พิมพ์มาลาหายใจลึกๆ ก่อนจะก้าวเข้าไปในบริษัทของปรัชญา ท่องในใจว่า “เพื่อน้อง เพื่อลูก” แล้วมาหยุดอยู่ที่หน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์
“สวัสดีค่ะ ฉันมาขอเข้าพบท่านประธานบริษัทค่ะ” พิมพ์มาลากล่าว
“คุณนัดไว้หรือเปล่าคะ” ฝ่ายประชาสัมพันธ์กล่าว
“ไม่ได้นัดไว้ค่ะ เอ่อ แต่ฉันคือ พิมพ์มาลา เป็พี่สาวของว่าที่ภรรยาของเขา ฉันมีเื่ด่วนจริงๆ ค่ะ รบกวนด้วยนะคะ”
“งั้นสักครู่นะคะ ขอฉันติดต่อเลขาฯ ส่วนตัวท่านประธานก่อน”
ผ่านไปประมาณสักสิบนาที
“คุณพิมพ์มาลาคะ ท่านประธานให้คุณเข้าพบได้ค่ะ ห้องท่านประธานอยู่ชั้น 11 นะคะ แล้วเดินตามลูกศรได้เลยค่ะ”
“ขอบคุณค่ะ” พิมพ์มาลาถึงกับโล่งอก เพราะอย่างน้อยเขาก็ยังให้เกียรติเธออยู่
***********************************************
ณ ห้องประธาน เลขาฯ ที่รับทราบความอยู่แล้วก็เชิญให้เธอเข้าไปในห้องประธานได้เลย พิมพ์มาลาเข้าไปแบบกล้าๆ กลัวๆ แต่ก็ฝืนใจแข็ง แม้ไม่ชอบหน้าแต่ก็ต้องลดทิฐิลง
“สวัสดีครับ เชิญนั่งครับ คุณพิมพ์มาลา” ปรัชญากล่าวอย่างสุภาพ
“ขอบคุณค่ะ” พิมพ์มาลามีอาการเกร็งนิดๆ
“คุณมีอะไรก็รีบว่ามาครับ ผมมีงานยุ่งมากจริงๆ”
“ค่ะ คือ ดิฉันเป็ภรรยาของซานฟรานค่ะ เขาทิ้งฉันไปเมื่อ 7 ปีที่แล้ว และเมื่อวันก่อนฉันเห็นข่าวในหนังสือพิมพ์พาดหัวข่าวว่าคุณกับซานฟรานกำลังจับมือร่วมกันทำธุรกิจส่งออกไวน์ไปที่อเมริกา ดิฉันพยายามตามหาเขามานานแล้ว แต่ป่านนี้ยังหาเขาไม่เจอสักที จึงอยากให้คุณช่วยพาฉันไปพบเขาค่ะ”
“คุณไม่ได้โกหกผมแน่นะครับ เพราะผมเป็เพื่อนสนิทของซานฟราน เขาบอกผมว่าถูกภรรยาชาวเอเชียทิ้งไป ทำให้เขาเสียใจมาก ั้แ่นั้นมาเขาก็ไม่มองหน้าผู้หญิงชาวเอเชียอีกเลย และไม่ยอมมีแฟนใหม่ มุ่งแต่ทำงานเพียงอย่างเดียว เขาไม่เคยบอกผมว่าเขาทิ้งผู้หญิงนี่ครับ” ปรัชญาเล่าด้วยความแปลกใจ
“ฉันไม่ได้โกหกคุณนะคะ คุณก็เห็นลูกชายของฉันแล้วนี่คะ หน้าของเขาก็เหมือนกับซานฟรานอย่างกับพิมพ์เดียวกัน หรือจะพาไปตรวจดีเอ็นเอก็ยังได้ แต่ที่เื่เล่ามันต่างกัน อาจเป็เพราะเขาเข้าใจฉันผิดก็เป็ได้ ดังนั้นฉันก็แค่อยากปรับความเข้าใจกับเขาค่ะ ฉันไม่อยากเลี้ยงลูกด้วยตัวคนเดียวอีกแล้ว” พิมพ์มาลาแกล้งบีบน้ำตาเพื่อเรียกร้องความสงสาร
“เอาเถอะครับ ผมเชื่อว่าคุณไม่ได้โกหก แต่ขอผมคุยกับเพื่อนของผมก่อน แล้วผมจะโทรบอกคุณเอง ว่าจะให้ไปพบเขาได้เมื่อไหร่”
“คุณยอมช่วยฉันแล้วจริงๆ หรอคะ ขอบคุณมากจริงๆ ค่ะ” พิมพ์มาลายิ้มด้วยความดีใจพร้อมกับรีบเขียนเบอร์โทรติดต่อแล้วส่งให้เขาทันที “นี่ค่ะเบอร์มือถือของฉัน รบกวนด้วยนะคะ”
“ครับ ได้ความยังไงผมถึงจะโทรไปบอก แต่ ถ้าซานฟรานเขาไม่เชื่อ มันเป็อีกเื่หนึ่งนะครับ ซึ่งผมอาจช่วยอะไรไม่ได้”
“เอ้อ มีอีกเื่ค่ะ คือฉันเปลี่ยนชื่อใหม่ แต่ก่อนฉันชื่อพิมพ์แขแล้วเปลี่ยนมาเป็พิมพ์มาลา ดังนั้นช่วยกรุณาบอกเขาว่า ฉันคือพิมพ์แขนะคะ”
“ได้ครับ คุณมีเื่เท่านี้ใช่มั้ยครับ ผมขอทำงานต่อนะครับ”
“งั้นฉันขอตัวก่อน ลานะคะ” แม้พิมพ์มาลาจะไม่ชอบอากัปกิริยาของปรัชญา แต่อย่างน้อยเขาก็ยอมช่วยเธอ จึงรีบเดินออกมาทันที
***********************************************
พิมพ์มาลานั่งเฝ้าโทรศัพท์ตลอดสองวัน ก็ไม่เห็นปรัชญาโทรมาสักที ป่านนี้เธอก็ยังไม่ได้กลับนครปฐม ทำได้เพียงสั่งการลูกน้องให้ทำงานแทนไปก่อน ในตอนนี้พิมพ์มาลาก็รบกวนอังคณาเป็เวลาห้าวันแล้ว ในใจก็นึกเกรงใจเพื่อน แต่เพราะความจำเป็จริงๆ ซึ่งอังคณาเองก็เข้าใจเพื่อนสาวเป็อย่างดีและพยายามบอกให้เพื่อนไม่ต้องเกรงใจ แต่ถึงกระนั้นคนที่อยู่ในอพาร์ทเม้นท์นี้เหมือนกันก็เข้าใจว่าพิมพ์มาลาเป็แฟนใหม่ของอังคณาไปเสียแล้ว เป็เื่ที่ทั้งสองคนคร้านจะอธิบาย
อย่างไรก็ตามอังคณาก็ไม่ค่อยกลับมาที่ห้อง เพราะเธอต้องออกไปหาข่าวจนกลับดึกทุกวัน ในตอนนี้พิมพ์มาลาก็กลายเป็คนเฝ้าห้องไปเลย พิมพ์มาลานั่งคิดถึงน้องสาวและหลานชายที่พวกเขาอาภัพต้องมารับพิษทำให้ทั้งสองมีสภาพเป็ผักเช่นนี้ สักพักเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นมา
“สวัสดีค่ะ พิมพ์มาลาพูดค่ะ”
“ผม ปรัชญาครับ ซานฟรานยอมพบคุณแล้วครับ เขานัดพบตอนหกโมงเย็นในวันพรุ่งนี้ที่บ้านพักส่วนตัวของเขา เดี๋ยวผมไปรับคุณเองและจะเป็คนพาคุณไปพบ คุณอยู่ที่ไหนครับ”
“เอ่อ เดี๋ยวฉันไปหาคุณที่บริษัทก็ได้ค่ะ”
“อย่างนั้นก็ได้ครับ เอ่อ เขาบอกว่าอยากพบลูกชายด้วย ให้คุณพาเขาไปด้วยนะครับ”
“ตายจริง ทำยังไงดีคะ เขากลับนครปฐมแล้ว เพราะต้องไปเรียนค่ะ งั้นฉันขอตกลงกับเขาก่อน เดี๋ยวฉันพาเขาไปพบลูกเองก็ได้ค่ะ”
“ตามใจคุณก็แล้วกัน งั้นผมขอเผื่อเวลาเดินทาง ให้คุณมาพบผมที่บริษัทห้าโมงเย็นเลยก็แล้วกัน ตอนนี้ผมมีงานด่วนเข้ามา แค่นี้ก่อนนะครับ สวัสดีครับ”
“สวัสดีค่ะ”
พิมพ์มาลาดีใจมากที่จะได้พบซานฟรานเสียที แต่พอนึกถึงซานฟรานขึ้นมา สายตาของเธอก็ฉายแววกร้าวขึ้นมาด้วยความโกรธแค้น