Sol xx Mifa 10
“ขนมที่สั่งได้แล้วครับ ขอบคุณที่มาอุดหนุนนะครับคุณลูกค้า”
“ยินดีค่ะ” ฉันรับถุงขนมนั้นมาจากนั้นก็รีบเดินออกจากร้าน พอกลับขึ้นมานั่งบนรถได้ โทรศัพท์ฉันก็มีสายเรียกเข้าจากซอลอีกครั้ง เขานี่ก็อีกคนจะขยันโทรหาฉันอะไรขนาดนั้น โทรบ่อยจนกลัวเพื่อนเขาจะว่าเขาแล้วเนี่ย
“โทรบ่อยจังเลย”
(ก็คิดถึง ใกล้ถึงห้องหรือยัง)
“ยังเลย เพิ่งขึ้นรถมาน่ะ ทำไมเหรอ”
(งั้นเหรอ เราอยู่ห้องแล้วนะ)
“ถึงแล้วเหรอ?”
(ถึงแล้ว รอนะครับ)
“ค่ะ อยู่ไม่ไกลเดี๋ยวก็ถึง”
(ครับ งั้นวางแล้ว ตั้งใจขับรถ)
เมื่อนั่งเรียบร้อยฉันก็ขับรถออกจากที่จอดเพื่อเดินทางกลับที่พักตัวเอง แต่พอขับรถไปได้สักพักฉันก็เริ่มรู้สึกหายใจไม่ค่อยสะดวก ดีที่ว่าจากจุดที่กินข้าวกลับไปที่คอนโดระยะทางไม่ได้ไกลทำให้ฉันถึงที่พักเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ ทันทีที่ถึงคอนโดจอดรถเสร็จฉันรีบเก็บของลงจากรถทันที ทันทีที่ลงจากรถเหมือนฉันเพิ่งหลุดออกจากอีกโลกหนึ่งทันที อาการแน่นหน้าอกหายใจไม่ออกหายเป็นปลิดทิ้งราวกับว่าก่อนหน้านี้มีคนแย่งอากาศหายใจเป็นภายในรถมากกว่าสิบคน
“สวัสดีครับ”
“สวัสดีค่ะ” คุณลุงปรภ.ที่ทำหน้าที่เปิดประตูให้พร้อมกับเอ่ยทักทายฉันอย่างเป็นปกติ
“เพื่อนมาด้วยเหรอครับ ทำไมยืนอยู่กลางแดดแบบนั้นล่ะครับ”
“เอ่อ ลุงคะ หนูมาคนเดียวค่ะลุง” ฉันรีบเอ่ยบอกคุณลุงรปภ.ไปทันทีที่ได้ยินลุงทักแบบนั้น นี่กลางวันแสก ๆ เลยนะ ยังจะมีอะไรแบบนี้มาให้เห็นด้วยหรือไง
“แต่ลุง... อ๋อ มาคนเดียวครับ”
“ค่ะ”
ระหว่างที่เดินไปขึ้นลิฟต์ คุณลุงแกยังมองตามอย่างสงสัยไหนจะท่าทีลังเลที่จะพูดอะไรบางอย่างออกมานั่นอีก ฉันชักจะไม่สบายใจแล้วนะแบบนี้น่ะ ไม่นานฉันก็เข้ามายืนอยู่ในห้องตัวเองที่ตอนนี้ภายในห้องมีแสงสว่างจ้า ม่านสีทึบถูกเปิดรับแสงแดดเข้ามา เป็นซอลที่เปิดผ้าม่านและทำความสะอาดห้องก่อนที่ฉันจะกลับเข้ามาแน่ ๆ ไหนจะเสียงเครื่องซักผ้าที่กำลังทำงาน กลิ่นหอม ๆ จากน้ำยาถูพื้น ทำไมเขาทำได้เยอะมากขนาดนี้กันหรือเขากลับมาที่ห้องก่อนจะโทรหาฉันอย่างนั้นเหรอ
“กลับมาแล้วเหรอ?” ซอลเดินออกจากห้องนอนเอ่ยถามฉันพร้อมกับรอยยิ้มไหนจะเดินกางแขนเข้ามากอดฉันไว้อีก อ้อนเก่งเหลือเกินผู้ชายคนนี้
“กลับมาแล้วค่ะ มานานแล้วเหรอ? ทำไมถึงทำอะไรเยอะแยะแบบนี้” ผละออกห่างมองหน้าอีกฝ่าย ซอลยิ้มรับก่อนจะช่วยถือกระเป๋าและถุงข้าวของต่างๆ ในมือ
“ก็สักพักแล้ว ตัวเองกลับมาช้าเอง” ซอลเดินเอาของเข้าไปวางที่โต๊ะหนังสือให้ อะไรกันทำไมถึงต้องมาดูแลฉันดีแบบนี้กันนะ แอบทำอะไรผิดหรือเปล่า
“แอบทำอะไรมา” ฉันเอ่ยถามอย่างจับผิด ซอลหัวเราะลั่นเมื่อถูกถามแบบนั้น แน่ ๆ เลยล่ะหัวเราะแบบนี้
“ซอล...เราจะระแวงแล้วนะ”
“อะไรกันเล่า ระแวงทำไมกัน” ซอลยิ่งหัวเราะหนักกว่าเดิมเมื่อถูกฉันมองเคือง ๆ พอเห็นว่าฉันเริ่มกลัวจริง ๆ เขาถึงได้พุ่งเข้ามารวบฉันเข้าไปกอดแนบอกเขาไว้แน่นอีกครั้ง
“แค่จะขอไปเที่ยวเอง”
“ก็แค่ไปเที่ยวทำไมต้องทำให้เราระแวงด้วยเนี่ย”
“ก็อยากให้ไปด้วย...”
“เราไปไม่ได้ เราต้องอ่านหนังสือ”
“มีสอบอีกแล้วเหรอ?” ซอลผละออกห่างมองใบหน้าฉันอย่างสำรวจ ฝ่ามืออุ่นยกทาบที่แก้มจากนั้นก็เกลี่ยปลายนิ้วโป้งไปมาบนแก้มอย่างอ่อนหวาน ริมฝีปากร้อนกดแนบที่หน้าผากอยู่นานกว่าจะยอมถอยหน้าออกห่าง
“เหนื่อยไหม?”
“อื้อ นิดหน่อย”
“งั้นไปอาบน้ำก่อนจะได้สบายตัวนะ”
“ค่ะ ขนมที่ซื้อมากินได้เลยนะ”
“ครับ ไปอาบน้ำเถอะ” ซอลเดินมาส่งถึงหน้าห้องน้ำ พอฉันเข้าห้องน้ำเพื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ความรู้สึกหายใจไม่ออกก็กลับมาอีกครั้ง แต่ไม่นานก็หายไป อาการแบบนี้ฉันมีแนวโน้มเป็นโรคที่เกี่ยวกับระบบหายใจหรือการทำงานของหัวใจหรือเปล่า ไม่ได้การละว่าง ๆ ฉันจะต้องไปตรวจสุขภาพแล้วนะแบบนี้ไม่ไหวเลย เป็นบ่อยเหลือเกิน
“อือ กูไปไม่ได้แล้วล่ะ โทษทีมึง”
“เออ ครั้งหน้าเดี๋ยวกูเลี้ยงข้าว”
“กูเป็นห่วงเขา ไม่อยากให้อยู่คนเดียว ไม่ตอนนี้อยู่ห้องเขา ไม่รู้ว่ะเดี๋ยวกูถามเขาก่อน เออเดี๋ยวโทรกลับ” เสียงคุยโทรศัพท์ดังเข้ามาในส่วนที่เป็นห้องนอน ส่วนเจ้าของเสียงอยู่ที่ห้องนั่งเล่น กำลังทำอะไรสักอย่างอยู่ที่โซฟาซึ่งฉันเองก็ไม่มั่นใจนักว่าเขาทำอะไร ฉันเดินเช็ดผมที่เปียกหมาดออกไปยังส่วนห้องนั่งเล่นก็เห็นว่าเขากำลังเรียงชีทเรียนของฉันอยู่ บนชีทฉันจะเขียนเลข 1 2 3 ไปเรื่อย ๆ ซอลในตอนนี้ก็เอาชีทเหล่านี้มาเรียงไว้ให้ตามลำดับที่ฉันเขียน
“ซอล...”
“หือ?” คนตัวสูงที่กำลังเรียงชีทขานรับพร้อมกับหันมามอง
“ไม่ต้องทำเดี๋ยวเราทำเอง”
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวทำให้” รอยยิ้มของเขาทำเอาฉันสะอึกนิ่งไปเหมือนกัน เขาดูใส่ใจและดูแลฉันดีมาก ๆ จนฉันเกรงใจเขา ทั้งที่เขาก็เรียนหนักเหมือนกัน มีกิจกรรมเหมือนกันแต่เขาก็ยังแบ่งเวลามาหา มาดูแลฉัน
“ซอลไม่ต้องทำ...”
“เราอยากดูแลเธอ เรารู้เธอเรียนหนักและเธอเองก็เหนื่อย ให้เราได้ดูแลเธอเถอะนะ” ความจริงจังและจริงใจถูกส่งผ่านแววตาสีเข้ม เรามองหน้ากันอยู่สักพักก่อนที่ฉันจะเป็นฝ่ายเดินเข้าไปนั่งบนตักเขา ยกแขนทั้งสองข้างโอบรอบคอเขาไว้อย่างขอบคุณ ซอลยกท่อนแขนโอบรอบเอวฉันไว้เช่นเดียวกัน กลายเป็นว่าตอนนี้เรานั่งกอดกันอยู่ที่ห้องรับแขก
“ไม่สบายหรือเปล่า? นั่นไง” ซอลพึมพำเสียงเบาหลังจากยกหลังมือทาบกับหน้าผากฉัน
“เราไม่อยากให้นายดูแลเราดีแบบนี้ ถ้าหากวันหนึ่งนายไม่อยู่แล้วเราจะอยู่ได้ยังไง...” สิ่งที่อยู่ในใจถูกเอ่ยออกมาเป็นครั้งแรกหลังจากที่เก็บความรู้สึกเหล่านี้ไว้ในใจมาโดยตลอด เมื่อเห็นเขาดูแลฉันอย่างดีในทุก ๆ วัน
“เราจะไม่ไปไหนทั้งนั้นแหละ ไม่ว่าจะตอนนี้หรือตอนไหนเธออยู่ไหนเราก็จะอยู่นั่น เราจะดูแลเธอเองไม่ต้องกลัวว่าเราจะหายไปนะ” เสียงนุ่ม ๆ ที่ชอบฟังเอ่ยปลอบ
“ซอล...”
“เรารู้ว่าเรื่องของเราก่อนหน้านี้มันดูเหมือนจะเป็นไปได้ยาก แต่ตอนนี้เรารู้ใจตัวเองแล้ว และมั่นใจในความสัมพันธ์ของเรา ช่วยจับมือกันไปนาน ๆ เลยได้ไหม ไม่ปล่อยมือไปไหนได้หรือเปล่า”
“เราสัญญา...”
“ขอบคุณครับ”
“นอนพักก่อนนะ เดี๋ยวทำอะไรให้กิน”
“แล้วไม่ออกไปเจอเพื่อนเหรอ?” รีบถามอย่างสงสัย ซอลหันกลับมามองพร้อมกับประคองแก้มฉันไว้ สายตาเอ็นดูของเขานั้นทำให้หัวใจฉันเริ่มเต้นแรงตึกตักอีกแล้ว ชอบนักนะมองแบบนี้น่ะ
“ไม่ไปแล้วครับ อยากอยู่ดูแล แต่พวกนั้นมันก็อยากมาหานะวันเกิดไอ้มนต์มันน่ะ”
“ชวนเพื่อนมาสิ ชวนมาได้นะริคก็จะมาด้วยนี่”
“ได้เหรอ? เธอไม่สบายนี่ไหนจะอ่านหนังสือ ไม่ วันนี้ห้ามอ่านหนังสือให้นอนพักก่อน หายแล้วค่อยอ่านตกลงไหม” ซอลเอ่ยบอกกึ่งบังคับยาวเฟื้อยเลย ฉันที่ยังตกใจและในหัวเริ่มประมวลผลช้าจึงทำได้แค่พยักหน้ารับเท่านั้น
“นอนพักก่อนเดี๋ยวเราโทรบอกเพื่อนเองแล้วจะทำข้าวต้มให้นะ”
“คนป่วยไม่จำเป็นต้องกินข้าวต้มนะเผื่อไม่รู้” ฉันรีบเถียงกลับทันทีที่รับรู้ว่าตัวเองจะได้กินข้าวต้ม
“หึหึ งั้นคนป่วยอยากกินอะไรครับ”
“หมูกระทะ!”
“เดี๋ยวให้ริคซื้อเข้ามา ชวนพวกนั้นด้วยนะ มาปาร์ตี้ด้วยกัน”
“อื้อได้ งั้นเรานอนพักก่อนนะ อย่าดื้อล่ะ” ฉันบอกกับซอลไม่จริงจังอีกฝ่ายหัวเราะก่อนจะเข้ามาจูบฉันอีกครั้งด้วยความมันเขี้ยวแล้วผละออกห่าง
“บอกตัวเองหรือไงดื้อ นอนพักได้แล้ว” ซอลเดินเข้าไปในห้องนอนและออกมาพร้อมกับผ้าห่ม
“เดี๋ยวปลุกมากินข้าวนะ พักผ่อนครับคนเก่ง”
เหตุเกิดจากอาการอ่อนเพลียทำให้ฉันเผลอหลับไปนานพอสมควร รู้สึกตัวตื่นอีกทีก็ตอนที่ซอลเข้ามาปลุกให้ไปกินข้าว ตอนนี้ภายในห้องฉันมีเพื่อน ๆ ของซอลที่คณะและเพื่อนในกลุ่มเดียวกับมัธยมมาด้วย ทั้งริค มาร์ช มิล ดาวเหนือ พวกเพื่อน ๆ กำลังเตรียมของทำชาบูกัน ฉันนั่งที่โซฟาด้วยความมึนงง ซอลนั่งทับส้นเท้าอยู่ตรงหน้าพร้อมกับมองฉันอย่างเป็นห่วง ฝ่ามืออุ่น ๆ ของซอลยกขึ้นประคองแก้มเบา ๆ พร้อมกับเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“ไหวหรือเปล่า ไปหาหมอไหม?”
“ไหวอยู่ มันมึน ๆ นิดหน่อย กินข้าวเสร็จเราขอเข้าไปนอนพักนะ”
“ได้ครับ งั้นไปกินข้าวกันจะได้กินยาแล้วนอนพัก” ซอลประคองไปให้นั่งที่โต๊ะกินข้าวในห้องครัว โดยมีเพื่อน ๆ ของเราทั้งสองนั่งอยู่และกำลังเริ่มกินด้วยกัน ตอนนี้เราสนิทกันมากขึ้นแล้วฉันจึงไม่ค่อยเขินเวลาเจอเพื่อน ๆ ในกลุ่มของซอลที่คณะเขา ส่วนเขาก็ตีสนิทเพื่อนฉันเก่งเหลือเกิน
“ไปทำไรมาถึงไม่สบายได้” ริคเอ่ยถามแม้จะออกกวน ๆ แต่ก็รู้ว่าเพื่อนเป็นห่วงเลยถามแบบนี้
“อ่านหนังสือไม่ยอมนอน” กลายเป็นซอลที่เป็นคนตอบแทนฉัน
“อย่าหักโหมมากนักรู้ไหม? แค่นี้ซอลมันก็ห่วงจนไม่เป็นอันทำอะไรแล้ว” ดาวเหนือเอ่ยเตือน ฉันที่ตอนนี้รู้สึกมึนงงจึงทำได้แค่พยักหน้ารับเท่านั้น ตอนนี้ฉันอยากรีบกินชาบูแสนอร่อยให้เสร็จแล้วรีบกลับเข้าไปนอนพักแล้ว ไม่ไหวเลยตอนนี้ ทั้งเวียนหัวทั้งตาลายไปหมดแล้ว
“อิ่มแล้วเหรอ?”
“อือ อิ่มแล้ว เราเข้าห้องนอนก่อนนะ”
“ครับ เดี๋ยวไปส่ง” ซอลเดินมาส่งที่ห้องนอน ระหว่างฉันเข้าห้องน้ำไปแปรงฟันเขาก็ยังยืนรออยู่อย่างนั้น รอกระทั่งฉันขึ้นเตียงนอนเขาขยับเข้ามาห่มผ้าให้ และนั่งรอกระทั่งฉันหลับถึงได้ออกจากห้องไป
ตอนที่ยังสบายดีเขาก็ดูแลฉันเป็นอย่างดี ตอนนี้ฉันไม่สบายเขายิ่งดูแลฉันดีกว่าเดิมเป็นเท่าตัว เจอแบบนี้ทำไมถึงรู้สึกอิจฉาตัวเองที่มีซอลคอยดูแลก็ไม่รู้ บ้าจริง! นี่ฉันรู้สึกอิจฉาตัวเองที่มีแฟนน่ารักอย่างนั้นเหรอบ้าไปแล้วยัยมีฟา!
=====
กรี๊ดดด ในสทีุ่ดน้องก็รักษาเสร็จ พร้อมเขียนต่อแล้วค่ะ ^_^
ดีใจมากๆ เพิ่งไปรับน้องกลับบ้านด้วย ดีใจๆๆ