ตอนที่20 ฉันแค่รู้สึกเหม็นหมูเฉยๆ
จ้าวหลงเข้าใจความหมายที่ปู่้าสื่อสารออกมาอย่างชัดเจนจึงพูดให้กำลังใจปู่และอวยพรให้หายป่วยโดยเร็วว่า
“ผมรู้แล้วครับปู่หายป่วยเร็วๆ นะ ไว้ผมลางานได้อีกที ถึงจะมาเยี่ยมใหม่ แต่ก็ไม่รู้ว่าอีกเมื่อไหร่?”
จ้าวหลงเดินออกจากห้องนอนปู่โดยปล่อยให้เครื่องดักฟังอยู่ในตำแหน่งเดิมทว่าเขาแอบติดตั้งอุปกรณ์บางอย่างไว้ในห้องเพิ่ม เป็กล้องขนาดจิ๋วที่เขาและทีมเสือขาวเพิ่งพัฒนาขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ทำให้้าพิสูจน์ประสิทธิภาพการทำงานของมันพอดี
‘หวังว่าเ้าตัวสอดแนมจะจับภาพคนร้ายได้นะฉันจะได้มีข้ออ้างสะสางปัญหาในตระกูลเสียที’
จ้าวหลงคิดอย่างคาดหวังในการตรวจจับภาพคนร้ายที่อาจปรากฏตัวเพื่อให้เขามีหลักฐานในการสะสางปัญหาส่วนตัวทั้งหลายในครอบครัว เพราะไม่้าปล่อยให้มีปัญหาเรื้อรังจนกลายเป็ปัญหาใหญ่ลุกลามในอนาคต
..........
ด้านณิชาที่เดินทางมาถึงโรงพยาบาลฟิวเจอร์แล้วเป็โรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่ที่หรูหราทันสมัย โดยเธอเหลือบมองเห็นคนป่วยและญาติที่เป็ชาวบ้านแต่งกายซอมซ่อทว่าพนักงานต้อนรับของโรงพยาบาลล้วนให้บริการอย่างเป็มิตรเท่าเทียมกันทุกคน สร้างความพึงพอใจให้เธอเป็อย่างยิ่ง
เธอเหลือบมองเห็นเด็กหนุ่มอายุราว17-18 ปียืนอุ้มกล่องกระดาษใบหนึ่งด้วยท่าทางระมัดระวังพร้อมกับกวาดสายตามองไปมาอย่างกังวล จึงทำให้เธอเข้าใจได้ทันทีว่าเป็คู่ค้าที่นัดหมายไว้เป็ผลให้เธอรีบเดินเข้าไปทักทายทันทีว่า
“สวัสดีค่ะฉันชื่อเทียนอู๋เหยาที่โทรหาน้องชายไงคะ?”
เจียงหานอึ้งตะลึงเล็กน้อยที่พบสาวสวยเดินมาทักทายตนเองพอได้ยินชื่อที่หญิงสาวแนะนำตัวทำให้เขารับรู้ทันทีว่าเป็คนที่ติดต่อขอดูสินค้าก่อนซื้อจากทางออนไลน์เขาจึงเอ่ยทักทายกลับคืนอย่างมีมารยาทว่า
“สวัสดีครับพวกเราไปคุยกันที่ม้านั่งด้านโน้นดีไหมครับ?”
เจียงหานบุ้ยปากไปด้านหนึ่งที่มีม้านั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่เป็เหมือนกับสวนสำหรับพักผ่อนหย่อนใจของผู้คนที่มารับบริการในโรงพยาบาล ณิชาหันหน้าไปมองทิศทางดังกล่าวแล้วพยักหน้ารับอย่างเข้าใจจากนั้นทั้งคู่เดินเคียงคู่ไปด้วยกันในทันที
เมื่อทั้งสองคนนั่งบนม้านั่งยาวโดยมีกล่องกระดาษวางคั่นกลางระหว่างทั้งคู่เจียงหานบอกกับณิชาอย่างกังวลว่า
“หากพี่สาวตรวจสอบแล้วตกลงจะซื้ออย่าต่อรองราคากับผมเลยนะครับ ผมจะมีเงินไม่พอจ่ายค่ารักษาให้พ่อ”
“พ่อน้องชายเป็อะไรหรือ?” ณิชาถามกลับคืนด้วยความสงสัย
“ไม่รู้เหมือนกันครับหมอให้วางเงินมัดจำก่อน แล้วถึงจะตรวจวินิจฉัย ตอนนี้หมอแค่ตรวจเบื้องต้น แล้วบอกว่าไม่ได้เป็โรคร้ายแรงอะไรค่ารักษาทั้งหมดเกือบสองหมื่นหยวนก็คงหายดีแล้วครับ”
เจียงหานถอนหายใจพลางบอกณิชาตามจริงซึ่งเขาได้แต่หวังว่าจะสามารถขายแจกันลายครามที่เป็สมบัติชิ้นสุดท้ายของบ้านได้เพื่อนำเงินไปรักษาพ่อที่ป่วยให้หายดีเนื่องจากเขาเป็แค่เด็กนักเรียนชั้นมัธยมปลายที่ไม่มีรายได้อะไรถึงแม้ว่าเขาจะทำงานพิเศษ่นอกเวลาเรียนกับวันหยุดแต่ก็ได้ค่าจ้างเล็กน้อยเท่านั้นซึ่งไม่เพียงพอต่อค่ารักษาพ่อตนเอง
“เข้าใจแล้วพี่สาวขอดูแจกันก่อนนะ ถ้ามันคู่ควรและมีลวดลายสวยงามจริง พี่สาวจะจ่ายเพิ่มให้เองอย่างน้อยน้องชายจะได้มีเงินซื้ออาหารดีๆ ให้พ่อกินไง แล้วก็มีเงินไว้จ่ายประจำวันด้วย”
ณิชาพยักหน้าเข้าใจเธอไม่กล้าบอกตามตรงว่าหากแจกันที่อยู่กับเจียงหานเป็ของจริงเธอยินดีจ่ายเพิ่มให้อย่างไม่ลังเลใจ จึงเลี่ยงที่จะตอบอีกแบบพร้อมกับกำชับการดูแลพ่อของเด็กหนุ่มอย่างเข้าใจ
“ขอบคุณมากครับ”เจียงหานยิ้มรับอย่างยินดี
ขณะที่เจียงหานกำลังจ้องมองการตรวจสอบแจกันของณิชาเขาได้แต่หวังว่าให้เธอถูกใจแจกันเก่าแก่ใบนี้เพื่อที่เขาจะได้มีเงินไปจ่ายค่ารักษาและซื้ออาหารดีๆ ให้พ่อกินตามคำแนะนำของเธอ รวมทั้งเขาคิดว่าอาจนำเงินไปลงทุนซื้อสินค้ามาขายแบบแบกะดินเพื่อสร้างรายได้ให้ตนเองแม้แต่การขายสินค้าออนไลน์เขาก็มีแนวความคิดสร้างรายได้เช่นกัน
เมื่อณิชาหยิบแจกันขึ้นมาดูอย่างระมัดระวังและแ่เบาเธอััได้ถึงพลังลึกลับบางสายที่ห้อมล้อมมือสองข้างของตนเองทำให้เธอมั่นใจเต็มร้อยว่าแจกันลายครามนี้เป็ของแท้อย่างแน่นอนที่สำคัญคือไม่มีรอยบิ่นแม้แต่น้อย ย่อมแสดงว่าเ้าของเก็บรักษาไว้เป็อย่างดีซึ่งเธอคาดเดาว่าราคาที่แท้จริงในท้องตลาดอาจสูงถึงสองสามแสนหยวนหรืออาจมากกว่านั้นหากประมูล
“ลวดลายสวยงามมากจริงๆทั้งที่พี่ไม่ชอบของเก่าเท่าใดนัก แต่พี่ว่าลวดลายที่เก่าแก่แบบนี้ช่างมีมนต์ขลังดูแล้วสวยงามทีเดียว”
ณิชากล่าวชื่นชมแจกันของเจียงหานอย่างจริงใจเธอคิดว่าจะเพิ่มเงินให้เจียงหานเป็สามหมื่นหยวนเพราะเชื่อมั่นว่าตนเองจะต้องขายได้ไม่ขาดทุนแน่นอน
เจียงหานยิ้มกว้างอย่างยินดีที่ณิชาแสดงท่าทางชื่นชอบแจกันลายครามของตนเขาคาดหวังว่าเธอจะซื้อและไม่ต่อรองราคาอีก
“ถ้าพี่สาวชอบก็ซื้อเถอะครับผมไม่กล้าขายให้คนอื่นเหมือนกัน กลัวว่าพวกเขาจะให้ราคาผมต่ำเกินไป”
“แน่นอนพี่สาวไม่ต่อรองเธอแน่ พี่สาวจะให้เธอสามหมื่นหยวนเลย เป็แจกันที่สมบูรณ์แบบและมีลวดลายที่สวยงามจริงๆ”
ณิชากล่าวยืนยันราคาพร้อมกับบอกจำนวนเงินที่เธอตั้งใจไว้แต่แรกกับเจียงหานโดยตรงทำให้เจียงหานยิ้มกว้างอย่างยินดีพลางตอบกลับคืนเธอว่า
“ดีครับถ้างั้นผมจะได้แจ้งโพสต์ไปว่า แจกันของผมขายไปแล้ว”
เจียงหานพยักหน้าเข้าใจพร้อมกับหยิบโทรศัพท์เตรียมจะแจ้งในโพสต์เพื่อประกาศให้สาธารณชนรับทราบ
ณิชาพลันท้วงท่าทางของเขาด้วยความแปลกใจว่า“เอ๊! ไม่กลัวพี่โกงเธอหรอกหรือ?”
“ไม่ครับผมเชื่อว่าพี่สาวไม่ใช่คนแบบนั้น”
เจียงหานส่ายหน้าพลางตอบตามสัญชาตญาณซึ่งเขาเชื่อมั่นว่าณิชาไม่ใช่โจรหรือคนหลอกลวงอย่างแน่นอน
ณิชายิ้มน้อยๆให้กับเจียงหานอย่างเข้าใจ เธอเก็บแจกันลายครามลงไปกล่องกระดาษแล้วปล่อยให้เจียงหานอุ้มแจกันตามเธอไปตู้กดเงินซึ่งณิชากดเงินสดออกมาโดยตรงสามหมื่นหยวน ทำให้เหลือเงินในบัญชีของเธอแค่หกหมื่นหยวนเท่านั้น
“อะนี้เงินสามหมื่นหยวนสำหรับน้องชาย”
ณิชายื่นเงินสดปึกย่อมให้กับเจียงหานโดยตรงสร้างความยินดีให้กับเจียงหานเป็อย่างยิ่ง เขารีบส่งมอบแจกันของตนเองให้กับเธอแล้วหยิบเงินแลกกัน เป็การซื้อขายที่รวดเร็วและง่ายดายเป็อย่างมาก
“ขอบคุณมากครับพี่สาว”
เจียงหานยิ้มกว้างพลางกล่าวขอบคุณเธออย่างยินดีเพราะไม่เพียงแค่ณิชาไม่ต่อรองราคาเท่านั้น ทว่ายังเพิ่มเงินให้เขาอีกด้วย
จากนั้นณิชาเหลือบมองเห็นเจียงหานวิ่งตรงเข้าไปในโรงพยาบาลอย่างกระตือรือร้นบ่งบอกว่าข้อมูลที่เจียงหานบอกกับเธอเื่พ่อป่วยนั้นเป็ความจริงซึ่งเธอเชื่อมั่นในสัญชาตญาณตนเองมากกว่าที่จะตามไปตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเจียงหานใช้จ่ายเงินตามเหตุผลที่บอกเธอไว้ก่อนหรือไม่
“หวังว่าเงินจำนวนนี้จะช่วยรักษาพ่อเจียงหานได้นะ”
ณิชาพึมพำอย่างยินดีที่เธอได้ช่วยเหลือเจียงหานและพ่อของเขาพร้อมกับที่เธอจะมีรายได้เพิ่มขึ้นเป็ครั้งแรกเธอรีบโทรหากู้เลี่ยงหวงทันทีเพราะกังวลว่าเขาจะปิดร้านและกลับบ้านไปก่อน
“เหยาเหยาโทรมาพอดีเลยว่างมาหาปู่ที่ร้านไหม?มากินข้าวเย็นด้วยกัน เสี่ยวจวินเอาวีซ่าใหม่มาให้หนูด้วยนะ”
กู้เลี่ยงหวงบอกณิชาอย่างยินดีเพราะตอนนี้เขากำลังรออาหารอยู่ ซึ่งเขากำลังจะกินอาหารเย็นกับหยางจวินหากมีณิชามาร่วมด้วย อาจทำให้บรรยากาศการกินข้าวสดชื่นขึ้นโดยเฉพาะสีหน้าของหยางจวินที่ตาโตเป็ประกายอย่างยินดีเมื่อได้ยินชื่อของเธอ
“ได้ค่ะอีกเกือบสิบห้านาที หนูจะไปถึงร้านนะคะ”
ณิชาตอบรับอย่างยินดีเพราะปัญหาของเธอหลายอย่างได้รับการแก้ไขไปบางส่วนแล้วกอปรกับเธอ้าให้ชายชราตีราคาแจกันลายครามใบนี้เพราะไม่อยากถือกลับห้องพักเนื่องด้วยเธอไม่้าตอบคำถามของเพื่อนข้างห้องที่ชอบสอดรู้สอดเห็น
หยางจวินเตรียมที่จะส่งเสียงบอกณิชาว่าเขาจะไปรับเธอมาที่ร้านจินหลงแอนทีคเองทว่ากู้เลี่ยงหวงพลันกดปิดโทรศัพท์ตัดสายไปแล้วทำให้หยางจวินส่งเสียงฮึดฮัดอย่างไม่พอใจว่า
“ปู่กู้ทำไมวางสายเร็วนักละครับ?”
“เดี๋ยวแม่หนูเหยาก็มาแล้วจะร้อนใจไปทำไม? ปู่เพิ่งได้ชาดีมาใหม่จิบชาเป็เพื่อนปู่ก่อนสิ มาๆ”
กู้เลี่ยงหวงเหล่ตามองหยางจวินพลางพูดปลอบใจเขาไม่้าให้หยางจวินแสดงออกเร็วเกินไปเพราะเขาสังหรณ์ใจว่าณิชาอาจมีคนรักอยู่ก่อนแล้วจึงไม่้าเห็นหยางจวินเสียใจเพราะความรักอีก
เขารินชาให้หยางจวินอย่างเอาใจพลางอมยิ้มกับท่าทางอยู่ไม่สุขของชายหนุ่ม ซึ่งเขาไม่คิดว่าหลานชายนอกสายเืตรงหน้าจะเสียอาการได้มากขนาดนี้
สักพักหนึ่งณิชาอุ้มกล่องกระดาษมาถึงร้านจินหลงแอนทีคหยางจวินเหลือบมองเห็นเธอ เขาปราดเข้ามาช่วยถือกล่องกระดาษแทนพลางสอบถามเธอด้วยความห่วงใยว่า
“คุณเหยาหอบอะไรมาครับนี่? เดี๋ยวก็หกล้มหรอกไปนั่งเตรียมกินข้าวเลยครับ”
“ขอบคุณมากค่ะฉันถือเองก็ได้ อย่ากังวลไปเลยค่ะ มันไม่ได้หนักเท่าไหร่”
ณิชาเตรียมปฏิเสธเขาทว่าเธอจำต้องปล่อยมือเพราะไม่อยากยื้อแย่งกล่อง จนทำให้กล่องหลุดมือแล้วเกิดอุบัติเหตุได้เนื่องจากนี่คือรายได้ก้อนแรกของเธออย่างเป็ทางการซึ่งเธอไม่้าให้เกิดข้อผิดพลาดใดๆ ทั้งสิ้น
“ไม่เป็ไรครับกล่องอะไรนี่ คุณเหยาไปซื้ออะไรมาหรือ?”หยางจวินถามณิชาด้วยความสงสัย
“มาๆ มากินข้าวกันก่อนมีอะไรค่อยคุยทีหลัง” กู้เลี่ยงหวงส่งเสียงเรียกหยางจวินและณิชาไปกินข้าวก่อนสนทนาระหว่างกัน
หยางจวินจึงวางกล่องกระดาษไว้บนโต๊ะประเมินก่อนที่จะเดินไปกินข้าวกับณิชา โดยระหว่างเตรียมกินข้าวนั้น มีเมนูผัดซี่โครงหมูราดซอสซึ่งกลิ่นหมูทำให้ณิชารู้สึกพะอืดพะอมขึ้นทันทีทันใดอย่างกลั้นไม่อยู่เธอผุดลุกขึ้นวิ่งไปห้องน้ำในทันที
“อุ๊บ.......”
“อ๊ะ! คุณเหยาเป็อะไรครับ?”หยางจวินส่งเสียงถามพร้อมกับวิ่งตามไปดูแลณิชาด้วยความห่วงใย
กู้เลี่ยงหวงใช้ตะเกียบคีบซี่โครงหมูราดซอสขึ้นมาดมเขาพบว่าบนโต๊ะอาหารมีแค่จานเดียวที่เป็หมู นอกนั้นเป็ผักและอาหารทะเลเขาพึมพำขึ้นมาด้วยความแปลกใจว่า
“เหม็นหมูไม่ชอบหมูเหมือนเสี่ยวหลงเลย เอ!จะว่าไปอาการของเหยาเหยา เหมือนกับอาการของอันเอ๋อร์เสียจริง ”
กู้เลี่ยงหวงหรี่ตามองทิศทางห้องน้ำที่ณิชาวิ่งไปเขานึกถึงอาการผิดปกติของภรรยาตนเมื่อครั้งตั้งครรภ์ซึ่งมีอาการเหม็นหมูเหมือนกับณิชาไม่ผิดเพี้ยนที่สำคัญคือยังมีคนเหม็นหมูเหมือนกับณิชาอีกหนึ่งคนนั่นคือเ้านายใหญ่หรือจ้าวหลงนั่นเอง
“หวังว่าจะไม่ใช่อย่างที่ฉันคิดไว้หรอกนะ”
กู้เลี่ยงหวงถอนหายใจพลางพึมพำด้วยความกังวลเพราะหากณิชาตั้งครรภ์จริง ย่อมแสดงว่าเธอมีสามีอยู่ก่อนแล้วแต่อาจมีปัญหาระหว่างกันถึงได้แยกกันอยู่ซึ่งคนที่ผิดหวังย่อมเป็หยางจวินอย่างแน่นอนทำให้เขารู้สึกห่วงใยความรู้สึกของหยางจวินที่ตอนนี้แสดงออกชัดเจนว่าชอบพอณิชา
หยางจวินส่งเสียงถามณิชานอกห้องสุขาอย่างกังวลว่า“คุณเหยาเป็ยังไงบ้างครับ?”
มีเสียงอาเจียนเล็ดลอดออกมาจากภายในห้องสุขายิ่งทำให้หยางจวินรู้สึกกังวลและร้อนรนมากยิ่งขึ้น เขาตบประตูห้องพลางเดินไปมาครู่หนึ่งณิชาตอบกลับด้วยน้ำเสียงอ่อนเพลียว่า
“ไม่เป็ไรค่ะฉันแค่รู้สึกเหม็นหมูเฉยๆ อีกครู่หนึ่งเดี๋ยวออกไปค่ะ”
ณิชาไม่กล้าที่จะบอกหยางจวินว่าตนเองตั้งครรภ์เพราะอาจทำให้เื่วุ่นวายมากกว่าเดิมจึงเลือกที่จะนิ่งเงียบไปก่อนอย่างน้อยเธอก็ไม่ได้รู้สึกเวียนหัวหรือผิดปกติมากกว่านี้ซึ่งเธอมั่นใจว่าตนเองสามารถทำงานในร้านได้อย่างไม่บกพร่องแน่นอน