“รับของกำนัลมีค่าควรเมืองมากมายจาก จิ่วเยว่อ๋องในฐานะพ่อตา ช่างเป็เื่ที่น่ายินดียิ่ง”ฟงหมินกล่าวในเช้าวันใหม่
"ฝ่าา สินเดิมของจิ่วเยว่นับว่ามีมากมาย กระหม่อมเกือบลืมตรงจุดนี้ไปเดิม จิ่วเยว่เป็โอรสองคืสุดท้ายของเสี้ยนตี้ ที่รักใครกว่าใครในตอนนั้น ไม่ว่าจะเป็บรรณาการหรือว่าของที่ต่างแคว้นนำมาถวาย ยามที่ส่งทูตมาเชื่อมสัมพันธ์ล้วนถูกขนย้ายไปไว้ยังตระกูลเหวิ่น จนแทบจะไม่มีที่เก็บ ลำพังจิ่วเยว่อ๋องใช้ทั้งชาติก็ไม่หมด กระหม่อมเพียงแค่รับไว้ ก็เท่านั้นมิได้ยินดีอะไร”ใต้เท้าฉีออกตัวรู้ดีว่าฟงหมิน เริ่มรู้สึกหวาดระแวง ว่าเขาจะเอนเอียง
“ข้าได้ข่าวว่าฮูหยินท่าน ถึงกับยิ้มไม่หุบ แล้วของกำนัลของปาเยว่อ๋องเล่ามากมายพอที่จะได้เล่าขานหรือไม่”ใต้เท้าฉีถอนหายใจ รู้สึกเป็ทุกข์ใจเสียจริงๆ เมื่อต้องพูดถึงปาเยว่อ๋อง
“ปาเยว่อ๋องงานราชสำนักรัดตัว คงกำลังหาเวลาปลีกตัว”
“555 พยัคฆ์กลายเป็สุนัข แต่สุนัขกลับห่มหนังลายพยัคฆ์”
“กลัวเหลือเกินว่าไม่เพียงแค่ห่มหนังลายพยัคฆ์ แต่กลับห่มหนังสุนัขไม่ให้มีใครเห็นลาย”นึกถึง ลำคอเขียวคล้ำของป้ายป้าย ที่เห็นเมื่อวาน พิการขา เอาเรี่ยวแรงที่ไหน มา ร่วมหอกับป้ายป้ายได้
“ท่านพูดเื่นั้นกับ บุตรีของท่านหรือยัง”
“จิ่วเยว่อ๋อง มาที่ตระกูลฉีพานางกลับจวนอ๋องไม่มีโอกาสได้พูด”
“ท่านคิดว่าบุตรีของท่าน จะเชื่อฟังคำท่านหรือไร”รู้สึกไม่แน่ใจนัก ั้แ่เล็กจนโต ป้ายป้ายไม่เคยไม่ ทำตามคำสั่งของฉีป้ายหลุนแม้สักครั้งเดียวนางเชื่อฟังเขายิ่งกว่าผู้ใดแม้จะไม่เคยให้ความรักความสนิทสนมก็ตามเขาว่าลูกที่เราไม่นักมักจะรักเรา
“ป้ายป้าย เชื่อฟังข้าที่สุด”
“จิ่วเยว่อ๋อง โปรดปรานนางเพียงนี้ข้าคงต้องหาโอกาสพบหน้าบุตรีของท่านสักครั้งนางงดงามเพียงใด ฟงฉินถึงกับยอมยกสินเดิมที่มีค่าควรเมืองมากมาย แทนคำขอบคุณที่นางแต่งกับเขา” ใต้เท้าฉีถอนหายใจ
“ป้าย..ป้ายข้าตั้งใจ เลือกนางกำนัลใหม่ ให้เ้ามากหน่อยเ้าจะได้ไม่ต้องเหนื่อยหนัก”ทอดเสียงอ่อนโยนแววตาจริงใจ
“ท่านเก้า เกรงใจไปแล้ว ป้ายป้ายไม่ได้ลำบากอะไร”
“ลำบาก ...แค่รบกวนเ้าในยามค่ำคืนอดหลับอดนอน คอยปรนนิบัติข้า ก็เกินพอแล้ว เช้ามาเ้ายังต้องหุงหา”ป้ายป้ามเบือนหน้าหนีสายตาคม ที่ สื่อความหมายเหมือนเมื่อยามอยู่บนแท่นนอน
“แต่ แค่เพียงเท่านี้ ก็ถือว่าเป็เพียงสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่ป้ายป้ายทำให้ท่านเก้า ในเมื่อสิ่งที่ท่านเก้ากรุณาป้ายป้าย มันมากมายกว่านี้นัก”
“เ้ายอมแต่งกับข้าก็ดีแค่ไหนแล้ว”เสียงพูดบางเบาเหมือนสายลมพัดผ่าน
“ซือหงจะรักท่านอ๋องตลอดไป เราสองคนจะอยู่เคียงข้างกันตลอดไป”ฟงฉินยิ้ม กอดรวบร่างบางแนบอก ซือหงกับเขารู้จักกันมาั้แ่ยังเยาว์ ไม่มีสักครั้งที่ความเห็นจะไม่ตรงกัน ครั้งนี้เมื่อเขาวันที่ต้องมีชายาคอยดูแลทุกข์สุขในจวนหญิงคนแรกที่เขาคิดถึงคือซือหงคนเดียว
“ฟงฉิน ชายาเอกซือหงคารวะฝ่าา”ฟงหมินเงยหน้าขึ้นจากกระดานหมากที่กำลังคุ้นคิด ตรงด้านตรงกันข้าม ใต้เท้าฉีนั่งเป็เพื่อนเดินหมาก สายตาที่จ้องมองไปยังซือหง แสดงความพึงพอใจอย่างที่ปิดไม่มิด
“อ๋อ ลุกขึ้น ชายาของจิ่วเยว่อ๋องใบหน้าผุดผาดงดงามมิน่าหลายวันมาจนี้เ้าเก้าไม่ยอม แวะมาช่วยงานราชสำนักมีเพียงเ้าแปดที่ถวายงานช่วยข้า”
“ท่านอ๋องเก้ามีชายาเอกงดงามเพียงนี้ อีกอย่างเพิ่งจะแต่งเพียงไม่นานเป็ธรรมดาที่จะใช้เวลาด้วยกันมากหน่อย”ใต้เท้าฉีพูดขึ้น
“สมใจแล้วใช่หรือไม่ ข้าได้ยินว่าเ้าเก้ากับ นางรู้ใจกันมาั้แ่ยังเยาว์ครั้งนี้ได้เคียงคู่นับว่าเป็เื่ดี ข้าไม่เคยพบ ชายาเอกเ้าเสียนานไม่คิดว่านางจะงดงามเช่นนี้ไม่อย่างนั้น เ้าเก้าเ้าคงไม่ทัน ข้า555"พูดทีเล่นทีจริงที่ทำเอาซือหง หลุบตามองพื้นไม่สู้ชอบใจสายตาของฟงหมินนักแต่ก็ไม่อาจพูดอะไรได้ ฟงฉินเองก็ใช่คนที่ต่อคำใครเขาเพียงแต่ เป็บุรุษผู้หนึ่งที่รักความสงบไม่ชอบมีปัญหากับใคร
…………
“ข้าหวังแค่เพียง เ้ายังอยู่กับข้า ก็พอ”ความทรงจำที่ผ่านมายังชัดเจน ฟงฉินกัดฟันเป็สันนูน เมื่อไหร่เขาจะลืมเลือนมันไปเสียป้ายป้ายจับน้ำเสียงเศร้าสร้อยนั้นได้เป็อย่างดี
“ป้ายป้ายแต่งเข้ามา แล้วเป็ของท่านอ๋องแล้ว เช่นไรจึงจะไม่เคียงข้าง”
“ท่านอ๋องฝ่าา ให้ท่านกับ พระชายาเข้าเฝ้าในบ่ายวันนี้”
“เข้าเฝ้า”
“นัยว่า ฝ่าาประทานเลี้ยงน้ำชายามบ่าย ขันทีอัญเชิญพระเสาวนีย์เมื่อครู่”ติงจงประสานมืออย่างกล้าๆ กลัวๆ คนในจวนมากมายไม่มีใครกล้าเข้าหน้าท่านอ๋องั้แ่ที่พระชายาเอก ซือหงตายไปมีเพียงติงจงที่ต้องคอยรับใช้ใกล้ชิดเพียงผู้เดียว จนกระทั่งตอนนี้เพิ่งจะได้เห็นใบหน้ายิ้มแย้มของท่านเก้าบ้างเมื่อแต่งป้ายป้ายเข้ามา
“ไม่อาจขัดบัญชาสินะ เกือบสามปีที่ข้าไม่เคยเข้าเฝ้า ใช้ชีวิตในจวนอ๋องหลบเร้นกาย ฝ่าาเพิ่งจะมาอยากเห็นหน้าข้าหรืออย่างไร ป้ายป้ายเ้าไปเตรียมตัวเถิด”
“ค่ะ”รับคำง่ายดาย
“ท่านอ๋องมีอะไร ไม่ ชอบมาพากลฝ่าาต้องระแคะระคายเื่ของท่านตาของท่านเก้าอย่างแน่นอน”
“ดี บัดนี้ การเตรียมการ สามปีที่ผ่านมาข้าคิดว่าข้า ควรจะออกจากเงามืดเสียที ฝ่าา คงคิดว่าถึงเวลาแล้วเช่นกัน ข้าแม้จะทำตัวนิ่งเฉยต่อสิ่งที่เกิดขึ้นแต่ไม่มี คืนไหนที่ข้าหลับตาลงได้สนิทสักคืนเดียว”
“เมื่อวานฝ่าา เรียกใต้เท้าฉีเข้าไปสอบถามเื่ของกำนัลที่ท่านอ๋องมอบให้ ฝ่าาร้อนใจไม่น้อย”
“ของกำนัลมากมายที่ข้า สละมัน เพื่อการนี้ ฝ่าาแม้ไม่คิดก็ต้องคิด ต้องขอบคุณ รุ่ยหานที่ช่วย วางแผนการนี้ให้ข้า”
“ท่านอ๋องย่าบอกนะว่าที่ทำเไปทั้งหมดเป็แผนการที่ท่านอ๋องวางไว้แล้ว”ถอนหายใจยาว
“เ้าไม่รู้หรือไรแต่เดิมข้าเป็คนเช่นไร ข้าไม่เคยคิดการใหญ่ไม่เคยทำตัวขัดแย้งผู้ใด แต่ฝ่าาล้วนกดดันข้าเอง ครั้งนี้รุ่ยหานกลับมา เพื่อช่วยข้าสะสางความแค้นฆ่าล้างตระกูล”
“แล้วพระชายาเล่าอยู่ในแผนการหรือเปล่า”ในใจติงจงหวั่นๆ ด้วยเขา ชื่นชอบในตัวป้ายป้ายไม่น้อย
“นางน่าสงสารไม่น้อย นางเองคงเป็หนึ่งในแผนการของฝ่าาและใต้เท้าฉี หากนางเห็นแก่พ่อของนางข้าก็ไม่อาจตำหนินางได้”ทอดเสียงเศร้าสร้อย
วังหลวง
ป้ายป้ายเข็นรถของจิ่วเยว่อ๋องไปยังทางเดินทอดยาว ที่นั่นมีศาลา ดอกเหมยที่ดอกเหมยสีชมพูและสีแดงบานสะพรั่ง ป้ายป้ายในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ตัดกับสีของดอกเหมยชัดเจน แม้ดอกเหมยยัง ไม่อาจสู้ความงามของป้ายป้ายได้ในวันนี้ ใบหน้าผุดผาดงดงามเขาว่ายามมีสุขคนมักจะดวงหน้าสดใส อีกทั้งยามมีรักใบหน้ายิ่งงดงาม
ฟงหมิน ยืนเอามือไพล่หลังหันหลังมองสระน้ำที่เต็มไปด้วยฝูงปลาสีสันแปลกตา สนมสองคนนั่งข้างละคน ขันทีและนางกำนัลต่างประสานมือมือ จิ่วเยว่อ๋องเดินมา
“จิ่วเยว่อ๋องถวายพระพรฝ่าา ฉีป้ายป้ายถวายพระพรฝ่าาทรงพระเจริญหมื่นปี” ฟงหมินลอบยิ้มก่อนจะหันกลับมา ช้าๆ แต่ทว่าสายตากับประสบพบเขากับใบหน้างดงามของ ป้ายป้ายจ้องมอง ไม่วางตา จะว่าไปฟงหมินนิยมหญิงงาม แต่หญิงงามโดยมากมักจะ ทมีท่าทีมีใจให้เขาเสียก่อน ป้ายป้าย ทำท่าทีนิ่งเฉยยิ่งทำให้น่าค้นหาและเป็เ้าของ จิ่วเยว่มีดีอะไร นางถึงยอมแต่งกับบุรุษขาพิการแม้ใบหน้าจะหล่อเหลาแต่เื่ บนแท่นนอนจะสู้คนขาดีได้อย่างไร ในเมื่อนางงดงามเพียงนี้นึกเสียดายที่เขาไม่พบนางเสียก่อนมิฉะนั้นการพูดคุยต่อรองกับ ใต้เท้าฉีไม่ใช่เื่ยาก แต่จะว่าไป บุตรีคนโตก็ไม่เคยได้รับการยอมรับและเชิดชู เขาเคยพบป้ายหลิวครั้งหนึ่งเมื่องาน ปีใหม่นางงดงามแต่จืดชืดอีกทั้งยังมีใบหน้าเชิดหยิ่งเอาแต่ใจ แต่ป้ายป้ายกับมอง เหมือนหญิงงามที่เพียบพร้อมเสียกว่า
“ชายาเ้างดงามเพียงนี้มิน่า สินเดิมค่าควรเมืองมากมายจึง ยอมยกให้ตระกูลฉี”
“นางสมควรได้รับมัน”
“หึ หึ เ้าพิการขา เดินเหินไม่ได้ ตั้งใจจะผูกใจนางด้วย สิ่งของมีค่า จิ่วเยว่ จะต้องเสียไปมากเพียงใดนางถึงจะยอมเคียงข้างเ้า” ฟงฉิน ยิ้มบางๆ เขาแต่เดิมต่อความใครไม่เก่งอยู่แล้ว
“้ป้ายป้ายมิเคย้าสิ่งของเ่าั้อีกอย่างเป็ ท่านเก้าที่มอบมันให้กับท่านพ่อ บัญชาฝ่าากับความกตัญญูต่อท่านพ่อแม้หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เมื่อแต่งเข้ามาแล้วถึงได้รู้ว่าท่านเก้า มีน้ำใจยิ่งนักป้ายป้ายชื่นชมนิสัยใจคอของท่านเก้ายิ่ง ยอมมอบกาย และยินดีจะอยู่เคียงข้างท่านเก้าตลอดไป ไม่หวังเงินทองลาภยศไม่ แม้ไม่มีสักก้วน(ค่าเงินต่ำสุดของจีนโบราณ1000ก้วนหนึ่งอี่แปะ) ป้ายป้ายก็ยอมที่จะอยู่กับท่านเก้าต่อไป”คำพูดจริงใจใสซื่อ ที่เอ่ยออกไปนั้น ทำเอาจิ่วเยว่ถึงกับถอนหายใจ
“555ดี พูดได้ดี ไม่น่าชายาเอกของเ้าเก้าพูดจาฉะฉาน มั่นคงจริงใจไม่แลกใจที่เ้าเก้า เมื่อแต่งกับเ้าเข้ามาสีหน้าผ่องใส เพราะมีเ้าดูแลเขานี่เอง”
“ปาเยว่อ๋อง ชายาเอก ป้ายหลิว...ถวายพระพรฝ่าา”
“จิ่วเยว่กับ ชายาคารวะพี่แปด”สายตา หยามเหยียดมองมาที่ จิ่วเยว่มองเลยไปยังป้ายป้าย ที่งดงามราวดอกเหมยแรกแย้มอีกทั้งผิวสีน้ำผึ้งไม่ได้ขาวซีด เหมือนป้ายหลิว ด้วยรับอาสาทำงานหลายอย่างทำให้นางไม่ได้จืดชืดเหมือนอย่างป้ายหลิว แม้ไม่น่าทะนุถนอม แต่ก็งดงาม น่ามองกว่าป้ายหลิวนัก
“ข้าเลือกผิดใช่ไหม”พูดจามิได้เกรงใจ จิ่วเยว่ ฮ่องเต้หรือป้ายหลิวแม้แต่น้อยเมื่อพูดถึงป้ายป้าย ด้วยนิสัยมุทะลุและไม่เกรงกลัวใครของปาเยว่อ๋อง ป้ายหลิว ก้มหน้าด้วยความรู้สึกเจ็บแค้นแต่แทนที่จะแค้น สามีกับแค้นเคืองป้ายหลิว มองตามสายตาชื่นชมของสามีไปยังป้ายป้าย
“หมายความว่าอย่างไรเ้าแปด”