24.....
สิปปกรงัวเงียรับโทรศัพท์แต่เช้าคนโทรมาคือไปรยา แจ้งให้เขาทราบว่าวันนี้ ปัญจพล กลับจากออสเตรเลียแล้วและคงจะโทรมาหาไปรยาเพื่อจะเอาดุ๊กดิ๊กไปคืนให้นัฏนรีที่บ้าน
“เฮ้ย!..ไม่ได้นะยา ขืนให้เขาเอาเ้าดุ๊กดิ๊กไปส่งคืนให้ดรีมที่บ้านดรีมจะต้องรู้แน่เลยว่าเ้า
ดุ๊กดิ๊กหายไปจากบ้านคุณยายไม่ได้ป่วยอยู่ที่โรงบาลตามที่ปอนด์บอก ปอนด์ไม่อยากให้ดรีมเสียความรู้สึกที่ต้องโดนพวกเราหลอกนะ”
“ถ้าอย่างนั้นปอนด์ก็ต้องไปอธิบายกับคุณพีเจเขาด้วยตัวเองแล้วล่ะ”
“ตกลง..งั้นยาก็พาเราไปบ้านของคุณพีเจก็แล้วกัน”
“เราคงไปด้วยไม่ได้วันนี้มีนัดสัมภาษณ์เข้าทำงาน ให้ลิลลี่พาปอนด์ไปก็แล้วกัน ลิลลี่รู้จักบ้านคุณพีเจ.”
“ได้..งั้นยาโทรบอกลิลลี่ได้เลยแล้วปอนด์จะโทรหาลิลลี่อีกที…เออ..ยา แค่นี้ก่อนนะพอดีมีสายคุณยายเข้ามาน่ะ”
พอไปรยาวางสายไปสิปปกรก็รีบกดรับสายซ้อนที่เรียกเข้าทันที
“สวัสดีครับคุณยาย..โทรมาแต่เช้าเลยนะครับ”
เขารีบกล่าวทักทายคุณยายด้วยน้ำเสียงสดใส
“ยายอยากจะถามเื่เพื่อนของแม่เราน่ะสิ”
“อ๋อ..ป้าศศิใช่ไหมครับ”
“นั่นแหละ..ตกลงเมื่อคืนนี้เขาได้กลับดูไบรึเปล่า”
“กลับครับ..เอ๊ะ..คุณยายถามทำไมครับหรือว่าจะฝากซื้ออินทผาลัม”
“แสดงว่าเมื่อคืนนี้แม่วรรณไม่ได้บอกแม่ศศิธรล่ะสิ..เฮ้อ!..เวรกรรมจริง ๆ”
คุณยายพูดด้วยน้ำเสียงปลง ๆ
“มีอะไรหรือครับคุณยายเล่าให้ปอนด์ฟังได้ไหมครับ”
“เมื่อคืนยายโทรบอกแม่ของปอนด์ให้บอกเพื่อนว่าอย่าเพิ่งเดินทางกลับดูไบเอาไว้ให้ผ่านสิบวันไปก่อน”
“ทำไมหรือครับคุณยาย”สิปปกรถามด้วยความสนใจ
“ยายเห็นภาพเครื่องบินตกมีแม่ศศิธรอยู่ในเหตุการณ์นั้น ความรู้สึกบอกว่าแม่ศศิธรจะไม่ปลอดภัยหากต้องเดินทางไปดูไบจะต้องอยู่เมืองไทยให้พ้นระยะเคราะห์กรรมไปก่อนสิบวันถึงจะเดินทางได้”
“คุณยายบอกกับคุณแม่ไปแล้วใช่ไหมครับ”
“บอกหมดแล้วแม่ปอนด์ก็รับปากว่าจะบอกเพื่อนให้ บางทีเพื่อนของแม่วรรณอาจจะไม่เชื่อก็ได้”
“ปอนด์คิดว่าคงจะไม่มีอะไรก็ได้นะครับ เดี๋ยวคุณแม่ก็คงจะโทรไปหาคุณป้าศศิธรที่ดูไบ”
“ก็ขอให้ไม่มีอะไรอย่างที่ปอนด์คิดก็แล้วกันงั้นก็แค่นี้แหละ”
“เดี๋ยวครับคุณยาย..แล้วเื่ของชวิน...เอ้อ..คือดรีมเขาอยากจะไปหาคุณยายน่ะครับ”
“วินกำลังจะมาเกิดแล้ว...หนูดรีมคงอยากรู้เื่นี้”
“คุณยายบอกว่าจะชวินจะมาเกิดเป็ลูกของน้องผู้หญิงที่ชื่อกระต่ายใช่ไหมครับ”
“พ่อของนายวินคนเดียวเท่านั้นจ๊ะที่จะมาเกิดเป็ลูกของกระต่ายส่วนวินจะเกิดเป็...อย่างอื่น แต่อย่าเพิ่งซักยายตอนนี้นะ”
“วันนี้ปอนด์จะไปรับเ้าดุ๊กดิ๊ก ตอนนี้มีคนพบเ้าดุ๊กดิ๊กแล้วนะครับคุณยาย”
เขาบอกด้วยความตื่นเต้นหวังจะให้คุณยายดีใจด้วย
“โชคชะตาพาให้เ้าดุ๊กดิ๊กเป็ไปเช่นนั้นปอนด์ก็รอดูต่อไปก็แล้วกันว่าเ้าดุ๊กดิ๊ก คือ ผู้ที่จะเกี่ยวข้องกับวินโดยตรง”
“เกี่ยวข้องกับนายวินเหรอครับ..ยังไงครับ”
สิปปกรถามด้วยความตื่นเต้นอยากรู้
“เอาไว้ยายกลับมาจากปฏิบัติธรรมแล้วจะเล่าให้ฟัง”
“คุณยายจะไปปฏิบัติธรรมที่ไหนครับ แล้วคราวนี้จะไปกี่วัน”
“สุราษฏร์ธานี เที่ยวนี้ไปนานหน่อยนะเกือบเดือนเดี๋ยวเก้าโมงเช้าวันนี้ยายจะเดินทางแล้ว”
“ให้ปอนด์ไปส่งไหมครับ”
“ไม่ต้องหรอกจ๊ะ..ยายไปกับเพื่อนหลายคนเขาเอารถตู้ไปกัน ที่ยายโทรมาก็จะบอกเื่นี้ด้วยจะได้ไม่เป็ห่วงระหว่างที่ยายไม่อยู่ ก็เข้าไปดูแลทุกข์สุขของป้าผาณิตกับเ้าโต้ง เต้ง ต่วย ตูน
ด้วยนะลูก”
คุณยายฝากฝังทั้งคนและสุนัขที่อยู่บ้านสวน สิปปกรรับปากพร้อมที่จะปฏิบัติอย่างเต็มใจเหมือนทุกครั้งที่เขาทำได้ดีจนเป็ที่ไว้วางใจของยาย
คุณประภาวรรณถูกลูกชายซักถามก่อนจะออกจากบ้านไปทำงานตอนเช้า เธอไม่คิดว่ามารดา จะโทรศัพท์มาสอบถามกับลูกชายคุณประภาวรรณ จึงสารภาพความจริงกับ สิปปกร ไปว่าเธอไม่ได้บอกเื่ที่คุณยายกันยามาศขอร้องให้ห้ามศศิธรเดินทางกลับดูไบเมื่อคืน
“คุณแม่น่าจะบอกเื่นี้ให้คุณป้าทราบเอาไว้นะครับ”
“ถ้าคุณป้าไม่เชื่อล่ะ”
“เชื่อหรือไม่เชื่อ คุณแม่ก็ควรจะเอาคำพูดของคุณยายบอกไปก่อน”
“รู้ตัวหรือเปล่าตาปอนด์ว่าลูกชักจะมีนิสัยเหมือนคุณยายเข้าไปทุกวันแล้ว เมื่อเช้าแม่เปิดข่าวดูั้แ่ตื่นนอนยังไม่มีข่าวเครื่องบินลำไหนตกสักลำ..เอาล่ะแม่จะไปทำงานแล้ว ฝากดูแลหนูเอมี่ด้วย ทำให้แขกที่มาพักกับเรามีความสุข”
มารดาสั่งพร้อมกับลุกจากเก้าอี้
“น้องเอมี่ยังไม่ตื่นเลยวันนี้ผมต้องไปทำธุระด้วยสิ”
“ก็เขียนโน้ตสั้น ๆ วางไว้ให้เขาอ่านก็ได้แล้วค่อยโทรมาบอกให้เขาทำตัวตามสบาย วันไหนว่างก็ค่อยพาเที่ยว”
พูดจบคุณประภาวรรณก็ขอตัวไปทำงานสิปปกรจึงเป็ฝ่ายไปหอมแก้มมารดาก่อน ซึ่งมารดาก็หอมกลับคืนด้วย
“ดูทำหน้าเข้าสิ..ยังกะคุณนายกันยามาศแน่ะ”
มารดาแซวลูกชายเสียงกลั้วหัวเราะ
“เหมือนคุณยายก็ดีสิครับ ผมจะได้มีความสามารถพิเศษเห็นในสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น”
“อย่าบอกนะว่าปอนด์เชื่อในสิ่งที่คุณยายบอก”
มารดาถามเสียงขบขัน
“แม่อยากรู้ไหมครับว่าเพราะอะไรผมถึงเชื่อคุณยาย”
“ตอนนี้ยังไม่อยากรู้จ๊ะเพราะแม่ต้องรีบไปทำงาน ยังไงก็อย่ามัวแต่หมกมุ่นคิดในสิ่งที่มันเหลวไหลนะจ๊ะลูกรัก”
คุณประภาวรรณบอกกับลูกชายด้วยใบหน้ายิ้มๆ ก่อนจะออกไปจากห้องอย่างอารมณ์ดี
ปัญจพลรู้สึกแปลกใจที่เห็นลิลลี่มากับชายหนุ่มหน้าตาดีไม่ได้มากับไปรยาอย่างที่เขาคาดการณ์ วันนี้ปัญจพลเพิ่งเดินทางกลับจากต่างประเทศและไปรยาก็โทร.บอกเขาไว้ว่าวันนี้จะขอไปรับเ้าดุ๊กดิ๊กที่บ้านของเขา ซึ่งเขาก็คิดว่าคงจะมีคนชื่อดรีมที่เป็เ้าของตัวจริงของเ้าดุ๊กดิ๊กเดินทางมาด้วย แต่เขาคิดผิดเพราะคนที่มาหาเขาที่บ้านเป็ลิลลี่กับผู้ชายคนหนึ่ง ไม่มีทั้งไปรยาและผู้หญิงชื่อดรีม
“สวัสดีครับคุณปัญจพลผมชื่อปอนด์ครับ”
สิปปกรโค้งศีรษะเป็การทักทายเ้าของบ้านหลังจากที่ลิลลี่พาเขามาพบกับเ้าของบ้านภายในบริเวณบ้านแล้ว
“ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณปอนด์เรียกผมว่าพีเจก็ได้ครับ”
ปัญจพลบอกด้วยความเป็มิตรเขาเดาว่าผู้ชายที่อยู่ตรงหน้านี้คงจะเป็คนรักของลิลลี่ เขาสังเกตจากแววตาท่าทางของลิลลี่ที่ดูจะชื่นชมผู้ชายที่ตนพามานั่นเองคงอยากจะอวดเขาล่ะสิว่ามีแฟนหล่อ ปัญจพลนึกหมั่นไส้ลิลลี่ขึ้นมาทันทีอย่างไม่รู้ตัว
“คุณไปรยาล่ะครับ เธอเป็คนโทรหาผมทำไมไม่มาด้วยล่ะครับ”
ปัญพลมองไปรอบ ๆเผื่อว่าไปรยาอาจจะเดินมาช้า
“พอดียาเขาติดสอบสัมภาษณ์เข้าทำงานน่ะครับ”
สิปปกรเป็คนบอก
“เอ๊ะ..แต่เธอเป็คนโทรนัดผมนี่ครับ”
“ก็บอกแล้วไงคะว่ายัยยาติดธุระ ฉันจึงต้องพาคุณปอนด์มาแทนทั้งที่ไม่อยากจะมาที่นี่นักหรอก”
ลิลลี่บอกความรู้สึกอย่างไม่ปิดบังหากไม่ติดว่าไปรยาขอร้องให้พาสิปปกรมาล่ะก็ จ้างให้ลิลลี่ก็ไม่มาหรอกเธอไม่ชอบหน้าอีตาเ้าของบ้านขี้เก๊กคนนี้เอาเสียเลย เหมือนคนชะตาไม่ต้องกัน
“ไม่อยากมา แต่คุณก็มานี่ครับ”
น้ำเสียงของปัญจพล สร้างความหงุดหงิดให้กับลิลลี่ไม่น้อย
“ถ้าไม่เพราะมารับเ้าดุ๊กดิ๊กฉันคงไม่มาหรอก”
ลิลลี่อดที่จะตอบโต้ไม่ได้
“ผมนึกว่าจะพาคนชื่อดรีมมารับเ้าดุ๊กดิ๊กซะอีก” ปัญพลหันไปมองหน้าสิปปกร
“ผมเป็เพื่อนสนิทของดรีมครับ” สิปปกรรีบบอก
“วันก่อนคุณไปรยากับคุณลิลลี่ก็บอกว่าเป็เพื่อนของคุณดรีม”ปัญจพลบอก
“ครับพวกเราเป็เพื่อนสนิทของดรีม”
“ผมเคยบอกคุณลิลลี่ไปแล้วไม่ใช่หรือครับว่าผมจะคืนเ้าดุ๊กดิ๊กให้กับเ้าของคือคุณดรีมเท่านั้นและวันนี้ผมก็ตั้งใจว่าจะเอาเ้าดุ๊กดิ๊กไปคืนให้คุณดรีมที่บ้านแต่คุณไปรยาก็โทรมาบอกว่าจะมารับเอง ผมก็เลยเข้าใจว่าคุณดรีมจะมารับด้วย”
ปัญจพลหันไปมองหน้าลิลลี่ที่กำลังมองเขาด้วยสายตาไม่ค่อยจะชอบขี้หน้า
“ผมมีบางอย่างที่จะขอความกรุณาจากคุณพีเจครับ”
สิปปกรบอกวัตถุประสงค์ ทำให้เ้าของบ้านทำหน้างงๆ แต่ก็อนุญาตให้แขกทั้งสองเข้าไปพูดคุยในบ้าน สิปปกรได้เล่าความจริงเื่ที่นัฏนรีเกิดบัติเหตุสูญเสียคนรักมาจนถึงเื่สุนัขหายพูดถึงสาเหตุที่ต้องโกหกนัฏนรีเอาไว้ ซึ่งปัญจพลได้ซักถามเื่ราวจนเป็ที่พอใจแล้ว จึงยอมอนุญาตให้นำเ้าดุ๊กดิ๊กกลับไปได้
“ทีลิลลี่พูดแทบตายอีตาพีเจนั่นไม่ยอมให้เ้าดุ๊กดิ๊กไปเลย แต่พอปอนด์พูดแค่แป๊บเดียว อีตานี่ก็รีบโอ.เค ทันทีเชียวสงสัยปอนด์จะเป็ที่ถูกใจของนายคนนี้ เอ..รึว่าอีตานี่จะเป็เกย์...หวาย..ต้องใช่แน่เลย”
ลิลลี่แอบกระซิบกับสิปปกรขณะที่ทั้งคู่กำลังเดินไปรับเ้าดุ๊กดิ๊กที่หลังบ้านส่วนคนที่ถูกพูดถึงนั้นกำลังเดินตามหลังไปห่าง ๆ เขาได้ยินประโยคท้าย ๆแม้จะไม่ชัดนักแต่ก็พอจะเดาได้ ทำให้หน้าของเขาแดงก่ำขึ้นมาทันทีผู้หญิงคนนี้มากล่าวหาว่าเขาเป็เก้งเป็เกย์แบบนี้ มันน่าจับปล้ำทำเมียซะให้เข็ด ผู้หญิงอะไรปากคอร้ายกาจชะมัด ไม่รู้ว่าแฟนเ้าหล่อนทนนิสัยแย่ๆ ของหล่อนได้อย่างไร
แต่อีกใจหนึ่งปัญจพลก็อดคิดไม่ได้ว่าผู้ชายที่ชื่อปอนด์อาจจะไม่ใช่แฟนของลิลลี่ก็ได้แต่เ้าหล่อนโมเมคิดเอาเอง ที่เขาคิดเช่นนั้นก็จากการแอบดูกิริยาท่าทางของฝ่ายชายแล้วไม่ได้มีทีท่าจะโอนอ่อนผ่อนตามฝ่ายหญิงสักนิดผิดกับยัยลิลลี่ตัวแสบที่ดูระริกระรี้กระดี้กระด้าที่ได้อยู่ใกล้ชิดกับผู้ชายโดยเฉพาะแววตาที่เ้าหล่อนมองนายปอนด์นั่นเป็ประกายซะขนาดนั้น ท่าทางคงจะแอบปลื้มผู้ชายอยู่ฝ่ายเดียวเสียมากกว่าปัญจพลแอบวิจารณ์ลิลลี่อย่างหมั่นไส้อยู่ในใจ