บนโต๊ะเต็มไปด้วยจอกน้ำชาและขนมที่ลุงสมยศเอามาจากเมืองหลวงสยาม พระยาเดชาดำรงศักดิ์ ลุงผิน น้าพาย ม่านฟ้านั่งรอบโต๊ะ สมยศยืนข้างๆพระยาเดชาดำรงศักดิ์ ส่วนตาพวง เขาขอนั่งบนแคร่หน้าบ้านและกินขนมเงียบๆพร้อมเงี่ยหูฟังไปด้วย
พระยาเดชาดำรงศักดิ์มองทั้งสามคน จากนั้นกระแอมเล็กน้อยตามประสาคนแก่เจ็บคอง่าย
“คำถามเมื่อสักครู่ของเธอ ฉันจะตอบให้เอง ชาวต่างประเทศจะได้รับยศสูงสุดคือขุนเท่านั้น”
“ผู้ที่ได้เป็เ้าพระยามีกี่ท่านเหรอคะ?”
“ตอนนี้มีสี่คนด้วยกัน หนึ่งในนั้นเป็พี่ชายของฉัน เขาคือเ้าพระยาศรีสุพรรณยาภร ภักดี มีศักดิ์เป็ตาของเธอเช่นกัน"
บึ้ม! สมองของม่านฟ้าประเมินแทบไม่ทัน
พ่อคะ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมตาเดชาถึงเอาเื่พ่อขนาดนี้!
“หึ!” พระยาเดชาดำรงศักดิ์ทำเสียงในลำคอเมื่อเห็นม่านฟ้าเสียอาการ
ม่านฟ้าเอามือทาบอก “หนูมีญาติใหญ่โตขนาดนี้เลยรึเนี่ย!”
ลุงผินกับน้าพายช็อกอย่างไร้คำพูดเช่นกัน
“ตระกูลภักดีมีรากฐานร่วมกับราชวงศ์มาช้านาน เรามีความสัมพันธ์เหมือนญาติสนิท ไม่ใช่ญาติห่างๆ”
ม่านฟ้า ลุงผิน น้าพาย แม้แต่ตาพวงที่นั่งอยู่หน้าบ้านก็สูดลมหายใจเข้าปอดกันพร้อมเพรียง
“ไม่ใช่ใหญ่โตธรรมดาจริงๆด้วย”
ม่านฟ้ายิ้มแหยๆ สมยศยืนกลั้นหัวเราะแทบตายเมื่อเห็นอากัปกิริยาของทุกคน
ลุงสมยศคะ กลั้นไม่ไหวก็อย่าฝืนเลยค่ะ เดี๋ยวจะหน้ามืดได้
ม่านฟ้าสบถในใจ พ่อเธอไปเอาความกล้านี้มาจากไหนกัน!
โอ้ย…แม่ก็ยึดมั่นในรักแท้ หนีตามพ่อมาไม่สนใจตระกูลสูงส่งของตนเลย แถมไม่เสียดายเลยด้วย สำหรับเธอน่ะเหรอ ยังต้องคิดแล้วคิดอีก นี่มันเื่การนอนรวยบนกองเงินกองทองเลยนะ
ชีวิตเด็กกำพร้ามันลำบากนะโว้ย!
“อยากรู้อะไรอีกล่ะ?” พระยาเดชาดำรงศักดิ์ถาม
“อะ แฮ่ม! ว่าตาศรีดูแลเื่อะไรเหรอคะ?” ชื่อยาวอ่า หนูจำไม่ได้
พระยาเดชาดำรงศักดิ์หนังตากระตุก ม่านฟ้าเรียกพี่ชายเขาว่าตาศรี ถ้าของเขาคงเป็ตาเดชากระมัง นี่คงต้องสอนเื่กาละเทศะ มารยาททางสังคมให้เยอะอีกมากโข
“ต้องเรียกว่าท่านตา เรียกตาเฉยๆได้เยี่ยงไร คำว่า ‘คุณ’ นั้นชาวบ้านใช้เรียกทั่วไปอย่างสุภาพ เธอจะเรียกตาเฉยๆได้ก็ต่อเมื่อไม่มีคนภายนอกอยู่”
ม่านฟ้าพยักหน้า “เข้าใจแล้วค่ะ”
“เ้าพระยาศรีสุพรรณยาภรดูแลเื่กองทัพทหารและทหารส่วนพระองค์”
“ของท่านตาเดชาล่ะเ้าคะ ดูแลเื่ใดอยู่?”
พระยาเดชาดำรงศักดิ์พยักหน้าอย่างพอใจกับคำเรียกขานใหม่ นับว่าสอนแล้วรู้จักจำ
“ฉันดูแลเื่การค้ากับต่างประเทศ”
“แล้วใครรวยกว่ากันหรือเ้าคะ?” ม่านฟ้าถามอย่างใสซื่อ
พระยาเดชาดำรงศักดิ์คิดในใจ เด็กคนนี้สนใจแต่เื่เงินจริงๆ
“ย่อมเป็ฉัน แต่อำนาจไม่มากเท่าท่านเ้าพระยาศรีสุพรรณยาภรของเธอหรอก”
“หลานแจ่มแจ้งแล้วเ้าค่ะ”
สมยศะเิหัวเราะ “ฮ่าๆ ขอประทานอภัยขอรับ แต่คุณหนูม่านฟ้าตลกมากจริงๆ”
ม่านฟ้ายักไหล่ เอาที่สบายใจ
พระยาเดชาดำรงศักดิ์ส่ายหัว “ดูเหมือนเธอยังมีเื่จะพูดต่อนะ”
“ท่านตาได้ฟังถึงตอนไหนหรือเ้าคะ?”
“ก็ั้แ่ผู้ใหญ่ผินเล่าเื่พระาาวิลเลี่ยมให้เธอฟังนั่นแหละ”
แสดงว่าแอบฟังนานแล้ว ท่านตาของเรา ก็ใช้ได้เหมือนกันนะ
สมยศพูด “ความเห็นของคุณหนูถูกต้องตามที่กล่าวมา มีแต่คนในเท่านั้นถึงจะสังเกตเื่เหล่านี้”
“หนูเป็คนช่างสังเกตและชอบเรียนรู้ค่ะ อนาคตหนูอาจจะต้องทำงานกับพวกฝรั่งมากขึ้น หนูต้องมีข้อมูลไว้บ้าง หนูจะได้หาทางหนีทีไล่ได้ถูก แล้วหาหนทางทำเงินด้วยค่ะ”
“คุณหนูคิดเองหมดเลยหรือ?”
“ั้แ่หนูอยู่คนเดียว หนูพยายามหาทางถีบตัวเองขึ้นเรื่อยๆ มันทำให้หนูเปิดโลกกว้างขึ้น และได้เรียนรู้อะไรๆมากกว่าในโรงเรียนเสียอีก โรงเรียนไม่มีคำว่าประสบการณ์ชีวิตจริงนะคะ หนูต้องใฝ่รู้หาทางเอาเอง อะไรที่ช่วยหนูได้ หนูก็รับมาเลือกปรับใช้ ความคิดก็เช่นกัน หนูต้องฝึกการเข้าหาคนเพื่อผลประโยชน์ ต้องรู้จักดูสีหน้า คำพูด ท่าทางของคนอื่นด้วย ตอนนี้หนูยังเด็ก หนูย่อมใช้ความเป็เด็กของหนูได้ง่าย ไม่มีใครคิดหรอกค่ะว่าเด็กสิบสองขวบอย่างหนูจะรู้เื่พวกนี้”
“หนทางข้างหน้าย่อมมีคนคิดหลอกและอยากได้เงินของหนู ส่วนเื่พวกฝรั่ง หนูอยากรู้เพราะอนาคตของตัวเองเช่นกัน อะไรที่ไม่จำเป็ หนูไม่เอามาใส่หัวหรอกค่ะ หนูเหนื่อยเป็นะคะลุงสมยศ”
สมยศชื่นชมม่านฟ้าในใจ แต่ในใจก็สงสารเช่นกัน เด็กวัยนี้สมควรจะเล่นและมีความสุขกับครอบครัวอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ไม่ต้องคิดซับซ้อนแบบนี้
พระยาเดชาดำรงศักดิ์ถาม “แล้วเธอคิดเห็นอย่างไรกับท่าทีของประเทศเราที่มีต่อประเทศอื่น?”
“ท่านตาทดสอบหนูอยู่หรือคะ?”
“ไม่ใช่ว่าเธอจะเล่าเื่เหล่านี้ให้ทั้งสองคนนั่นฟังอยู่แล้วรึ?”
ใจจริงพระยาเดชาดำรงศักดิ์ก็อยากฟังเช่นกัน เขาอยากรู้ว่าหลานสาวของเขามีความคิดความอ่านเกินเด็กธรรมดาทั่วไปได้ไกลแค่ไหน
ม่านฟ้าจิบชา เพราะต้องพูดยาวอีกแน่ “แม้หนูจะไม่ใช่นายเหนือหัวหลวงก็ตาม แต่หนูพอจะรู้ส่วนหนึ่งเท่านั้น”
“ท่านตาเดชาเ้าคะ หนูอาจจะมีคำถามที่อาจจะ…”
ม่านฟ้ามองหน้าพระยาเดชาดำรงศักดิ์อย่างลังเลใจ
“ฉันจะตอบ เท่าที่ตอบได้”
“ขอบพระคุณอย่างสูงค่ะ”
“หึ! รีบๆถามมา”
“ก่อนที่พระาาวิลเลี่ยมเสด็จมา สยามเรามีการชิงดีชิงเด่นอำนาจภายในไหมเ้าคะ?”
ม่านฟ้าทำสายตาปริบๆกับพระยาเดชาดำรงศักดิ์
พระยาเดชาดำรงศักดิ์พยักหน้า มีแน่นอน!
“งั้นวันที่พระาาวิลเลี่ยมเสด็จมา ท่านตาเดชาได้อยู่ในเหตุการณ์หรือไม่เ้าคะ?”
“ฉันอยู่”
“ท่านได้เห็นเรือของพระาาวิลเลี่ยมไหมเ้าคะ?”
“ย่อมเห็น”
“งั้นท่านเ้าตาเ้าขา∼”
ม่านฟ้าพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานกว่าปกติ มุมปากน้อยๆยกยิ้มอย่างเ้าเล่ห์
“ท่านตารู้สึกอย่างไรบ้างเ้าคะ เมื่อท่านตาเห็นเรือที่ทำจากเหล็กที่มีน้ำหนักมหาศาลสามารถลอยได้ ให้หนูเดานะเ้าคะ ในเรือมีปืนใหญ่ที่หนักมากติดมาด้วย ที่และสำคัญ เรือที่มาด้วยแบบนี้มีหลายลำด้วยกัน”
ดวงตาพระยาเดชาดำรงศักดิ์สั่นไหว ทุกคนอยู่ในความเงียบ
ม่านฟ้าพูดต่อ “บ้านเราในตอนนั้นมีเพียงแค่ปืนยาวเท่านั้นที่เป็อาวุธที่ดีที่สุดในสยาม อาจจะมีปืนใหญ่เช่นกันแต่ไม่มากมายอะไร เพราะผลิตได้น้อย ทว่า... จู่ๆ ก็มีอยู่วันหนึ่ง ที่ทางชาวสยามเราได้เห็นและรับรู้ว่าคนข้างนอกสามารถบุกเข้ามาในอาณาเขตของเราได้ง่ายๆ พวกเขาดันมีอาวุธที่ดีกว่าและร้ายแรงยิ่งกว่า อย่างเช่นเรือั์เช่นนี้ โอ้...! ช่างน่าใจริงๆ สยามเราจะทำอย่างไรดีนะ?”
“……”
“นายเหนือหัวหลวงย่อม ‘กลัว’ เมื่อมีความกลัวได้ผุดขึ้นมาในใจแล้ว แต่…พระาาวิลเลี่ยมไม่ได้มีท่าทีรุกรานในตอนแรก เมื่อได้ลองพูดคุยสักพัก พระองค์จึงอยากรู้โลกภายนอกมากขึ้น ครั้งเมื่อเสด็จไปเห็นกับตาว่าโลกภายนอกมันเป็อย่างไร นายเหนือหัวหลวงจึงได้เห็นความร้ายแรงของการรุกรานจากประเทศอื่นที่เต็มไปด้วยอาวุธที่ทันสมัย ท่านตาเดชาได้ไปที่ประเทศอิงแลนด์กับนายเหนือหัวหลวงไหมเ้าคะ?"
“ฉันไปด้วย เ้าพี่เองก็ไปเช่นกัน ในตอนนั้นฉันกับเ้าพี่เป็ทหารองค์รักษ์ส่วนพระองค์ของนายเหนือหัวหลวง”
“โห… ท่านตาทั้งสองต้องต่อสู้เก่งมากเป็แน่แท้” สายตาม่านฟ้าเต็มไปด้วยความชื่นชม
สมยศกล่าวเสริม “เพลงมวยของนายท่านใหญ่นับว่าอยู่เป็รองของเ้าพระยาศรีสุพรรณยาภรเท่านั้นขอรับ”
ม่านฟ้าพยักหน้า “พระาาวิลเลี่ยมได้เป็พันธ์มิตรกับนายเหนือหัวหลวงเพื่อป้องกันการรุกรานของประเทศอื่น ให้หนูเดา พระาาวิลเลี่ยมเป็มหาาาของนักล่าอนานิคมใช่ไหมเ้าคะ?”
พระยาเดชาดำรงศักดิ์พยักหน้า ตามนั้น!
“ประเทศเราไม่มีสิ่งใดสู้ได้ จึงต้องพึ่งพระาาวิลเลี่ยม นิสัยใจคอพระาาวิลเลี่ยมเองก็ถือว่าดีพอเป็พันธมิตรด้วยกันได้ ที่สำคัญคือ เป้าหมายของพระาาวิลเลี่ยมไม่อยากทำาอีกแล้ว เพราะปัญหาภายในนั่นเอง เมื่อกลับมาสยาม นายเหนือหัวหลวงก็ได้กลับมาเล่าเื่โลกภายนอกให้ข้าราชบริพารทั้งหมดได้รับรู้ ข้าราชบริพารย่อมเกรงกลัว ในสยามนั้น พวกเขาเป็ใหญ่อยู่เหนือผู้คนทั้งหลาย พวกเขาย่อมไม่อยากเสียอำนาจนี้ให้กับประเทศอื่น นายเหนือหัวหลวงย่อมไม่อยากเห็นประชาชนของท่านถูกจับไปเป็ทาส การมีชีวิตความเป็อยู่ลำบากกว่าเดิม หรือตกตายกันหมด การแพ้าจากการรุกของประเทศอื่น ทำให้สยามสิ้นได้จริงๆ เพราะทุกอย่างจะเป็ของประเทศอื่นทั้งหมด ไม่มีใครจะรักประเทศตัวเองเท่ากับคนในประเทศ นี่คือเื่ปกติ”
“การจะทำให้ประเทศเราปลอดภัยอย่างแท้จริงคือเราต้องมีความรู้”
“การสร้างอาวุธ สร้างเรือ สร้างรถ สร้างโรงไฟฟ้า อะไรก็ได้ที่เป็ประโยชน์ต่อประเทศ คุณครูที่โรงเรียนมักจะบอกพวกหนูเสมอว่า จงใช้ความรู้เพื่อพัฒนาประเทศ พวกฝรั่งคือผู้มีความรู้และความเชี่ยวชาญในด้านการคิดค้นสิ่งใหม่และพัฒนาสิ่งที่มีอยู่แล้ว นิสัยของพวกฝรั่งที่เด่นชัดคือพวกเขาค่อนข้างกระตือรือร้นเมื่อเจอสิ่งใหม่ที่ไม่เคยรู้มาก่อน”
“การล่าอนานิคมของพวกเขาก็เหมือนกับการได้เห็นสิ่งใหม่ๆ การผจญภัย บางทีพวกเขาอาจจะแค่สงสัยว่าไกลสุดของทะเลคือที่ใด แต่มันก็บานปลายจนกลายเป็าซะงั้น”
พระยาเดชาดำรงศักดิ์กล่าว “อาจจะเป็เช่นนั้น เาาวสยามเองก็ชะล่าใจ พอใจในสิ่งที่มี หลงระเริงกับความปลอดภัย ไม่มีหัวก้าวหน้าในเื่นี้นัก ความรู้และความก้าวหน้าก็เหมือนดาบสองคม ภายในยี่สิบปีหลังจากนั้น สยามก็พัฒนาถึงเพียงนี้แล้ว ข้อดีคือมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย”
ม่านฟ้าพูด “คนสยามก็เหมือนประเทศอื่น มีทั้งคนดี คนเลว คนเ้าเล่ห์ คนชอบเอาเปรียบ คนโง่เขลาละโมบ ยิ่งอะไรง่ายขึ้น การใช้ในทางที่ผิดก็ย่อมร้ายแรงขึ้นเช่นกัน คนสยามด้วยกันทุกวันนี้ก็ยังฆ่ากันเอง ดูถูกกันเอง เห็นเงินมาก่อนศีลธรรม เอาความดีเข้าตัว เอาความชั่วให้ผู้อื่น อย่างเช่นพ่อแม่ของหนูที่ตายเพราะคนสยามด้วยกัน”
ทุกคนใหันมามองม่านฟ้าในจุดเดียวกัน “หนูคิดว่าพ่อกับแม่ถูกฆาตกรรม”
พระยาเดชาดำรงศักดิ์ถาม “เธอมั่นใจรึ?”
“หนูไม่มีหลักฐานค่ะท่านตา”
“ฉันจะให้คนไปจัดการเื่นี้” พระยาเดชาดำรงศักดิ์ถอนหายใจ
“หากท่านตาแก้แค้นให้พ่อแม่หนู หนูจะเป็หนี้ท่านตาหนึ่งข้อนะคะ”
“ถ้าในอนาคตฉันบังคับเธอเื่การแต่งงานเหมือนกับแม่เธอล่ะ?” พระยาเดชาดำรงศักดิ์จ้องหน้าเธอ
“ถ้าเขารวยกว่าและฉลาดกว่าหนูในอนาคต หนูอาจจะไม่อิดออดก็ได้นะคะ ยิ่งหน้าตาหล่อเหลาด้วยแล้ว หนูก็อาจจะใจอ่อนได้ง่ายขึ้น แต่คงหายากหน่อยนะคะ มันจะมีผู้ชายที่ดีกว่าหนูรึเปล่าล่ะคะ?”
พระยาเดชาดำรงศักดิ์เอาไม้เท้าเขกหัวม่านฟ้า “มีใครที่ไหนชมตัวเองอย่างไร้ยางอายเยี่ยงนี้”
ม่านฟ้ากุมหัวตัวเอง “ซี๊ด… ไม้เท้าหนักมาก หนูพูดผิดตรงไหน?”
“ฮ่าๆ ฮ่าๆ” ทุกคนหัวเราะกันยกใหญ่
พระยาเดชาดำรงศักดิ์มองเธอจนตาเขียว เธอก็ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้
“เื่พ่อแม่เธอ ฉันจะจัดการเอง เื่นี้ต้องสืบให้รู้ความและชัดเจนก่อน”
“ขอบพระคุณค่ะท่านตา” เธอทำเองไม่ได้หรอก มีเื้ัดีขนาดนี้ ก็ต้องขอให้ช่วยสิ ท่านตาเดชาเองก็รักแม่จิตลดามาก คนที่ทำร้ายท่านย่อมมีจุดจบไม่ดีแน่
“กลับมาต่อดีกว่าค่ะ เนื่องด้วยความก้าวหน้าที่ฝรั่งให้เรามา สยามมีการแลกเปลี่ยนที่ค่อนข้างเสียเปรียบกว่ากับอีกอยู่หลายข้อในตอนนี้”
“ข้อดีของเรา คือเราไม่ได้เป็ประเทศราชของเขา สถานะดีกว่าประเทศอื่น สำหรับประเทศสยามเรา หนูเชื่อว่าการเมืองภายในเราเก่งไม่แพ้ประเทศใดในโลกนี้ เราสามารถกีดกันพวกฝรั่งแบบถูกกฎในประเทศเราได้ โดยเฉพาะการค้าสยามเรา เราไม่อาจยอมให้พวกเขาเข้ามาครอบงำเราได้ สังเกตได้จากการเก็บภาษีและการให้เมืองหลวงสยามเป็เมืองทดลองพัฒนา พัฒนาสิ่งใดแล้วเห็นว่าเหมาะสมกับเรา ก็ค่อยๆส่งต่อไปจังหวัดอื่น แม้จะให้พวกฝรั่งมียศเป็ขุนนางในวัง แต่ก็ไม่ให้อำนาจเกินขอบเขตที่รับได้ เมื่อประชาชนเรียนรู้ความก้าวหน้า รู้จักแก้ปัญหา สามารถนำผลประโยชน์เข้าประเทศได้มากที่สุด ในตอนนั้นสยามก็จะถือว่าอยู่ในความปลอดภัยพอที่จะปกป้องตัวเองโดยไม่ต้องพึ่งพระาาวิลเลี่ยมมากนัก นั่นคือสิ่งที่นายเหนือหัวหลวงคาดหวังและอยากเห็นอนาคตที่ดีของสยามเรา หนูเองก็เห็นโอกาสในการทำเงินในเื่นี้เช่นกัน ที่ไหนกำลังพัฒนา ย่อมมีหนทางทำงานได้มาก ฮี่ๆ”
พระยาเดชาดำรงศักดิ์ได้ฟัง่แรกก็พยักหน้าเห็นด้วย พอได้ยิน่ท้ายๆถึงกับหน้าเขียวที่หลานตัวดีเผยหางออกมา
“ที่พูดมาทั้งหมดเพราะเล็งสิ่งนี้สินะหนูม่าน” ลุงผินถอนหายใจ “ถ้าเป็ผู้ชายคงจะน่ากลัวกว่านี้เป็แน่แท้”
พระยาเดชาดำรงศักดิ์พูด “คิดแต่จะหาเงิน หาได้คิดเื่ช่วยบ้านเมืองไม่”
“นั่นเป็หน้าที่ของขุนนางนี่นา ในอนาคตหนูก็ต้องจ่ายภาษีเหมือนคนอื่น สร้างอาชีพสร้างงานให้คนด้วยนะ”
พระยาเดชาดำรงศักดิ์เห็นม่านฟ้ายืดอกภูมิใจเหมือนไก่แจ้ไม่มีผิด
เวลาโกรธคงจิกไม่ยั้งกระมัง
“หน้าที่เธอคือเรียนหนังสือและเรียนมารยาทก็พอ” พระยาเดชาดำรงศักดิ์พูดขัด
“น่าเบื่อ เห้อ∼”
โป้ก! โดนไม้เท้าไปหนึ่งที
เจ็บอ่า!