ตอนที่ 2
จินเย่ว เมื่อได้หลับไป เธอเหมือนได้ไปในที่สวยงามและแปลกตา อย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิตนี้ จนคิดว่าถ้าได้อยู่ที่นี่ไปตลอดน่าจะดี เพราะมีสวนที่มีดอกไม้สวยงามมาก เป็ดอกไม้ที่เธอก็ไม่รู้ว่าเป็ดอกไม้อะไรเหมือนกัน เพราะไม่เคยเห็น จนไม่อยากจะกลับไปในที่ ที่เธอเจอก่อนหน้านี้เลย ถ้าเป็ความฝันก็ไม่อยากจะตื่นจากฝันเลยสักนิดเดียว
"ที่นี่ที่ไหนกันนะ"
ทำไมช่างสวยงามอย่างนี้ เหมือนสวนในเทพนิยายเลย เพราะมันไม่เหมือนของจริงเลยสักนิด
"เอ๊ะนั่นต้นแอปเปิลนี่นา"
เมื่อเธอมองไปรอบๆ ก็เห็นเหมือนว่าเป็ต้นแอปเปิล ด้วยความที่ตอนนี้เหมือนไม่ได้กินอาหารมานานทำให้รู้สึกหิวเป็อย่างมาก จึงคิดว่าจะขอ กินแอปเปิลสักหน่อย เ้าของคงจะไม่หวงหรอกมั้ง ก็มันมีผลออกเต็มต้นเลยนี่นา ไม่รู้ว่ามีเ้าของหรือเปล่า แต่ถ้ามีก็ขอ กินหน่อยแล้วกัน
เมื่อเห็นอย่างนั้นจึงได้เดินไปที่ต้นแอปเปิลทันที และก็เก็บมาถึงสองผล ที่ลูกใหญ่มากๆ และนั่งกินอย่างสบายใจ จนหมดทั้งสองลูก จึงค่อยรู้สึกอิ่มท้องขึ้น และเหมือนว่าหลังจากกินแอปเปิลเสร็จแล้ว เรี่ยวแรงที่เคยอ่อนล้าก็รู้สึกมีกำลังขึ้นมาเป็อย่างมาก
"เรารู้สึกไปเองหรือเปล่านะ ที่เมื่อกินแอปเปิลเข้าไปแล้ว เหมือนว่าจะมีแรง เหมือนร่างกายไม่เคยเจ็บป่วยมาก่อนเลย แต่คงจะไม่ใช่หรอก เราน่าจะคิดมากไปเอง"
จินเย่ว ที่มีความรู้สึกอย่างนั้น จึงได้พูดออกมาเบาๆ แต่ก็เลิกความคิดนั้นไปเลย เพราะไม่น่าจะเป็ไปได้ น่าจะไม่ได้กินอาหารมานาน และพอได้กินก็อาจจะมีแรงขึ้นเท่านั้นเอง
และเริ่มที่จะสำรวจสวนสวยแห่งนี้ต่อ และพยายามที่จะหาคนว่ามีใครอยู่ที่นี่บ้าง จะได้ถามว่าที่นี่ที่ไหน แต่ก็มองไม่เห็นใครสักคน แม้จะหวาดระแวง แต่มันก็แนที่ด้วยความสวยงามที่น่าหลงไหลมากกว่า
ส่วนคนที่เป็เ้าของสวนสวยแห่งนี้ก็ได้แต่มองหญิงสาว ที่อยู่ในสวน และได้กินแอปเปิล ที่เขาปลูก และก็หวงเป็อย่างมากอย่างปวดใจ เพราะใครมาขอ เขาแทบจะไม่ให้ใครด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้เขายังทำใจไม่ได้ที่จะออกไปเผชิญหน้า กับหญิงสาวที่เขาได้ทำผิดพลาดอย่างใหญ่หลวง โดยการนำิญญามาผิดคน เขาเองก็รู้สึกผิดจนไม่อาจจะสู้หน้าได้ แต่ก็ทำอย่างนั้นไม่ได้เช่นกัน จึงคิดว่าถึงเวลาต้องออกไปเผชิญความจริงแล้ว ส่วนแม่หนูนี่จะให้อภัยหรือเปล่า ก็ให้แล้วแต่แม่หนูจะตัดสินใจเลยก็แล้วกัน
"เฮ้อ...ถึงเวลาแล้วสินะ" เขาพูดกับตัวเองเบาๆ อย่าง้ากำลังใจ
เมื่อตัดสินใจได้แล้วจึงได้เดินออกไปหา แม่หนูที่ยังคงนั่งมองนั่นมองนี่อย่างตื่นตาตื่นใจอยู่ ไม่มีความกลัวเลยสักนิด มีแต่สายตาแห่งความอยากรู้ หวังว่าคงจะให้อภัยตาแก่คนนี้นะ
"สวัสดี แม่หนู จินเย่ว" เมื่อตัดสินใจเดินออกมา ก็ตรงเข้ามาหาหญิงสาวทันที และได้ทักทายอีกคนออกไป
จินเย่ว มองชายแก่ที่ดูมีอายุแล้ว ที่เดินเข้ามาทักเธอ ด้วยความที่เธอยังคงชื่นชมกับความงามของสวน จนไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้าง จึงไม่รู้ว่าท่านตาคนนี้มาจากทางไหน และมาั้แ่เมื่อไร แต่เมื่อเห็นคนแล้ว ก็ทำให้ดีใจที่จะมีคนให้สักถาม แค่นี้เธอก็ดีใจเป็อย่างมากแล้ว
"คุณตา รู้จักชื่อหนูได้ยังไงคะ" จินเย่ว ถามด้วยความสงสัย เพราะเธอพยายามนึกว่าเคยเจอกันมาก่อนหรือเปล่า แต่ในความเป็จริง คือเธอไม่เคยเจอกันมาก่อนอย่างแน่นอน
"ตารู้ทุกเื่ของหนูนั่นล่ะ" เขาบอกออกไปตามจริง แม้จะรู้ว่าทำให้คนฟัง งงขึ้นก็ตามที
"แต่หนูว่าหนูไม่เคยเห็นคุณตามาก่อนเลยนะคะ แต่ไม่เป็ไรค่ะ ถ้ารู้จักหนู ช่วยบอกหน่อยสิคะ ว่าที่นี่คือที่ไหน แล้วหนูมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงกัน" เธอถามออกไปอย่างที่้าอยากจะรู้ทันที
"นี่เป็สวนของตาเอง"
"ส่วนของคุณตาหรือคะ มันสวยมากเลย เหมือนหนูอยู่บน์เลยค่ะ"
"อืม...มันก็ไม่ผิดจากที่หนูคิดหรอก ที่นี่เป็สวนบน์จริงๆ"
"อะไรนะคะ สวนบน์" หรือว่าอย่างนั้นเธอคงตายอีกรอบแล้วสินะ ก็ดีเหมือนกัน เพราะอยู่ที่นั่น คงจะไม่พ้นเหมือนกับตกนรก แล้วเราจะได้มาอยู่ที่สวนสวยแห่งนี้หรือเปล่านะ เธอเริ่มคิดอย่างฟุ้งซ่าน และออกจะยินดีเสียด้วยซ้ำไป ที่ได้ตายจากมาเสียที และแล้วความคิดกับเื่ที่น่ายินดี ก็พลันสลายหายไปในพริบตา เมื่อคุณตาพูดขึ้นมา
"มันไม่ใช่อย่างที่คิดหรอกแม่หนู ตอนนี้ยังไม่ตาย แต่ที่มาแห่งนี้เป็เพียงความฝันเท่านั้น เพียงแต่ตามีเื่ที่จะคุยด้วยเท่านั้น จึงได้เข้าไปในความฝันของแม่หนูเท่านั้น"
"จริงหรือคะ หนูนึกว่าได้ตายไปแล้วเสียอีก แล้วคุณตามีเื่อะไรที่จะคุยกับหนูล่ะค่ะ" เมื่อฝันที่คิดว่าเป็จริง กับสลายไปในทันที เมื่อทุกสิ่งไม่ได้เป็อย่างที่คิด ถึงได้ถามท่านตากลับไป
"เื่ที่หนูตายแล้วมาอยู่ในร่างของแม่หนู ซินจินเย่ว อย่างไรล่ะ"
"คุณตารู้ด้วยหรือคะ ว่าหนูไม่ใช่เ้าของร่างนี้" เธอชักจะเริ่มกลัวขึ้นมาแล้ว ทำไมเื่ที่เหนือธรรมชาติอย่างนี้ท่านตาถึงได้รู้ได้กันนะ เธอมองด้วยความสงสัย
"ทำไมจะไม่รู้ล่ะ ที่ตามาพบหนูเพราะอยากจะมาขอโทษด้วย เื่ที่ตาทำผิดพลาด ทำให้หนูต้องตายและมาอยู่ในร่างนี้แทนร่างเดิม" เมื่อนึกถึงเมื่อไร ก็ยังรู้สึกผิดไม่จางหายไปได้
"อะไรนะคะ ทำงานผิดพลาด หมายความว่ายังไงหรือคะ แล้วคุณตาเป็ใครหรือคะ" เธอถามออกไปด้วยความไม่แน่ใจ ว่าเธอฟังผิดไปหรือเปล่า
"ใช่แล้วล่ะ ตาทำงานผิดพลาด และตาก็คือ เทพแห่งดวงชะตา และที่ว่าทำงานผิดพลาดคือ ความจริงคนที่ต้องเสียชีวิตต้องเป็ ซินจินเย่ว ไม่ใช่จางจินเย่ว" เขารับสารภาพความผิดพลาดออกมาตรงๆ
เมื่อได้ฟัง จินเย่ว ก็พอจะจับใจความได้บ้างแล้วว่า ทำไมเธอถึงได้มาอยู่ในร่างนี้ เพราะชะตาชีวิตของเธอยังไม่หมดลงนั่นเอง แต่มันก็ไม่ใช่ความผิดของเธอไม่ใช่หรือ น่าจะส่งเธอกลับไปที่เดิมได้สิ ไม่ใช่มาอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ อย่างนี้
"ถ้าอย่างนั้นคุณตาก็ส่งหนูกลับไปที่เดิมไม่ได้หรือคะ หนูไม่อยากอยู่ที่นี่เลยค่ะ"
เทพแห่งดวงชะตา มองหญิงสาวด้วยความเห็นใจ แต่เขาไม่สามารถทำอะไรได้
"ไม่ได้หรอกแม่หนู ร่างของ จางจินเย่ว ตอนนี้แหลกเหลวไปหมดแล้ว เพราะเครื่องบินตก และเกิดะเิขึ้นด้วย เมื่อเป็อย่างนั้น ตาจึงได้ส่งหนูมาอยู่ในร่างนี้แทนอย่างไรล่ะ" เขาต้องอธิบายอย่างใจเย็น เพราะรู้ว่าแม่หนูคนนี้คงจะรู้สึกไม่ดีอย่างแน่นอน
ส่วน จินเย่ว ที่คิดตามที่คุณตาบอกก็เป็จริง เพราะความคิดสุดท้ายที่เธอรับรู้ก็เป็อย่างนั้นจริงๆ แต่เธอก็ไม่อยากอยู่ที่นี่ และร่างนี้ด้วย การอยู่ที่นี่คงจะเหมือนตายทั้งเป็ ต่างอะไรกับการตกนรกกัน เมื่อเห็นว่าไม่สามารถกลับไปที่ ที่เธอจากมาได้ จึงคิดหาทางออกให้ตัวเอง
"แล้วอย่างนี้หนูอยู่กับคุณตาที่นี่ได้หรือเปล่าคะ" เธอมองสวนสวยแห่งนี้ ถ้าได้อยู่ที่นี่คงจะดีไม่น้อยเลยทีเดียว
"ไม่ได้หรอก ที่นี่ไม่ใช่ที่ ที่มนุษย์จะสามารถอยู่ได้ ตาขอโทษอีกครั้งนะ"
"แต่คุณตาคะ ถึงอยู่ที่นั่นหนูว่าคงจะอดตายเสียก่อน หรือไม่ก็ถูกทำร้ายจนตาย สู้ให้หนูตายตอนนี้ไม่ดีกว่าหรือคะ" ที่นั่นโหดร้ายเกินไปสำหรับเธอ
"ไม่ได้หรอก ชะตาชีวิตของหนูยังไม่หมดน่ะ แต่หนูไม่ต้องเป็ห่วงเื่อาหาร ตาเตรียมของที่จำเป็เอาไว้ให้แล้ว รับรองหนูจะอยู่ในยุคที่อาหารขาดแคลนได้อย่างไม่มีปัญหาอะไร"
"แล้วมันคืออะไรหรือคะ"
จากที่ได้ฟังคุณตาพูดเธอยิ่งไม่เข้าใจอะไร เพราะมันจะเป็ไปได้อย่างไรกัน ในเมื่อดูจากสภาพของเ้าของร่างแล้ว ไม่มีทางที่จะมีอาหารกินอย่างแน่นอน แล้วคุณตาจะเอาอะไรมาหลอกเธอกัน เธอคิดอย่างไม่อยากจะยอมรับความจริงสักเท่าไร
"ตาจะมอบมิติไปให้เป็การขอโทษ"
( ฝากติดตามด้วยนะคะ )