เซี่ยเฉินก็แบกเ้าลูกหมาและก้อนหินของมันเดินไปออกจากตลาดค้าของเก่าเพื่อไปซื้อของจำเป็รวมไปถึงของใช้เดินออกมาจากตลาดค้าของเก่าไม่ไกลก็เจอกับร้านขายของขนาดใหญ่และตรงป้ายก็ติดว่าห้ามนำสัตว์เลี้ยงเข้าร้าน ทำให้เซี่ยเฉินถึงกับกุมขมับ
“เอ่อผมขอฝากตะกร้าได้ไหมครับ”เซี่ยเฉินหันซ้ายหันขวาก็พบกับแผงขายดอกไม้ห่างจากจุดที่ยืนเพียงห้าก้าวจึงเดินเข้าไปหาแม่ค้าคนนั้น
“ได้สิพ่อหนุ่ม”แม่ค้าที่เห็นว่าเป็ชายหนุ่มหน้าตาดีมาขอก็ยอมให้
“ขอบคุณครับเดี๋ยวผมทำธุระเสร็จแล้วจะมาอุดหนุนครับ”เซี่ยเฉินพูดจบก็วางตะกร้าแล้วเดินกลับไปยังร้านขายของทันทีเ้าลูกหมาตัวน้อยที่ยังคงมีความสุขกับการได้แทะหินก็เล่นอย่างสงบอยู่ในตะกร้า
เซี่ยเฉินถือตะกร้าเดินหยิบของใช้ที่จำเป็อย่างสบู่ ผงซักฟอก น้ำยาล้างจานเสร็จแล้วก็เดินไปโซนเครื่องปรุงหยิบจนพอใจแล้วก็เดินไปคิดเงินจากนั้นก็ออกมารับเ้าลูกหมาพร้อมอุดหนุนดอกไม้ของคุณป้าไปเล็กน้อย
“หิวแล้วแฮะ”เซี่ยเฉินบ่นออกมาเบาๆเดินออกจากร้านขายของก็พบกับร้านขายบะหมี่ไม่ไกลกันนักเซี่ยเฉินจึงแบกเ้าลูกหมาตรงไปทันที
“พี่ชายบะหมี่เนื้อหนึ่ง”ะโสั่งเ้าของร้านที่ดูแล้วอายุมากกว่าเขาไม่กี่ปีทันทีปลดตะกร้าไว้บนเก้าอี้ข้างตัว ไม่นานเ้าของร้านก็นำบะหมี่เนื้อมาวางลงตรงหน้าของเขาเ้าลูกหมาที่นอนสงบเงียบเมื่อครู่เหมือนจะได้กลิ่นอาหารจึงยืนหน้าจากออกมาจากตะกร้าเตรียมกระโจนเข้ามาใส่เขา
“ไม่ได้ กินไม่ได้”เซี่ยเฉินที่เห็นว่าเ้าตัวน้อยจะกระโจนเข้าใส่ชามบะหมี่จึงเอ่ยยั้งไว้เ้าตัวน้อยราวกับฟังรู้เื่จึงทำหูตกและส่งสายตากลมโตมาให้ด้วยความน้อยใจ
“พี่ชายมีนมแพะไหมครับ”ยิ่งเห็นสายตาเศร้าๆของมันเขาก็อดไม่ได้ที่จะส่งสารจึงะโถามออกไป
“มีสิ”และเ้าของร้านก็ใจดีตอบรับว่ามีเซี่ยเฉินจึงสั่งมาหนึ่งถ้วย
“นี่ของเ้า”เซี่ยเฉินอุ้มมันออกมาจากตะกร้าและนำนมแพะที่เพิ่งได้มาวางลงตรงหน้าของมันเ้าหมาน้อยที่ได้ยินว่าเป็อาหารของมันก็ออดอ้อนเล็กน้อยก่อนจะก้มลงกินเขาที่เห็นลูกหมากินแล้วก็ลงมือคีบเส้นบะหมี่กินตามบ้าง เขาสูดเส้นเข้าปากไปได้สองสามคำหันมาอีกทีเ้าลูกหมาที่เคยยืนกินนมก็หายไปอีกแล้ว
“เถ้าแก่ค่าบะหมี่และนมผมวางไว้บนโต๊ะแล้วนะครับ”เซี่ยเฉินจัดการโก้ยเส้นเข้าไปจากนั้นก็วางเงินไว้บนโต๊ะก่อนจะรีบสะพายตะกร้าไปตามหาเ้าหมาตัวน้อยเดินผ่านใครก็ถามคนนั้น
“เห็นมันวิ่งไปตรงนู่นน่ะ”เสียงของชายชราเอ่ยบอกพลางชี้ไปทางถนนใหญ่เซี่ยเฉินให้รู้สึกเป็ห่วงจึงรีบวิ่งไปทันที และก็เจอเ้าลูกหมาที่เดินวนรอบตัวเด็กน้อยที่นอนแน่นิ่งไปกับพื้นเ้าลูกหมาส่งเสียงเห่าเมื่อเห็นว่าเขาเดินมาแล้วเซี่ยเฉินช้อนตัวเด็กน้อยขึ้นแล้ววิ่งไปโรงพยาบาลโดยมีเ้าลูกหมาตัวน้อยวิ่งตามมาติดๆ
โรงพยาบาล A
เซี่ยเฉินวางร่างของเด็กน้อยลงบนเตียงรถเข็นเหล่าพยาบาลรวมไปถึงหมอต่างก็ร่วมใจกันพาเด็กเข้าไปในห้องฉุกเฉิน
“คุณเป็ญาติของคนไข้ใช่ไหมคะ”หนึ่งในนางพยาบาลเข้ามาสอบถาม
“ไม่ใช่ครับ ผมเจอเด็กคนนั้นเป็ลมอยู่ข้างถนนครับ”เซี่ยเฉินเอ่ยตอบตามจริงทำให้นางพยาบาลที่ได้รับข้อมูลประสานงานไปยังตำรวจเพื่อหาตัวญาติคนไข้ที่แท้จริงเพราะดูจากสีหน้าของเด็กแล้วอาการอาจจะหนักกว่าที่คิด
ใช้เวลาไม่นานตำรวจก็เดินเข้ามาสอบถามรายละเอียดกับเขาเซี่ยเฉินจึงเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดโดยยกความดีความชอบให้กับเ้าลูกหมาของตนเอง
“ถือว่าโชคดีมากๆเลยนะครับที่คุณเซี่ยไปเจอ”คุณตำรวจหนึ่งในสองคนที่มาเอ่ยชมในขณะที่คุณตำรวจอีกคนก็ประสานงานกับทางสถานี
“เจอตัวผู้ปกครองของเด็กแล้วครับกำลังเดินทางมา”เสียงคุณตำรวจที่ประสานงานกับทางสถานีเอ่ยบอกกับทั้งทางตำรวจที่มาด้วยและเขาเองโล่งอก ทีนี่เขาก็กลับบ้านได้แล้ว
“ผมขอตัวก่อนนะครับ”เซี่ยเฉินที่เห็นว่าไม่มีเื่อะไรแล้วก็ก้มลงอุ้มหมาของตนใส่ลงในตะกร้าก่อนจะกล่าวลาคุณตำรวจทั้งสองคุณตำรวจเองก็กล่าวขอบคุณอีกครั้ง
โดยที่เซี่ยเฉินไม่รู้เลยว่าทันทีที่ก้าวเท้าออกจากโรงพยาบาลก็ได้มีชายหนุ่มในชุดสูทสั่งตัดพอดีตัวเดินเข้าไปในโรงพยาบาลด้วยท่าทางที่ร้อนรน
“สวัสดีครับ คุณชายไป๋”เสียงทักทายดังออกมาจากปากของนายกเทศมนตรีเหลียงที่วันนี้บังเอิญมาหาหมอเช่นกันไป๋อวิ๋นเฟิ่งไม่ได้ใส่ใจเท่าไรนักเพราะตอนนี้สิ่งที่สนใจคืออาการของลูกชายคนเดียวของตนไป๋อวิ๋นเฟิ่งเดินเลี่ยงชายกลางคนตรงหน้าแล้วตรงไปยังหน้าห้องฉุกเฉิน
“คุณหมอ ลุกชายของผมเป็อย่างไรบ้าง”เสียงทุ้มติดแหบแต่ฟังแล้วมีเสน่ห์เอ่ยถามคุณหมอใส่แว่นในชุดกราวน์ที่เดินออกมาจากห้องฉุกเฉิน
“คุณเป็พ่อของเด็กเหรอครับ”คุณหมอเอ่ยถามออกมา
“ครับ”ไป๋อวิ๋นเฟิ่งตอบรับอย่างหนักแน่นคุณหมอที่เห็นโครงหน้าของเด็กน้อยและชายหนุ่มมีส่วนคล้ายกันถึงเจ็ดส่วนจึงบอกอาการให้อีกฝ่ายได้ฟังคร่าวๆพร้อมทั้งบอกให้อีกฝ่ายพาเด็กไปรักษาที่เมืองใหญ่ซึ่งไป๋อวิ๋นเฟิ่งก้รู้ถึงอาการของลูกชายดีอยู่แล้ว เป็ความสะเพร่าของตนเองที่ยุ่งจนไม่มีเวลาดูลูกและพี่เลี้ยงก็ไม่สนใจจนทำให้ไป๋ซิงหนีออกมาจากโรงแรมได้ ตอนที่รู้ก็ให้บอดี้การ์ดตามหาตัวรวมถึงแจ้งความไว้ด้วยต่อมาเมื่อได้รับการติดต่อว่าลูกอยู่ที่โรงพยาบาลAก็เร่งเดินทางมาทันที
“ครับคุณหมอ”ไป๋อวิ๋นเฟิ่งตอบรับพลางต่อสายหาเลขาให้จัดการไล่พี่เลี้ยงออกและจัดห้องผู้ป่วยวีอพีให้กับลุกชายของเขาด้วย
“พะ พ่อ ผมขอโทษครับ”ไป๋ซิงที่ลืมตามาแล้วเห็นใบหน้าของผู้เป็พ่อก็ร้องไห้และกล่าวขอโทษออกมา
“ไม่ร้องเด็กดี”ไป๋อวิ๋นเฟิ่งกอดปลอบลูกชายด้วยความสงสาร
ในขณะเดียวกันเซี่ยเฉินที่มาถึงท่ารถแต่ก็ไม่มีรถให้กลับทำได้แค่ต้องหาที่นอนรอกลับบ้านในวันพรุ่งนี้เซี่ยเฉินเดินหาโรงแรมนอนจนได้ในที่สุดเป็โรงแรมขนาดเล็กซึ่งสัตว์เลี้ยงก็สามารถเข้าพักได้เซี่ยเฉินเปิดแระตูห้องเข้าไปก็เห็นว่าห้องสะอาดและดูดีกว่าที่คิดมากจึงวางตะกร้าลงเ้าหมาน้อยก็ะโออกจากตะกร้า
“เ้าตัวแสบเฮ้อ”เซี่ยเฉินที่เริ่มดุเ้าหมาน้อยก็ได้รับใบหน้าจ๋อยเข้ามาแทน จนเขาอยากจะดุก็ทำไม่ลงทำได้แค่ลูบหัวมันไปแทนเ้าหมาน้อยที่เห็นเ้าของไม่ดุมันแล้วก็กระดิกหางและวิ่งวนรอบตัวเขาอย่างดีใจ
เขาที่เห็นมันวิ่งวนก็นึกถึงหินที่มันอยากได้ขึ้นมาจึงหยิบออกมาดูก็เห็นว่ามันคงคันฟันจึงพยายามกัดก้อนหินก้อนนี้เซี่ยเฉินได้แต่ขำเพราะหินทั้งคมทั้งแข็งมันยังจะกัดได้
“หินก้อนนี้กัดไปก็เจ็บเดี๋ยวฉันไปซื้อกระดูกยางมาให้แทะก็แล้วกัน”เซี่ยเฉินพูดพลางตบหัวของมันเ้าหมาที่ฟังรู้เื่ก็ส่งเสียงดีใจออกมาแต่จะว่าไปก้อนหินก้อนนี้ตั้งห้าร้อยจะเอาไปทำอะไรดีนะเซี่ยเฉินที่คิดไม่ออกจึงเข้าเว็บเพื่อหาข้อมูลแต่แล้วก็มีหัวข้อหนึ่งเด้งขึ้นมาอย่างน่าสนใจหัวข้อก็คือ ก้อนหินหยก เขากดเข้าไปดูก็เห็นว่าหินในภาพกับหินที่เขาถือมีหลายอย่างที่คล้ายกันหรือว่าจะใช่นะ
“เ้าตัวเล็กอยู่ในห้องก่อนนะเดี๋ยวซื้อขนมมาฝาก”เซี่ยเฉินที่สงสัยอะไรแล้วต้องทำให้กระจ่างจึงถือก้อนหินออกจากห้องไปยังตลาดค้าของเก่าเช่นเดิมยิ่งตอนนี้เป็่เวลากลางคืนตลาดก็ยิ่งคึกคัก เซี่ยเฉินตามหาร้านที่ขายหยก และก็มาเจอร้านขนาดกลางที่ขายหินหยกแปรรูป
“เถ้าแก่มีเครื่องตัดหินไม่ครับ”เซี่ยเฉินเอ่ยถามด้วยความเกรงใจ
“มีสิค่าผ่า 250 หยวน”เถ้าแก่ร้านเอ่ยตอบและเสตาไปทางกลุ่มฝูงชนขนาดใหญ่ที่กำลังมุ่งดูเื่สนุกกันอย่างออกรสออกชาติ
“ขึ้นสีแล้ว”เป็เสียงของหนึ่งในฝูงชนที่ะโออกมาจากนั้นก็เป็การแข่งขันในเื่ราคาหยกสีเขียวอ่อนขนาดเท่ากำปั้นเด็กถูกขายไปในราคาห้าล้านหยวน
“พ่อหนุ่มเครื่องว่างแล้ว”เสียงเถ้าแก่ร้านเอ่ยบอกเซี่ยเฉินจึงได้สติและเดินไปยังเครื่องตัดหยก
“จะตัดอย่างไง”เสียงชายหนุ่มที่นั่งประจำเครื่องตัดเอ่ยถามออกมา
“ผ่าลงไปเลยครับ”เซี่ยเฉินเอ่ยตอบช่างประจำเครื่องตัดจึงลงมีดมาทันที เสียงใบมีดกระทบกับก้อนหินดึงดูดสายตาของใครหลายคนจนเสียงเครื่องหยุดลงในที่สุด
“แม่เ้าโว้ยหยกจักรพรรดิ”เสียงช่างประจำเครื่องตัดส่งเสียงร้องออกมาทำให้เซี่ยเฉินเองก็ตกตะลึงหยกในชาติก่อนที่เขามีเพียงหยกมันแพะเท่านั้น
“10ล้าน”เสียงะโราคาถูกปล่อยออกมา จากนั้นก็ขานราคาจนตอนนี้ถึง 50 ล้านแล้วแต่เซี่ยเฉินก็ยังไม่เอื้อนเอ่ยสิ่งใดออกมา
“พ่อหนุ่มจะตัดต่อเลยไหม”เสียงของช่างประจำเครื่องเอ่ยถามทำให้เซี่ยเฉินพยักหน้าหยกถูกตัดออกมาเมื่อประกบกันแล้วมีขนาดเท่ากับลูกบอลยิ่งทำให้ราคาพุ่งขึ้นไปอีก
“ขอโทษทุกท่านผมขอไม่ขายครับ”เซี่ยเฉินแม้จะสั่นไหวกับราคาที่ถูกเสนอมาแต่เขาอยากจะเก็บมันไว้อยากลองใช้ฝีมือการแกะสลักที่มีแกะมันขึ้นมาเหล่าจีนมุงที่ได้ยินต่างก็ส่ายหน้าและเดินจากไป
“น้องชายหากเปลี่ยนใจก็ติดต่อมาได้”เสียงชายหนุ่มคนหนึ่งพูดพร้อมกับยื่นนามบัตรมาให้เซี่ยเฉินรับมาตามมารยาทและก็ส่งยิ้มให้
“นี่ครับเงิน”เซี่ยเฉินควักเงินส่งให้เถ้าแก่ร้านทันทีเถ้าแก่รับเงินไปแล้วก็นึกเสียดายหยกที่เ้าหนูนี้มีมันราคาสูงถึงร้อยล้านหยวนเลยนะ
เซี่ยเฉินถือหยกไว้อย่างระมัดระวังมีเพียงแวะซื้อขนมและนมแพะไปให้เ้าลูกหมาเท่านั้นก็ตรงกลับห้องเลย
“เอาแต่เรียกเ้าลูกหมาไม่ดีเลยแหะงั้นตั้งชื่อว่าจินซือก็แล้วกัน”เซี่ยเฉินพูดพลางลูบหัวมันขณะที่มันกำลังกินนมอยู่เ้าหมาที่รู้ว่ามีชื่อเรียกแล้วก็ะโโลดเต้นดีใจเสียยกใหญ่
**********************************