คุณชายซานตี้ฉิน เป็บุตรชายของมหาเสนาบดีอี้หลง มีมารดานามว่า เฟยฉาง พวกเขามีบุตรชายเพียงคนเดียว ที่ไม่เอาไหน งานการไม่เคยทำ หากวันใดไม่อยู่ในจวน ก็ชอบเที่ยวหอนางโลม จึงไม่มีบุตรสาวบ้านใดสนใจเขา ผู้เป็มารดาจึงร้อนรน หากปล่อยให้บุตรชายของนางเป็เช่นนี้ต่อไปคงไม่ดีแน่
นางจึงตั้งใจจะหาสตรีมาเป็คู่ครองให้กับบุตรชาย เผื่อจะดัดนิสัยของบุตรชายของนางได้บ้าง และดูเหมือนว่านางจะเจอสตรีที่ถูกใจและอยากได้มาเป็ว่าที่ลูกสะใภ้ได้แล้ว เมื่อนางได้เห็นสตรีที่ยืนขายบะหมี่อยู่ในตลาด ครั้งนั้น เฟยฉางได้ไปกินบะหมี่ที่ร้านของเหมยหลัน ต้องยอมรับการทำบะหมี่ร้านนี้อร่อยมาก ซ้ำยังพูดคุยกันอย่างถูกอกถูกใจนางอีก ทำให้นางคิดอยากให้เหมยหลันมาเป็ลูกสะใภ้ของนางจริงๆ
เฟยฉางจึงให้คนสืบหาว่าบิดามารดาของเหมยหลันเป็ใคร เมื่อสืบรู้เเน่ชัดแล้ว ว่าเหมยหลันเป็บุตรของใคร และรับรู้ว่ามารดาของเหมยหลันเสียชีวิตไปแล้ว นางจึงอยู่กับบิดา พอสืบรู้เื่ราวทั้งหมด เฟยฉางจึงสั่งให้คน ไปทาบทามผู้เป็บิดาของนาง เพื่อที่จะนัดให้ซานตี้ฉินไปดูตัวนาง ว่าถูกใจหรือไม่
เทียนสุยผู้ที่ชอบเล่นการพนันเป็ชีวิตจิตใจ เมื่อออกมาจากบ่อนพนันที่หอจุ้ยเซียน ก็มีสตรีวัยกลางคนนามว่าหลินชานเป็คนของเฟยฉางมาขอคุยกับเขา ทันทีที่เขาออกมาจากบ่อนพนัน เหมือนกับว่าหลินชานมาดักรอเขาอยู่สักพักแล้ว พอได้พูดคุยจึงรับรู้ เื่ราว ว่ามีคนสนใจดูตัวบุตรสาวของตน
เทียนสุยที่้าหาบุรุษให้บุตรสาวของตนเองอยู่แล้ว เมื่อเห็นว่ามีบุรุษสนใจดูตัวบุตรสาว เขาจึงเอ่ยตอบตกลงทันที พร้อมทั้งนัดหมายเวลาและสถานที่ดูตัวเรียบร้อย
หลายวันมานี้ เหมยหลันรู้สึกกลุ้มใจ เมื่อบิดาเอ่ยบอกนาง ว่ามีคนสนใจดูตัวนาง พร้อมกับให้นางไปตามนัด แม้นางจะกล่าวปฏิเสธผู้เป็บิดา เพราะนางไม่ได้คิดเื่การแต่งงาน แต่ดูเหมือนว่าบิดาของนางจะไม่ยินยอม และบังคับให้นางไปตามที่นัดไว้
ในเมื่อต้องไปให้ได้ และเมื่อถึงเวลานัด ที่โรงน้ำชาหอกุ้ยเหลียง แน่นอนว่านางย่อมมีเเผน นางเเต่ตัวด้วยอาภรณ์สีเเดงไปทั้งชุด ที่สำคัญยังเเต่งเติมใบหน้าให้ สีฉูดฉาดพร้อมด้วยเรือนผมที่ดูยุ่งเหยิง คล้ายคนสติฟั่นเฟือน
พอไปถึงที่นั่น นางก็ถูกกีดกันไม่ให้เข้าไปภายในโรงน้ำชา เพราะจากสภาพของนางตอนนี้ เหมือนคนสติไม่สมประกอบ เมื่อไม่ให้นางเข้าไป นางจึงร้องขอและเจรจากันด้วยดี จนเสี่ยวเอ้อที่กีดกันนางเมื่อครู่ จึงยอมให้นางเข้าไป นางจึงหยิบเงินจากถุงเงิน ยื่นให้ แม้จำนวนเงินจะไม่มาก แต่เสี่ยวเอ้อที่รับเงินมาแล้ว เขาก็เต็มใจบริการนาง และพานางไปยังโต๊ะที่นางเอ่ยถามเขา
ซานตี้ฉินนั่งรออยู่ที่โต๊ะอยู่แล้ว เมื่อเห็นสตรีเเต่งกายด้วยอาภรณ์สีเเดง ผมเผ้ายุ่งเหยิง ตรงคิ้วถูกเเต่งเติมสีดำเสียจนหนาเหมือนก้อนถ่านไม้สีดำ ที่ข้างเเก้มของนางทั้งสองข้างสีเเดงฉูดฉาดเป็วงกลมขนาดใหญ่จนดูน่าเกลียดยิ่งนัก เขามองนางอยู่นานมากเหมือนใ นี้คือสตรีที่มารดาบอกเขาหรือ สตรีที่งดงามราวกับเทพธิดา กริยามารยาทอ่อนช้อย เเต่สตรีที่เดินเข้ามานี้ มันไม่ใช่สักนิด ดูเหมือนท่าจะผิดคนหรือเปล่า เขาเอ่ยขึ้นมาทันที เมื่อเห็นนางนั่งลงตรงหน้าของเขา
"เ้าเป็ใครกัน...กล้ามานั่งร่วมโต๊ะกับข้า"
เหมยหลันไม่ได้ใกับคำพูดของเขาเลยสักนิด เพราะเป็ธรรมดาที่คนตรงหน้าต้องเอ่ยขึ้นมาเช่นนี้ นางเข้าใจสภาพภายนอกของนางดี และคิดว่าเขาคงใอยู่เช่นกัน เพื่อให้เขาเข้าใจนางจึงรีบเอ่ยขึ้นมา
"ข้าก็คือ...เหมยหลัน...เหตุใด...ท่านถึงได้ดุเช่นนี้"
"บังอาจ...ข้าคือบุตรชายเพียงคนเดียวของมหาเสนาบดีอี้หวัง...อย่าคิดว่าจะหลอกข้าได้" เขาเอ่ยคำเกี้ยวกราดใส่นางทันที เพราะคิดว่านางโกหก
"ข้าไม่ได้หลอกท่าน...ข้ากล่าวออกมาล้วนเป็เื่จริงทั้งสิ้น...เอาอย่างนี้แล้วกัน...คนของท่านมาบอกกับท่านพ่อของข้าเื่การดูตัว...หากไม่ใช่ข้า...เหตุใดข้าจึงมาถูกล่ะ! อีกอย่างข้าก็รู้จักชื่อคนของท่านด้วย นางมีชื่อว่า...อะไรนะ...อ้อ! หลินชาน...ใช่นางมีนามว่าหลินชาน นางเป็คนบอกกับพ่อของข้าเอง เื่เวลานัดหมายและสถานที่เเห่งนี้ด้วย...เป็ไง...คราวนี้ท่านเชื่อข้าหรือยัง"
"สตรีอย่างเ้า...ไม่ถูกใจข้าเลยสักนิด"
"เื่นั้น...ข้ารู้อยู่แล้ว...ไหนๆ ก็มาแล้ว...ไม่ให้เสียเวลาอันมีค่า...และอาหารตรงหน้าก็พร้อมแล้ว...ดังนั้น...ก็กินกันเถอะ!!!" นางกล่าวจบจับตะเกียบได้ จึงใช้ตะเกียบจะไปคีบเนื้อไก่ ที่ถูกสับเเล้วเรียงอย่างสวยงามไว้ตรงชาม เเต่ดูเหมือนว่านางไม่ทันได้คีบ ก็ถูกซานตี้ฉินดักมือเอาไว้ไม่ให้นางคีบ พร้อมกับเอ่ยคำพูดเหยียดหยามนาง
"ไร้มารยาทสิ้นดี...อาหารพวกนี้ข้าเป็คนออกเงินทั้งหมด...เ้ากล้าดีอย่างไร...มาชิงกินของข้า"
แม้นางจะสะดุ้งกับคำกล่าวของเขา แต่ดูเหมือนว่านางไม่ได้นำมาใส่ใจ ซ้ำยังยิ้มให้กับเขาอีก
"เป็ถึงบุตรมหาเสนาบดี...เหตุใดถึงจิตใจคับเเคบนักเล่า...ปกติแล้วข้าเป็ถึงสตรี...ข้ายังไม่เคยนั่งร่วมโต๊ะกับบุรุษผู้ใด...นี้สตรีเช่นข้าก็ให้เกียรติท่านมากแล้ว"
"สตรีเช่นเ้า...ข้าไม่ถือว่าให้เกียรติ ข้ายังคิดว่า สตรีในหอนางโลม ยังดีกว่าเ้าเสียอีก"
คำพูดของเขาที่เอ่ยออกมาครั้งนี้ ทำให้นางหมดความอดทน การเอานางไปเปรียบเทียบกับสตรีเช่นนั้น ถือว่าิ่เกียรติของนาง มีหรือว่านางจะนิ่งเงียบ
"คุณชายมองข้าเเค่เพียงเปลือกนอกก็ดูิ่ข้าเสียแล้ว...ช่างเป็บุรุษที่ไม่มองดูตัวเองเสียจริง ที่จริงแล้วข้าก็ไม่อยากมาหรอก...เพราะข้ารู้มาว่าท่านไม่เอาไหน ทั้งวันขลุกอยู่กับสตรีหอนางโลม เป็ถึงบุตรชายเพียงคนเดียวของท่านมหาเสนาบดี แต่กลับทำตัวไม่เอาไหน จึงไม่เเปลกที่มารดาของท่านจะดูร้อนใจ จนต้องหาสตรีให้ออกเรือน เเต่ข้าจะบอกอะไรให้...บุรุษเช่นนี้...ข้าไม่สนใจเลยสักนิด...เอาเป็ว่าข้าไม่อยากเสียเวลาแล้ว...เช่นนั้นข้าลาเลยเเล้วกัน...หวังว่าจะไม่พบกันอีก"
นางกล่าวจบแล้วเดินจากไป ปล่อยให้ซานตี้ฉินกำหมัดเเน่นด้วยความโกรธ แต่ก็ทำอะไรนางไม่ได้ จึงได้เเต่ปล่อยให้นางจากไป หากคนสนิทของเขาอยู่ด้วย นางคงไม่ได้เดินออกไปโดยง่ายแน่ แต่วันนี้เขาสั่งห้ามอี้ฉือ คนสนิทของเขาไม่ให้มาด้วย เพราะ้าจะอยู่เป็การส่วนตัวเพื่อดูตัวครั้งนี้ แต่ไม่คิดว่าเื่ราวจะเป็เช่นนี้ ดูเหมือนว่าการดูตัวครั้งนี้ จะทำให้เขาผิดหวังมาก ซ้ำยังโดนนางดูิ่เขาอีก คิดไปแล้วก็เจ็บช้ำใจยิ่งนัก