บทที่ 5 ทูจิ้วเฟย
อีกทางด้านหนึ่ง เสวี่ยซานที่กำลังหลบหนีอย่างรวดเร็ว ใช้เคล็ดวิชาท่าเท้าล่องวารีจนถึงขีดสุด ร่างของเขาพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว
แม้นี่จะเป็เพียงวิชาระดับต่ำ แต่เขาก็สามารถใช้มันได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ก็ไม่สามารถเทียบเท่ากับวิชาท่าร่างระดับกลางหรือระดับสูงได้ อย่างมากก็ทำได้เพียงไปถึงจุดสูงสุดของระดับต่ำ
ตอนนี้เขากำลังเดินทางด้วยความรวดเร็วอย่างยิ่ง ที่ด้านหลังยังเหลือร่างเงาของก่อนที่มันจะกลายเป็ไอน้ำละเหยหายไป
เสวี่ยซานหัวเสียเป็อย่างมาก เพราะเขายังไม่ได้รีดเค้นข้อมูลจากบุรูษชุดดำคนนั้น แต่เพราะต้องรีบหนีออกมาจึงต้องสังหารมันทิ้งทันที
เมื่อเดินทางออกมาไกลพอสมควรแล้ว เขาจึงหยุดแล้วหาที่พักเพราะต้องรีบฟื้นฟูพลังแล้วรีบจากไป เนื่องจากคนของอีกฝ่ายถูกเขาสังหารจนหมด อีกฝ่ายน่าจะไม่ปล่อยเขาเอาไว้
แม้พลังระดับมนุษย์ขั้นห้าจะดูอ่อนด้อยในสายตาผู้แกร่งแข็ง แต่เมื่ออยู่ในแคว้นเล็กๆแห่งนี้ นั่นก็ถือเป็กำลังสำคัญของแต่ละค่ายสำนักได้
"ข้าต้องรีบฟื้นฟูพลังปราณ จะได้รีบจากไป" พูดจบเด็กหนุ่มก็เริ่มหาที่ที่ปลอดภัย จนไปเจอกับถ้ำแห่งหนึ่ง เขาใช้เวลาสักพักกว่าจะเจอที่นี่ ที่แห่งนี้เป็โพรงถ้ำขนาดไม่ใหญ่มาก แถมด้านหน้ายังมีต้นไม้ใบหญ้าขึ้นเต็มไปหมด เขาจึงเข้าไปด้านในแล้วนั่งทำสมาธิเพื่อพื้นฟูพลัง
ผ่านไปหนึ่งชั่วยาม ร่างกายของเขาส่องแสงสีฟ้าน้ำทะเลเจิดจ้า เสวี่ยซานนั้นดูดซับพลังปราณที่อยู่ในถ้ำจนเขาบรรลุขั้นหก แถมยังสามารถบรรลุได้ในสถานการณ์แบบนี้อีกด้วย ไม่นานเด็กหนุ่มก็ค่อยๆลืมตาขี้นมา
แต่ยังไม่ทันได้ทำอะไรต่อ เขาก็ได้ยินเสียงลมพัดหวีดหวิวดังขึ้นมา เขาก็รู้ได้ทันทีว่าคนพวกนั้นตามมาถึงแล้ว "ร่องรอยของมันหายไปั้แ่ตรงนี้ เอายังไงดี"
"ออกค้นหาซะ มันคงจะอยู่แถวๆนี้นี่แหละ"
เสียงปริศนาดังขึ้นที่ด้านนอกของถ้ำ ทำให้ตอนนี้ใบหน้าของเสวี่ยซานเคร่งขรึมขึ้นมาทันที เพราะเขาสำผัสได้ว่า ผู้มาใหม่นี้จะต้องมีฝีมือที่ไม่ธรรมดาเป็แน่
เสวี่ยซานคิดอย่างหนักว่าควรจะทำอย่างไรดี ขณะเดียวกันเขาก็ค่อยๆย่องออกจากถ้ำเมื่อมองหาบุคคลเ่าั้
ห่างจากถ้ำไปสิบสี่ถึงสิบห้าจั้ง เห็นบุรุษชุดดำสามคนยืนอยู่ หนึ่งในนั้นอยู่ระดับมนุษย์ขั้นหก ส่วนอีกสองคนอยู่ขั้นแปด ใบหน้าของเขายิ่งเคร่งขรึม สงสัยจะเจองานยากเข้าให้แล้ว
เสวี่ยซานนั่งรออยู่ตรงนั้นมาสักพัก ในที่สุดบุรุษสองคนที่อยู่ชั้นแปดก็พุ่งตัวแยกออกไปเพื่อตามหาเขา ตอนนี้เหลือเพียงบุรุษชุดดำขั้นหกยืนมือไพร่หลังอยู่เพียงคนเดียว
"เ้าออกมาเถอะ" บุรุษชุดดำพูดออกมาขณะที่ใบหน้ากำลังมองท้องฟ้ายามราตรีที่ประดับไปด้วยดวงดาวระยิบระยับ ใบหน้าของคนผู้นั้นแม้มองไม่ชัดเพราะความมืดมิด แต่ก็พอเดาได้ว่าอายุประมาณสิบเก้าถึงยี่สิบปี
เมื่อเสวี่ยซานได้ยินดังนั้นก็แปลกใจเป็อย่างมากเพราะระดับของอีกฝ่ายแม้จะเยอะ แต่ก็พอๆกับเขา เหตุใดถึงรับรู้จุดที่เขาอยู่ได้กัน?
เสวี่ยซานจึงลุกพลางชักกระบี่เดินออกไป เขาระมัดระวังอย่างเต็มที่เพราะไม่สามารถประมาทชายผู้นี่ได้ ผู้ที่อายุยังน้อยแต่การฝึกฝนอยู่ระดับมนุษย์ขั้นที่หก!
"เ้ากล้ามากนะที่สังหารคนของค่ายอินทรีย์ปีศาจ" ชายชุดดำพูดต่อเมื่อเสวี่ยซานเดินออกมา เขามองเห็นกระบี่ในมือของอีกฝ่าย จึงยืนยันแล้วว่าอีกฝ่ายเป็คนสังหารมือสังหารของค่ายอินทรีย์ปีศาจแน่
"เหตุใดจะไม่กล้า ในเมื่อพวกเ้าคิดจะมาสังหารข้า ข้าควรรอให้พวกเ้ามาสังหารง่ายๆรึ เ้าใช้สมองส่วนใดคิดกัน?" ฝีปากเสวี่ยซานก็ไม่น้อยหน้า ทักษะการด่าและเสียดสีของเขาเมื่อชาติก่อนที่อยู่ในประเทศไทยนั้นนับว่าไม่เบาเลยทีเดียว
คนผู้นั้นถึงกับคิ้วกระตุก นี่อีกฝ่ายกล้าพูดเช่นนี้กับเขาหรือ? "เ้าชั่งกล้า! เช่นนั้นเอาชีวิตของเข้ามาซะ!!" บุรุษผู้นั้นพูดพลางชักดาบออกมา ดาบเล่มนั้นเป็สีดำแวววาวและคมกริบ ดูน่าเกรงขามอย่างยิ่ง
"นะ..นั่น!" เมื่อเสวี่ยซานเห็นดาบนั้นก็ถึงกับตะลึง นั่นมันดาบระดับมนุษย์ ถึงแม้ว่าระดับมนุษย์จะถือว่าอยู่ระดับต่ำๆก็ตาม แต่อยู่ในแคว้นเล็กๆแบบนี้ มันก็ถือเป็อาวุธล้ำค่าประจำสำนักเลยทีเดียว!
"หึๆ นี่คือดาบระดับมนุษย์ นามว่าอินทรีย์โลหิตทมิฬ" ชายชุดดำพูดพรางลูบใบดาบ แล้วชี้มันมาทางของเสวี่ยซาน
"แล้วยังไง มีดาบระดับมนุษย์แล้วจะทำอะไรข้าได้กัน" ถึงแม้ปากจะพูดแบบนั้น แต่ในใจกับเต้นโครมคราม เห็นทีต้องสังหารคนผู้นี้แล้วยึดมันมาซะ นี่คือวิธีของนักเก็บค่าคุ้มครอง!
พูดจบก็ตั้งท่าเตรียมต่อสู้ เสวี่ยซานยกกระบี่ขึ้นชี้ท่องฟ้า พลังปราณสีฟ้าทะลักออกมาอย่างบ้าคลั่ง บุรุษผู้นั้นถึงกับตาโต นั่น! ระดับมนุษย์ขั้นหก ซึ่งระดับพลังนั้นเทียบเท่าเท่ากับเขาเลย!
"หึ! ข้าพึ่งทะลวงขั้นหกเมื่อตอนอยู่ในถ้ำเอง" เสวี่ยซานเห็นท่าทางใของอีกฝ่ายจึงพูดจาเยาะเย้ย คนๆนี้คงคิดว่าเขาอยู่ระดับสองอีกคนเป็แน่
พูดจบก็ตวัดกระบี่ลงทันที พลังปราณสีฟ้าพุ่งไปหาคนผู้นั้นอย่างรวดเร็ว
เสียงกัมปนาทดังสนั่นต้นไม้ถูกตัดขาดเป็สองท่อน เพราะยามนี้ชายชุดดำคนนั้นได้ใช้ท่าร่างหลบหนีออกมาจากบริเวณนั้นแล้ว
"รวดเร็วดีจริงๆ เร็วอย่างกับลิงแหนะ" เสวี่ยซานอดไม่ได้ที่จะพูดจายั่วยุอีกฝ่าย
"เ้า!!!" บุรุษชุดดำโกรธเกรี้ยวขึ้นกว่าเดิมมาก หลังจากพูดจบก็ปล่อยพลังปราณสีแดงออกมา เขาใช้วิชาดาบแล้วพุ่งเข้าหาเสวี่ยซานทันที
เคร้งง!!
เมื่อดาบและกระบี่ของทั้งสองปะทะกัน ก็เกิดเสียงดังสนั่นของศาสตราวุธของทั้งสองคนดังขึ้น!
"คมเฉือน!!" เสวี่ยซานเปิดฉากใช้เคล็ดวิชากระบี่วารีทันที!
"ดาบโลหิต!" ชายคนนั้นก็ใช้เคล็ดวิชาดาบเข้าฟาดฟันต่อสู้กับเสวี่ยซานเช่นกัน
ทั้งสองโรมรันกันอย่างดุเดือน ในยามนี้ บริเวณโดยรอบก็ถูกคนดาบและกระบี่ของทั้งสองฟาดฟันจนยับเยิน เมื่อทั้งสองผละออกจากกัน เสวี่ยซานก็ใช้ท่าร่างพุ่งตัวเข้าประชิดต่อกันที
"เ้า!!" ชายคนนั้นตอนนี้เนื้อตัวมีแต่าแจากกระบี่ของเสวี่ยซาน เขาในยามนี้นั้นพลังปราณในร่างใกล้จะหมดลงแล้ว แต่พลังอีกฝ่ายกลับไม่หมดสักที แถมกลับพุ่งเข้าใส่ ทำให้จิตใจที่เคยฮึกเฮิมและดูถูกกลับขี้ขลาดขึ้นมากะทันหัน
ฉับ!
สิ้นเสียงแขนที่ถือดาบของชายคนนั้นก็ร่วงหล่นทันที เขากรีดร้องโหยหวนอย่างน่าสงสาร ตอนนี้เขาเกิดความรู้สึกกวาดกลัวขึ้นมาแล้วจริงๆ เขาไม่น่ามาหาเื่ปีศาจตนนี้เลย
ในตอนนี้เสวี่ยซานง้างกระบี่เตรียมจะปิดชีพของอีกฝ่าย ชายคนนั้นจึงรีบะโขึ้นขัดทันที " อย่านะ!! ข้าคือทูจิ้วเฟย ข้าเป็หลานชายของผู้าุโสำนักอินทรีย์ปีศาจนะ!" ชายคนนั้นพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"อ้อ หลานชายของผู้าุโสาม ที่ไม่เอาการเอางาน วันๆเอาแต่เที่ยวเล่นน่ะหรือ แล้วไงล่ะ?" เสวี่ยซานอดไม่ได้ที่จะพูดจาเสียดสีและเยาะเย้ย ดูท่าคงอยากจะพึ่งบารมีปู่ของตนล่ะสิท่า
"หากเ้าสังหารข้า ท่านตาของข้าไม่ปล่อยเ้าไว้แน่!"
นั่นไง! คิดเอาไว้ไม่มีผิด!
"คิดว่าข้ากลัวรึ เอาหล่ะ บอกมาว่าใครเป็คนว่าจ้างพวกเ้า แล้วข้าจะละเว้นชีวิต!" เสวี่ยซานพูดด้วยซ้ำเสียงเหี้ยมเกรียม พลางนำกระบี่ไปจ่อที่ลำคอของอีกฝ่าย
ทูจิ้วเฟยตัวสั่นงันงกอย่างกับเ้าเข้า "ข้าไม่รู้" พูดยังไม่ทันขาดคำ หัวของมันก็หลุดออกจากบ่าทันที
"ไม่รู้ก็ตายเสีย" เสวี่ยซานพูดพลางเก็บกระบี่เข้าฝัก สายตาของเขาเหลียบไปเห็นแหวนมิติในมือของอีกฝ่าย
"โอ้ แหวนมิติ ดีเลยข้าจะได้ไม่ต้องซื้อหาเงินซื้ออีก ส่วนดาบนั้น เป็อาวุธที่ล่ำค่า น่าเสียดายที่มาอยู่ในมือขยะอย่างเ้า เสียของจริงๆ เช่นนั้นข้าจะขอรับไปดูแลต่อให้เองก็แล้วกัน" พูดจบก็หยิบแหวนมิติขึ้นมา พร้อมกับหยิบดาบอินทรีย์โลหิตทมิฬใส่ไปในแหวนมิติ แล้วออกเดินทางต่อ ก่อนที่ผู้ฝึกตนขั้นแปดทั้งสองคนที่ออกไปตามหาเขาจะกลับมา