บนโลกผู้ฝึกตนระดับจอมยุทธเป็เพียงขอบเขตสูงสุดของขั้นพื้นฐานเอาไปเทียบกับผู้ฝึกจิตไม่ได้แม้แต่เศษฝุ่นบนรองเท้า
แต่ถึงอย่างไรสำหรับเมืองเล็กๆดั่งเช่นเมืองไผ่แดงระดับจอมยุทธก็จัดได้ว่าเป็ผู้มีอำนาจน่าเกรงขาม มากจนขนาดจ้าวเมืองเล็กๆยังต้องให้เกียรติ
ไม่นานปราณมหาศาลที่ไหลเวียนอยู่ภายในบ้านก็เจือจางลงจนกลับเป็ปกติ
พ่อบ้านหวังกับหลิ่งซานต่างพากันตื่นเต้นดีใจจนยิ้มแก้มปริหากไม่ได้ปราณหนาแน่นดั่งเช่นวันนี้เกรงว่าการยกระดับพลังของทั้งสองคนคงไม่มีวันก้าวะโไปไกลขนาดนี้
ทั้งคู่ต่างเร่งปรับสมดุลพลังให้คงที่ก่อนจะรีบวิ่งออกจากบ้านไปเพื่อหาสถานที่ในการทดสอบพลังของตนเอง
เวลาผ่านไปนานกว่าสามเดือนในที่สุดข่าวการตายของราชันปีศาจโลหิตก็แพร่กระจายไปทั่วเขตแดนมนุษย์ราวกับไฟป่า
ทุกหนแห่งต่างยกเื่เหตุการณ์ในวันนั้นมาพูดคุยกันไม่หยุดปาก
“ข้าได้ข่าวมา เป็พวกปีศาจที่เริ่มโจมตีวิหารวารีเทพก่อน”
“มันจะเกินไปแล้วนะ ไอ้พวกตัวบัดซบ”
กลุ่มผู้ฝึกตนต่างเริ่มโมโหด่าทอเผ่าปีศาจอย่างเมามันสำหรับเผ่าพันธุ์มนุษย์แล้ว วิหารวารีเทพเปรียบได้ดั่ง 1 ใน 4 ผู้นำของพวกเขา
ซึ่งการถูกบุกมาโจมตีถึงกลางเขตแดนมนุษย์มันทำให้พวกเขารู้สึกเหมือนถูกเหยียบหน้า
เดิมทีทั้งสองเผ่าพันธุ์ก็ไม่ได้ชอบหน้ากันอยู่แล้วหากไม่เพราะสัญญาสงบศึกของบรรพชนปีศาจและมนุษย์ าของสองเผ่าพันธุ์คงไม่มีวันหยุดลง
ณ เขตแดนปีศาจ
ผู้นำทั้ง 4เผ่าปีศาจต่างมารวมตัวประชุมทันทีเมื่อทราบข่าวการตายของราชันปีศาจโลหิต
“ข้าตัวแทนเผ่าปีศาจโลหิต จะเปิดากับมนุษย์อีกครั้งหวังว่าพวกท่านจะเข้าร่วมในศึกครั้งนี้” ตัวแทนจากเผ่าปีศาจโลหิตกล่าวเสียงดังกลิ่นอายฆ่าฟันรอบตัวรุนแรงจนขีดสุด
ผู้นำของเขาถูกพวกมนุษย์ต่ำต้อยลวงไปฆ่าจนตายจะไม่ให้เขาโกรธแค้นได้อย่างไร
“โง่เขลาสิ้นดี หากไม่เพราะผู้นำเ้าสิ้นคิดคบหากับมนุษย์เป็สหายเขาคงไม่ต้องตกตายเช่นนั้นหรอก” 1 ใน 4ผู้นำปีศาจสบถเ็า
“ท่านพูดเช่นนี้ หมายความว่าไม่้าเข้าร่วมาในครั้งนี้?” ตัวแทนเผ่าปีศาจโลหิตมองอีกฝ่ายด้วยสายตาดูถูกแม้ตัวเขาจะมีสถานะด้อยกว่ามาก แต่เมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่คิดเข้าร่วมก็อดจะรู้สึกโมโหไม่ได้
“นี่เป็าเพื่อเกียรติของปีศาจหนึ่งในสายเืหลักถูกฆ่าตาย การคงอยู่ของพวกเราถูกสั่นคลอน แต่พวกท่านกลับนิ่งเฉยไม่คิดช่วยเหลือช่างน่าเศร้าใจนัก” ผู้แทนเผ่าปีศาจโลหิตกวาดสายตาดูถูกจ้องมองทั้งสามผู้นำปีศาจ
“เป็แค่ตัวแทนกลับพูดจาโอหังนักเ้ารู้หรือไม่หากเปิดาขึ้นมาจริงๆจะเป็อย่างไร พวกเราเหลือผู้นำเพียงสามแต่พวกมันยังเหลือครบทั้งสี่”
“ยังมีผลึกพลังของผู้นำพวกเ้าที่ไปตกอยู่ในมือพวกมันอีกในเวลานี้มนุษย์คงมีระดับเซียนเพิ่มขึ้นมา 1-2 คนเป็อย่างน้อย”
“เ้าคิดว่าลำพังแค่พวกเราทั้ง 4เผ่าจะสู้ชนะางั้นรึ” สตรีชุดแดงลุกขึ้นชี้หน้าด่าอย่างเกรี้ยวกราดไม่ใช่ว่าเธอไม่อยากเข้าร่วม แต่าครั้งนี้แทบไม่มีวันชนะ
ผู้นำอีกคนที่นั่งเงียบมาตลอดได้แต่ถอนหายใจตามข่าวที่ได้ยินมาราชันปีศาจโลหิตเป็ฝ่ายโจมตีก่อน ซึ่งเป็พวกเขาเองที่ผิดเต็มๆหากยังฝืนเปิดาขึ้นอีก ก็หมายความว่าพวกเขาจงใจฉีกหน้าบรรพชน
พวกเขาไม่มีทางเลือกนอกจากต้องยอมนิ่งเงียบ
การตายของราชันปีศาจโลหิตทำให้เกิดการโต้เถียงขึ้นอย่างรุนแรงมีทั้งกลุ่มที่้าเข้าร่วมา และกลุ่มที่ไม่้าให้เกิดขึ้น
ซึ่งภายนอกห้องประชุมเองก็เกิดการโต้เถียงขึ้นไม่หยุดเช่นเดียวกัน
“ไอ้พวกขี้ขลาดตาขาว หนึ่งในผู้นำพวกเราถูกฆ่าแต่พวกเ้ากลับเลือกนิ่งเฉย”
“มันจะเกินไปแล้ว ไม่ใช่ว่าพวกข้าไม่กล้าแต่การฉีกสัญญาสงบศึกไม่เท่ากับว่าพวกเราตบหน้าบรรพชนที่ให้สัญญากับพวกมนุษย์ไว้รึ”
“แต่การนิ่งเฉยก็ไม่ต่างจากการถูกพวกมันเหยียบหน้า เื่นี้ข้ายอมไม่ได้”
ในขณะที่การโต้เถียงทวีความรุนแรงขึ้นจนเกือบเกิดการปะทะ
บนท้องฟ้าเหนือห้องที่ผู้นำของทั้ง4 เผ่าปีศาจประชุมกันอยู่
พลันเกิดอากาศแปรปรวนลมพายุโหมกระหน่ำรุนแรงราวกับจะหอบเอาบ้านทั้งหลังให้ลอยหายไป
และในเวลานั้นเองก็มีชายหนุ่มชุดดำยืนนิ่งอยู่กลางอากาศ
“หากพวกเ้าเป็ห่วงเกียรติของบรรพชนมากนัก ก็จงรีบดับทำลายดินแดนมนุษย์ให้สิ้นซาก” เขาจ้องมองเผ่าปีศาจทั้งสี่ด้วยสายตานิ่งเฉยพร้อมกับเอ่ยปากอย่างแ่เบา
แต่เสียงที่ดูเหมือนแ่เบานั้นกลับดังกึกก้องราวกับฟ้าผ่าเมื่อคำพูดนั่นหลุดออกมาจากปากชายหนุ่มบนท้องฟ้า
อำนาจมากมายมหาศาลที่แฝงอยู่ในถ้อยคำทำเอาเหล่าบรรดาปีศาจที่มีระดับพลังต่ำกว่าผู้ฝึกจิตขั้น 5ต่างหน้าซีดล้มหมดสติไปอย่างไร้ทางต่อต้าน
ราชันปีศาจทั้งสามต่างตื่นตระหนกรีบทะยานออกมาดู เพียงพริบตาที่เห็นชายหนุ่มชุดดำบนท้องฟ้า
ทั้งสามก็ทรุดตัวลงคำนับต่อหน้าชายหนุ่มชุดดำ
“คารวะ ท่านบรรพชน” ราชันปีศาจทั้งสามต่างเปล่งเสียงดังอย่างพร้อมเพรียง
เสียงของพวกเขาดังกึกก้องกังวานชนิดที่ไม่มีปีศาจตนใดไม่ได้ยิน
ชั่วพริบตาต่อมาเหล่าบรรดาปีศาจทุกตนที่อยู่รอบๆต่างรีบคุกเข่าคำนับชายหนุ่มชุดดำบนท้องฟ้า
ทุกตนต่างแสดงออกถึงความเคารพนับถืออย่างสุดหัวใจราวกับว่าตัวตนตรงหน้าพวกเขาคือเทพเ้าสูงสุด
“เื่ครั้งนี้ พวกมนุษย์เป็ฝ่ายเริ่มก่อนไม่มีเหตุผลจะต้องยอมให้ไอ้พวกมนุษย์ชั้นต่ำ จงไปทำลายมันให้หมด” ชายหนุ่มชุดดำเผยแววตาเกรี้ยวกราดกลิ่นอายเทพปีศาจแผ่ออกจนเกิดคลื่นลมแรงพัดกระจายไปรอบทิศ
เป็บรรพชนปีศาจเองที่โกรธแค้นเผ่ามนุษย์มากยิ่งกว่าใครนั่นก็เพราะราชันปีศาจโลหิตที่ตายไปเป็สายเืของเขา หลานชายเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ จะไม่ให้เขาเกรี้ยวกราดได้อย่างไร
ด้วยตัวตนระดับเทพปีศาจเป็ธรรมดาที่เขาจะรับรู้ถึงความจริงของเื่ราวทั้งหมด
บรรพชนปีศาจตนอื่นๆอาจจะปิดหูปิดตาแกล้งไม่รับรู้เพื่อให้สัญญาของสองเผ่าพันธุ์ยังคงอยู่
แต่กับบรรพชนปีศาจโลหิตนี่มันคือชีวิตของหลานชายเพียงคนเดียว เขายอมปิดหูปิดตาต่อไปไม่ได้อีกแล้ว
การลอบเข่นฆ่าระหว่างเผ่าพันธุ์มนุษย์และปีศาจเกิดขึ้นมาตลอดหลายพันปีแต่ส่วนใหญ่บรรพชนของทั้งสองฝ่ายต่างแกล้งทำเป็ไม่รู้ไม่เห็นเพื่อรักษาสัญญาเอาไว้
เผ่าปีศาจโลหิตที่สูญเสียผู้นำไปพลันเมื่อได้ยินคำสั่งของบรรพชนพวกเขาต่างก็เงยหน้าขึ้นฟ้าคำรามอย่างเกรี้ยวกราด
ออร่าแดงฉานของทุกตนในเผ่าปีศาจโลหิตต่างะเิออกราวกับจะฉีกอากาศออกเป็เสี่ยงๆแววตาดุร้ายสาดส่องจ้องมองไปยังเขตแดนมนุษย์
ข่าวการมาถึงของบรรพชนปีศาจโลหิตแพร่มาถึงดินแดนมนุษย์อย่างรวดเร็ว
4 วิหารศักดิ์สิทธิ์ต่างตื่นตัวกับข่าวใหญ่รีบสั่งการให้ทุกเมืองจัดเตรียมกำลังพลให้พร้อมสำหรับาที่จะมาถึง
ภายในวิหารวารีเทพ
“โง่บัดซบ สิ่งที่เ้าทำลงไปก่อให้เกิดา”
“มีต้นตระกูลอยู่แดนบรรพชนแล้วคิดอยากทำอะไรก็ทำหรือไงกัน”
“เื่มันมาถึงขนาดนี้ ภาวนาขอให้บรรพชนเ้ามาช่วยออกหน้าเถอะ”
จ้าววิหารทั้งสามที่เปรียบดั่งผู้นำเขตแดนมนุษย์ต่างมาเยือนวิหารวารีเทพโดยไม่ได้นัดหมาย
ทุกคนต่างเข้ามาเพื่อต่อว่าจ้าววิหารวารีเทพคนปัจจุบัน
ก่อนหน้าเื่การลอบสังหารปรมาจารย์หนิงหวงเพื่อชิงตำแหน่งจ้าววิหาร
ผู้นำวิหารทั้งสามต่างก็แกล้งทำเป็ไม่รู้ไม่เห็น
ซึ่งยังไม่รวมถึงเื่หลอกราชันปีศาจโลหิตมาสังหารในแดนมนุษย์
ถึงแม้พวกเขาทั้งสามจะรู้เื่นี้ดียิ่งกว่าใครแต่ทุกคนก็ยังเต็มใจช่วยกันบิดเบียดความจริง อีกทั้งยังป้องกันไม่ให้เผ่าปีศาจได้รับรู้ความจริง
แต่ไม่คิดเลยว่าเื่มันจะแดงออกมาเร็วขนาดนี้