หลี่เป่า น้องสาวคนเล็ก
บทที่ 23 ของขวัญ
"อาจารย์จะให้พวกเ้าหยุดพักเป็เวลาหนึ่งสัปดาห์ แล้วหลังจากนี้เราจะมาเริ่มเรียนกันต่ออีกครั้ง"
"เย้ๆๆๆ เอ่อ...ขอบคุณท่านอาจารย์มากๆ เลยเ้าค่ะ"
เป่าเปาฉีกยิ้มกว้างออกมา แม้นางจะชอบการเรียนหนังสือมาก แต่ใครๆ ก็คงรู้สึกเหมือนกันว่าการได้หยุดพักการเรียนชั่วคราว ถือเป็ความสุขอย่างหนึ่งในวัยเด็ก ไม่ว่าใครก็ย่อมดีใจด้วยกันทั้งนั้น ไม่ใช่เพียงเป่าเปาเท่านั้นที่คิดเช่นนี้ จิ้นอันเองก็แอบดีใจไม่ต่างกัน
อีกไม่กี่วันจะเป็วันสำคัญของหลี่ต้าพี่ชายคนโตของบ้านตระกูลหลี่ และทางจิ้นอันเองก็จะมีคนจากตระกูลจิ้นแวะมาเยี่ยมเยือนเนื่องในวันครบรอบวันคล้ายวันเกิด ทำให้ฮุ่ยซิ่วตัดสินใจให้เด็กทั้งสองได้กลับไปอยู่ใน่สำคัญของครอบครัว
หลังการเรียนในวันนี้เสร็จสิ้น จิ้นอันก็อาสาเดินไปส่งเป่าเปาที่บ้าน พร้อมเ้าหนิวหนิวองครักษ์ประจำตัวที่เดินตามมาไม่ห่าง
"เ้าคิดได้หรือยังว่าอยากทำการค้าอะไร?"
"เอ่อ...จริงๆ แล้วข้ายังคิดไม่ออกเลยเ้าค่ะ ศิษย์พี่พอจะมีคำแนะนำบ้างหรือไม่เ้าคะ"
จิ้นอันส่ายหน้าเป็คำตอบ บ้านของเขามีการค้ามากมายหลายอย่างก็จริง แต่จะให้เขามาแนะนำการเริ่มทำการค้าแบบนี้ ออกจะยากเกินไป ดังนั้นเขาจึงทำได้แค่ช่วยลงทุนเท่านั้น
"นี่คือตั๋วเงินห้าร้อยตำลึงให้เ้าเก็บเอาไว้ เมื่อใดที่เ้าคิดออกแค่มาบอกข้าบ้างก็พอ"
"ท่านกล้าให้เงินผู้อื่นง่ายๆ เช่นนี้เลยหรือเ้าคะ"
"จริงๆ มันไม่ใช่เงินข้าหรอก มันเป็เงินที่ท่านปู่ให้ข้าเอาไว้ ไหนๆ ข้าก็ไม่ได้ใช้อะไรอยู่แล้ว สู้นำมาร่วมการค้ากับศิษย์น้อง เผื่ออนาคตจะสามารถงอกเงยออกดอกออกผลมาได้บ้างดีกว่าเก็บไว้เฉยๆ"
เป่าเปามองบุรุษตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ แต่ก็รับตั๋วเงินใบนั้นเอาไว้โดยไม่ปฏิเสธ มีคนยื่นมือมาช่วยเหลือถึงที่ ใครจะไม่รับกันล่ะ หลังจากนั้นทั้งสองก็คุยกันไปเรื่อยๆ จนมาถึงบ้านตระกูลหลี่
"ศิษย์พี่เข้ามาดื่มชาที่บ้านข้าก่อนดีกว่าเ้าค่ะ"
จิ้นอันพยักหน้ารับก่อนจะเดินตามเป่าเปาเข้าไปด้านในลานบ้าน ระหว่างทางที่เดินเข้าไป เขารู้สึกได้ถึงรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาเป็ระยะๆ ก่อนหน้านี้เขาไม่ค่อยได้เข้ามาบ้านหลังนี้มากนัก เพราะบุรุษตระกูลหลี่ต่างขึ้นชื่อเื่หวงบุตรสาวและน้องสาวคนเล็กเป็อย่างมาก
อาจารย์ฮุ่ยเคยสอนให้จิ้นอันฝึกการทำจิตใจให้เข้มแข็ง ไม่สนต่อคำพูดนินทาว่าร้ายหรือสายตาของผู้คนรอบข้าง ซึ่งเขาคิดว่าการมาฝึกที่บ้านหลังนี้เหมาะสมที่สุด ดังนั้น่หลังๆ เขามักจะมาเป็แขกประจำของที่นี่ และเมื่อใดที่เขาเข้ามาก็มักจะถูกขับไล่ด้วยสายตาตลอดเวลา แต่จิ้นอันไม่สนใจสายตาเ่าั้ ยังคงนั่งจิบชาและพูดคุยกับศิษย์น้องและมารดาของนางเป็ครั้งคราว
"อีกสองวันต้าหลางของเราจะแต่งงาน ได้ยินว่าญาติทางบ้านคุณชายจะมาเยี่ยมเยือน หากไม่รังเกียจขอเชิญคุณชายและคนตระกูลจิ้นร่วมมาเป็เกียรติในงานด้วยนะเ้าคะ"
หลี่หลิงผู้เป็แม่เอ่ยชวนอย่างมีมารยาท จิ้นอันก็เอ่ยตอบรับอย่างสุภาพเช่นกัน
"ไม่รู้จะเชิญคนนอกมาทำไมกัน"
หลี่ชุนผู้เป็สามีบ่นเสียงไม่ดังไม่เบาออกมา ทำให้หลี่หลิงเป็ภรรยาที่ได้ยินเช่นนั้นก็ตวัดสายตามองไปทางสามีทันที
"คุณชายจิ้นอย่าไปฟังคำพูดของพวกขวางโลกเลย เ้าค่ะ ท่านเป็ถึงศิษย์พี่คนเดียวของเป่าเปา จะถือเป็คนนอกได้อย่างไร"
"ไม่เป็ไรขอรับ ข้าเองก็ไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองเป็คนนอกเลย"
คำพูดของจิ้นอัน ทำให้ไฟที่กำลังลุกในตาของเหล่าบุรุษตอนนี้ลุกลามไปทั่วทั้งร่างกายของพวกเขา หมายความว่าอย่างไรที่บอกว่า 'ไม่รู้สึกว่าตัวเองเป็คนนอก' หน็อยแน่ ไว้เจอญาติผู้ใหญ่ของเ้าเด็กนี่เมื่อไหร่ต้องบอกให้อบรมบุตรหลานเสียหน่อยแล้ว
หลังจากพูดคุยกันพักหนึ่งจิ้นอันก็ขอตัวจากไป เพราะเขาเองต้องไปเตรียมตัวรับท่านแม่ ท่านปู่และท่านย่าในเมืองทังโจวเช่นกัน
--------
วันรุ่งขึ้น
ขบวนเดินทางจากเมืองหลวงของตระกูลจิ้นก็ได้มาถึงบ้านพักในเมืองทังโจว โดยมีจิ้นอันและบ่าวรับใช้รอต้อนรับอยู่หน้าเรือน เมื่อจิ้นฝูผู้เป็ปู่ได้เห็นหน้าหลานชายก็รีบโผเข้ากอดเขาก่อนจะเอ่ยถามน้ำตาคลอขึ้นว่า
"หลานรัก เื่เงินที่ให้เด็กสี่ขวบไปลงทุนการค้า เ้าล้อปู่เล่นใช่หรือไม่?"
"เหตุใดหลานต้องล้อท่านปู่เล่นหรือขอรับ?"
น้ำตาที่กำลังเอ่อคลอได้ไหลออกมาเป็สาย เงินรายเดือนก็ถูกหัก เงินเก็บก็ถูกใช้ แล้วต่อไปชีวิตเขาจะอยู่ได้อย่างไรกัน ฮูหยินผู้เฒ่าจิ้นได้แต่ส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจ ก่อนจะชวนหลานชายและลูกสะใภ้เข้าไปในบ้าน จิ้นฝูที่เห็นเช่นนั้นก็หยุดบีบน้ำตาวิ่งตามทั้งสามเข้าไปในเรือนเช่นกัน
เรือนแห่งนี้แม้ไม่ใช่จวนหลักแต่ก็ถูกออกแบบและตกแต่งไว้เป็อย่างดี มีโถงกลางจัดเป็ห้องรับแขก ทางด้านฝั่งทิศเหนือจัดเป็ห้องหนังสือ และห้องนอนใหญ่หนึ่งห้อง ทิศตะวันออกถูกออกแบบให้เป็ห้องนอนสามห้อง และทางทิศตะวันตกเป็ห้องครัวและที่พักของบ่าวรับใช้
"อาจารย์ของลูกอยู่ไหนเสียล่ะ?"
ฮูหยินใหญ่จิ้นเอ่ยขึ้นเมื่อมองไปรอบๆไ ม่พบว่ามีคนอื่นอาศัยอยู่ด้วย
"ท่านอาจารย์อยู่ที่หมู่บ้านซานซัน ไม่ได้อยู่ที่นี่ขอรับ"
แล้วจิ้นอันก็เล่าเื่ราวต่างๆ ั้แ่มาอยู่ที่นี่ให้ทั้งสามได้รับฟัง ทั้งเื่อาจารย์ ศิษย์น้อง รวมทั้งครอบครัวของศิษย์น้องของเขาด้วย และไม่ลืมที่จะบอกเื่ได้รับเชิญไปเป็เกียรติในงานแต่งงานของลูกชายคนโตของตระกูลหลี่อีกด้วย
จิ้นฝูที่ได้ยินเื่งานรื่นเริงก็รู้สึกสนใจ หูผึ่งขึ้นมาทันที เขารีบเสนอตัวเป็คนเตรียมของขวัญไปงาน ซึ่งภรรยาของเขาไม่ได้ปฏิเสธ ทั้งยังมอบเงินจำนวนไม่น้อยเพื่อให้สามีจัดหาของขวัญ
"ข้าเหนื่อยกับการเดินทางอยากพักสักหน่อย ท่านกับจิ้นอันไปหาของขวัญที่เหมาะสมก็แล้วกัน"
ยังไม่ทันที่จะได้เอ่ยสิ่งใด ฮูหยินผู้เฒ่าจิ้นก็เอ่ยต่อขึ้นว่า
"ปู่ของเ้าอายุมากแล้วข้ากลัวจะหลงๆ ลืมๆ วางเงินไว้ไม่เป็ที่...จิ้นอันเ้าถือเงินเหล่านี้ไว้ซื้อของขวัญก็แล้วกัน อ้อ แล้วก็หากเงินไม่พอ ที่ปู่ของเ้ายังพอมีอยู่บ้าง เ้าสามารถใช้เงินส่วนนั้นเพื่อใช้ซื้อสิ่งของเพิ่มเติมได้เลยนะ"
กล่าวจบฮูหยินผู้เฒ่าจิ้นก็ยิ้มออกมาอย่างรู้ทัน ก่อนจะชวนลูกสะใภ้เข้าไปพักผ่อนที่ห้อง โดยมีจิ้นฝูผู้เป็สามีปากอ้า ตาค้าง พูดอะไรไม่ออก ยื่นนิ่งอยู่กับที่นานสองนาน
-----------------
และแล้ววันมงคลก็มาถึง ผู้คนบ้านใกล้เรือนเคียงต่างพากันมามอบของร่วมแสดงความยินดีกับตระกูลหลี่ หลี่ซื่อพี่ชายสี่มีหน้าที่จดบันทึกว่าได้สิ่งใดมาจากบ้านไหน เพราะก่อนหน้านี้เขาได้เรียนตัวอักษรง่ายๆ จากเป่าเปาเพื่อใช้ในงานนี้โดยเฉพาะ
การทำแบบนี้ไม่ใช่้าดูว่าใครให้ของมีค่ามากกว่ากัน แต่เพื่อจดจำไว้ว่าตระกูลไหนมีน้ำใจ อนาคตเมื่อมีโอกาสจะได้ตอบแทนน้ำใจกลับคืนตามกำลังที่พวกเขามี
ผู้คนที่เห็นหลี่ซื่อลูกชายคนที่สี่ของบ้านสามารถจดบันทึกได้ก็เอ่ยชื่นชม จนตัวเขาเองตั้งใจไว้ว่าจะขอให้น้องสาวคนเล็กสอนหนังสือเขามากขึ้นกว่านี้
การแต่งงานของชาวบ้านทั่วไปไม่เหมือนกับเหล่าเศรษฐีหรือขุนนางในเมือง ยิ่งขั้นตอนมีมากเท่าไหร่ยิ่งหมายถึงค่าใช้จ่ายที่มากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นพิธีการจึงเรียบง่ายแต่ครบครัน
เริ่มต้นด้วยการที่เ้าบ่าวเดินทางไปรับตัวเ้าสาวจากบ้านของนางมาที่บ้านของตัวเอง จากนั้นทั้งคู่จะยกน้ำชาให้ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายตามที่จัดเตรียมเอาไว้ ก่อนจะส่งตัวบ่าวสาวเข้าห้องหอ ถือเป็อันเสร็จสิ้นพิธีการ
ชาวบ้านหลายคนทยอยกันเข้ามาร่วมแสดงความยินดีั้แ่เช้า ก่อนจะขอตัวไปทำงานของตัวเองต่อ หลังพิธีการจบลงจะมีเพียงญาติหรือเพื่อนสนิทเท่านั้นที่ยังอยู่รั้งรออยู่เพื่อร่วมฉลองงานมงคล ดังนั้นทางฝั่งเ้าภาพจึงไม่ต้องจัดเตรียมอาหารมากมาย
ผิดกับพิธีการของเหล่าเศรษฐีหรือขุนนางที่คนมาร่วมแสดงความยินดีส่วนใหญ่ต้องรั้งรอชนจอกกับเ้าบ่าว ซึ่งเ้าภาพต้องจัดเตรียมอาหารและเครื่องดื่มเพื่อรองรับแเื่จำนวนมากแทน
"นี่ๆ ตระกูลหลี่ให้สินสอดเ้าสาวไปเท่าไหร่หรือ"
เสียงถามอย่างอยากรู้อยากเห็นเอ่ยขึ้น สินสอดที่ให้แก่ฝ่ายหญิงนอกจากจะบ่งบอกถึงความสำคัญที่ครอบครัวฝ่ายชายมีให้ฝ่ายแก่หญิงแล้ว ยังเป็หน้าเป็ตาให้แก่ฝ่ายชาย และช่วยในการหาคู่ครองให้กับคนอื่นๆ ในครอบครัวได้อีกด้วย
หลี่หลิงผู้เป็แม่เอ่ยถึงสินสอดที่ครอบครัวตนให้แก่ฝ่ายหญิงเป็จำนวนห้าตำลึง ทำให้ผู้คนที่ได้ยินถึงกับตกตะลึงและถามย้ำอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ ปกติแล้วชาวบ้านทั่วไปมักจะให้สินสอดเพียงสองถึงสามตำลึงเท่านั้น หากมีฐานะดีหน่อยก็ไม่มากไปกว่าสี่ตำลึง
เมื่อได้ยินว่าตระกูลหลี่ยอมจ่ายเงินเป็ค่าสินสอดไปถึงห้าตำลึงทำให้หลายครอบครัวคิดจะทาบทามหลี่เอ้อลูกชายคนรองให้บุตรสาวของตน
แม้เงินห้าตำลึงจะไม่มากมายสำหรับผู้คนในเมือง แต่สำหรับชาวบ้านทั่วไป เงินห้าตำลึงนี้มีค่ามากพอๆ กับค่าใช้จ่ายในครอบครัวสองถึงสามเดือนเลยทีเดียว
ขณะที่เ้าบ่าวกำลังพาเ้าสาวเข้าในลานบ้านของตัวเองนั้น เสียงบุรุษผู้หนึ่งก็ดังขึ้นมาจากด้านหลังว่า
"หากวันนี้ข้ายังอยู่ที่นี่ อย่าหวังว่าจะมีใครได้แต่งงาน!!"
เป็ตู้เหิงที่เอ่ยขึ้นอย่างโอหัง แม้ก่อนหน้านี้จะถูกบิดาตักเตือนและห้ามให้เขามายุ่งกับตระกูลหลี่อีก แต่เพราะหัวใจที่เรียกร้องหาแต่ิจู ทำให้เขาไม่สนใจคำของบิดา พาบ่าวรับใช้มาหมายจะล่มงานแต่งงานครั้งนี้
"คนเขาจะแต่งงานกัน แล้วเ้ามายืนอยู่ที่นี่ทำไมกัน เกะกะจริง ออกไปๆ ข้าจะไปร่วมแสดงความยินดี!!"