"ถึงคราวแล้วหรือ" หลวงปู่หันมองวายุและน้องชายที่ชราลงไปมาก กว่าที่เจอในครั้งก่อน พลันคำพูดหลวงปู่ที่เคยให้ไว้กับวายุในวันล่วงเนิ่นนานมาก็ดังกึกก้องขึ้นมาในหัว
"กราบหลวงพี่ พอดีเห็นว่า ไอ้วายุมันมีอาการแปลกหลังจากได้พบสิ่งนี้ ข้าเองเห็นว่า ผิดแผกจากเดิมที่เป็มา เลยมาขอคำชี้แนะจาก หลวงพี่" เพราะความที่ห่วงวายุมากถึงได้ดั้นด้นกันมาถึงที่นี่
"สิ่งนี้ครับหลวงพี่ " พูดจบชายชราหยิบหนุมานไม้แกะออกมาจากหีบไม้สมบัติของแก แล้วหันไปมองเขา
"เอ็งว่าไปสิ มันเกิดอะไร"
ขณะเดียวกันกับที่หลวงปู่รับเครื่องรางชิ้นนี้ไว้ในมือ ด้วยความที่หลวงปู่เองก็ได้ชื่อว่าพระสายวิปัสสนากรรมฐาน เพียงความเงียบชั่วครู่ที่ัั หลวงปู่ก็พลันรู้เื่ราวทั้งหมดก็ฉายมาในบัดดล ถึงเื่ราวต่างๆ ที่เกิด หากแต่ทำไมถึงมาเกิดใน่นี้ หรือนี่คือ ชะตากรรมของชายหนุ่มคนนี้
วายุก้มลงกราบหลวงปู่ พอเงยหน้าขึ้นมา เหมือนรู้ได้ทันทีว่า หลวงปู่คงทราบเื่ราวของเขาหมดแล้ว แต่เขาก็ยังคงเล่าเื่ทั้งหมดให้หลวงปู่ฟังอยู่ดี หลังจากที่เขาเล่าเื่ทั้งหมดจบแล้ว หลวงปู่ฟังเื่ราวจากคำพูดของวายุ สายตาที่มองเหมือนผู้ใหญ่ใจดีที่เอ็นดูเด็กคนหนึ่ง พลางยิ้มขึ้นมาที่มุมปาก มันทำให้เขาสงสัยว่าเหตุใดถึงน่าขันเช่นนี้
"มึงเกิดปีวอกหรือ " หลวงปู่ถามเพื่อยืนยันความคิดให้แน่ใจขึ้น
"ใช่ครับ วันที่ 24 เมษานะครับหลวงปู่" ครั้นเขาพูดจบก็เห็นหลวงปู่หยิบกระดานชนวนขีดเขียนอะไรบางอย่าง แล้วก็นับนิ้วมือ เวลาในความเงียบผ่านไปอย่างช้า ๆ
"ขึ้น 5 เดือน 5 ปีวอก เสาร์ห้าใหญ่หาได้ยากยิ่งนัก นับได้ว่ามึงเป็คนดวงแข็ง และที่สำคัญมันมากับปีนี้ที่มึงเข้าเบญจเพสอีก สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นกับมึงต่อจากนี้ นับได้ว่าจะเป็เคราะห์กรรมที่มึงต้องเผชิญด้วยตัวของมึงเอง" หลวงปู่หยิบเครื่องรางหนุมานขึ้นมา แล้วมองมาที่เขาด้วยสายตาที่ขึงขังพร้อมเล่าต่อ
"สิ่งที่อยู่ในมือกูนี้เรียกว่า หนุมานที่แกะสลักมาจากไม้ที่ผู้ปลูกดูแลมันเป็อย่างดี เนื้อไม้มีลักษณะที่แกร่งแม้จะเป็ไม้เนื้ออ่อน มีกลิ่นหอมอยู่ตลอดเวลา เครื่องรางนี้ถึงแม้อายุจะยังไม่ถึงร้อยปีดีนัก แต่เพราะมีอานุภาพที่กล้าแข็งยิ่ง อาจเป็ด้วยผู้ที่ปลุกเสกเป็ผู้ที่คาถาอาคมกล้าแกร่งยิ่งนัก และเป็ผู้ที่ครองตนเป็อย่างดี อานุภาพมันแผ่ออกมาส่งผลให้ปลุกกายทิพย์ที่หลับใหลของมึง ให้ตื่นขึ้นมา คนทั่วไปมิอาจเป็เช่นนี้หากแต่ต้องฝึกฝนซึ่งใช้เวลา ผิดจากมึง จะว่าไป ของสิ่งนี้มันสื่อถึงกัน เพราะมึงเกิดปีวอก" หลวงปู่อธิบายได้เข้าใจ และรู้ถึงประวัติที่มาของมัน
"ด้วยตัวของเครื่องรางเองก็มีอานุภาพแรงกล้า อีกทั้งบัดนี้กายทิพย์ของมึงก็ตื่นรู้แล้ว เพียงแต่ตอนนี้คงต้องอยู่ที่มึงจักต้องฝึกเพื่อควบคุมใช้งานมัน"ลุงทิวถอนหายใจพลางโล่งอกเพราะคิดว่าจะเกิดอะไรร้ายๆ กับเขา
"แล้วหลวงพี่คิดเห็นประการใดต่อไปครับ กับสิ่งที่เกิดขึ้นกับมัน "
"คงไม่มีใครไปหยั่งรู้ได้ดอกนะมึง ไอ้ทิว หากแต่กูเองคงได้แค่แนะนำมันเท่านั้น ส่วนตัวมันจะเป็เช่นไรคงต้องขึ้นอยู่กับตัวของมันเองที่จะตัดสิน" หลวงปู่พลันหันหน้ามาทางเขาแล้วมองเขาอย่างเอ็นดู ลึกๆแฝงไปด้วยสายตาที่ห่วงยิ่งนัก
"จะให้ผมทำอย่างไรครับ หลวงปู่ช่วยบอกผมด้วย ผมเองยอมทำตามทุกอย่าง" แม้จะไม่เคยเชื่อใครแบบนี้มาก่อน แต่ครั้งนี้กับหลวงปู่แล้วเขากลับอ่อนน้อมอย่างที่ไม่เคยเป็
"อยู่ที่นี้กับกูก่อนสัก่หนึ่งก่อน แล้วกูจักสอนมึงให้ดูแลกายทิพย์ ฝึกจิตใจและร่างกายของมึง ที่สำคัญกายวานรของมึงมีพลานุภาพมากนัก เหมือนลิงหลุดจากที่กุมขังมามานับพันปี ถึงเวลาก็ออกมาวิ่งเล่นให้แตกตื่น"
สิ่งที่เขาเป็ห่วงก็เพียงแม่ ที่ไม่รู้จะทำมาหากินอะไรได้หากขาดเขาไปใน่เวลานี้ สีหน้าของเขามันฟ้องขึ้นมาถึงสิ่งที่กังวลอยู่ ลุงทิวเฝ้ามองด้วยอ่านจิตใจเขาได้ แม้ไอ้หนุ่มคนนี้มันจะเป็คนหัวดื้อและเืร้อนเพียงใดแต่กับผู้เป็แม่แล้ว จากเป็เสือก็เชื่องเหมือนแมว
"ไม่ต้องห่วง แม่นะโว้ย เดี๋ยวกูจัดการเื่แม่ให้ เงินที่ได้จากการปล่อยพระครั้งก่อนของมึงยังพอมีอยู่โข เอาตัวเองให้รอด ทางบ้านไม่ต้องเป็ห่วง" แม้ลุงทิวจะไม่ใช่ญาติแท้ ๆ ของเขา แต่สิ่งที่ลุงทำให้เขาและแม่ทำให้เขารู้สำนึกบุญคุณยิ่งนัก เขาก้มกราบลุงทิวด้วยน้ำตา
"ฝากแม่ด้วยนะครับลุง บอกแม่ด้วยว่า เสร็จงานทางนี้แล้วผมจะรับกลับ"
ผ่านไปเกือบเดือนเขาได้รับการฝึกอย่างเข้มข้นจากหลวงปู่ทั้งร่างกายและฝึกฝนการนั่งสมาธิเพื่อทำให้จิตนิ่งสงบ เวลาแม้ไม่นานแต่สำหรับเขาแล้วเหมือนเป็แรมปี สิ่งที่ต่างจากวันแรกที่มาเลยเขาเริ่มรู้สึกว่า ร่างกายมีความคล่องแคล่ว ปราดเปรียวมากขึ้น จิตใจที่สงบไม่ฟุ้งซ่านเหมือนก่อน ได้ยินเสียงแ่เบาแม้ขนนกปลิว และผลิใบของต้นไม้
"เพลาคงมีไม่มากแล้ว มึงต้องออกไปตามหาของ 3 สิ่งจากกายคน 3 คน แล้วนำกลับมาให้กูก่อนถึงวันเสาร์ใหญ่ที่จะมาในอีก 3 เดือนข้างหน้า ใช้ปัญญานำทางมึง ฝึกจิตให้ตั้งมั่น แลสิ่งนี้จะเป็เกราะกำบังในทุกสิ่ง" เขาก้มหัวรับหนุมานไม้แกะมาจากหลวงปู่มาคล้องคอ สิ่งที่ได้รับสั่งสอนเตือนสติแม้ตั้งใจฟังแต่สำหรับเขาแล้วเป็อะไรที่เข้าใจได้ยากยิ่ง