ร่างของจิ้งจอกขาวตัวเล็กถูกโยนเข้าไปในกำแพง เ้าของร่างนั้นบอบช้ำสาหัส
มีเืสีแดงสดไหลออกมาจากมุมปาก
"เย่วชิง"
เหล่าสุนัขจิ้งจอกต่างรีบเข้ามาดูเย่วชิง เมื่อเห็นนางอาการหนักเจียนตายและมียันต์เืของพรรคมารแปะไว้ที่กลางหลังแน่ชัดแล้วว่าพรรคมารรู้วิธีเข้าออกม่านอาคมแห่งนี้
ทหารจิ้งจอกชาวไม่รอคำสั่ง รีบตั้งค่ายกล ปกป้องงกำแพงปราบมาร
"พวกมันมาแล้ว แล้วเย่วชิงก็ได้รับาเ็ ฮื่อๆแล้วหนิงเอ๋อว์..." ดวงใจผู้เป็มารดาแทบสลาย ปกติสองตัวนี้ไม่เคยจะห่างกันคิดได้เพียงอย่างเดียว หนิงเอ๋อว์ถูกจับตัวไป!
"กำแพงปราบมาร เมื่อมีใครก้าวบุกล้ำเข้ามาเขาผู้นั้นที่คอยปกป้องต้องมาแน่"
ผู้เป็าากล่าวขวัญปลอบประโลม
"ท่านพี่หมายถึงคนผู้นั้น"
"ใช่! คนที่สร้างกำแพงนี้ขึ้นมาปกป้องพวกเรา"
"ขอให้เขาปกป้องพวกเราได้"
"กำแพงนี้ เมื่อบุกรุกเข้าได้ แต่ออกไม่ได้วิธีแก้ คือต้องรีบนำยันต์ออกจากตัวเย่วชิงเพื่อไปทำลาย" าาจิ้งจอกสั่งทหาร
การต่อสู้ระหว่างสองเผ่าได้เริ่มขึ้น
กลิ่นคาวเืคละคลุ้งไปทั่ว เสียงร้องโหยหวนดังลั่นทั่วผืนป่า
สี่เท้าเล็กๆของหนิงฮวา หยุดเดินทันใด
"ท่านพ่อ... ท่านแม่..." หนิงฮวาะโลั่นเมื่อรู้ว่าภัยได้มาเยือนเผ่าจิ้งจอก
นางรีบวิ่งกลับถ้ำทันที เพราะสัญชาติญาณสัตว์ป่าของนางบ่งบอกว่าได้เกิดเื่ไม่ดีขึ้นกับเผ่าจิ้งจอกขาว
"ร่วมร่างเถอะท่านพี่พวกเราต้านทานไม่อยู่แล้ว"
เมื่อเห็นเหล่าพวกพ้องตายต่อหน้าผู้เป็ราชินีจึงเอ่ยกับสามีให้ใช้วิชาต้องห้าม
"ไม่! หากข้าตาย เ้าก็จะตายด้วย แฮ่กๆ"าาจิ้งจอกสำลักออกมาเป็เื เพราะความชราทำให้สู้กำลังของไท่หยานหวินไม่ได้
"รีบบอกมา ว่าจิ้งจอกเก้าหางอยู่ไหนไม่งั้นข้าจะฆ่าพวกเ้าทั้งฝูง" ร่างหนาคำรามลั่น
"ท่านพี่ ข้าขอ...ข้าทนเห็นพวกพ้องตายต่อหน้าไม่ได้อีกแล้ว ข้าเป็ราชินี ท่านเป็าาหน้าที่ปกป้องฝูงคือหน้าที่ของพวกเรา"
เพราะตอนนี้นางรู้ว่าหนิงฮวา บุตรสาวหนีออกไปวิ่งเล่นข้างนอกยังไงเสียนางก็อาจปลอดภัย ขอเพียงเขาพบนางก่อนจอมมารเท่านั้น
"ข้าขอโทษ ฮูหยิน...เผ่าเราจำเป็ต้องมีสักตัวที่รอดออกไปสืบสกุลข้ายอมให้คนของเผ่าเราล้มตายมากกว่านี้ไม่ได้ มาใช้วิชานั้นกันเถอะ!"
สองสามีภรรยา ร่ายกระบวนท่า จนรวมร่างกันเป็หนึ่ง
วิชาต้องห้ามของเผ่าจิ้งจอกที่ไม่มีใครกล้าใช้เพราะรู้ดีว่าต้องแลกด้วยชีวิตของผู้ใช้มัน
หมาป่าสองร่างรวมกัน ตัวใหญ่เสียยิ่งกว่าูเา กรงเล็บใหญ่หนา ตวัดเพียงทีเดียว ก็ฆ่าพรรคมารได้เป็ สิบคน
เสียงคำรามดังกึกร้องก้องป่า ดั่งสั่นทั่วทั้งสามพิภพ แม้แต่เหล่าชาว์ ต่างพากันสะดุ้งยามได้ยินเสียงนี้ เสียงที่เงียบไปกว่า 600,000 ปี
ั้แ่าสงบ ก็ไม่เคยได้ยินเสียงนี้อีกเลย
เย่วชิงผู้มีอายุนับสามพันปี ทราบการสืบทอดของวิชานี้ดีและเพื่อขังพวกมารจอมโฉดไว้เอาไว้ภายในกำแพงปราบมาร นางจึงเอ่ยปากร้องขอความตาย
"ยันต์นี้เมื่อดึงออกไม่สำเร็จ ก็ฆ่าข้าเสียขังพวกมันไว้ในกำแพง อย่าให้มีชีวิตรอดออกไปสักคนเดียว"
ไท่หยานหวิน เมื่อเห็นวิชาต้องห้ามกับตาเป็ครั้งที่สองจำเป็ต้องถอนทัพ
เพราะรู้ถึงอิทธิฤทธิ์ของจิ้งจอกพิทักษ์ตัวนี้ดี
เมื่อครั้งาสามพิภพทั่วทั้งสามโลกต่างก็รู้ความร้ายกาจของวิชาต้องห้าม เผ่าจิ้งจอกนี้ดี
'จิ้งจอกพิทักษ์' จะไม่ทำร้ายพวกพ้องแต่จะฆ่าทุกคนจนสิ้น จมูกของมันไวต่อการ
รับกลิ่นศัตรูไม่มีใครเหลือรอดจากกรงเล็บแม้แต่จอมมารหรือเง๊กเซียนก็มิอาจต่อกรได้เพียงลำพัง
สายตาดุกร้าวขององค์ชายเผ่ามาร จ้องมองไปรอบๆเห็นทหารของตนล้มตายนับพัน
ไท่หยางหวิน ต้องเอาตัวรอด เพราะแค่ลำพังใช้กระบวนท่าหลบกรงเล็บจิ้งจอกพิทักษ์ ใช้พลังไปถึงหลายส่วนตัวเขาก็าเ็จนได้แผลเหวะหวะจากการต่อสู้กับาาจิ้งจอกเมื่อครู่จนแทบยืนไม่ไหว
กรงเล็บของจิ้งจอกของทหารหนุ่มกำลังจะปักลงบนหัวใจเย่วชิงเพื่อกักขังไท่หยานหวิน
แต่ไม่ทันที่กรงเล็บจะถึงหัวใจไท่หยานหวินก็ใช้กระบี่เล่มเล็กเสียบพุ่งทะลุร่างจิ้งจอกทหารตัวนั้นเสียก่อน
เสียงคำรามของจิ้งจอกพิทักษ์ดังเข้ามายังป่าท้อ ไกลถึงสิบหลี่...
ฟ่งเทียนตี้ตวิน บัดนี้อยู่อย่างไม่สงบสุขทั้งๆที่ตอนแรกเขากำลังจะไปถึงกำแพงปราบมารแล้วแท้ๆแต่เพราะล่าช้าเพียงแค่เสี้ยวเวลา จึงทำให้จิ้งจอกพิทักษ์ถูกปลุกขึ้นเสียก่อน
เขาจำต้องกลับมาเอาอาวุธพิเศษจากป่าท้อ เพื่อกำราบจิ้งจอกพิทักษ์
เสียงคำรามลั่น ของจิ้งจอกพิทักษ์ที่ดังกังวานไกลทั่วแปดดินแดนสี่มหาสมุทร
หนิงฮวาสะดุ้งตัวโหยง เพราะรู้ว่าเคล็ดวิชานี้จะทำลายผู้ที่ใช้จนสิ้นชีพ นางรีบวิ่งสี่ขา กลับถ้ำทันที
สี่เท้าวิ่งกระหืดกระหอบด้วยกลัวไม่ทันการ
ร่างสีขาวของจิ้งจอกเก้าหางกระโจนเข้าไปในกำแพงปราบมาร
ไท่หยานหวินมองร่างของจิ้งจอกเก้าหางที่กำลังวิ่งลิ่วผ่านหน้าเขาไปด้วยความเสียดาย
องค์ชายอยากจะรีบจับตัวจิ้งจอกเก้าหางนั้นเสียเหลือเกินแต่ยามนี้ต้องเอาตัวรอดไว้ก่อน
ทำได้แค่คว้าร่างจิ้งจอกที่นอนหมดแรง ของเย่วชิงไว้แล้วรีบหนีออกมานอกกำแพง
"ท่านพ่อ!! ท่านแม่!!" หนิงฮวาะโลั่น เมื่อเห็นวิชาต้องห้ามเองกับตา
"เกิดอะไรขึ้นถึงกับต้องใช้วิชาต้องห้าม..." นางรีบเข้าไปถามเหล่าจิ้งจอกที่ยังมีชีวิตรอด
"พรรคมาร..."
เมื่อได้ยินคำนี้ตัวนางถึงกับสะดุ้ง หรือที่พรรคมารบุกเข้ามาเพราะเห็นตัวนางที่เที่ยวเดินเตร่แล้ว้าจับนาง ความผิดทั้งหมดเป็เพราะความไม่รู้จักโตของนาง
เพราะข้าแท้ๆ น้ำตาหยาดใสๆไหลริน....
จิ้งจอกพิทักษ์ไม่มีทางสงบลงได้เพราะองค์ชายพรรคมารยังมีชีวิตเหลือรอด
ร่างจิ้งจอกพิทักษ์ที่ใหญ่โตโอฬาร กระโจนตามจอมมารเข้าไปในป่าสัตว์น้อยใหญ่ต่างถูกลูกหลง กรงเล็บใหญ่ตวัดจนสิ้นลม
เมื่อใกล้ข้ามเขตเข้าแดนมนุษย์ มหาเทพฟ่งเทียนนำของวิเศษใช้แห์กักขังจิ้งจอกพิทักษ์ไว้
ร่างสูงสง่า ลอยอยู่บนฟ้า ร่ายคาถาวิชา เพื่อให้จิ้งจอกพิทักษ์สงบลง
แห์ส่องแสงสีทองเป็ประกายเป็เพียงผืนเล็กๆที่อยู่บนฝ่ามือของมหาเทพ แค่เขาร่ายมนต์สะกด อนุภาพของแห์ก็ค่อยๆแผ่ขยายใหญ่ขึ้นจนครอบร่างของจิ้งจอกพิทักษ์ไว้ทั้งหมด
หนิงฮวารีบวิ่งตามออกมา พยายามเข้าไปหาท่านพ่อและท่านแม่นางเห็นภาพของจิ้งจอกพิทัษ์ที่กำลังดิ้นทุรนทุรายอยู่ภายใต้แหสีทองของ์
นางพยายามจะเข้าไปช่วย แต่เมื่อเข้าใกล้แห์ กลับถูกอานุภาพของอาวุธวิเศษทำร้ายจนาเ็ร่างเล็กๆ ลอยลิ่ว ปลิวกระเด็นออกไป จนสลบ
แม้ตบะนับแสนปีของฟ่งเทียนจะแกร่งกล้า แต่ก็ใช้พลังถึงเจ็ดส่วนแทบจะต้านทานอิทธิฤทธิ์ของจิ้งจอกพิทักษ์ไม่ไหว
เหงื่อเม็ดเล็กผุดเต็มพราวเต็มใบหน้าชีพจรหมุนเร็วดั่งไฟแผดเผาร่างกำยำของมหาเทพ
ร่างของมหาเทพกำลังถูกธาตุไฟเข้าแทรก
แม้ต้องสละชีพเขาก็ต้องหยุดจิ้งจอกพิทักษ์ไว้ให้ได้
หากมันหลุดเข้าไปในภพมนุษย์ โลกมนุษย์ได้ถึงคราวอวสานเป็แน่
แค่ชั่วพริบตา เหล่าขุนพล์ถูกส่งลงมาช่วยเหลือค่ายกลเจดีย์แปดทิศ ที่เคยใช้กักขังพญามารไท่กงซุ่ย ก็ถูกใช้เพื่อร่วมกันช่วยเหลือมหาเทพกักขังจิ้งจอกพิทักษ์ตนนี้
เหล่าทหาร์ลอยตัวสูงล้อมรอบจิ้งจอกพิทักษ์มือทั้งสองข้างสอดประสานกันสลับนิ้วมือไปมาพร้อมร่ายมนต์สะกดเพื่ออันเชิญเจดีย์แปดทิศลงมาจากสรวง์
"ท่านคิดจะสละชีพหรือตี้จวิน"ทหารเอกแห่ง์กล่าว เมื่อเห็นว่าผู้กล้าแกร่งที่สุดในสามภพคิดทำการพลีพลามเพียงลำพัง
"จะปล่อยให้จิ้งจอกพิทักษ์หลุดเข้าแดนมนุษย์ไม่ได้"เขากล่าว
เมื่อค่ายกลเจดีย์แปดทิศก่อตั้งสำเร็จไม่นานนักจิ้งจอกพิทักษ์สิ้นฤิทธิ์ สงบลง
ภาพของจิ้งจอกพิทักษ์ตรงหน้าค่อยๆถูกดูดกลืนเข้าไปในเจดีย์แปดทิศ
"จิ้งจอกพิทักษ์ แค่ถูกขัง แต่ยังไม่ตายเพราะกำจัดพรรคมารไม่หมดสิ้น ท่านเอาไปเก็บไว้ที่หอคอย์เถิด"ฟ่งเทียนเกอฉินบอกพลทหารเอก เขานำเจดีย์แปดทิศมอบให้ทหารผู้นั้น
"แล้วท่าน..."
"บอกเทียนจวินไม่ต้องมาหาถ้าข้าอยากพบข้าจะเข้าไปเอง พวกท่านรีบกลับไปได้แล้ว"มหาเทพฟ่งเทียนกล่าวกับเหล่าขุนพลเอก
ไม่มีใครกล้าขัดคำสั่งหรือทักท้วงมหาเทพฟ่งเทียนเื่ใหญ่ขนาดนี้หากไม่เข้าไปรายงานย่อมมีโทษมหันต์แต่เพราะทุกคนต่างรู้ดีว่าเขาคืออดีตราชันย์์องค์ก่อน
แม้แต่เง๊กเซียนเองยังคล้อยตามทุกคำพูดของมหาเทพผู้นี้
ั้แ่าสามพิภพจบสิ้น มหาเทพฟ่งเทียนก็ได้สละละทิ้งตำแหน่งและปลีกตัวออกมาอยู่ป่าท้ออย่างเดียวดาย ด้วยเหตุผลอันใดไม่มีใครทราบมีเพียงข่าวลือที่แว่วออกมาเพียงเท่านั้น ว่าท่านเบื่อาและการสู้รบ