-มหาวิทยาลัยเบลเกรด-
วันนี้ก็เป็อีกวันที่หลังเลิกเรียนแล้วคริสตัลจะไปที่ห้องสมุดของมหาลัยเพื่อค้นหาข้อมูลที่คิดว่าน่าจะมีอยู่ในหนังสือเล่มใดเล่มหนึ่งภายในนั้นถึงแม้ว่าความหวังที่จะได้พบกับข้อมูลสิ่งที่กำลังตามหาอยู่จะน้อยนิดก็ตามที
ไม่ว่าจะในหนังสือประวัติศาสตร์หรือแม้แต่าโลกก็ไม่เห็นมีแล้วยิ่งในอินเทอร์เน็ตก็ยิ่งแล้วใหญ่เพราะมันไม่มีอะไรเลยนอกจากคอนโดที่พักที่ประเทศอะไรสักอย่างที่คริสตัลไม่เคยไปและมันก็อยู่ไกลเป็อย่างมากสงสัยจะหมดหวังในการตามหาข้อมูลที่หลงเหลือของสิ่งสิ่งนั้น
สิ่งที่ฆ่าพ่อแม่ตายไป
และด้วยความที่คริสตัลเป็นักศึกษาใหม่ทำให้ตอนนี้ยังไม่มีเพื่อนเลยสักคนที่จะพอให้ความช่วยเหลือในด้านนี้ได้เพราะเหตุนี้เขาจึงต้องดั้นด้นค้นหาด้วยตัวเองแต่สุดท้ายสิ่งที่ได้ก็คือความว่างเปล่า ไม่มีอะไรเลย
สุดท้ายคริสตัลก็ต้องกลับบ้านมือเปล่าพลางถอนหายใจก่อนจะเงยหน้ามองท้องฟ้าที่เริ่มมืดครึ้มราวกับจะเปิดเผยจิตใจที่มัวหมองของเขาให้ปรากฏออกมาในรูปแบบอื่นพลางยกมือขึ้นมาจับจี้ที่ห้อยคอไว้อย่างไม่รู้ตัว
เปรี้ยงงง!!
สายฟ้าที่ฝ่าเปรี้ยงลงมาทำให้รู้สึกใจนร่างกายสั่นไหวขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุทั้งๆที่เมื่อก่อนไม่เคยรู้สึกถึงความรู้สึกหวาดหวั่นอะไรแบบนี้มาก่อนเลยจนกระทั่งตอนนี้ที่สูญเสียคนในครอบครัวไป และพอเสียงฟ้าร้องลั่นขึ้นมาอีกรอบนั่นจึงทำให้คริสตัลรู้สึกตัวแล้วรีบดึงสติตัวเองกลับเข้าร่างก่อนจะรีบสาวเท้าเพื่อไปให้ถึงป้ายรถเมล์ ก่อนที่เม็ดฝนจะตกลงมา
ซ่าาา
เสียงสายฝนที่เทกระหน่ำลงมาไม่หยุดทำให้คริสตัลที่วิ่งมาถึงป้ายรถเมล์อย่างทันเวลาถึงกับถอนหายใจอย่างโล่งอกจากพื้นที่โล่งๆตอนนี้ที่ป้ายรถเมล์กลับเต็มไปด้วยผู้คนที่กำลังจะกลับบ้านกลับที่พักต่างทยอยกันเข้ามายืนเบียดเสียดเพื่อรอที่จะขึ้นรถที่วิ่งผ่านที่พักของตัวเอง
ตอนนี้เขาเรียนปี1 มหาวิทยาลัยเบลเกรด ซึ่งเป็สถานที่พ่อกับแม่เรียนจบ และพบรักกันที่นี่ซึ่งเขาเองก็มีความหวังว่าจะได้เดินตามรอยเท้าพ่อกับแม่และพบรักที่แสนดี
แต่ให้หลังหนึ่งเดือนกลับเกิดเื่แบบนี้ขึ้นและเขาก็ยังคงทำใจไม่ได้กับการสูญเสียในครั้งนี้ เวลาผ่านไปเรื่อยๆ สายฝนก็เริ่มเบาบางลงผู้คนรอบๆตัวก็เช่นกัน ไม่นานรถประจำทางไปทางบ้านของคริสตัลก็มาถึง
สายฝนที่หยุดลงไปหลังจากที่รถเคลื่อนตัวออกมานั่นจึงทำให้คริสตัลถอนหายใจพลางคิดว่า
‘ดีแล้วจะได้ไม่เปียกตอนที่เดินเข้าบ้าน’
คริสตัลนั่งมองพระจันทร์ดวงโตดูเด่นเป็ประกายท่ามกลางก้อนเมฆที่บางตาที่วิ่งผ่านเมฆก้อนแล้วก้อนเล่าเพื่อตามเขามาถึงแม้ว่าจะรู้อยู่แล้วก็ตามว่า มันไม่ได้วิ่งตามตัวเองมาหรอก มันก็อยู่ของมันอย่างนั้นอยู่แล้วนั้นละ
เพียงแต่ว่าวันนี้พระจันทร์มันดวงโตกว่าทุกวันและสว่างกว่าทุกวันในความรู้สึกของคริสตัลนั่นกลับทำให้สร้อยคอที่สวมใส่เปล่งประกายขึ้นมาก่อนจะวูบหายไปอย่างที่เ้าของไม่ทันรู้ตัว
….
-@Vem Café –
หลังจากที่เตรียมพร้อมทุกอย่างเรียบร้อยแล้วไม่ว่าจะเป็การล้างทำความสะอาดเครื่องทำกาแฟทั้งติดต่อร้านเค้กที่ทำธุรกิจกันมาสักระยะว่า่นี้จะหยุดเพื่อกลับบ้านไปเยี่ยมครอบครัวกันส่วนพื้นที่ต้อนรับลูกค้าก็ถูกทำความสะอาดและจัดเก็บเรียบร้อยเป็อย่างดีไหนจะใบปิดประกาศหน้าร้านว่าจะปิดบริการชั่วคราวที่วินเซนต์เป็คนจัดการรวมถึงประกาศลงเพจโซเชียลที่ทุกคนล้วนให้ความสนใจ
ทั้งๆที่ทุกอย่างถูกจัดการเรียบร้อยดีแล้วแต่เหมือนบางอย่างกลับไม่เป็ใจ
ตอนนี้ทุกคนต่างเตรียมพร้อมที่จะเดินทางกันแล้วทว่า ฝนก็ตกลงมาห่าใหญ่โดยไม่ทันตั้งตัว เลยทำให้ทุกอย่างต้องหยุดชะงักไปด้วย แต่เพียงไม่นานฝนจึงค่อยๆซาแล้วหยุดไป
“องค์ชายขอบพระคุณพ่ะย่ะค่ะที่ทรงประทานวันหยุดให้” เสียงลูกน้องหรือผู้ติดตามที่อยู่กับเขาเอ่ยขึ้น
“ไม่เป็อะไรหรอกรัทโค เพราะแค่ที่ผ่านมาพวกเ้าก็เหนื่อยมามากแค่นี้นิดๆหน่อยๆ ไม่เป็อะไรหรอก”ลูคัสเอ่ยตอบกลับไป เพื่อให้ทุกคนสบายใจ
“ว้าวข้าดีใจจังเลย องค์ชายรู้หรือไม่ว่าข้านะ คิดถึงครอบครัวใจจะขาด!”
“ฮ่าๆท่านพี่เห็นไหมข้าบอกท่านแล้ว ดูสิ ขนาด เรย์แมน ยังตื่นเต้นเลย”
ลูคัสส่ายหัวไปมาที่ทุกคนดูตื่นเต้นดีใจแต่ดูเหมือนจะมีเพียงหนึ่งที่ดูเงียบไป เขาหันไปมอง ชารีฟ ที่ดูเหมือนจะไม่ค่อยยินดียินร้ายอะไร ก่อนเดินเข้าไปตบไหล่เ้าตัวเบาๆ เพราะเขารู้ดีว่าทำไมอีกฝ่ายถึงไม่ดีใจก่อนจะกระซิบบอกออกไป
“สักวันเราคงจะเจอพวกเขา สักวัน เตรียมตัวกันเถอะ”
“พ่ะย่ะค่ะองค์ชาย”
ชารีฟส่งยิ้มอ่อนแรงไปให้ถึงแม้ว่าที่ผ่านมาเขาจะอาการดีขึ้นแล้วก็ตาม ไม่นานทุกคนก็เร่งออกเดินทางทันทีที่แสงจันทร์ส่องผ่านหมู่เมฆลงมา แล้วร่างทั้งร่างก็วูบหายไปจนเหลือแค่ค้างคาวตัวกระจิดไม่กี่ตัวโผล่บินไปท่ามกลางสายลม
….
ห่างออกไป ณ ป่าแห่งหนึ่ง
แฮ่ก แฮ่กแฮ่ก
เสียงหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนเนื่องจากเร่งฝีเท้าวิ่งหนีไปยังทางข้างหน้าอย่างสุดชีวิตทำให้ริมฝีปากที่พยายามกลั้นเสียงเอาไว้หลุดรอดออกมาไม่ขาดสาย
กี๊ดดดด
เสียงร้องที่ดังไล่หลังมาทำให้คริสตัลได้รู้ว่ามันใกล้จะเข้าถึงตัวเองไปทุกที แต่เขาก็ไม่ยอมแพ้ยังกัดฟันวิ่งหนีต่อไปเพื่อรักษาชีวิตตัวเองไว้ เพราะสิ่งที่กำลังไล่ตามหลังมานั้นมันคือสิ่งที่ฆ่าพ่อแม่ของเขาไป ซึ่งมันคือตัวเดียวกับที่กำลังไล่ล่าเขาอยู่!
พลั่ก!!!
“โอ๊ยยย!!”
เสียงร้องโอดโอยหลุดออกมาเมื่อคริสตัลเผลอสะดุดเข้ากับกิ่งไม้อย่างไม่น่าให้อภัยจนเืไหลซิบออกมาและกลิ่นนั้นเหมือนจะยิ่งทำให้เ้าตัวตรงหน้า มันแสยะยิ้มกว้างอย่างน่ากลัวพลางสาวเท้าเข้ามาใกล้อย่างเชื่องช้าราวกับจะปั่นประสาทกัน
“ยะ อย่าเข้ามานะ” แต่ตอนที่คริสตัลเริ่มที่จะตะเกียกตะกายจะหนีต่อเ้าสิ่งนั้นมันดันะโข้ามหัวมาดักอยู่ตรงหน้าซะได้
กี๊ดดด!!!
….
ห่างออกไปไม่กี่ไมล์กลิ่นเืที่ลอยมาตามลม ทำให้กลุ่มผู้เดินทางทั้งห้าต่างต้องร่อนตัวลงพื้นก่อนที่จะปรากฏร่างของชายหนุ่มรูปงามทั้งห้าขึ้นมา
“กลิ่นเื”วินเซนต์พูดขึ้นมาอย่างตื่นตระหนกเพราะไม่คาดคิดว่าเส้นทางที่ตนเองและพวกพ้องใช้เป็เส้นทางหลักในการกลับแดนมืดทุกครั้งในยามนี้กลับมีกลิ่นเืปริศนาปรากฏขึ้นมาให้ได้กลิ่นแถมยังหอมหวานกว่ากลิ่นใดๆทั้งสิ้นที่เคยได้ลิ้มรสมาและมันปลุกสัญชาตญาณนักล่าภายในกายได้ดียิ่งนัก
“ข้าว่าเรารีบไปดูกันเถอะ ใจข้าดูร้อนรนแปลกๆั้แ่เมื่อครู่นี้แล้ว” ลูคัสพูดขึ้นมาพลางเงยหน้ามองดวงจันทร์ที่จู่ๆก็กลายเป็สีเือย่างไม่ทราบสาเหตุทั้งที่ก่อนหน้านี้มันยังกระจ่างใสอยู่เลยราวกับว่าตอนนี้ตัวมันเองกำลังาเ็อย่างไรอย่างนั้น และโดยไม่รั้งรอ ร่างกายก็ได้สลายหายไปกลายเป็ค้างคาวและมุ่งตรงสู่ที่หมายที่มีกลิ่นเืโชยมาทันที
“ท่านพี่ รอข้าด้วยสิ!!”วินเซนต์และคนที่เหลือพอเห็นแบบนั้นก็เร่งตามติดไปทันที
หลังจากที่ตามกลิ่นเืที่ลอยมาตามลมภาพที่ปรากฏก็ทำให้ค้างคาวหนุ่มถึงกับผงะและใ ก่อนจะรีบพุ่งร่างลงไปกลายเป็ชายหนุ่มแล้วส่งตัวเองเข้าไปะโถีบที่ยอดอกของสิ่งที่กำลังจะะโเข้าไปกัดกินและจัดการเหยื่อของมัน
“อย่า!!”
เสียงกรีดร้องที่ดังลั่นออกมาจากร่างบางที่แหกปากดังลั่นดวงตาที่ปิดสนิทจึงไม่รับรู้ถึงเหตุการณ์เบื้องหน้า
พลั่ก!!! โครม!!!
กี๊ดดด!!
เสียงดังโครมใหญ่และเสียงร้องโหยหวนนั่นทำให้ร่างของชายหนุ่มผู้โชคร้าย ต้องค่อยๆลืมตาขึ้นมามอง อย่างสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมตัวเองจึงไม่รู้เจ็บอะไรเลย
“ท่านพี่ นี่มัน!!”วินเซนต์ที่ตามมาถึงในเวลาไล่เรียงกันต่างมองสิ่งมีชีวิตตรงหน้าอย่างเครียดเกร็ง
“ยูเปียร์ พวกมันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”ลูคัสพูดขึ้นเสียงเบาพลางถอยห่างออกมาเล็กน้อย แต่สายตายังจ้องมองเ้าสิ่งนั้นไม่ละไปไหนแต่สิ่งหนึ่งกลับรบกวนจิตใจ ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่อะไร มันคือเื ที่เป็จุดหมายที่ทำให้เขาต้องพุ่งตัวมาอย่างรวดเร็ว
“แฮ่ก เืนายช่วยทำอะไรสักอย่างกับแผลของนายก่อนได้ไหม!!!” ลูคัสหันกลับไปตวาดใส่ร่างของชายหนุ่มที่นั่งตัวสั่นกลัวด้วยใจที่ไม่สงบอย่างที่เคย
“นะ นั่นสิน้องชาย กลิ่นเืนาย กำลังจะทำให้พวกฉันคลั่ง” วินเซนต์เองก็ถึงกับกัดฟันข่มความกระหายของตัวเองก่อนจะเอ่ยบอกร่างเล็กให้รู้ตัว เพราะตอนนี้เขี้ยวของพวกเขาเองก็เริ่มงอกออกมาแล้วเช่นกัน
….
“คะ ครับ”
ด้วยความสั่นกลัวกับสิ่งที่เห็นตรงหน้านั่นมันทำให้มนุษย์เพียงหนึ่งเดียวแบบคริสตัลกำลังหวาดผวาไม่ช้า เขาก็รีบวิ่งหนีออกมา เพื่อจัดการกลิ่นเืของตัวเองตามที่อีกฝ่ายบอกด้วยการวิ่งหนีไปให้ห่างอย่างรวดเร็วโดยทางที่เขารีบวิ่งกลับไปนั้นคืออีกทางที่ไปยังบ้านของเขาเอง ไม่นาน เขาก็วิ่งจนหลุดพ้นออกมาจากป่าทางข้างหน้าก็เป็บ้านของตัวเองแล้ว
ไม่รอช้าหลังจากที่เข้าบ้านมาได้คริสตัลก็รีบปิดประตู หน้าต่างลงกลอนให้แ่าด้วยความหวาดกลัวที่ว่า สิ่งเ่าั้จะตามติดมาในภายหลัง
“มะเมื่อกี้นี้มัน” เอ่ยออกมาด้วยความตะกุกตะกัก อย่างไม่หายใกับสิ่งที่พุ่งตัวเข้ามาช่วยตัวเองเอาไว้
“วะ แวมไพร์ แวมไพร์แน่ๆ”
ปังๆๆ!!!
“เฮือก!!”
“เปิดประตู!เปิดเดียวนี้เลยนะ!”
….
หลังจากที่จัดการเ้ายูเปียร์นั่นได้พวกเราทุกคนก็รีบตามกลิ่นเืเ้าปัญหามาทันที เพราะกลิ่นมันยังไม่จางหายเลยทำให้รู้ว่าเ้าของมันยังไม่จัดการแผลของตัวเองสักทีหลังจากที่หนีมามันเลยทำให้ลูคัสรู้ว่าต้องไปที่ไหน
พอมาถึงก็ยิ่งมั่นใจจนต้องเรียกเ้าตัวออกมาคุยให้รู้เื่เพราะนี่คือการปรากฏตัวครั้งแรกของพวกยูเปียร์ ในเขตที่ลูคัสกับวินเซนต์ปกครองอยู่และเขาคิดว่า พวกสมาคมนักล่าต้องรู้เื่อยู่แล้ว แต่ทำยังไม่แจ้งเื่นี้มาให้ทางเราทราบให้เร็วกว่านี้ก็ไม่รู้
“เฮ้ย นี่นาย!!”
“ท่านพี่ใจเย็นก่อนเขาอาจจะกำลังกลัว” ลูคัสหลับตาถอนหายใจออกมาอย่างหงุดหงิดแล้วถอยออกมาเพื่อให้น้องชายเป็คนจัดการ พลางสอดส่ายสายตาไปรอบๆอีกครั้งเผื่อจะมีพวกมันโผล่ออกมาเพราะตอนนี้เขาไม่อาจจะรู้เลยว่า ในเขตทางฝั่งนี้ของเมืองที่เขาดูแลอยู่มันมีพวกยูเปียร์อยู่กี่ตัว
“เฮ้! น้องชาย ช่วยเปิดประตูหน่อยเร็วเข้า” ในระหว่างที่วินเซนต์กำลังตะล่อมคนข้างในบ้านให้ยอมเปิดประตู ลูคัสก็เดินสำรวจ บริเวณรอบๆบ้านซะเลย เพื่อจะดูว่ามีช่องทางไหนที่สามารถลอดผ่านเข้าไปได้บ้างแต่ประตูหน้าต่างก็ปิดสนิททุกบานเลย นั่นมันจึงทำให้เขาหงุดหงิดเป็อย่างมาก
แต่แล้วสายตาของลูคัสก็ไปปะทะเข้ากับช่องระบายอากาศนั่นจึงทำให้เขาต้องยกยิ้มขึ้น ก่อนที่จะสลายร่างจนกลายเป็ค้างคาวตัวเล็กแล้วบินลอดหน้าต่างบานนั่นเข้าไปอย่างอุกอาจจึงได้เห็นว่า ส่วนที่บินเข้ามาเป็ห้องน้ำ
แต่พอเข้าตัวบ้านมาได้กลิ่นเืกลับยิ่งฟุ้งไปทั่ว และนั้นมันทำให้เขาขาดสติหนักกว่าเดิมแล้วพุ่งตัวออกไปทันที