ทางด้านกลุ่มของอี้เฉินที่ถูกส่งตัวออกมาจากค่ายกลเคลื่อนย้าย พวกเขาถึงกับบาดเจ็บหนัก จากการถูกเศษปราณพลังของเทพสวรรค์ อี้เฉินเขารู้ฤทธิรณ ของเทพสวรรค์เป็นอย่างดี เนื่องด้วยในยามอดีต ตัวเขาเคยต่อกรกับเทพสวรรค์มาแล้ว
"อี้เฉินเจ้าเป็นอะไรมากหรือเปล่า" หญิงสาวที่ถูกชายหนุ่มใช้กายาปกป้อมเศษปราณพลัง ทำให้เขากระอักเลือดออกมาไม่หยุด ริมฝีปากเต็มไปด้วยเลือดฝาด ร่างกายหลายๆ ส่วนเต็มไปด้วยบาดแผล ฉีกขาด อาบย้อมกายา
อี้เฉินยกยิ้ม "ข้าไม่เป็นไรพี่ซีเยว่ ..พี่ซีเผิง เจ้าสมิงน้อยพวกเจ้าเป็นเช่นไรบ้าง เหมือนว่าพวกเจ้าจะบาดเจ็บกันไม่น้อย ..แต่เราต้องไปจากสถานที่แห่งนี้เดียวนี้" อี้เฉินกล่าวออกมาด้วยความกังวล หากให้พวกเขาใช้ความเร็วหลบหนีจากเทพสวรรค์ มันแทบจะเป็นไปไม่ได้ ยามนี้พวกเขาจึงต้องเร่งเดินทาง เจ้าสมิงน้อยมันเองก็บาดเจ็บไม่น้อยหากไม่ได้มันช่วยป้องกันปราณพลังบางส่วนป่านนี้พวกเขาได้ตายตกไปแล้วเป็นแน่
ซีเยว่ ที่เข้าไปพยุงร่างซีเผิง พวกเขาต่างพยักหน้ารับให้กับคำพูดของอี้เฉิน ยามนี้พวกเขายังอยู่ในเขตของนครซากศพ ก่อนจะพากันเผ่นหนีออกไปจากป่าซากศพแห่งนี้ ปล่อยให้เจ้าสมิงน้อยได้พักฟื้นบนบ่าอี้เฉิน การโจมตีเมื่อครู่ สมิงน้อยมันแทบจะรับการโจมตีเข้าไปเต็มๆ อาการบาดเจ็บของมันจึงหนักที่สุดในยามนี้
...แม้พวกเขาจะเดินทางไป3วัน3คืน ก็ยังไม่อาจข้ามผ่านป่าซากศพแห่งนี้ไปได้ ฝ่าคมเขี้ยวของสัตว์อสูร ไปอยู่หลายครั้งหลายครา กายาเต็มไปด้วยความอ่อนล้า ครั้นเมื่อหยุดพักเพียงไม่ถึงครึ่งชั่วยาม เสียงพลุ สัญญาณก็ดังขึ้นมา แม้พวกเขาที่อยู่ไกลหลายพันลี้ ยังได้ยินเสียงนั้นเข้ามาภายในโสตประสาทอย่างชัดเจน มันจึงทำให้ใบหน้าของพวกเขาหน้ามืดทะมึนขึ้นมาไม่น้อย
"เหมือนว่าพวกเขา จะเจอจุดที่เราเคลื่อนย้ายกันมาแล้ว เราต้องรีบออกเดินทางกัน เดียวนี้" เมื่อพวกเขาได้ยินก็ต่างพยักหน้ารับ คำของอี้เฉิน บินทะยานออกไปด้วยความเร่งรีบ กลมกลืนไปกับแมกไม้โดยรอบ ผ่านวันเวลาไปถึง2วันเต็ม กว่าจะมาถึงทุ่งโล่งกว้าง กินอาณาเขตหลายสิบแคว้น ที่ได้ชื่อว่าทุ่งสีชาด ซึ่งเป็นที่อยู่ของหลายเผ่าพันธุ์
ทว่าเมื่อพวกเขาเดินทางต่อไปได้ไม่กี่ชั่วยาม ก็ได้ยินเสียง สัตว์อสูรขั้นพลังเทวะร้องคำราม ออกมาเสียงดังกึกก้องโหยหวน ไปทั่วผืนป่าไม่ไกลจากพวกเขามากในยามนี้ มันก็ทำให้ อี้เฉิน กับคนอื่นๆ มีสีหน้าไม่สู้ดีนัก ครั้นรับรู้ได้ถึงพลังของเทพสวรรค์ ก่อนอี้เฉินจะบอกกล่าวเจ้าสมิงน้อยที่อยู่บนบ่าอี้เฉิน "เจ้าเป็นเช่นไรบ้างเจ้าสมิงน้อย"
สมิงน้อยที่กัดกินสมุนไพรมาตลอดทางทำให้อาการบาดเจ็บของมันค่อยๆ ฟื้นฟู ช้าๆ ก่อนพยักหน้า ให้อี้เฉินบ่งบอกว่ามันพร้อมจะพาพวกเขาออกเดินทาง
ทว่าอี้เฉินกลับส่ายหัวก่อนบอกกล่าวคำพูดออกมาด้วยความลำบากใจ "เราต้องแยกย้ายกันหนี สมิงน้อยข้าฝากเจ้าดูแล ซีเผิง กับซีเยว่แทนข้าด้วยไม่ว่าอย่างไรเจ้าต้องหนีรอดออกไปให้ได้"
ครั้นซีเผิง กับซีเยว่ได้ยินพวกเขาถึงกับมีสีหน้าบึ้งตึง ในกรอบสายตามีประกายวูบไหว ตัดพ้อในพลังของตนเองไม่น้อย "เหตุใดเราไม่ไปด้วยกันเล่าอี้เฉิน"
อี้เฉินกล่าวพร้อมกับถอดถอนใจ "พี่ซีเผิง ท่านก็น่าจะรู้ดี หากเรารวมตัวกันไปเฉกเช่นนี้ เราจะต้องเผชิญกับเทพสวรรค์ถึง2องค์ ซึ่งเป็นเรื่องยากมาก ที่พวกเราจะรอดพ้นเงื้อมมือพวกเขาไปได้"
ซีเยว่กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือในระหว่างที่เดินทาง "ข้าพึ่งจะพบเจอเจ้าเองนะ อี้เฉินเจ้าจะจากข้าไปอีกแล้วงั้นหรือ อย่างไรข้าก็ไม่ยินยอมที่จะให้มันเป็นเช่นนั้น"
อี้เฉินกล่าวตัดบทพูดในทันที "ท่านทั้งสองรักษาตัวด้วยหากมีโอกาสพวกเราคงได้พบเจอกันอีก ..สมิงน้อยข้าฝากเจ้าด้วย" ฉับพลันร่างที่วูบไหว อี้เฉิน เบี่ยงไปอีกทิศทางหนึ่งมุ่งหน้าขึ้นเหนือไป ทวีปเหมันต์ ตงเหลิ่ง ในทันที
สองพี่น้องเองก็ต่างรู้ดีหากพวกเขาร่วมเดินทางกันไปเช่นนี้ จะมีแต่ความตายที่รอพวกเขาอยู่ ก่อนพวกเขาทั้งสองจะส่งคำพูดไล่หลังไปให้อี้เฉิน ยอมรับในการตัดสินใจของเขา "อี้เฉินสักวันเราคงจะได้พบเจอกันอีก ข้าจะรอวันที่เราได้เจอกันอีกครา"
อี้เฉินโบกมือไล่หลังมาให้พวกเขา ก่อนพลิ้วกายาออกไปไกลสุดสายตา ทว่าไม่รู้เลยว่าจะเป็นการจากกัน คราสุดท้ายหรือไม่
ทางด้านเทพสวรรค์ทั้งสององค์ พวกเขาไล่ล่าพวกอี้เฉินเกือบๆ จะสามวันเต็ม ยังดีที่พวกเขามีกระจกสะกดรอยไม่เช่นนั้นการจะหาหนูโสโครก ภายในป่ารกชัฏ คงจะเป็นอะไรที่ยากลำบาก ราวกับควานหาสิ่งกระจ้อยร่อย ภายในโอ่งน้ำใบใหญ่ ทว่าเมื่อพวกเขาส่องแสงกระจกไปในทิศทางด้านหน้า ใบหน้าพวกเขาก็มืดครึ้มขึ้นมาในทันที ครั้นเห็นพวกเขาแยกออกจากกันเป็นสองทาง "บัดซบ! บัดซบ! เหมือนว่าเราจะประเมิน ไอ้หนูโสโครกตัวนี้ต่ำเกินไป ไม่คิดมันจะใจกล้าห่อฟ้าถึงเพียงนี้ถึงกับแยกกันหลบหนี ..เจ้าเทพสวรรค์ ซูเจิน ไปจัดการไอ้หนุ่มผมขาวเสีย ส่วนข้า หาญไป๋ซู จะจัดการอีกทางเอง หากเป็นไปได้จับเป็นมันกลับมาเสีย มันจะได้รู้นรกที่แท้จริงเป็นเช่นไร"
ครั้นพวกเขาพยักหน้าให้กันได้เสียงแหวกอากาศ ก็ดังออกไปกึกก้อง ราวกับศรแสงที่ถูกยิง พุ่งดิ่งไปในทิศทางเป้าหมายอย่างบ้าคลั่ง เสียง ปัง! ปัง! ปัง! ดังออกไปเป็นระลอกคลื่น ร่างที่วูบไหว ผลุบๆ โผล่ๆ ออกไปเป็นทางยาว ก่อนเสียงคำรามจะส่งออกไปไกลทั่วทุ่งโล่งสีชาด "เจ้าจะหนีไปไหนได้ อีกไม่ถึงชั่วยาม ข้าได้ตามเจ้าทันแน่ ไอ้หนุ่มผมขาว เจ้ากับพวกช่างใจกล้าห่อฟ้านัก"
ด้านอี้เฉินที่ได้ยินเสียง ที่กราดเกรี้ยว เสียดแทงเข้าไปภายในโสดปราสาท เขาถึงกับยกฝ่ามือขึ้นมาปัดป้องใบหู เลือดไหลซึมออกมาไม่น้อยจากเสียงคลื่นปราณพลัง "ไอ้เวรเอ๊ย!!! เหตุใดเทพสวรรค์ถึงตามมาได้รวดเร็วถึงเพียงนี้" ใจลึกๆ อี้เฉินรู้สึกหวาดหวั่นไม่น้อย ทว่าเขาก็เร่งบินทะยานออกไปด้วยความบ้าคลั่ง ไม่คิดหันหลังไปมอง
เสียงในโลงศพมันกล่าวคำพูดออกมาเย้ยหยันในตัวอี้เฉินไม่น้อย ครั้นเห็นหนุ่มน้อยในสายตาของมันหนีตายออกไปด้วยความ หวั่นเกรง "เจ้าหลอมรวมกับแขนเทวะ ของข้าเสีย ทุกๆ อย่างข้าจะเป็นคนจัดการเอง"
ในช่วงเวลาที่อ่อนแอของอี้เฉิน ครั้นเขาได้ยินข้อเสนอนี้เขา มีสีหน้าไม่จำยอมในทันที "เจ้าหุบปากเสียเจ้าก็แค่เศษเสี้ยวของ จักรพรรดิโลหิต เจ้าคิดจริงหรือว่าเจ้าจะได้ถือกำเนิดใหม่ในร่างข้า"
น้ำเสียงที่แหบพร่ากล่าวขึ้นมาตอบโต้อี้เฉิน ในทันที "แล้วเจ้าคิดว่าเจ้ามีโอกาสรอดพ้นจากเทพสวรรค์งั้นหรือ มันไม่เหมือนกับก่อนหน้านี้ เจ้าคิดมันให้ดี ดี"
ทว่าใบหน้าของเด็กหนุ่มเต็มเปี่ยมไปด้วยความดื้อรั้น ไม่แม้จะเอ่ยคำพูดตอบรับมันอีกต่อไป ถึงมันจะเป็นแค่เศษดวงวิญญาณที่เหลือไม่มากของจักรพรรดิโลหิต ทว่าความแข็งแกร่งของซากแขนเทวะนั้น แทบจะเทียบเท่าอาวุธระดับจักรพรรดิ แม้แต่พลังของเทพสวรรค์ก็ไม่อาจทำลายได้ หากใช้มันดี ดี ชายหนุ่มก็อาจจะมีทางชนะ มันไม่รู้เลยว่าหากซากแขนเทวะ ถูกผู้อื่นถือครอง เศษดวงวิญญาณจะถูกชำระล้างเมื่อใด มันได้แต่ถอนหายใจยาว ออกมาเฮือกใหญ่ อุตส่าห์เกิดใหม่ภายในโลกหล้า กับถูกโลงศพสีทองปิดผนึกเสียได้
...ทว่าเพียงไม่ถึงครึ่งชั่วยาม อี้เฉินกลับยิ่งต้องหน้ามืดทะมึน ครั้นได้ยิน เสียง"ปัง"ดังแหวกอากาศมาด้วยความเร็วสูง มาพร้อมระลอกคลื่นที่น่าคร้ามเกรง ของหอกปราณพลังสีดำทมิฬ ระเบิดระยะประชิด จนร่างอี้เฉินลอยกระเด็นออกไปไกล เศษปราณพลังถึงกับทำให้กายาของเขาสั่นเทา
"มารดาแม่เองเถอะ เหตุใดถึงหาข้าเจอเร็วนักเล่า" อี้เฉินอดไม่ได้ที่จะสบถด่าออกมา ก่อนเท้าทั้งสองข้างถีบแหวกอากาศออกไปอย่างบ้าคลั่ง ดวงตาแดงก่ำ โกรธแค้นอยู่ไม่น้อย หากคนผู้นี้ไม่ได้อยู่ในขั้นพลังเทพสวรรค์ มีหรือข้าจะหนีตายอย่างน่าอเนจอนาถ เฉกเช่นนี้
"เจ้าจะหนีไปไหนเจ้าหนูโสโครก เจ้าถึงกับกล้าสังหารคนของพวกเราเลยงั้นหรือ ...ข้าเทพสวรรค์ ซูเจิน จะลงทัณฑ์ แก้แค้นแทนศิษย์น้องเอง"