วันที่สามของการระบาดไวรัส
มู่เฉินยังอยู่ในหลุมหลบภัย ทำความคุ้นเคยกับฟอลคอน สิ่งมีชีวิตจักรกลที่เกิดขึ้นด้วยแหล่งกำเนิดไฟ เ้าตัวเล็กนี้นอกจากจะเปลี่ยนร่างเป็โดรนได้แล้วมันยังสามารถกลับมาในรูปแบบเดิมซึ่งก็คือนาฬิกาบนข้อมือของมู่เฉิน
เขารู้สึกว่าสิ่งนี้สะดวกสบายมาก ไม่ต้องกังวลว่าพลังงานจะหมด และนอกจากนั้นฟอลคอนยังสามารถสำรวจบริเวณโดยรอบที่อันตรายได้ มู่เฉินปล่อยโดรนขนาดเล็กออกจากหลุมหลบภัยเพื่อดูสถานการณ์ของเมืองปิงอัน แล้วเชื่อมต่อภาพขึ้นจอคอมพิวเตอร์
ภาพถูกถ่ายจากมุมสูง ถนนสายใหญ่มีแต่รถถูกทิ้งร้าง นอกจากนี้ยังมีกลุ่มซอมบี้เดินยั้วเยี้ยเหมือนแมลง
ฉากดังกล่าวค่อนข้างน่ากลัว มันราวกับวันสิ้นโลกของจริงยิ่งกว่าภาพเหตุการณ์ในหนังฮอลลีวูด
ฟอลคอนบินไปเรื่อยๆ เพื่อถ่ายภาพให้เขารับชม
ที่อพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่งมู่เฉินได้เห็นกลุ่มผู้รอดชีวิตซุ่มซ่อนอยู่บนหลังคาพร้อมกับปืนสไนเปอร์
จากเครื่องแต่งกายของคนเ่าั้ดูเหมือนจะเป็ทหารไม่ใช่พลเรือน อาวุธยุทโธปกรณ์ครบมือ แต่อย่างใดก็ตามต่อหน้าทะเลซอมบี้กลุ่มคนเพียงแค่ไม่กี่สิบคนไม่มีบทบาทสำคัญนัก
มู่เฉินเพิกเฉยต่อทหารและกลุ่มผู้รอดชีวิตแล้วสั่งให้ฟอลคอนบินไปยังธนาคารปิงยาง
วันนี้เขาตั้งใจออกไปข้างนอกเพื่อปล้น หลังจากพักอยู่ในหลุมหลบภัยสามวันในที่สุดเงินในระบบก็หมด เขาไม่สามารถตกปลาได้จึงคิดที่จะออกไปเพื่อปล้นธนาคาร แต่ก่อนหน้านั้นต้องสำรวจดูพื้นที่โดยรอบเสียก่อน จุดไหนที่มีซอมบี้เยอะจะได้เลี่ยงถูก
แม้ว่ามู่เฉินตอนนี้จะมีพลังของแสง แต่ในฐานะคนที่ผ่านเหตุการณ์เลวร้ายประสบการณ์สอนให้เขาไม่ประมาท
ภาพถ่ายของธนาคารปิงยางปรากฏบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ ที่นั่นค่อนข้างเละเทะ ประตูเหล็กที่เป็ป้อมปราการเห็นอยู่ว่าถูกดึงลงมาใน่วิกฤตเพื่อหลีกเลี่ยงซอมบี้ แต่ด้วยเหตุผลบางประการมันถูกทำลายลงด้วยแรงอันมหาศาล
“หรือว่าจะมีคนปล้นธนาคารก่อนเรา?” มู่เฉินคาดเดาภาพจากภายในที่เกิดเหตุ
นี่เป็เพียงวันที่สามของไวรัสระบาด ซอมบี้ระดับหนึ่งยังไม่ถูกพัฒนามาก ดังนั้นลืมเื่ความแข็งแกร่งของมันไปได้เลย และจากความรุนแรงที่เห็นผ่านกรงเหล็กอาจจะเป็แรงะเิ ของผู้ก่อการร้ายที่เข้ามาปล้นธนาคาร
เหตุการณ์แบบนี้มู่เฉินเคยเห็นบ่อยๆ ใน่แรกของซอมบี้ระบาด โดยพวกเขาคิดว่าเงินยังเป็สิ่งที่จำเป็ของความมั่งคั่ง
แต่เมื่อเวลาผ่านไปทุกอย่างได้เปลี่ยนแปลงความคิด
อาหารมีค่ามากกว่าเงิน แม้แต่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหนึ่งซองยังสามารถซื้อผู้หญิงเรียนจบปริญญาโทมานอนได้ นี่คือความไม่แน่นอนของโลกผ่านการเปลี่ยนแปลงเพราะไวรัสระบาด ทำให้เห็นว่ามันไม่ใช่โลกของทุนนิยมอีกต่อไป แต่เป็โลกของผู้แข็งแกร่ง
“คงต้องไปที่นั่น ไม่แน่ว่าอาจมีเงินเหลืออยู่ในตู้เซฟ” มู่เฉินเรียกฟอลคอนกลับมา
เมืองปิงอันมีขนาดใหญ่มาก ประชากรโดยประมาณอยู่ที่ 30 ล้านคน พิจารณาจากตัวเลขจำนวนซอมบี้ไม่ใช่น้อยๆ และธนาคารก็มีอยู่หลายแห่ง เพียงแต่หลายสาขานั้นอยู่ห่างกันออกไปและมีซอมบี้เฝ้าอยู่บนถนน มันเป็เื่โง่หากเดินเข้าไปดุ่มๆ แล้วถูกซอมบี้รุมทึ้งบนถนน ดังนั้นเขาจึงเลือกไปธนาคารปิงยางซึ่งใกล้ที่สุด แม้ที่นั่นธนาคารจะถูกปล้นแล้วแต่อาจมีเซฟบางอันที่ยังไม่ได้เปิด
.....
ใช้เวลาไม่นานฟอลคอนก็กลับมา
มู่เฉินเดินออกจากหลุมหลบภัย ในสภาพไร้อาวุธหรือกระเป๋าใส่อาหาร เนื่องจากอุปกรณ์ต่างๆ ที่ได้รับผ่านการตกปลาสามารถเก็บไว้ในพื้นที่ของระบบได้ เขาจึงไม่จำเป็ต้องนำอาหารติดตัว เพราะในพื้นที่ของระบบยังมีน้ำและบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปให้อยู่กินอิ่มๆ ได้ถึงสองวัน จะดีกว่าที่เดินทางไปตัวเปล่า ไม่ต้องเกะกะเพราะของพะรุงพะรัง
“ไปกันเถอะฟอลคอน”
“เยส มาสเตอร์”
มู่เฉินเดินออกจากบ้านในขณะที่สวมใส่สมอลทอร์คไร้สาย คอยฟังข่าวจากฟอลคอนเกี่ยวกับซอมบี้ที่อยู่ข้างหน้า
เมื่ออยู่ที่บ้านเขาสามารถดูภาพได้แบบเรียลไทม์ แต่อยู่ข้างนอกมันไม่สะดวกที่จะดูแบบนั้น ดังนั้นด้วยความช่วยเหลือจากฟอลคอนสมอลทอร์คนี้จึงเชื่อมต่อกับโดรนตัวจิ๋ว
“มาสเตอร์ ห่างออกไปหนึ่ง่ถนนมีซอมบี้สิบตัว ดูเหมือนว่าพวกมันจะได้ยินเสียงเท้าของมาสเตอร์จึงเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว และหากดูจากทิศทางเป้าหมายของมันคือมาสเตอร์ จะให้ผมดำเนินการจู่โจมเลยหรือไม่” ฟอลคอนเป็โดรนที่มีความสามารถในการสอดแนม แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันยังมีอาวุธทำลายล้างติดตั้งอยู่ ทว่าก็มีขนาดเล็กมาก ไม่แรงเท่าปืนพกด้วยซ้ำ ดังนั้นมู่เฉินจึงเพิกเฉยต่อมาตรการตอบโต้ของฟอลคอน
“ไม่ต้อง เดี๋ยวผมจะจัดการเอง”
เขาก็แค่อยากทดสอบพลังของโอสถแห่งแสง
พลังนี้ราวกับถูกถอดแบบมาจากการ์ตูน มันทั้งอันตรายและเย่อหยิ่ง นอกจากนั้นยังโดดเด่นด้านความเร็ว
“รับทราบ” ฟอลคอนปฏิบัติตามหน้าที่ แต่ถ้าหากมีสิ่งผิดพลาดเกิดขึ้นมันจะรีบดำเนินการช่วยเหลือทันที
ไม่นานมู่เฉินเห็นจุดสีดำที่ใกล้เข้ามา มันเป็ซอมบี้สิบตัวที่ได้ยินเสียงเท้าของเขา พวกนี้หลังจากติดเชื้อไวรัสระบบประสาทรับรู้จะทำงานได้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็กลิ่นหรือเสียง พวกมันจะมีความไวเป็พิเศษ แต่ดวงตาจะด้อยลงมา คล้ายถูกกัดกร่อนด้วยไรวัสจึงยากที่จะมองเห็น นั่นคือข้อมูลโดยสรุปจากกองทัพที่มู่เฉินได้รับรู้ แต่กระนั้นพวกซอมบี้ก็ยังอันตรายอยู่
เสียงคำรามของซอมบี้ทำให้คนที่ซ่อนอยู่ในบ้านแง้มผ้าม่านเพื่อดูคนข้างนอก ทันทีที่เห็นว่าเป็ชายหนุ่มคนหนึ่งอายุไม่ถึง 20 ปี แถมยังเดินตัวเปล่าไม่พกอาวุธติดตัว คนที่ซ่อนตัวอยู่ก็พูดไม่ออก
มู่เฉินสูดหายใจเข้าลึกแล้วใช้เท้าเตะด้วยความเร็วแสง ซอมบี้ที่ถูกเตะไม่ทันตั้งตัวร่างของมันกระเด็นไปไกลหลายสิบเมตร จากนั้นเสียงะเิก็ดังขึ้น ปลุกความสนใจของคนที่ซ่อนอยู่ในบ้านระแวกนั้นให้หันมามอง
“โอ้พระเ้านั่นอะไรน่ะ มีคนแข็งแกร่งแบบนี้ด้วยเหรอ”
“ตาฝาดหรือเปล่า ก่อนที่ขาของชายหนุ่มคนนั้นจะถึงตัวซอมบี้ดูเหมือนว่าขาของเขาจะมีแสงสว่าง จากนั้นซอมบี้ก็ลอยไปไกลพร้อมกับะเิ”
“นั่นคือคนที่รัฐบาลส่งมาช่วยเราใช่ไหม เฮ้คุณผมอยู่ตรงนี้ รีบมาช่วยผมสิ!”
มู่เฉินไม่สนเสียงร้องขอความช่วยเหลือ ตอนนี้อาหารมีอยู่อย่างจำกัด นอกจากนั้นหลุมหลบภัยของเขายังเล็กมาก เป็ไปไม่ได้อยู่แล้วที่จะช่วยเหลือคนอื่น ดังนั้นหลังจากที่จัดการซอมบี้สิบตัวเขาก็เดินต่อไปโดยไม่สนใจเสียงเ่าั้
“ไอ้เวรเอ้ยมาช่วยหน่อยก็ไม่ได้!
“เลวจริงๆ”
“แกไม่ตายดีแน่!”
“มาสเตอร์ คนเ่าั้ร้องขอความช่วยเหลือ แต่พวกเขาไม่รู้เลยว่าการทำแบบนี้เท่ากับบอกซอมบี้ว่าซ่อนตัวอยู่ตรงนั้น มาสเตอร์จะช่วยพวกเขาหรือเปล่าครับ” ฟอลคอนถาม
“ไม่ วันนี้เราจะทำการปล้นไม่ใช่เพื่อช่วยเหลือคน ฟอลคอน”
“เข้าใจแล้วครับ”
หลังจากเดินไปเรื่อยๆ มู่เฉินพบซอมบี้อีกยี่สิบตัวตรงหน้า พวกมันวิ่งเข้าหาเขาด้วยสัญชาตญาณ หากเป็ชาติก่อนมู่เฉินคงต้องหยิบปืนเพื่อฆ่า แต่ตอนนี้ด้วยโอสถแห่งแสงเขาจึงมีความแข็งแกร่งมาก
“เป็ซอมบี้ที่เหมาะกับการฝึกซ้อมจริงๆ และพวกแกก็ควรจะถูกเตะด้วยความเร็วแสง!” มู่เฉินยิ้มอย่างเ็าและเริ่มแสดงฝีมือ
ตอนนี้ซอมบี้อ่อนแอมากเหมาะสำหรับเขาที่จะฝึกซ้อมพลังให้ชิน
เพราะหลังจากเหตุการณ์ซอมบี้ระบาดจะมีซอมบี้ที่วิวัฒนาการขึ้น นอกจากนั้นอสูรที่ปะทุจากหมอกสีขาวยังแข็งแกร่งมาก เขาจำเป็ต้องปรับปรุงความสามารถของตัวเองเพื่อรับมือกับศัตรูในภายหน้า
เมื่อแสงกระพริบผ่านซอมบี้หลายตัวก็ะเิเป็ชิ้นๆ หลังจากเคลื่อนไหวติดต่อกันหลายครั้งมู่เฉินก็เริ่มเข้าใจความสามารถของตัวเอง เขายกมือขึ้นมาข้างหน้า กล่าวว่า “กระจกแปดทิศ”
ลำแสงพุ่งผ่านช่องทางต่างๆ คล้ายกับเส้นทางคดเคี้ยว นี่คือการเดินทางด้วยแสงที่เขาคิดค้น โดยปกติแสงเดินทางเป็เส้นตรง ดังนั้นจึงต้องมีจุดหักเหของแสงในการเดินทาง ปรับเปลี่ยนทิศทางเหมือนกับพวงมาลัยรถยนตร์
มู่เฉินใช้กระจกแปดทิศเดินทางมาถึงธนาคารปิงยาง แรกๆ เขาไม่คุ้นชินจึงควบคุมตัวเองไม่ได้สุดท้ายหลุดออกจากเส้นทาง กระเด็นไปโดนฝูงซอมบี้จนเกิดการะเิ พอลองผิดลองถูกนานเข้าเขาก็เริ่มชำนาญ จนในที่สุดก็มาถึงที่หมาย
ประตูด้านนอกถูกทำลาย มู่เฉินเดินเข้าไปในชั้นใต้ดินผ่านการสแกนของฟอลคอน
ที่นั่นเขาเห็นคาบเืจำนวนมาก ปลอกะุปืนพกบนพื้น ศพหลายศพที่ถูกวางจนเน่า
“มาสเตอร์ พบว่าห้องนิรภัยด้านหน้ามีคนอยู่ข้างในประมาณ 10 คน ระบบถูกล็อกอย่างแ่า แต่ผมสามารถเปิดมันได้ภายใน 15 วินาที” ฟอลคอนที่บินอยู่หน้าประตูเหล็กกล่าว
“งั้นเปิดมัน”
“เยส มาสเตอร์” ฟอลคอนบินเข้าไปใกล้แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์และเริ่มควบคุมผ่านสมองกลของมัน ประตูที่หนาแน่นแม้แต่โจรก็ไม่สามารถเปิดได้ตอนนี้ถูกเปิดแล้ว
ผู้คนที่ซ่อนอยู่ข้างในดูเหมือนจะตกตะลึงที่ประตูถูกเปิด
มู่เฉินเหลือบมองดูผู้รอดชีวิต ทันใดนั้นเขาก็มองไปที่คนๆ หนึ่ง สาวผมแดงอยู่ในชุดสีดำ ั์ตาสีฟ้า นั่นไม่ใช่สกาเล็ต คอนเนลลี่ สายลับสาวในภาพยนตร์มาเวสหรอกเหรอ