตัดขาดจากโลกภายนอก
ที่นี่ยังอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของสมุนไพรมากมายหลากชนิดชัดเจนว่าห้องนี้เป็ห้องที่ชายชราใช้ในการปรุงโอสถ
เมื่อลี่ถังเดินเข้าไปในห้องปรุงโอสถก็ได้สูดดมซึมซับกลิ่นหอมของสมุนไพรนางสามารถจำแนกกลิ่นของสมุนไพรในแต่ละชนิดได้ไม่ยาก ไม่ว่าจะมีกลิ่นของสมุนไพรมากน้อยเพียงใดในอากาศ
ความจริงแล้วชีวิตก่อนนางไม่เพียงเป็ผู้ใช้อักขระยังมีทักษะการปรุงโอสถที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้กันเพียงแต่การปรุงโอสถของนางนั้นไม่เหมือนกับนักปรุงโอสถทั่วไปทั้งนี้การจำแนกกลิ่นของสมุนไพรเป็ความสามารถพื้นฐานในฐานะนักปรุงโอสถของนางไม่ใช่เื่แปลกอันใด
แต่กับโลกใบนี้เกรงว่าจะมีเพียงไม่กี่คนที่สามารถทำเช่นนี้ได้
ลี่ถังบอกให้ชายชราถอดเสื้อออกเผยให้เห็นร่างเปลือยเปล่าท่อนบนที่เหี่ยวย่นทว่าิับางส่วนมีร่องรอยถูกกัดกร่อนลักษณะคล้ายกับปานเกล็ดน้ำแข็งขาวโพลนขึ้นอยู่ทั่วบริเวณลำตัวยังมีไอเย็นแผ่ออกมาอยู่เป็ระลอก แม้แต่ตอนนี้ก็ยังรู้สึกได้ว่าปานเกล็ดน้ำแข็งเหล่านี้กำลังกัดกินร่างกายของชายชราไปทีละนิดเป็เพราะเมื่อครู่เขาใช้พลังลมปราณ พิษหยินจึงกำเริบขึ้นมาอีกนับว่าอาการค่อนข้างหนักหนาทีเดียว
"เช่นนั้นเรามาเริ่มกันเถอะเ้าค่ะ"ลี่ถังกล่าวกับชายชรา ใบหน้าสุขุมเยือกเย็นอย่างน่าประหลาดใจไหนเลยเด็กสาวอายุสิบกว่าปีแสดงท่าทีเช่นนี้ได้ นางพลันฉุกคิดเื่หนึ่งขึ้นมากล่าวกำชับกับชายชราว่า "ข้าลืมบอกไป..ต่อจากนี้ไม่ว่าท่านจะพบเจอสิ่งใดอย่าได้ขยับตัวเป็อันขาด ไม่เช่นนั้นการรักษาอาจจะผิดพลาดได้"
ชายชราแม้นสงสัยแต่ยังคงรับปากอย่างจริงจัง "ข้าเข้าใจแล้ว"
สิ้นคำของชายชราลี่ถังไม่รอช้า ก่อนจะสะบัดแขนซ้ายออกพลันปรากฏเป็พลังอักขระสีฟ้าอ่อนพร้อมกับลวดลายอักขระโบราณแผ่ขยายปกคลุมไปทั่วห้องปรุงโอสถ เพื่อไม่ให้ไอเย็นจากพิษหยินเล็ดลอดออกไปข้างนอกได้ลี่ถังจึงสร้างอักขระป้องกันขึ้นมา
ความจริงชายชราโจวสือจับจ้องการกระทำของลี่ถังทุกการเคลื่อนไหวแน่นอนเขาย่อมต้องเห็นเต็มสองตาถึงพลังลึกลับที่นางใช้ออกเมื่อครู่สร้างความตกตะลึงแก่เขาจนเกือบผงะหงายหลัง ยังดีจดจำคำเตือนนางได้สามารถระงับอารมณ์ไว้ได้ทัน แต่ในใจแทบคลุ้มคลั่งคิดไม่ถึงว่าชีวิตนี้จะได้ัักับพลังอันลึกลับเหนือโลกเช่นนี้อีก แถมผู้ใช้ยังเป็แค่เด็กสาวผู้หนึ่งเท่านั้น
'ความรู้สึกนี้..พลังเช่นนี้เหมือนกับคนผู้นั้นไม่ผิดเพี้ยน!
ชายชราคร่ำครวญในใจหากแต่ไม่กล้าเปล่งเสียงออกมา กริ่งเกรงรบกวนการรักษาของนางได้แต่จดจ้องมองอย่างตกตะลึงถึงตอนนี้เขายิ่งนับถือเลื่อมใสเด็กสาวเบื้องหน้าอย่างไร้ข้อกังขาด้วยพลังที่นางใช้ออกมา แม้สีสันของพลังจะแตกต่างจากผู้สูงศักดิ์ท่านนั้นหากแต่กลิ่นอายพลังเหมือนกันไม่มีผิด
ต้องใช่แน่..นางก็คือผู้ใช้อักขระ!