ณ ดินแดน 5 อาณาจักร ภายในอาณาจักรเพลิงที่แร้นแค้นกว้างใหญ่ไพศาล กำลังประสบปัญหาภัยแล้งอย่างหนักหน่วง ในรอบหลายสิบปีที่ผ่านมา จากฝนทิ้ง่เป็เวลายาวนาน ประชาชนรอบนอก ต่างอยู่ในความอดอยาก ทนทุกข์ทรมาน จากความหิวโหยกันถ้วนหน้า
ทว่ายามนี้ อาณาจักรเพลิง ทิศทางบริเวณหุบเขาเพลิง กลับมี มิติลับประหลาด เปิดขึ้นมา ซึ่งมันเป็มิติแยกตัว ยากจะคาดเดาการเปิดขึ้นของมัน มิติแยกตัว จึงเป็ที่สนใจของเหล่าผู้คนไม่น้อย ไม่เว้นแม้แต่เหล่าชาวบ้านที่อดอยาก
ทุกครั้งที่ มิติลับเปิดภายใน ย่อมเต็มไปด้วย สมบัติล้ำค่า สมุนไพรหายาก หรือแม้กระทั่งวิชาสืบทอดโบราณ ผู้คนจึงหลั่งไหลมาเยือนยัง หุบเขาเพลิง กันไม่ขาดสาย แม้แต่กลุ่มมหาอำนาจสำนักน้อยใหญ่ พวกเขายังสนใจ
เมื่อข่าวคราวการเปิดขึ้นของมิติลับ แพร่สะพัดออกไปทั่ว ดั่งรองเท้าติดปีก สามัญชนที่อดอยาก ราวกับคลื่นมนุษย์ไม่หวาดกลัวต่อความตาย ต่างก็เข้ามาแสวงโชค กับมิติลับแห่งนี้ จนหุบเขาเพลิง เต็มไปด้วยผู้คนมากหน้าลายตา ราวกับหุบเขาเพลิงมีงานเทศกาลครึกครื้น
***
...ภายในหมู่บ้านลมหวน ไม่ห่างจากหุบเขาเพลิงมากนัก เพียงข้ามหุบเขาใหญ่ไป7ลูก สถานที่นั้นล้อมรอบไปด้วยเทือกเขาน้อยใหญ่ ที่สลับซับซ้อน เต็มไปด้วยเสียงลมที่หวีดหวิว พร้อมเสียงสัตว์ป่าร้องคำราม อี้เฉิน เด็กน้อยอายุ 13ปี ใบหน้าขาวเปรอะเปื้อน มอมแมม ครั้นเมื่อมองดี ดี ผิวพรรณเด็กน้อย ดูดีไม่เลว ใบหน้าเรียวเล็กแฝงด้วยความหล่อเหลา ถึงร่างจะผอมบาง ไปบ้างก็ตาม แต่แววตานั้น ดึงดันแฝงไว้ด้วยความดื้อรั้น ไม่ยอมแพ้
ครั้นเมื่ออี้เฉินน้อย ได้ยินข่าวคราว หุบเขาเพลิงมี มิติลับถูกเปิดขึ้น เขาเองก็หวังจะไปเสี่ยงโชค วาสนาเช่นกัน หวังจะให้หมู่บ้านพวกเขา มีกินมีใช้ ไปได้อีกซักปีสองปี อี้เฉินน้อย เขาครุ่นคิดอยู่หลายตลบ หมู่บ้านลมหวนเองก็ขาดแคลน เสบียงอาหาร ไม่สามารถทำการเกษตรได้ น้ำเองก็แห้งแล้งในรอบหลายสิบปี จึงทำได้เพียงออกไปล่าสัตว์อสูร หาเศษเนื้อมาประทังชีวิต ให้คนภายในหมู่บ้านเท่านั้น
ทว่ามันกลับไม่ง่ายดายอย่างที่คิด กลุ่มนักล่า ล้วนตายตกภายใต้ คมเขี้ยวของสัตว์อสูรเป็ว่าเล่น พร้อมกับทุกคราที่ออกไปล่าสัตว์อสูร จะต้องมีผู้คนาเ็กลับมา... เนื้อตากแห้งแทบหมดหมู่บ้านแล้วยามนี้ หากปล่อยไว้เช่นนี้หมู่บ้านลมหวน ต้องพังพินาศเป็แน่ เด็กน้อยอายุ 13ปี ที่ไม่รู้วรยุทธ์ นึกคิดอยากออกไปเสี่ยงโชคช่วยหมู่บ้านที่เขาเกิดดู
อี้เฉิน หมายมั่นอย่างแรงกล้า หวังเพียงได้สมุนไพรมาสักต้น เขาก็จะช่วยหมู่บ้านแห่งนี้ให้รอดพ้น จากวิกฤตไปได้ เขาไม่รอช้า วิ่งฉับๆ ออกไปด้วยความคล่องแคล่ว เข้าไปภายในที่พักของผู้นำหมู่บ้านในทันที
ปู่ของเขาที่ เป็ผู้นำหมู่บ้านลมหวนแห่งนี้ ครั้นชายแก่เห็น เด็กน้อยวิ่งโร่ มาด้วยความเร็ว ใบหน้าเปรอะเปื้อน หอบหายใจ น้อยๆ ชายแก่อดไม่ได้ที่จะยิ้มกว้างออกมา ถึงตัวเขาจะไม่ใช่ปู่แท้ๆ ของเด็กน้อยก็ตาม แต่ก็เต็มเปี่ยมไปด้วยสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น ระหว่างพวกเขา
ทว่าเมื่อชายวัยกลางคนได้ยินคำพูดจากเด็กน้อย เขาถึงกับหน้ามืดทะมึน แต่เมื่อเห็นความดื้อรั้นของหลานรัก อดไม่ได้ที่จะกล่าวย้ำเตือนอี้เฉินออกมา “เ้าหนูน้อยเ้ายังเด็กเกินไปที่จะออกไป ผจญโลกกว้าง มันมีความเสี่ยงมาก ที่เ้าจะตายตกที่นั่น... เ้าควรคิดไตร่ตรองให้ดีเสียก่อน”
อี้เฉินน้อยครั้นได้ยิน เขาค้านเสียงแข็งในทันที “ท่านปู่ แต่หมู่บ้านเรากำลังขาดแคลนอาหาร ภัยพิบัติเองก็ทำให้ข้าวสารแทบหมดคลังหมู่บ้านแล้ว แถมคนในหมู่บ้านที่ไปล่าสัตว์ก็ถูกสัตว์อสูรในป่า โจมตีกลับมาอยู่เสมอทำให้เสบียงอาหารแทบไม่เหลือแล้วนะ ..ข้าจำเป็ต้องไปจริงๆ ท่านปู่”
เด็กน้อยกล่าวออกมาให้ ชายชรารับฟังอีกครา “หากข้าได้สมุนไพรล้ำค่าสักต้น หมู่บ้านจะไม่อดอยาก ไปอีกสักระยะท่านปู่โปรดท่านวางใจ... แล้วให้ข้า อี้เฉินออก ไปผจญโลกกว้าง ด้วยเถอะ”
ครั้นเมื่อชายชราได้ยิน เขาอดที่จะส่ายหัวไม่ได้ เมื่อนึกถึงเื่ในอดีตทีไร เขาก็อดไม่ได้ที่จะนึกเสียใจ หากจุดตันเถียนเขาไม่าเ็ เสียหาย หมู่บ้านก็คงไม่กลับกลายมาเป็เช่นนี้ ใบหน้าที่แก่ชรา กลับกลายเป็ แก่ชราลงไปอีกหลายสิบปีในชั่วพริบตา ก่อนบอกกล่าวหลานรักออกไป แววตารู้สึกตัดพ้อตนเองอยู่ไม่น้อย
“เ้าคิดถี่ถ้วนแล้ว ใช่หรือไม่ อี้เฉินน้อย การไปมิติลับ คราวนี้ เ้าอาจไม่ได้กลับมาเจอหน้าปู่ หรือแม้กระทั่งเพื่อนๆ ของเ้าในวัยเด็กก็เป็ได้ ข้าจะไม่ห้ามเ้าอีกต่อไป ...แต่เ้าต้องระวังตัวให้ดี ไม่ใช่แค่ในมิติลับ นั้นอันตราย แม้แต่จอมยุทธพวกนั้น เองก็อาจจะทำร้ายเ้าได้เช่นกัน"
อี้เฉินรับคำปู่ของเขาในทันที “ข้าเข้าใจแล้วท่านปู่ อย่างไรข้าก็จะกลับมา ยังหมู่บ้านแห่งนี้ อีกครั้งให้ได้” ก่อนเด็กชายจะยกยิ้มทอประกาย ปล่อยให้ชายชรา ลูบคลำหัวอย่างเบามือ
ชายชราเสี่ยวปู้เตียน นำสร้อยคอลูกปัดกระดูก ที่เป็ของหัวหน้ารุ่นก่อน มอบให้ อี้เฉินน้อยได้สวมใส่ หวังว่ามันจะช่วยคุ้มครองหลานรักของเขา "เ้าระวังตัวด้วยข้ามีเพียงของสิ่งนี้ ที่จะให้เ้าได้ เอาสร้อยกระดูกนี้ไป มันเหมือนเป็เครื่องรางที่ปู่ ได้มาจากบรรพชนของหมู่บ้าน หวังว่าเ้าจะกลับมาอย่างปลอดภัย..."
อี้เฉินพยักหน้ารับคำ ท่านปู่เสี่ยวปู้เตียนอย่างหนักแน่น ครั้นสืบฝีเท้ากลับที่พักไม่ถึงครึ่งชั่วยาม เด็กชายก็เตรียมสัมภาระของเขาเสร็จสิ้น แผ่นหลังมาพร้อมกับตะกร้าไม้ไผ่สานใบใหญ่ หวังว่าจะเก็บสมุนไพรกลับมาได้เต็มกระบุง
ทว่าเมื่อ ผู้คนภายในหมู่บ้านลมหวนรับรู้ ว่าเด็กน้อยผู้หนึ่งคิดอยากจะไป ผจญภายใน มิติลับ หมายจะช่วยหมู่บ้านแห่งนี้ให้พ้นจากวิกฤต พวกเขาต่างพากันมาส่งอี้เฉินน้อย ไม่เว้นแม้แต่เพื่อนๆ มิตรสหาย ของอี้เฉินที่วิ่งเล่นด้วยกันมาั้แ่สมัยวัยเยาว์ หลายๆ คนต่างดวงตาแดงก่ำขึ้นมาน้อยๆ แต่ก็ไม่กล้าขัดความตั้งใจของอี้เฉินน้อย
พวกเขาต่างรู้ดี อี้เฉินนั้นเป็เด็ก กำพร้า ที่ผู้นำหมู่บ้านรับเลี้ยง ราวกับเป็ลูกของเขาคนหนึ่ง ครั้นเห็นว่าเด็กน้อยผู้นี้ทำเพื่อหมู่บ้าน หลายๆ คนจึงอดไม่ได้ที่จะเสียใจ “เ้าต้องกลับมาให้ได้นะอี้เฉิน” เด็กน้อยเปาเปา ตัวอ้วนกลม กล่าวออกมา ด้วยความเป็ห่วงเพื่อนของเขา ที่วิ่งเล่นด้วยกันมา อย่างจริงจัง
...เมื่ออี้เฉินโบกมือร่ำลา เหล่าชาวบ้าน เขาก็ออกเดินทางไปเพียงลำพังทันที แววตาเขาเต็มไปด้วยความยึดมั่นถือมั่นไม่น้อย การไปครั้งนี้มีความเสี่ยงที่จะตายสูงมากนัก แม้แต่ผู้เฒ่าชราภายในหมู่บ้าน บางคนยังถอนลมหายใจออกมายาว ไม่คิดพวกเขาจะต้องมากลบฝัง ชนรุ่นหลังเฉกเช่นนี้
...มิติลับที่เปิดอยู่ ใกล้กับที่หมู่บ้านลมหวนอยู่ เพียง อี้เฉิน ใช้เวลาเพียง 5 วัน เขาก็ก้าวฝีเท้าเล็กๆ เดินทางมาถึง หุบเขาเพลิงที่ครึกครื้น เต็มไปด้วยผู้คนเดินกันขวักไขว่ เหล่าจอมยุทธ์รุ่นเยาว์อายุ13-15ปี มีให้เห็นจนลายตา มีแม้กระทั่ง จอมยุทธ์ของอาณาจักรลม อาณาจักรดิน อาณาจักรสายฟ้า อาณาจักรธารน้ำ มาเข้าร่วมสำรวจกันอย่างพร้อมเพรียง ทว่าพวกเขาโอหังกันไม่น้อย แม้จะเป็อนุชนรุ่นเยาว์ก็ตาม
...ด้านเหล่าผู้าุโชราส่วนใหญ่ต่างปรึกษาพูดคุยกัน ยังหน้าทางเข้ามิติลับ บรรยากาศอึมครึมไปอยู่พักใหญ่ จนพวกเขาได้ข้อยุติ ว่าพวกเขาจะให้แต่อนุชนรุ่นเยาว์ เข้าไปภายในมิติลับ เพื่อฝึกปรือ บวกกับมิติลับแห่งนี้ แรงกดดันแข็งแกร่งอย่างมาก หากขั้นพลังที่สูงมากเกินไป เข้าไปเกรงว่าร่างคงถูกมิติ ลับ บดขยี้ร่าง จนดับสลายแน่
ผู้าุโชราหลายคน พวกเขาเองก็ไม่อยากเสี่ยง เอาชีวิตตนเองไปทิ้ง ก่อนจะเปิดปาก ประกาศกร้าว น้ำเสียงนั้นที่แพร่กระจายไปด้วยปราณพลัง ประหนึ่งเป็การบีบบังคับพวกเขา กลายๆ "ทุกคนสามารถ เข้าไปค้นหาของล้ำค่าได้ แต่ไม่ให้ขั้นพลังสูงกว่าขั้นรวมลมปราณ... ส่วนชาวบ้านหรือยอดยุทธ์ ไร้สำนักหากได้ของล้ำค่ากลับมา ต้องขายให้กับตัวแทนของสำนักทั้งหมด โดยไม่มีข้อยกเว้น"
อี้เฉินที่ได้ยินเขา ตกตะลึงไม่น้อย “มีเื่เช่นนี้ด้วยงั้นหรือ!!” แต่เขาก็ไม่ได้คิดอะไรมาก อย่างไรอี้เฉินก็คิดจะขายมันมาแลก เศษเหรียญ เปลี่ยนเป็เสบียงอาหารอยู่แล้ว
ผู้าุโชรา ที่ทำหน้าที่คุมค่ายกลเคลื่อนย้าย กล่าวพูดออกมาในทันที หลังจากผู้าุโประกาศเสร็จสิ้น “พวกเ้าทุกคน อย่าลืม เรามีเวลา20วันก่อน ที่ผู้าุโชราค่ายกลเคลื่อนย้ายอย่างข้า จะเรียกตัวพวกเ้ากลับมา…”
...ไม่กี่ชั่วอึดใจ สำนักใหญ่ๆ ต่างทยอยเข้าไปภายใน มิติลับ อี้เฉินที่ เข้าไป ถึงกับตาโตเท่าไข่ห่าน ครั้นเห็นภาพเบื้องหน้าของเขา มันเป็มิติลับที่กว้างมาก มองออกไปไกล สุดลูกหูลูกตา ราวกับจะไม่มีที่สิ้นสุด สีท้องฟ้าแดงฉานน่าหวาดกลัว มีแต่ความร้อนอบอ้าว พสุธาแข็งราวกับหินผา แตกระแหงไม่มีชิ้นดี พร้อมูเาไฟลูกใหญ่ยืนตระหง่านค้ำฟ้า ไฟ คุกรุ่น ลาวาไหลออกมาเป็ทางยาว หลายสาย ไม่ห่างไกลมากนักในระนาบสายตา เห็นวังวิหารใหญ่โต ถูกค่ายกลป้องกันปิดล้อมรอบไว้อย่างแ่า ทุกสถานที่ล้วนให้ความรู้สึก ที่น่าคร้ามเกรง ราวกับทุกที่จะมีของค้ำล่า
อี้เฉินอดไม่ได้ที่จะตาลุกวาว ทุกๆ อย่างภายในนี้ช่างดูแปลกตา สำหรับเด็กน้อยอย่างเขาเสียเหลือเกิน เหล่าชาวบ้านที่ เห็นต่างถอนหายใจ ครั้นเห็นสภาพพื้นดิน “แล้วอย่างนี้จะเจอสมุนไพร ได้หรือ หญ้าซักต้นยังไม่มีให้เห็น”
เหล่าจอมยุทธรุ่นเยาว์ ได้ยินก็พากันหัวเราะ ขำขันออกมาก้อง “ฮ่าๆ สมุนไพร นะไม่ใช่หัวไชเท้า จะได้กลัวไฟ สมุนไพรบางชนิดถึงกับก่อกำเนิดในลาวาไฟ พวกเ้านี่ช่างโง่เง่าเสีย จริงๆ”
ชายหนุ่มคนหนึ่ง ชี้นิ้วมาที่เหล่าชาวบ้านในทันที “เ้า เ้า แล้วก็เ้า มากับพวกข้า เดี๋ยวสำนักเพลิงผลาญ จะพาพวกเ้าไปหาสมุนไพรเอง"
หนึ่งในคนที่ถูกชี้ดันมีอี้เฉินอยู่ด้วย ครั้นอี้เฉินน้อยได้ยิน ดวงตาเขาเปล่งประกาย ใบหน้าดีใจ มีความกระตือรือร้นออกมาอย่างเห็นได้ชัด คนอื่นๆ เองก็เป็เช่นกัน ตะกร้าที่หลังใบใหญ่เตรียมพร้อมที่จะใส่สมุนไพร ก่อนพวกเขาจะคลี่ยิ้มที่มุมปากออกมากว้าง ครั้นเห็นท่าที ดีใจของเหล่าชาวบ้าน
เทียนอิง ชายหนุ่มหัวหน้ากลุ่มกล่าวออกมาในทันที "เดินไปคงหมดเวลา20วันพอดี เ้ามีสายเืนกฟ้าใช่หรือไม่ แปลงกายเป็ นกฟ้าโบราณ พาพวกเราเข้าไปบริเวณูเาไฟเสีย"
ก่อนเทียนอิง กล่าวพูดส่งออกมาหาเหล่าชาวบ้านที่เขาชี้นิ้ว “พวกเ้าจะยืนบื้ออะไรอยู่ ขึ้นมาได้แล้ว!!”
กลุ่มชาวบ้านที่ได้ยินตกตะลึงอยู่ไม่น้อย แม้แต่อี้เฉินเองก็เป็เช่นนั้น ครั้นเมื่อเขาเห็นการแปลงกายเป็สัตว์อสูร เด็กหนุ่มตื่นเต้นและชอบมันเป็อย่างมาก มองเหล่าจอมยุทธ์พวกนี้ ด้วยความตื่นตะลึง เมื่อคิดจะเป็เฉกเช่นคนพวกนี้ ก็คงจะยากที่จะอาจเอื้อม แม้แต่จุดชีพจรยังไม่ถูกเปิด ไร้ซึ่งพร์ในการบ่มเพาะ ข้อนี้อี้เฉินล้วนเข้าใจดี
สำนักต่างๆ ก็ทำเช่นเดียวกัน เพื่อเร่งเดินทาง แต่ส่วนใหญ่จะไปที่วิหารโบราณเพื่อ่ชิง วิชา สมบัติล้ำค่าที่นั่นดูมีค่ามากที่สุด เหมือนดั่งวังทองใหญ่ั์ หลายคนมุ่งไปที่นั่น เพื่อจะทำลายค่ายกล เข้าไปสำรวจภายในวังวิหาร
...ด้านกลุ่มคน สำนักเพลิงผลาญ แปลงกายเป็นกฟ้า มาถึงสันเขา ูเาไฟลูกใหญ่ได้ ก็ปาไปร่วมชั่วยาม พวกเขาเอ่ยสั่งเหล่าชาวบ้านที่พวกเขาพามา3คน ออกค้นหาเส้นทางเหมืองเก่าทันที ทำให้อี้เฉินน้อย ไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าใดนัก
สำนักเพลิงผลาญ พวกเขากลับไม่คิดช่วยค้นหาเส้นทาง ตั้งค่ายนอนตีพุง อย่างสบายใจ ผู้นำรุ่นเยาว์สำนักเพลิงผลาญ เทียนอิง ตัวเขาสั่งให้ กลุ่มของเขาเพียงเฝ้าระวัง แถวนี้มีสัตว์อสูร อยู่กันไม่น้อย หากผลีผลาม คงได้กลายเป็เหยื่อของสัตว์อสูรเหล่านี้เป็แน่
มีเพียงหมาป่าสีน้ำตาล บางตัวคิดไม่ซื่อ พวกมันหมายมั่นจะขย้ำ พวกที่ตั้งค่าย ดวงตาแดงก่ำ หิวโหย อยากกินเนื้ออัน อ่อนนุ่ม ของเหล่าอนุชนเ่าั้ ทว่าเมื่อเจอกับจอมยุทธ์รุ่นเยาว์ ที่เปิดชีพจร สำนักเพลิงผลาญ ก็รับมือได้สบาย ไร้ความเสียหายใดๆ จากหมาป่าสีน้ำตาลเ่าั้
“เทียนอิงท่านทำไมต้องเอา พวกชาวบ้านมาด้วยล่ะ แล้วยังจะแบ่ง สมุนไพรให้พวกเขาอีก” เด็กชายภายในกลุ่ม กล่าวไต่ถาม ออกมาด้วยความสงสัย
เทียนอิงกล่าวตอบพลาง อธิบายออกมาอย่างไม่ปิดบัง ผิดวิสัยความเยือกเย็น ของเด็กอายุ15ปี “ข้า้าแค่คนเปิดทางสำรวจก็เท่านั้น พวกเราไม่รู้ว่าจะเจอกับอะไร ภายในเส้นทางข้างหน้า ใช้ประโยชน์จากพวก มันน่าจะง่ายที่สุด”
เด็กชายในกลุ่มได้ยินรีบกล่าวชม ศิษย์พี่เทียนอิงออกมาอย่างฉับไว "พี่เทียนอิง นี่ชั่วร้าย โเี้ แถมสกปรก ไม่ปรานีจริงๆ "
เทียนอิงได้ยินเขาถึงกับหน้าขึงขัง ก่อนอีกคนในกลุ่มจะกล่าวพูดขึ้นมา ตัดบรรยากาศ ครั้นเห็นความเดือดดาลของเทียนอิง "วังวิหารใหญ่ยังไม่เปิดตอนนี้หรอก ยังมีค่ายกลคุ้มกันอยู่ กว่าค่ายกลจะถูกทำลายคงอีกหลายวัน... พวกเราไปหาสมุนไพรก่อน มันจะไม่ดีกว่าหรือ? " เมื่อคนในกลุ่มของพวกเขาได้ยิน ต่างก็พยักหน้ารับคำในทันที
...ผ่านไป 1 วันเต็ม กว่าที่พวกอี้เฉิน จะหาทางเข้าไปภายในูเาไฟได้ เหมือนว่ามันจะเป็ทางเหมืองเก่า ภายในร้อนระอุ ประหนึ่งเตาไฟเผา ครั้นเมื่อกลุ่มสำนักเพลิงผลาญ รับรู้ว่าเหล่าชาวบ้านหา ทางเหมืองเก่าเจอ พวกเขาต่างเอ่ยคำพูดเชยชมไปที่เหล่าชาวบ้านผู้โง่เขลา ไม่มีผู้ใด เอะใจแม้แต่น้อย
“พวกเ้าทำดีมาก!!”
พวกเขาหมายมั่นจะพุ่งเข้าไปใจกลางูเาไฟ หวังว่าจะเจอของล้ำค่าภายในบ้าง เทียนอิงเอ่ยสั่งการในทันที “ไป!!” คิดให้เหล่าชาวบ้าน เปิดเส้นทาง ภายในถ้ำเองก็ค่อนข้างแคบ บางส่วนถึงกับถล่มลงมา แถมภายในยังมีเส้นทางสายแร่หลายทิศทาง หากไม่ระวัง อาจพลัดหลงกันได้ง่ายๆ
บริเวณพื้นเองก็มีหลุมลาวา ที่ยังเดือดปุดๆ ไม่น้อย ชาวบ้านคนหนึ่งร่วงลงหลุมลาวา ตายตกลงไปแบบไม่รู้ตัว แม้กระทั่ง จอมยุทธสำนักเพลิงผลาญ ยังเผลอตกไปตาย กลุ่มคนที่เดินฝ่าเข้าไปต่างใบหน้าบิดเบี้ยวไม่สู้ดีนัก เมื่อได้ยินเสียงร้องโหยหวน ของผู้คนที่ตายตก
ชายหนุ่มไต่ถามหัวหน้ากลุ่มของพวกเขาในทันที ครั้นรู้สึกหวาดกลัว "พี่เทียนอิงพวกเราก็เข้ามาตั้งนานแล้วนะ... ข้าก็ยังไม่เห็นสิ่งใดเลย หรือเราจะถอยกลับไปตั้งหลักก่อนดี"
เทียนอิงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงดุดันแข็งกร้าว “เ้าหุบปากแล้วเดินต่อไป นี่เรายังเดินไปไม่ถึงครึ่งทางเลยนะ อย่าทำตัวปอดแหกไปหน่อยเลย”
คนอื่นๆ เองก็กล่าวสมทบเช่นกัน “หากเ้าคิดจะกลับไปดูดนมแม่เ้า ตัวเ้าก็กลับไปเสีย ฮ่าๆ”
"เ้า เ้า!!" ชายหนุ่มหน้าบูดบึ้งในทันที ครั้นเห็นเพื่อนๆ ของเขาว่ากล่าวตักเตือนออกมา ทว่าเมื่อดวงตาของเขาเห็นแสงบางอย่าง อดไม่ได้ที่จะกล่าวคำพูดออกมาด้วยความใ
"นั้นมันแสงอะไรด้านในนั้น!"
พวกเขาเดินทาง อยู่นาน เกือบจะ1ชั่วยาม จู่ๆ ก็เห็นแสงประหลาดภายในถ้ำ พร้อมเร่งก้าวฝีเท้า กรูกันเข้าไปดูใกล้ๆ ดวงตาพวกเขาเบิกโพลงออกกว้าง ด้วยความดีใจ เมื่อเห็นสมุนไพร สีแดงเพลิง สว่างไสว หลายสิบต้นอยู่รวมกัน มันมากจนรอบๆ ทอแสงประกายออกมาจนเด่นชัด
"พี่เทียนอิงคิดถูกจริงๆ ด้วย"
"ดูซิ มีหลายต้นเสียด้วย ฮ่าๆ พวกเรารวยแล้ว"
เทียนอิง กับพวกศิษย์สำนักเพลิงผลาญ ต่างยกยิ้มเป็ปีติ ครั้นเห็นสมุนไพรหลายสิบต้นอยู่ตรงหน้า "นั้นมันสมุนไพรดอกหม่อนไฟระดับ สามัญ มีเยอะขนาดนี้เชียว"
ทว่าเทียนอิงเขากลับรู้สึกว่ามันมี บางอย่างไม่ชอบมาพากล จึงกล่าวคำพูด ให้เหล่าชาวบ้านเข้าไปเก็บสมุนไพร “เ้า!! เ้า!! แล้วก็เ้า เข้าไปเก็บสมุนไพร มาเสีย!!”
อี้เฉิน กับชายหนุ่มอายุ15ปีอีก2คน ที่เห็น พวกเขาดีใจเป็อย่างมาก เมื่อเห็นสมุนไพรอยู่เบื้องหน้า แค่ได้มันไปซักต้นพวกเขาก็ยิ้มชื่นใจแล้ว พวกเขาไม่รอช้า รีบวิ่งกรูเข้าไปหมายมั่นจะเก็บพวกมันใส่ไว้ในตะกร้าในทันใด
ทว่าเหตุการณ์ ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ครั้นเมื่อชายหนุ่ม ที่วิ่งนำหน้าอี้เฉินไปหมายจะเก็บสมุนไพรเ่าั้ กลับถูกอะไรบางอย่างตรึงร่างเขาไว้ เืเองก็ไหลซึมออกมาไม่น้อย กล่าวคำพูดออกมาในทันที "ช่วยด้วย!!"