เกี้ยวรักท่านอ๋อง ฉบับชายาข้ามมิติ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 6 บทที่ 171 เจอกับซูเมี่ยวเออร์โดยบังเอิญ

            พูดว่าต้องเร่งเดินทาง ก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ

            รถม้าเร็วมิได้หยุดพักเลยตลอดทางราวกับว่ามีคนตามมาจากทางด้านหลังอย่างไรอย่างนั้น

            อวิ๋นอี้นั่งอย่างลำบากถนนขลุกขลักตลอดทางจนอารมณ์เสีย แต่เมื่อผ่านไปกลับกลายเป็นความรู้สึกดีท่ามกลางความทุกข์คือนางสามารถเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ข้างทางได้

            หลังจากออกจากกู่เจิ้นมาประมาณสี่ชั่วยามท้องฟ้าก็มืดลงสนิทอุณหภูมิเปลี่ยนไปเป็นเย็นสบายหลังจากเปิดหน้าต่างออกก็มีลมพัดเข้าหน้าเหงื่อร้อนที่ออกทั้งตัวพลันค่อยๆ ลดลง

            พวกเขามาถึงที่เนินเขาเตี้ยๆ แห่งหนึ่งสภาพแวดล้อมรอบๆ เนินเขานั้นเป็นต้นไม้เขียวสูงชะลูดทำให้ปกคลุมท้องฟ้าไปกว่าครึ่งเมื่อมองจากด้านหน้าไปทางหลัง ก็เห็นเป็นแผ่นดำมืดมิดทั้งน่ากลัวและลึกลับ

            หรงซิวสั่งให้หยุดพักกลุ่มคน กว่าร้อยแปดสิบคนต่างพากันแยกย้ายไปทันที พากันไปจัดการธุระส่วนตัว

            “จะไปท่าหน่อยหรือไม่?” เขาเปิดประตูรถออกแล้วก้มหน้าลงถามนาง

            อวิ๋นอี้ชี้ออกไปข้างนอกพลันถามอย่างสงสัย“ที่รกร้างไร้ผู้คนเช่นนี้ จะไปท่าได้ที่ใดเพคะ?”

            “ข้าหมายถึงให้เจ้าทำธุระตรงนี้”

            “......” อวิ๋นอี้ชะงักไป“ฝ่าบาทอย่าไร้อารยะเช่นนี้ได้หรือไม่เพคะ?”

            “เจ้าไม่ไปหรือ?” เขายิ้มเยาะหลังจากที่กระโดดลงจากรถแล้วก็เลิกคิ้วขึ้นช้าๆ“เจ้าจะกลั้นได้หรือ? ค่ำคืนยาวนานยังอีกยาวไกลนะ!”

            อวิ๋นอี้กำมือแน่นโน้มตัวไปข้างหน้าแล้วกวาดมือไปหาเขาอย่างดุร้าย“หากฝ่าบาทยังพูดมั่วซั่วอีก ข้าจะตีนะเพคะ!”

            “ข้ามิกล้า ข้ามิกล้า” เขาอ้อนวอนอย่างให้ความร่วมมือเอามือทั้งสองวางลงที่ใต้วงแขนของนางแล้วอุ้มนางลงมาที่พื้นจากนั้นก็พูดต่อว่า “เมียจ๋าได้โปรดไปท่ากับข้าด้วย ข้าไปคนเดียวมันน่ากลัว”

            รู้ว่าเขาปูทางบันไดให้นางอวิ๋นอี้ก็เชิดหน้ากวาดสายตามอง “ยังไม่รีบขอบคุณข้าอีกหรือเพคะ?”

            “ขอบคุณเมียจ๋าพ่ะย่ะค่ะ”

            ทั้งสองคนจูงมือกันเดินเข้าไปในป่าอันมืดทึบห่างออกไปจากเสียงของกลุ่มคนและเสียงผิงไฟมากขึ้นเรื่อยๆ

            ระยะทางบนภูเขาเดินได้อย่างยากลำบากอวิ๋นอี้สวมรองเท้าปักบางๆต้องเดินก้าวใหญ่ ไม่นานมันก็ทำให้เจ็บเท้า

            “เจ็บเพคะ...”นางพูดอย่างน้อยเนื้อต่ำใจมองหรงซิว เสียงไกลๆในความมืดมิดแววตาของบุรุษหนุ่มทั้งดำทั้งสว่างวาบมองนางนิ่งๆ

            “มาเถิดข้าจะอุ้มเจ้าเอง”เขาอุ้มนางไว้ข้างหน้า ขาของอวิ๋นอี้แกว่งไปมา

            กลิ่นหอมของเนื้อย่างที่ทหารย่างก็โชยมาผ่านลมผสมกับกลิ่นหอมจางๆจากร่างกายของเขารวมทั้งกลิ่นเหงื่อบางๆ ซึมเข้าที่ปลายจมูกทำให้คนหวั่นไหว

            อวิ๋นอี้เอนศีรษะไปพิงร่างของเขา

            หลังจากเดินไปไม่นานหรงซิวก็วางนางลงอย่างระมัดระวังหันกลับไปมองทางที่เดินมา “ถึงแล้วตรงนี้คงมิมีผู้ใดมองเห็น เจ้าทำธุระก่อนข้าจะคอยดูให้”

            หลังจากเขาพูดจบเขาพลันหันหลังให้นางอย่างเป็นสุภาพบุรุษ

            มุมปากของอวิ๋นอี้โค้งขึ้น ทันใดนั้นก็คิดว่าระยะห่างนี้ไม่ค่อยเหมาะสมจึงผลักให้เขาไปไกลกว่านั้นอีก “ฝ่าบาทออกไปไกลอีกหน่อยเพคะอย่างน้อยยี่สิบเมตร”

            “จะให้ไปไกลเช่นนั้นทำไมกัน?เกรงว่าข้าจะได้ยินเสียงหรือ?”

            “......” ความคิดถูกคนมองออกใบหน้าของอวิ๋นอี้พลันร้อนผ่าวขึ้น อีกหมัดเล็กๆ ของนางตีลงบนตัวเขา“อย่าพูดไร้สาระเพคะไปไกลๆ ข้าหน่อย เร็วๆ สิเพคะ!”

            หรงซิวหัวเราะอย่างเจ้าเล่ห์ เดินออกไปอย่างสบายๆพลางพูดช้าๆ ว่า “เสียงน้ำที่เจ้าหลั่งออกมาข้าล้วนฟังมาแล้วทั้งสิ้น”

            “ไปให้พ้นเพคะ!”

            เขาหัวเราะออกเสียงอย่างสบายใจแล้วโบกมือไปด้านหลัง“ข้าจะไปรอเจ้าที่นั่น เสร็จแล้วบอกด้วยนะ”

            ในที่สุดก็ไล่บุรุษหน้าไม่อายออกไปได้แล้วทว่าอวิ๋นอี้ก็ยังไม่วางใจ

            นางมองเขาอยู่ตรงข้ามสายตาคู่นั้นมองอย่างจดจ่ออยู่นาน หลังจากที่มั่นใจได้ว่าปลอดภัยนางก็รีบจัดการปลดปล่อย

            ราวกับว่ามีใจที่สื่อถึงกันได้อย่างไรเช่นนั้นนางใส่เสื้อผ้าเสร็จแล้วเสียงของหรงซิวก็ดังมาจากไกลๆ “เสร็จหรือยัง? ข้าช่วยเจ้าถือกางเกงหรือไม่?”

            “มิต้องเพคะ” นางพิงต้นไม้เดินออกไปไม่กี่ก้าว “พวกเรากลับไปกันเถิดเพคะ”

            “อื้ม”หรงซิวเดินมาอุ้มนางไว้ในอ้อมกอดแล้วเดินกลับไปทางเดิมไม่นานนักก็มองเห็นกองไฟที่จุดอยู่ทั้งยังมีกระโจมที่กางเสร็จแล้วด้วย

            ยาชิงเห็นพวกเขาเดินมาก็รีบกางเก้าอี้ให้หรงซิวและนางนั่งลงแล้วตนเองก็นั่งลงข้างๆ กาย เขาถอดรองเท้าของนางออกมาแล้วกุมเท้าเล็กๆ ของนางไว้

            ต่อหน้าผู้คนมากมายเช่นนี้อวิ๋นอี้รู้สึกทำตัวไม่ถูกเล็กน้อย อยากจะดึงเท้าออกมาทันทีทว่าเขาไม่ยอมทั้งยังใช้มือกดไว้ เงยหน้าขึ้นมองนาง

            “ข้าจะดูให้ อย่าขยับมาสิ อยู่นิ่งๆหน่อย”

            น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนฟังดูมีเสน่ห์อวิ๋นอี้เม้มปากแล้วเลือกที่จะเชื่อฟังเขา

            การเคลื่อนไหวของหรงซิวรวดเร็วมากหลังจากนวดสองสามครั้งทันใดนั้นก็ออกแรงเยอะขึ้นที่ข้อเท้ารู้สึกเจ็บแปล๊บนางร้องออกมาเบาๆยังไม่ทันที่จะได้ร้องเจ็บก็ถูกเสียงของเขาขัดไว้

            “ดูสิว่าดีขึ้นหรือยัง?” เขากลับมานั่งตำแหน่งข้างๆ นาง

            อวิ๋นอี้กัดริมฝีปากโยกขาไปซ้ายทีขวาทีก็รู้สึกตะลึงมากที่ไม่รู้สึกเจ็บแล้วความไม่สบายใจเปลี่ยนไปเป็นความชื่นชมแววตาที่เป็นประกายมองไปที่เขา

            หรงซิวสบายใจก็เลียริมฝีปากยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ให้นางพลันตั้งใจสวมรองเท้าเข้าไปให้นางใหม่อีกครั้งและหันไปย่างเนื้อ

            หลังจากทานอิ่มหนำทุกคนก็พักผ่อนเมื่อฟ้ารุ่งอีกครั้งถึงได้เดินทางกันต่อ

            อวิ๋นอี้กับหรงซิวอยู่ที่กระโจมเดียวกันหลังจากที่ขึ้นเตียงไปอย่างเชื่อฟังแล้ว ออกมาอยู่ด้านนอกมิมีพิธีรีตองกระไรมากเปลี่ยนเสื้อนอนแล้วนอนลงอยู่ข้างกัน

            เมื่อนอนไปสักพักบุรุษหนุ่มที่อยู่ล่างกายนางก็ขยับนางที่งัวเงียอยู่ก็ถูกเขาปลุกให้ตื่น “มีคนมา”

            “หา?” อวิ๋นอี้ไม่เข้าใจมีคนมาก็มีคนมาสิเมื่อกำลังจะเริ่มเอ่ยปากก็ได้เห็นใบหน้าจริงจังของเขา ถึงได้ตื่นขึ้นพลันคำพูดที่อยากจะพูดติดอยู่ที่คอมิได้พูดออกไป

            รีบสวมเสื้อผ้าอย่างลวกๆ เดินออกไปกับเขาเมื่อเปิดกระโจมออกมาก็เห็นทหารรักษาการณ์ยืนล้อมกันอย่างหนาแน่น

            ยาชิงเดินเข้ามาไม่กี่ก้าวพยักหน้ารายงาน“องค์ชายพ่ะย่ะค่ะ มีรถม้าผ่านมาในระยะประมาณสามร้อยเมตร ดูเหมือนจะเป็นผู้ดีมีตระกูลผู้ติดตามไม่เกินประมาณยี่สิบคนพ่ะย่ะค่ะ”

            “ระวังด้วย”

            กลางดึกมีคนผ่านมาทำให้ทุกคนอดมิได้ที่จะร้อนรน

            การเดินทางลงใต้ของหรงซิวครานี้เป็นรับสั่งขององค์ฮ่องเต้เป็นการจัดการผลประโยชน์ของข้าราชการฝ่ายทางเจียงหนานไม่แน่ว่าอาจจะมีผู้ใดคิดปองร้ายเขาคิดจะลอบฆ่าเขาระหว่างทาง

            มือของเหล่าทหารวางอยู่บนฝักดาบอย่างพร้อมเพรียงกันหรงซิวปกป้องนางให้อยู่ด้านหลัง บรรยากาศเคร่งขรึมมิมีผู้ใดพูดกระไรมีเพียงลมเล็กๆ ที่พัดพาหญ้าให้โบกปลิวไปในบางครา

            “ไม่ว่าจะเกิดกระไรขึ้นให้อยู่หลังข้าไว้นะ”หรงซิวหันหน้ามาสั่งนางด้วยเสียงเบา

            อวิ๋นอี้ประหม่าจนหัวใจเต้นแรงนางกลืนน้ำลายลงแล้วพยักหน้าอย่างจริงจัง

            เสียงของรถม้าใกล้เข้ามาจากไกลๆเสียงกระดิ่งม้าดังชัดเจนในค่ำคืนที่เงียบสงบมืดสนิท

            ในระยะทางห่างจากพวกเขาประมาณสิบกว่าเมตรอีกฝ่ายก็หยุดลง

            คนบังคับรถเคาะประตูพูดเสียงเล็กกระไรบางอย่างไม่นานนักประตูรถก็เปิดออกคนที่คุ้นเคยคนหนึ่งก็เดินออกมา

            อวิ๋นอี้มุมปากกระตุกหรี่ตามองไปทางหรงซิว“......”

            หรงซิวก็ยิ่งหมดคำพูดไปมากกว่าในตอนที่มองเห็นซูเมี่ยวเออร์เขาคิดแม้แต่อยากจะตาย

            ไม่ต้องคิดเลย นางตามเขามาด้วยแน่ๆ

            ยาชิงโบกมือให้ด้านหลังทหารที่ตั้งท่ารับมืออย่างเคร่งขรึมก็กลับมาเป็นปกติแยกย้ายกันไปทำเรื่องของตนเอง

            หรงซิวเอามือจับเอวอวิ๋นอี้เตรียมจะพานางกลับกระโจม ในตอนนั้นเองเสียงของซูเมี่ยวเออร์ก็ดังขึ้นเสียงฝีเท้าก็ดังเข้ามา“ท่านพี่ซิว! เป็นท่านพี่จริงๆ ด้วยนะเพคะ”

            “......” อวิ๋นอี้กลอกตาขาวอย่างหมดคำพูดนักแสดงเริ่มแสดงแล้ว

            หรงซิวพูดอื้มแล้วเดินต่อไป

            ซูเมี่ยวเออร์กระโดดเข้ามาขวางทางนางหน้าแดงแล้วพูดอย่างตื่นเต้นว่า“ไม่คิดเลยนะเพคะว่าข้าจะมีชะตาถูกกันกับท่านพี่ซิวเสียเช่นนี้เมี่ยวเออร์เพียงแค่ออกมาเที่ยวเล่นก็ได้พบกับท่านพี่ซิวเข้า ข้าดีใจจริง!ใช่สิเพคะ!ท่านพี่ซิวท่านกำลังจะไปที่ใดหรือเพคะ? เมี่ยวเออร์มิมีกระไรทำอยากจะไปด้วยท่านจะว่ากระไรหรือไม่เพคะ?”

            หรงซิวปฏิเสธอย่างไม่ต้องคิดพูดอย่างจริงจัง“ข้าออกมาครานี้เพราะมีเรื่องงานที่ต้องทำมิได้ออกมาเที่ยวเล่นเจ้าอย่าได้ตามมา”

            “เช่นนั้นท่านพี่ซิวจะไปที่ใดเล่าเพคะ?ไม่แน่เราอาจจะไปทางเดียวกันไปด้วยกันก็ได้นี่เพคะ!”

            “มิใช่ทางเดียวกัน”เขาพูดอย่างตรงไปตรงมา

            มุมปากของซูเมี่ยวเออร์กดลงตอบอ้อไปด้วยน้ำเสียงลำบากใจเพราะตัวเอง“ก็ได้เพคะ เช่นนั้นข้าพักที่นี่คงมิมีปัญหานะเพคะ!ถนนเส้นนี้มิได้เขียนชื่อท่านเสียหน่อยท่านพี่ซิวคงจะบังคับข้ามิได้หรอกนะเพคะ?”

            หรงซิวก็อยากจะทำอยู่หรอก แต่ทำมิได้

            เขามีสีหน้าไม่สู้ดี แล้วจับเอวอวิ๋นอี้แน่นขึ้นเดินกลับเข้าไปที่กระโจมโดยไม่สนใจจะหันกลับมาอีกเลย

    คล้ายกับเรื่องเกี้ยวรักท่านอ๋อง ฉบับชายาข้ามมิติ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185