อู๋ฮูหยินที่กำลังจะอ้าปากตำหนิชายหนุ่มตรงหน้าที่แต่พอได้ยินเหตุผลเกี่ยวกับความปลอดภัยของอู๋จือก็จำต้องหุบปากลง ในใจก็นึกบ่นให้บุตรสาวที่เป็สาวเป็นางไม่รู้จักระวังตัว ดื่มจนเมาหยำเป หากถูกคนเลวฉุดคร่าไปคงกลายเป็โศกนาฏกรรม
ฮัวหยางดูจากสายตาของอู๋ฮูหยินก็พอจะรู้ว่าอีกฝ่ายทั้งอยากตำหนิตนและบุตรสาวเสเพล “ห้องนางอยู่ที่ใดขอรับ ข้าส่งแล้วจะได้รีบกลับ”
คำพูดของเขาเตือนสติให้เ้าของบ้านหญิงทราบว่า ไม่ควรปล่อยให้เขายืนอุ้มอู๋จืออยู่เช่นนี้เพราะหากมีเพื่อนบ้านผ่านมาเห็นเข้าจะกลายเป็เื่ซุบซิบนินทาให้บุตรสาวของนางเสียหาย
“ห้องของจือจืออยู่ใกล้ๆ นี่เอง นางนอนกับเสี่ยวเหอตี้เ้าค่ะ” มารดาของ อู๋จือรีบเดินนำหน้าไปยังประตูเรือน
ฮัวหยางวางมือปราบหญิงลงบนเตียง หันไปด้านข้างมีเตียงเล็กอีกอันตั้งอยู่ เด็กชายวัยรุ่นผู้หนึ่งกำลังนอนหลับ
อู๋ฮูหยินเห็นสายตาของคุณชายฮัวก็รีบอธิบาย
“นั่นเสี่ยวเหอตี้ น้องชายของจือจือ กำลังศึกษาอยู่ที่สถาบันเค่อเฉิง เขาอ่านหนังสือหนักก็เลยเข้านอนแต่หัววันเ้าค่ะ”
“ท่าทางจะเป็เด็กขยันเรียนนะขอรับ”
“เ้าค่ะ เสี่ยวเหอตี้สอบได้อันดับหนึ่งในชั้นเรียนด้วย” สายตาของอู๋ฮูหยินฉายแววภาคภูมิใจในตัวบุตรชายคนเล็ก
“ดีนะขอรับ พี่น้องนอนห้องเดียวกัน อบอุ่นดี”
อู๋ฮูหยินยิ้มกระอักกระอ่วน คุณชายท่านนี้ช่างรู้ความ บ้านของนางหลังเล็กมากจนมีห้องนอนไม่พอจำนวนคนต่างหาก ดังนั้นบุตรชายจึงต้องนอนร่วมห้องกับพี่สาว ส่วนลูกสาวคนรองก็ไปนอนเตียงใหญ่กับมารดา
ฮัวหยางเห็นอู๋จือนอนห้องเดียวกับน้องชาย เขาก็นึกถึงน้องชายตนเองที่มักแอบหนีมานอนที่ห้องกับเขาบ่อยๆ
“ข้าร้อน! ข้าอยากถอดเสื้อผ้า!” อู๋จือลุกขึ้นมานั่งโวยวาย
“จือจือ อย่าดื้อสิ ตอนนี้มีคนอื่นอยู่ด้วย เ้าเป็สาวเป็แส้จะถอดเสื้อผ้าส่งเดชไม่ได้นะ” ผู้เป็มารดารีบโผเข้าไปดึงมือของอู๋จือที่กำลังพยายามถอดเสื้อผ้าของตนออก “มาๆ แม่จะถอดรองเท้าให้ เ้าเมาแล้วก็นอนเสียเถิด เด็กดี เ้าจะดิ้นทำไมกัน ” อู๋ฮูหยินเอ็ด
มือปราบหญิงที่กำลังอยู่ในภวังค์ว่าตนเองกำลังต่อสู้กับคนร้าย ก็เริ่มขยับมือขยับเท้าโวยวายไม่เป็ภาษาจนมารดาเอือมระอา พูดจาสะเปะสะปะจับความไม่ได้
“ท่านน้าขอรับ ข้าว่านางเมาเช่นนี้คงจะรู้สึกไม่ค่อยสบายตัว ควรจะเช็ดตัวแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าเสียก่อน ท่านไปหาน้ำกับผ้ามาเถิด ข้าจะเฝ้านางให้เอง”
“จะดีหรือเ้าคะ ”
“ห้องนี้มีเสี่ยวเหอตี้อยู่ด้วย ถ้าข้าจะกลับไปเลยก็กลัวว่าอู๋จือจะดิ้นตกเตียง หากนางเกิดาเ็ พรุ่งนี้จะไปทำงานลำบาก ท่านรีบไปเตรียมน้ำสำหรับเช็ดตัวมาเถิดขอรับ”
อู๋ฮูหยินมองคุณชายใหญ่ฮัวด้วยความเกรงใจ “ไม่เป็ไรจริงๆ ขอรับ ท่านน้าไม่ต้องเกรงใจ ถือเสียว่าข้าเป็สหายของอู๋จือก็แล้วกัน”
ผู้เป็มารดาจนด้วยคำพูด นางไม่กล้าโต้แย้งกับเ้านายของอู๋เสี่ยวถง เกิดคุณชายใหญ่ฮัวไม่พอใจขึ้นมา ไล่ลูกสาวคนรองของนางออกจากงาน เกรงว่ารายได้จะหดหาย
ในห้องยังมีอู๋เหอตี้อยู่ คุณชายใหญ่ฮัวคงไม่ทำตัวรุ่มร่ามกับบุตรสาวของนางแน่
“เ้าค่ะ รบกวนคุณชายแล้ว”
ฮัวหยางทรุดตัวลงนั่งขอบเตียง มองใบหน้าเล็กๆ ของคนเมา นางนอนสงบกางแขนกางขา เขาจึงช่วยจัดท่าทางการนอนของนางให้เรียบร้อย
พลันเสียงละเมอท่องคัมภีร์การปกครองของอู๋เหอตี้ที่นอนอยู่เตียงข้างๆ ก็ดังขึ้น เขาก็หันไปดูเด็กชายผู้นั้น ครู่หนึ่งจึงลุกไปยังที่นั่งยกระดับริมหน้าต่างที่มีโต๊ะอ่านหนังสือตัวเล็กตั้งอยู่
เขาก้มลงมองดูตำราเรียนที่ดูกางทิ้งไว้ นั่นน่าจะเป็ตำราที่มีคนมอบให้ต่อมา เพราะเก่าจนกระดาษจะเปื่อยอยู่แล้ว
คุณชายใหญ่ฮัวเดินกลับมานั่งริมเตียงของอู๋จืออีกที ปากเล็กๆ ของนางที่เขาเคยจูบมาแล้วสามครั้ง กำลังขยับขึ้นลง เขาสงสัยว่านางกำลังฝันเห็นสิ่งใด จึงชะโงกหน้าตั้งใจฟัง
“เ้าหมอชั่ว เ้าคนถ่อย ฮัวหยาง เก่งแต่รังแกข้า”
คุณชายใหญ่ผู้ได้รับการตามใจมาทั้งชีวิตหน้าตึงขึ้นทันที เขาให้เงินนางตั้งร้อยตำลึงเป็ค่าจ้างทดลองยา และครั้งนี้อุตส่าห์ตามมาส่งถึงบ้าน แต่นางกลับคิดแค้นเขาอยู่ในใจ
“เ้านี่มัน ไม่รู้จักบุญคุณคนจริงๆ”
เขายกมือขึ้นจับแขนนางที่กำลังชูปัดป่ายคล้ายกำลังพยายามต่อยตี ฮัวหยางเดาว่านางกำลังคิดจะทำร้ายเขา ชายหนุ่มใช้สองมือกดแขนของนางไว้ทั้งสองข้างแล้วก้มลงจูบที่หน้าผากนาง
“อึก!” เด็กชายแซ่อู๋นอนตะลึงจ้องดูสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า ไม่อาจจะห้ามอาการใจะสะอึกออกมา
ฮัวหยางที่ผละออกจากใบหน้าของอู๋จือหันมอง อู๋เหอตี้ที่นอนมองเขาตาปริบๆ
“เ้าห้ามพูดเื่นี้เด็ดขาด เข้าใจหรือไม่ ” ฮัวหยางทำสายตาปรามเด็กชายพร้อมยกนิ้วชี้ของตนแตะริมฝีปาก
เด็กชายมองดูใบหน้าหล่อเหลาราวเทพจุติและเสื้อผ้าหรูหราของอีกฝ่ายพอประเมินได้ว่าน่าจะเป็คุณชายผู้ร่ำรวย
อู๋เหอตี้ก็ไม่กล้าส่งเสียง ได้แต่พยักหน้าเบาๆ ฮัวหยางควักเอาถุงเงินออกมาแล้วหยิบเงินหนึ่งตำลึงยื่นให้กับอู๋เหอตี้ เด็กชายยื่นมือข้างหนึ่งออกมารับ ในใจได้แต่ขออภัยที่เขาจำต้องขายพี่สาวกิน
‘พี่จือจือ ไหนๆ ท่านก็เมาไม่รู้เื่ หน้าผากล้ำค่าของท่านทำให้ข้ามีเงินก้อนใหญ่ นี่หากคุณชายผู้นี้จูบท่านล่ะก็ เห็นทีข้าคงร่ำรวย’
อู๋ฮูหยินเสียเวลาต้มน้ำอยู่นาน นางเทน้ำร้อนใส่อ่างไม้ใบเล็กๆ และผสมน้ำเย็นลงไป แตะดูว่าอุ่นพอดีก็หันไปหยิบเอาผ้าผืนเล็กมาด้วย
“ขอบคุณคุณชายมาก ท่านกลับไปได้แล้วล่ะเ้าค่ะ”
“ขอรับ วันหน้าแล้วข้าจะมาเยี่ยมท่านน้าใหม่”
“ไม่ต้องหรอกเ้าค่ะ บ้านข้าหลังเล็ก คับแคบ ไม่คู่ควรจะต้อนรับคุณชายใหญ่ เอาไว้ข้าจะให้จือจือไปขอบคุณท่านจะเหมาะกว่า”
“ไม่ต้องเกรงใจถึงเพียงนั้นหรอกขอรับ ถือเสียว่าข้าเป็สหายคนหนึ่งของอู๋จือก็แล้วกัน”
อู๋ฮูหยินชะงัก สหายกับผีอะไรกัน คนอย่างลูกสาวของนางจะไปมีสหายเป็คุณชายตระกูลร่ำรวยติดอันดับต้นๆ ของเมืองหลวงได้อย่างไร ทางที่ดีทั้งสองฝ่ายไม่ควรเกี่ยวข้องกันจะดีที่สุด
“อย่าเลยเ้าค่ะ พวกเราฐานะแตกต่างกัน คุณชายช่วยเหลือลูกสาวข้า ข้าขอบพระคุณอย่างยิ่ง เชิญท่านกลับเถิด”
อู๋จือรู้สึกตัวตื่นขึ้นในตอนสาย เมื่อคืนนางหลับสนิทไม่ฝันถึงสิ่งใด แต่พอยันกายขึ้นนั่งเอาหลังพิงหัวเตียงได้ครู่หนึ่ง พอเห็นว่าตนเองกลับมานอนในบ้านก็สบายใจ
‘เมื่อคืนข้าเมาแล้วโซเซออกจากบ้านงาน จากนั้นก็...ก็เจอเ้าหมอถ่อย แล้ว...แล้วยังไงอีก ’
ความทรงจำเมื่อคืนก็ค่อยๆ หลั่งไหลกลับมา ที่ข้างกำแพงไม่ไกลจากบ้านของหัวหน้าจาง นางถูก...ถูกคนถ่อยนั้น...จูบอีกแล้ว
“ฮัวหยาง เ้าหมอโฉด ที่แท้ก็จ้องจะรังแกข้า”
นางพลันนึกออกว่าถูกคนผู้นั้นปล้นจูบจนหลังชิดกำแพง ซ้ำยังถูกอุ้มขึ้นรถม้า จากนั้นก็ไม่รู้สึกตัวอีกเลย อู๋จือก้มลงมองเสื้อผ้าที่ตนสวมใส่ นางยกแขนเสื้อขึ้นมาดม กลิ่นเสื้อผ้าเพิ่งซักทำให้รู้ว่าตนเองได้รับการเปลี่ยนเสื้อผ้า นางรีบลุกจากเตียงวิ่งออกไปนอกห้อง
“ท่านแม่! ท่านแม่!”
อู๋ฮูหยินที่กำลังสาละวนกับการล้างผักเพื่อทำผักดองได้ยินเสียงร้องเรียกของบุตรสาวก็หันมาดู
"จือจือ เ้าตื่นแล้วหรือ น้ำแกงสร่างเมาอยู่ในครัว เ้าไปอุ่นเอาเองเถิด”
อู๋จือไม่สนใจเื่น้ำแกงนั่น นางสาวเท้าเข้าไปนั่งยองๆ อยู่ข้างมารดา
“ท่านแม่ เมื่อคืนข้ากลับมาได้อย่างไร ”
“อย่าเสียงดังสิ เมื่อคืนเ้าเมามาก เดินโซเซอยู่ข้างกำแพง คุณชายใหญ่ฮัวเห็นเข้าก็เลยอุ้มเ้าขึ้นรถม้ามาส่งถึงบ้าน ดีแค่ไหนแล้วที่เ้าไม่ถูกคนชั่วฉุดคร่าไป คราวหน้าอย่าได้ดื่มจนเป็เช่นนี้อีก ไม่อย่างนั้นแม่จะตีเ้าให้ตาย” อู๋ฮูหยินยิ่งพูดก็ยิ่งโมโห บุตรสาวคนโตของนางช่างไม่รู้จักระมัดระวังตัว
************
