บทที่ 4
ก้าวข้ามขีดจำกัดสุดขั้ว กายาศักดิ์สิทธิ์โบราณ
ฉู่ซิวกลับมายังยอดเขาอวิ๋นเซี่ย คิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็ตัดสินใจจะไปยังตำหนักของท่านอาจารย์ ปราณิญญาในตำหนักของเฉียวเิเตี๋ยมีความเข้มข้นมาก และยังสามารถปกปิดการก้าวข้ามขอบเขตของเขาได้อีกด้วย อย่างไรเสียต่อหน้าท่านอาจารย์ ตัวเขาก็ไม่มีความจำเป็จะต้องเสแสร้งแกล้งเป็คนสุภาพอีกแล้ว
แน่นอนอยู่แล้ว สิ่งใดเป็ของท่านอาจารย์ก็คือของเขา สิ่งของใดอยู่ในกระเป๋าเขาก็ยังคงเป็ของเขา ทว่าแม้แต่นิ้วหนึ่งหรือเศษผงธุลีของท่านอาจารย์ก็ล้วนเป็ของเขาทั้งสิ้น
เมื่อพบหน้าฉู่ซิวอีกครั้ง สีหน้าของเฉียวเิเตี๋ยก็เปลี่ยนไป มีเพียงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความรังเกียจขึ้นมาในทันใด มือเรียวของนางเผลอรวบชายเสื้อไว้แน่นเมื่อเห็นอีกฝ่ายเดินเข้ามา
“เ้าศิษย์ชั่ว เ้าคิดจะทำอะไรอีก?” เฉียวเิเตี๋ยกล่าว ฉู่ซิวได้ยินก็ยิ้มแป้น แล้วก็เดินเข้าไปหยิกแก้มนางเบา ๆ
“ท่านอาจารย์อยากให้ข้า 'ทำ' อะไรหรือ?”
ได้ยินเช่นนั้นขนหัวก็ลุกพรึ่บ ทั่วร่างของเฉียวเิเตี๋ยราวกับมีความหนาวสะท้านพัดผ่าน
“เ้าศิษย์ชั่ว! อย่าลำเส้นนักเลย”
“หึ! ศิษย์ยังมีสิ่งที่ลำเกินกว่านั้นอีกนะ” ฉู่ซิวแกล้งพูดพลางเยาะหยัน เขาหันไปหยิบค่ายกลออกมาจากถุงเก็บของ
เฉียวเิเตี๋ยสังเกตมองวิธีการวางค่ายกลอันลึกซึ้งของเขา ดวงตาคมงามเต็มไปด้วยความประหลาดใจและตกตะลึง
“ที่เ้าไปเรียนวิธีการวางค่ายกลที่เก่าแก่แบบนี้มาจากไหน?”
“โอ๊ะ? ท่านอาจารย์นี่ตาดีจริง ๆ ว่าแต่ท่านอยากจะเรียนบ้างไหมล่ะ? ท่านจะใช้สิ่งใดมาแลกเปลี่ยนงั้นหรือ?!”
“ข้าไม่อยากเรียนหรอก!” เฉียวเิเตี๋ยรีบส่ายหน้าปฏิเสธ เมื่อนึกถึงบางสิ่ง ใบหน้างดงามก็ปรากฏรอยแดงระรื่น ดวงตางามเต็มไปด้วยความรังเกียจ
เช่นเดียวกับดอกไม้ผยองที่ไม่อาจทนทานต่อสายลมและพายุฝนได้
หึหึ~
ฉู่ซิวได้วางค่ายกลขีดจำกัดไว้ที่บริเวณตำหนักจนเสร็จสิ้น ไม่นานภายนอกห้องก็ถูกปกคลุมด้วยม่านหมอกลึกลับ
“ศิษย์ต้องบำเพ็ญแบบปิดสักระยะหนึ่ง” ฉู่ซิวกล่าว พลางหยิบผลไม้ป่าจากถุงเก็บของออกมาเพียบ “หากท่านหิวก็กินสิ่งเหล่านี้ก็แล้วกัน”
“บัดนี้ท่านเป็เพียงคนธรรมดา จึงไม่อาจงดอาหารได้… อย่างน้อยก็กินนี่เสียหน่อยเถิด” เฉียวเิเตี๋ยมองผลไม้ป่าบนพื้น นางขบกรามแน่น “นั่นก็เป็เพราะศิษย์ชั่วอย่างเ้ามิใช่รึไง!”
“คอยดูเถิด! ข้าจะสังหารเ้าซะ”
“หึ ๆ”
“ท่านอาจารย์ไม่เชื่อฟังข้าอีกแล้วนะ!”
เพี๊ยะ!
นางถูกฟาดไปทีก้นหนึ่ง ทั้งเจ็บ ทั้งชา ทั้งเสียวซ่าน ทั้งอับอาย
ใบหน้างดงามของเฉียวเิเตี๋ยแดงก่ำ ริมฝีปากเปล่งเสียงคำรามอ่อนแรง
ฉู่ซิวหัวเราะชอบใจ แล้วเดินไปยังห้องโถงด้านหลัง
“ท่านอาจารย์! ข้าได้วางค่ายกลไว้ในโถงด้านหลังแล้ว ท่านอย่าพึงเข้าไปล่ะ”
“เพราะยังไงเสีย ศิษย์ก็ยัง้าให้ท่านช่วยเพิ่มพร์ในการฝึก อีกอย่างหากท่านตาย ข้าคงจะเสียใจยิ่งนัก”
“ฉู่ซิว…” เฉียวเิเตี๋ยเกือบจะหมดสิ้นหนทางแล้วจริง ๆ นางนึกถึงเฉียวเิเตี๋ยคนนั้น สตรีที่แม้แต่ในทวีปต้าเทียนฉงก็ยังถือเป็ผู้มีพลังมาก ในชาติก่อนนางได้กระทำบาปกรรมอะไรไว้นัก จึงต้องพบกับศิษย์ที่ชั่วร้ายเช่นนี้
“วันหนึ่งข้าจะสังหารเ้าศิษย์ชาติชั่วนี่ด้วยการเฉือนเนื้อสักแปดร้อยแปดพันครั้ง!” ฉู่ซิวไม่สนใจคำโวยวายอันไร้ประโยชน์ของนาง เขาเดินมาจนถึงมาถึงห้องทางด้านหลัง แล้วนั่งขัดสมาธิบนพื้นหินอ่อน หยิบผลไม้ลูกหนึ่งที่ปรากฎแสงอันเจิดจ้าเจ็ดสี รูปร่างคล้ายลูกท้อออกมาจากถุงเก็บของ แถบคำอธิบายสีน้ำเงินปรากฏขึ้นเหนือผลไม้ลูกนั้น
[วัตถุ] : ผลก่อกำเนิด
[ประเภท] : สมบัติแห่ง์และโลก
[ระดับคุณภาพ] : คุณภาพเซียน
สรรพคุณ: สร้างรากฐานิญญาขั้นสูงสุด เมื่อผู้บำเพ็ญรับประทานจะได้รับรากฐานที่แข็งแกร่งที่สุด มนุษย์ทั่วไปกินหนึ่งลูกจะเข้าสู่ขอบเขตปี่อั้นได้และอายุยืนยาวขึ้นถึงหนึ่งพันปี
คำอธิบาย: ผลก่อกำเนิดผลิดอกออกผลที่ก้นบึ้ง์โศก ทุกหนึ่งหมื่นปีจะออกผลเพียงสามลูก เป็สิ่งที่หาได้ยากยิ่ง เคยมีผู้ที่ยิ่งใหญ่นำคัมภีร์คุณภาพ์สามชุด และคัมภีร์คุณภาพเซียนสองชุด มาแลกเพื่อให้ได้ผลก่อกำเนิดมาหนึ่งลูก เช่นนี้ก็เพื่อสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งที่สุดให้แก่ศิษย์สืบทอด
ฉู่ซิวหายใจ มีพลังไหลวนเวียนอยู่ในดวงตาสีดำขลับ
“ข้าเคยได้รับคัมภีร์หนึ่งเล่ม ซึ่งถูกขนานนามว่าเป็คัมภีร์สร้างฐานรากที่แข็งแกร่งที่สุดใน์และแผ่นดิน - คัมภีร์เต๋าจิง ‘คุณภาพเทวะ’ หากประกอบกับผลก่อกำเนิดนี้ และระบบช่วยเหลือแล้วล่ะก็ นับจากนี้ต่อไป ทวีปต้าเทียนฉงนี้จะยังมีผู้ใดที่ฐานรากจะมั่นคงยิ่งกว่าข้าอีก?” ฉู่ซิวหัวเราะออกมาหัวเราะอย่างมั่นใจ เผยให้เห็นฟันขาวนวลที่ส่องประกายวาววับ เขาจึงนำผลก่อกำเนิดนั้นเข้าปาก
ในทันใดนั้น ผลทั้งผลก็กลายเป็น้ำหวานอันหอมชื่น ไหลลงคอสู่ท้อง
ฉู่ซิวหลับตาลงบำเพ็ญคัมภีร์เต๋าจิง และเริ่มสร้างรากฐานอีกครั้ง การบำเพ็ญของเขาเริ่มถดถอยจากขั้นที่ 8 ลงมาสู่ขั้นที่ 1 และสุดท้ายตกต่ำลงจนเป็เพียงคนธรรมดา
จากนั้นพลังของผลก่อกำเนิดได้หล่อเลี้ยงร่างกาย หลั่งไหลเข้าสู่กายเนื้อของเขา ไปในทุกอณูของเืและทุกเส้นเอ็นของเขาผ่านการบำเพ็ญคัมภีร์เต๋าจิง
บัดนี้ฉู่ซิวรู้สึกถึงการบำเพ็ญของเขาเอง ทุกเส้นเอ็นกล้ามเนื้อทั้งหมดพองโตขยายตัว ชำระล้างไปยันกระดูกสันหลัง เนื้อหนังแข็งแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
อื้อ!!
เสียงงัวเงียดังมาจากร่างสูง พลังปราณไหลหลากราวแม่น้ำที่เอ่อล้นท่วมท้น ปั่นป่วนวนเวียนทั่วทั้งร่างกาย ส่งเสียงคำรามดังสนั่นไปทั่ว
ครั้นเวลาผ่านไป การบำเพ็ญของเขาก็เพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ
[ทำการสร้างรากฐานหรือไม่?]
[ใช่] [ไม่]
“ใช่~”
[ตรวจพบว่าท่านกำลังบำเพ็ญวิชาพื้นฐานคัมภีร์เต๋าจิง แต้มสะสมที่ใช้ในการพัฒนาฝีมือเพิ่มขึ้น คาดว่าจะใช้เวลาหนึ่งเดือนในการหมุนเวียนพลังหนึ่งรอบ และใช้แต้มสะสมหนึ่งร้อยแต้มภายในหนึ่งเดือน]
[เดือนแรก ท่านกลืนกินผลก่อกำเนิด เริ่มหมุนเวียนพลังตามคัมภีร์เต๋าจิงเพื่อสร้างรากฐาน ท่านประสบความสำเร็จในการสร้างรากฐาน ระดับที่หนึ่ง]
[เดือนที่สอง ท่านกลืนกินผลก่อกำเนิด เริ่มหมุนเวียนพลังตามคัมภีร์เต๋าจิงเพื่อสร้างรากฐาน ท่านประสบความสำเร็จในการสร้างรากฐาน ระดับที่สอง]
[เดือนที่สาม ท่านกลืนกินผลก่อกำเนิด เริ่มหมุนเวียนพลังตามคัมภีร์เต๋าจิงเพื่อสร้างรากฐาน ท่านประสบความสำเร็จในการสร้างรากฐาน ระดับที่สาม]
[เดือนที่เก้า ท่านกลืนกินผลก่อกำเนิด เริ่มหมุนเวียนพลังตามคัมภีร์เต๋าจิงเพื่อสร้างรากฐาน ท่านประสบความสำเร็จในการสร้างรากฐาน ระดับที่เก้า]
ร่างกายทั้งหมดของฉู่ซิ่วถูกล้อมรอบด้วยแสงสีทอง เหนือศีรษะปรากฎภาพต่าง ๆ ขึ้น ไม่ว่าจะเป็ภาพัและเฟิ่งหวงที่โบยบินไปมาเป็ริ้วแสง หรือมีภาพตัวตนยิ่งใหญ่กำลังนั่งสั่งสอนวิชาต่าง ๆ ไม่ก็เสียงปีศาจและบรรดาเหล่าเทพที่กู่คำราม เสียงแว่วสวดคาถาอันศักดิ์สิทธิ์ ก่อนที่ในพริบตานั้นความรู้นับพันหมื่นภายในคัมภีร์เต๋าจิงพุ่งเข้ามาในใจ
นี่มัน…!
ฉู่ซิวรู้สึกประหลาดใจยิ่ง ที่แท้ก็เป็เช่นนี้นี่เอง คนทั้งหลายพูดกันว่า เก้าคือตัวเลขสูงสุดของการบำเพ็ญ และมัวแต่เดินตามรอยทางเก่า ๆ เท่านั้น… ช่างโง่เขลาสิ้นดี! พวกเขาเ่าั้กลับไม่รู้เลยว่า การทำลายตัวเลขสูงสุดเ่าั้ต่างหากถึงจะสามารถสร้างหนทางอันกว้างใหญ่ได้
ฮ่าฮ่าฮ่า เช่นนี้นี่เอง!!!
คนเรานั้นต้องเสียม้าเสียก่อนจึงจะรู้ว่านั่นคือโชคลาภอันมหาศาล*[1] ดับสิ้นไปแล้วแล้วจึงตั้งขึ้นใหม่ ระหว่างชีวิตและความตายมีทั้งความน่ากลัวอันยิ่งใหญ่ และโอกาสอันยิ่งใหญ่ด้วยเช่นกัน
เวลาล่วงเลยผ่านพ้นไป 7 วัน
ตึ้ง!
ฉู่ซิวรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าโซ่แห่งพันธนาการที่เคยปิดกั้นิญญาของเขาไว้ถูกทำลายลง ทั่วทั้งร่างรู้สึกเบาสบายขึ้นมาก พร้อมกันนั้นในโถงด้านหลังที่งดงามโอ่อ่าก็มีปรากฏการณ์ประหลาดต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย
สร้างรากฐานระดับสิบ สำเร็จ!!
[ขั้นตอนการก้าวข้ามขีดจำกัดครั้งนี้สิ้นสุดแล้ว ท่านประสบความสำเร็จในขอบเขตสร้างรากฐานระดับสิบ ใช้เวลารวม 10 เดือน และใช้คะแนนสะสม 1000 แต้ม]
[ปัจจุบันคะแนนสะสมของท่านคือ 0]
‘ฟิ้ว~’ ผมดำสยายโดยไม่มีลมพัดอีกครั้ง ปราณพัดออกไปจากจุดศูนย์กลางของเขาทั้งสี่ทิศอย่างต่อเนื่อง ปราณิญญาแห่งยอดเขาอวิ๋นเซี่ยรวมตัวกันอย่างบ้าคลั่ง เหนือตำหนักประจำยอดเขา กลับกลายเป็วงปราณิญญาขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางสามร้อยจั้ง*[2]ที่ด้านหน้าเฉียวเิเตี๋ยถูกปิดกั้นการบำเพ็ญและพลังทั้งหมดไว้ นางจึงยังไม่ได้รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงใด ๆ ในตอนนี้
แต่ในทางกลับกัน บรรดาศิษย์ที่อยู่บนยอดเขาอวิ๋นเซี่ยสามารถรับรู้ได้อย่างชัดเจน พวกเขาพากันเงยหน้ามองขึ้นไปยังยอดเขา ในยามนั้นเองที่แม้แต่ยอดฝีมือจากยอดเขาอื่น ๆ ก็ต้องหันมามอง
“ปราณิญญานั่นแข็งแกร่งยิ่งนัก เฉียวเิเตี๋ยกำลังจะบรรลุขอบเขตหรือไร?” บนยอดเขาเทียนเจี้ยน สตรีนางหนึ่งในชุดสีม่วง ปิดบังใบหน้าด้วยผ้าคลุมสีขาว จ้องมองไปทางของยอดเขาอวิ๋นเซี่ย ดวงตาคมกริบเปี่ยมด้วยความมืดมิด
“ร่างกายและพลังิญญาได้สะสมจนถึงขีดสุดแล้ว” ฉู่ซิวในตอนนี้ดูแล้วเปรียบดั่งผู้บำเพ็ญที่สงบนิ่ง เขากระพริบตาเบา ๆ ั์ตาเรืองไปด้วยพลัง
“ในวันนี้ ข้าจะบรรลุขั้นสูงสุดของขอบเขตสร้างฐานราก ทะลุพ้นจากขีดจำกัด ข้ามผ่านสู่ขอบเขตกงล้อสมุทร!”
ตู้ม!
ภายในตันเถียน
กงล้อสมุทรสีทองผุดขึ้นในชั่วพริบตา มันขยายใหญ่ขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง ในตอนแรกเขาเป็เพียงผู้บำเพ็ญที่เพิ่งก้าวเข้าสู่ขอบเขตกงล้อสมุทร เร็วขึ้นสามเท่า ห้าเท่า สิบเท่า ยี่สิบเท่า ปราณิญญาทั้งหลายถูกดูดซับเข้าไป แปรเปลี่ยนปราณกลายเป็สายน้ำสีทองหลั่งไหลเข้าสู่กงล้อสมุทร
‘ซู่ ๆ’ เสียงคลื่นสีทองซัดสาด
ฉู่ซิ่วบัดนี้ราวกับัแห่งยุคา แผ่พลังอำนาจไปทั่ว เืในกายที่พลุ่งพล่าน บัดนี้หากเขาทุบหมัดหนึ่งลงบนูเา แน่นอนว่ามันจะต้องกลายเป็เพียงผงธุลี และในตอนนี้ร่างกายและลมปราณของเขาล้วนให้ความรู้สึกที่สมบูรณ์ยิ่ง การทำลายพันธนาการ บรรลุความสมบูรณ์แบบ จึงเป็ขีดสุดของเขาในยามนี้
[พบการก้าวข้ามขอบเขตของท่าน กลไกรางวัลจึงถูกเปิดใช้]
[ท่านได้บรรลุขอบเขตกงล้อสมุทร ด้วยขีดสุดยอดของขอบเขตสร้างฐานรากที่ 10 ยามนี้บรรลุถึงความสมบูรณ์แบบ จึงได้รับรางวัล - กายาศักดิ์สิทธิ์โบราณ]
[กายาศักดิ์สิทธิ์โบราณและท่านกำลังผนวกรวมเข้าด้วยกัน…]
[ผนวกรวมสำเร็จ…]
“เวรแล้วไง!” ฉู่ซิวเปลี่ยนสีหน้าในพริบตา “มันคืออะไรกัน? กายาศักดิ์สิทธิ์โบราณ?”
“ระบบ!ข้าไม่อนุญาตให้รวม นี่ฟังอยู่ไหมเนี่ย!! ข้าไม่เอา!!”
[สายเกินไปแล้ว! o(* ̄︶ ̄*)o]
“แม่งเอ๊ย!” ฉู่ซิวสบถอย่างหนักพร้อมกับด่ากราดออกมาชุดใหญ่
ในชั่วพริบตาต่อมา กงล้อสมุทรในตันเถียนของเขาขยายขนาดออกไปอีก ปราณิญญาเหนือตำหนักบนยอดเขาหมุนวนเร็วขึ้นเรื่อย ๆ
ยี่สิบห้าเท่า!
สามสิบเท่า!
สามสิบห้าเท่า!
หากว่ากงล้อสมุทรขั้นต้นของผู้ฝึกตนปกติทั่วไปเปรียบเสมือนบ่อน้ำ เช่นนั้นคงเปรียบได้ว่ากงล้อสมุทรของฉู่ซิว ณ เวลานี้ เปรียบดังสระน้ำอันใหญ่โตนั่นเอง
จนพลังในกงล้อสมุทร ถูกดูดกลืนจนแทบไม่เหลือ
ไม่รู้ว่าต้องใช้สมบัติแห่ง์และโลกเท่าใดจึงจะเติมเต็มได้ แต่แน่นอนว่ากงล้อสมุทรที่กว้างใหญ่ย่อมมีทั้งข้อดีและข้อเสีย!
กงล้อสมุทรขนาดมหึมานี้ ชี้ชัดว่าฐานรากของฉู่ซิวนั้นมั่นคงและแข็งแกร่งผิดจากคนปกติจนน่าสะพรึงกลัว ถือเป็ระดับสูงสุดในบรรดาคนที่อยู่ขั้นเดียวกันก็ว่าได้ แต่ตอนนี้เขายังอยู่ในขั้นกงล้อสมุทรขั้นต้น เมื่อกงล้อสมุทรของเขาบรรลุถึงขีดสุด ฉู่ซิวประมาณการว่ากงล้อสมุทรของตนคงมีขนาดใหญ่โตกว่ากงล้อสมุทรขั้นเก้าของคนธรรมดาหลายร้อยเท่า หรืออาจจะมากกว่านั้นด้วยซ้ำ
ข้อเสียก็คือ! กงล้อสมุทรขนาดใหญ่ย่อม้าทรัพยากรมากมายมหาศาล มากกว่าคนในระดับเดียวกัน
แม้เป็เช่นนั้น เขาก็ทั้งยินดีและเศร้าในเวลาเดียวกัน
ที่ว่ายินดีก็เพราะเขาสามารถก้าวข้ามขีดจำกัดในการบำเพ็ญขอบเขตสร้างฐานรากอันยิ่งใหญ่ได้โดยไม่รู้ตัว
แต่อีกทางหนึ่งก็เศร้าที่ระบบมอบกายาศักดิ์สิทธิ์โบราณให้แก่เขา ร่างกายนี้แข็งแกร่งหรือไม่นะหรือ? แน่นอนว่าแข็งแกร่ง แต่...
กายาศักดิ์สิทธิ์โบราณ ร่างกายที่ไร้ผู้ตานทาน ไร้ผู้หาญสู้ในระดับเดียวกัน เป็ร่างกายนักรบที่แข็งแกร่งที่สุดของมนุษย์ ในยุคโบราณนั้นกายาศักดิ์สิทธิ์โบราณเป็ร่างกายที่ได้รับพรจาก์และแผ่นดิน บำเพ็ญง่าย เมื่อบรรลุขั้นสูงสุดแล้วสามารถท้าทายขอบเขตจักรพรรดิได้ง่าย ๆ
แต่หลังจากยุคสมัยโบราณ กฎเกณฑ์แห่ง์และโลกได้เปลี่ยนแปลงไป กายาศักดิ์สิทธิ์โบราณนี้จึงไม่เหมาะสมกับการบำเพ็ญอีกต่อไป
การบำเพ็ญโดยใช้ร่างกายที่ผนวกเข้ากับกายาศักดิ์สิทธิ์โบราณนั้นสิ้นเปลืองทรัพยากรอย่างมหาศาล แม้ต้องทั้งแดนศักดิ์สิทธิ์ก็ยังไม่พอที่จะทำให้ก้าวข้ามขอบเขตได้ ทำให้ฝีมือของการบำเพ็ญหยุดชะงักไม่ก้าวหน้าเท่าที่ควร
ในปัจจุบัน
‘กายาศักดิ์สิทธิ์โบราณ = ร่างกายที่ไร้ประโยชน์’
คำกล่าวข้างต้นเป็สิ่งที่ผู้บำเพ็ญทุกคนเห็นพ้องกันมาตลอดหลายหมื่นปี
“อืม…การบำเพ็ญปกติของข้าก็ใช้ทรัพยากรมากอยู่แล้ว นี่ยังมีกายาศักดิ์สิทธิ์โบราณเข้ามาอีก แล้วนี่ข้าจะเพ็ญต่อไปได้อย่างไรกัน!”
“ไม่เช่นนั้นลองเกิดใหม่ดูสักครั้งดีไหมนะ? ไม่ได้ ๆ!ข้าไม่มีผลก่อกำเนิดอีกแล้ว!”
ฉู่ซิวในเวลานั้นแทบจะด่าแม่ออกมาเลยทีเดียว
“ไอ้ระบบชั่วเอ๊ย!”
[นายท่านมิต้องท้อแท้ ทำไปเถอะ! ไม่มีทรัพยากรหรือ? ท่านก็ไปปล้นมาสิ ไม่ตีคนแก่ได้ก็ไปขโมยเด็กซะ ฆ่าให้หมดจนไม่มีใครกล้าเรียกตัวเองว่าผู้ยิ่งใหญ่! เพียงแค่แลกเปลี่ยนทรัพยากรเป็คะแนนระบบ ระบบเชื่อว่านายท่านจะสามารถบรรลุกายาศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างแน่นอน!]
“ใครจะรู้ว่าการบำเพ็ญข้ามขอบเขตในระดับต่อไปนั้น ข้าจะต้องใช้คะแนนเท่าใด? และต้องใช้ทรัพยากรมากแค่ไหนในการแลกคะแนนสะสม?”
“และข้ารู้สึกว่า กายาศักดิ์สิทธิ์โบราณนี้ ไม่ใช่สิ่งที่ใช้เพียงคะแนนสะสมแล้วจะสามารถผ่านพ้นไปได้ง่าย ๆ แน่นอนต้องมีเหตุการณ์พิเศษบางอย่างเข้ามาเกี่ยวข้องแน่ ๆ!”
“ระบบ! แสดงสถานะส่วนตัวของข้าออกมา”
[เ้าของระบบ]: ฉู่ซิว
[ขอบเขตพลัง]: กงล้อสมุทร ระดับหนึ่ง
[ ลักษณะพิเศษ ]: กายาศักดิ์สิทธิ์โบราณ
[ พร์ ]: 317 「ระดับฟ้า」
[เคล็ดวิชาที่ฝึกฝน]: คัมภีร์เต๋าจิง - บทปูรากฐาน
[ค่าโชคชะตา]: -18 ‘ดำ’ หากนายท่านฆ่าใครสักคนด้วยโชคลาภ ท่านสามารถดูดซับโชคของพวกเขาไว้ใช้เองได้
[คะแนนระบบ]: 0
[การประเมินพลังการต่อสู้โดยรวม]:พลังการต่อสู้ สูงกว่าระดับเดียวกันทั่วไป 19 เท่า
[1] ต้องเสียม้าเสียก่อนจึงจะรู้ว่านั่นคือหนทางอันยิ่งใหญ่ เป็สำนวนจีนที่มาจากนิทานเื่ผู้เฒ่าซ่ายเสียม้า ซึ่งหมายถึงสรรพสิ่งในโลกล้วนไม่เที่ยงมีขึ้นมีลงอยู่ตลอดเวลา