“นิด เธอเป็อย่างไรบ้าง”
จันทนีย์รีบถามเมื่อเห็นเพื่อนลืมตาขึ้นมา
วนิศราส่ายศีรษะช้าๆแทนคำตอบ
“แล้วเธอรู้ไหมว่าตัวเองเป็อะไร ทำไมถึงเป็ลมไปได้ง่ายๆแบบนี้”
ความร้อนรนของจันทนีย์ดูเหมือนจะยังไม่จบสิ้น เธอยังยิงคำถามต่อไปแม้การตอบกลับมาของเพื่อนจะคือการส่ายหน้าปฏิเสธอยู่เช่นเดิม
“หมอบอกว่าเธอกำลังตั้งท้อง”
จันทนีย์โพล่งออกไปอย่างอดรนทนไม่ได้ และมันก็มีผลให้ร่างบอบบางที่นอนระทดระทวยอยู่บนเตียงถึงกับผวาลุกขึ้นนั่งแล้วอุทานอย่างใ
“เธอว่าอะไรน่ะ”
“หมอบอกว่าเธอกำลังตั้งท้อง ดูเหมือนจะเกือบสองเดือนแล้ว”
วนิศราทิ้งตัวลงนอนตามเดิมอย่างหมดแรง เธอโง่เกินไปหรือเปล่าที่ไม่เคยคิดถึงเื่นี้เลยเมื่อเริ่มมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเขา มาคิดได้ตอนนี้มันก็สายเกินไปแล้ว นี่ถ้าพ่อกับแม่รู้เื่ท่านจะต้องเสียใจมาก ลูกสาวที่ตั้งใจส่งมาให้ร่ำเรียนเพื่อจะได้มีงานมีการดีๆทำ จะได้ไม่ต้องตรากตรำลำบากในการหาเลี้ยงชีวิตอย่างตัวของท่านกลับมาท้องั้แ่ยังเรียนอยู่แค่ปีสอง
“ฉันควรจะทำอย่างไรต่อไปดีละนีย์”
เด็กสาวหลุดปากออกมาเหมือนเพ้อ
“เราต้องบอกพี่คิว เพราะเขาเป็พ่อของเด็ก”
จันทนีย์กล่าวอย่างจริงจัง ซึ่งแม้วนิศราจะไม่เคยบอกตรงๆว่ามีอะไรกับคิรากรแล้วั้แ่เมื่อไหร่ แต่เธอก็มั่นใจได้ว่าเข้าใจไม่ผิดเพราะเพื่อนของเธอไม่เคยให้ความสนิทสนมกับผู้ชายคนไหนมากเป็พิเศษเท่าคิรากรมาก่อน
ในขณะที่วนิศรานอนทอดสายตามองเพดานอย่างเหม่อลอยจันทนีย์ก็ล้วงไปหยิบเอาโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋าสะพายของตนแล้วกดหาเบอร์โทรออกทันที
“ฮื่อ...ทำไมไม่มีใครรับน่ะ”
เด็กสาวบ่นอย่างหงุดหงิดเมื่อโทรไปแล้วไม่มีคนรับ
“ช่างเถอะนีย์ ไว้ค่อยบอกวันหลังก็ได้”
วนิศราบอกกับเพื่อนเบาๆ
“ก็ได้ แต่อย่าให้รู้น่ะ ว่าเขามีเจตนาที่จะทอดทิ้งเธอ เพราะฉันไม่ยอมแน่ๆ”
จันทนีย์กล่าวก่อนเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋า...
+++++++++++++++++++
“คุณคิว นั้นคุณกำลังจะออกไปไหน”
เสียงเข้มของขจรเดชดังขึ้นเมื่อเขามองเห็น
คิรากรกำลังทำท่าว่าจะออกไปข้างนอก
“เื่ส่วนตัวของผมครับพี่เดช”
ชายหนุ่มเพียงชะงักเท้าแล้วตอบโดยที่ไม่ได้หันกลับไป
“คิดจะออกไปหาเด็กคนนั้นใช่ไหม อย่าคิดนะว่าแอบไปทำอะไรไว้บ้างแล้วผมจะไม่รู้”
ผู้จัดการส่วนตัวร่างเล็กเดินมาเบื้องหน้าของชายหนุ่มพลางจ้องหน้าเขาอย่างจะจับผิด
“ผมบอกแล้วไงครับว่ามันเป็เื่ส่วนตัวของผม”
ชายหนุ่มทำเสียงเข้มอย่างจะบอกให้ขจรเดชได้รู้ตัวว่ากำลังก้าวก่ายเื่ส่วนตัวของเขามากเกินไปแล้ว
“แต่ผมไม่อนุญาตให้คุณออกไปไหนทั้งนั้น”
ขจรเดชกล่าวอย่างไม่ยอมรับรู้ใดใดในน้ำเสียงของชายหนุ่มทั้งนั้น
“มันจะมากเกินไปแล้วนะครับพี่เดช พี่มีหน้าที่ควบคุมดูแลผมก็เฉพาะเื่งานเท่านั้น ในเวลางานผมก็ทำทุกอย่างให้เต็มที่แล้ว แต่ในเวลาส่วนตัวของผมพี่ก็ไม่ควรเข้ามายุ่งเข้ามาก้าวก่ายอย่างนี้”
คิรากรกล่าวอย่างเริ่มหมดความอดทนขึ้นมาบ้างแล้ว
ขจรเดชยิ้มเหมือนจะเยาะ ทำท่าว่าตนนั้นถือไพ่เหนือกว่าอยู่ในมือ
“ที่ผมห้ามคุณอยู่นี่ก็มีส่วนเกี่ยวกับเื่งาน คือคืนนี้คุณจะต้องไปดูงานแสดงแฟชั่นโชว์ที่ห้างพารากอน”
“ผมไม่เคยคิดอยากดูงานแสดงแฟชั่นโชว์บ้าบออะไรนั้น”
คิรากรโต้ตอบทันควัน
“แต่คุณก็ต้องดู เพราะน้องอรได้ร่วมเดินแบบในครั้งนี้ด้วย”
................
หมายเหตุ : ขอบคุณทุกท่านที่อ่านมาถึงตรงนี้ อย่าลืมดาวน์โหลดอีบุคเพื่อเป็กำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ ตามรายละเอียดที่ให้ไว้ในหน้าแรกไปได้เลย ขอบคุณทุกๆท่านนะคะ