ตอนที่ 5 หงอกันจริงนะ! (1)
เมื่อชาติก่อนอันเสี่ยวเย่ว์เป็หมอมือดีทั้งแพทย์แผนจีนและแผนตะวันตกสองสาขา ไม่เพียงรู้จักยาสมุนไพร ยังรู้จักสัตว์พิษงูแมลง เธอมองแค่แวบเดียวก็สามารถรู้ได้ว่าเ้างูน้อยเป็แค่งูธรรมดา ไม่มีพิษเสียหน่อย
ส่วนหม่าซื่อที่มีอาการเช่นนั้น ดูก็รู้ว่าโมโหจนเป็ลม สาเหตุหลักมาจากเรียกร้องเงินไม่สำเร็จ ทั้งยังถูกงูน้อยทำให้ใจึงสลบไป
“ท่านปู่ ข้าทำให้ท่านย่าฟื้นขึ้นมาเดี๋ยวนี้ก็ได้ แต่เื่ค่ารักษา ข้าต้องเป็คนตัดสินเอง!” อันเสี่ยวเย่ว์โบกมือ นางรู้ว่าหม่าซื่อยังไม่ตายตอนนี้ แต่ยังแกล้งพูดให้ดูน่ากลัวว่า “ท่านย่าโมโหจนหมดสติไป หากรักษาช้าก็ไม่อาจรักษาชีวิตไว้ได้”
อันเฉิงเยี่ยแม้จะเสียดายที่ต้องสละเงินก้อนขาวๆ พวกนั้นไป แต่ก็ไม่อาจเห็นแก่เงินจนเบิ่งตามองโดยไม่ช่วยชีวิตภรรยาตนเอง เช่นนั้นคนทั้งหมู่บ้านคงนินทาว่าร้ายเอาได้ เลวร้ายยิ่งกว่าตายเสียอีก
อันเฉิงเยี่ยจำใจกัดฟัน กล่าวว่า “ได้ ขอแค่เ้ารักษาย่าเ้าให้หายก็พอ!”
“หม่านไฉ ไปหยิบเข็มเย็บผ้าของแม่เ้ามา” อันเสี่ยวเย่ว์พูดพลางกดจุดเหรินจง[1]ให้หม่าซื่อ
“ได้เลย!” เกาหม่านไฉแม้จะยังไม่หายดีนัก แต่วิ่งเหยาะๆ ก็ยังมีแรงลมพัดอยู่! ถึงอย่างไรเขายังอายุน้อย พื้นฐานร่างกายดี ขอเพียงได้ยาดี ย่อมฟื้นตัวได้เร็วยิ่ง
เกาหม่านไฉหอบเอากล่องเย็บผ้าของซ่งซื่อมารดาเขามาให้ทั้งกล่อง “น้องเสี่ยวเย่ว์ เข็มปักผ้ามีตั้งมากมาย ข้าไม่รู้จะหยิบอันไหน เ้าเลือกเองก็แล้วกัน!”
อันเสี่ยวเย่ว์เลือกหยิบเข็มที่มีลักษณะยาวละเอียดมาเล่มหนึ่ง อังกับไฟที่ก่อไว้ในลานบ้านครู่หนึ่งก็ถือว่าฆ่าเชื้อโรคแล้ว จากนั้นอันเสี่ยวเย่ว์ก็พูดกับเกาหม่านไฉว่า “หม่านไฉ งัดปากนางให้เปิดออก!”
“อื้อ!” เกาหม่านไฉแทบจะเรียกได้ว่าเชื่อฟังอันเสี่ยวเย่ว์ทุกอย่าง ไม่ว่าจะถูกหรือผิด ไม่สนว่าจะมีเหตุผลหรือไม่ ไม่ว่าอันเสี่ยวเย่ว์ให้เขาทำอะไร เขาก็ยินดีจะทำทุกอย่าง
ขณะเกาหม่านไฉกำลังจะลงมือ อันเฉิงเยี่ยกลับไม่ยินยอม เข้ามาผลักเกาหม่านไฉออก “เ้าจะทำอะไร มีการรักษาอย่างนี้ด้วยหรือ”
อันเสี่ยวเย่ว์เงยหน้าขึ้น มองใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยับย่นของอันเฉิงเยี่ย “ท่านปู่ ข้ากำลังจะช่วยคนนะ หากสายไปต่อให้ไม่ตาย ก็เป็อัมพาตสักสิบปียี่สิบปี ท่านอยากจะอยู่ดูแลท่านย่าหรือ”
เ้าของที่ดินเการีบโน้มน้าว “ผู้เฒ่าอัน ฝีมือรักษาของเสี่ยวเย่ว์ดีมากจริงๆ เ้าต้องเชื่อนางสิ”
พอเห็นว่าอันเฉิงเยี่ยไม่พูดอะไรอีก เกาหม่านไฉก็งัดปากหม่าซื่อเปิดออก อันเสี่ยวเย่ว์แทงเข็มที่บริเวณปลายลิ้นของหม่าซื่อ ทันใดนั้นหม่าซื่อก็กระอักเืออกมาคำหนึ่ง นางได้สติฟื้นขึ้นมาแล้วเอามือกุมปากไว้
หม่าซื่อเจ็บที่ลิ้นแทบตาย พอเห็นอันเสี่ยวเย่ว์ที่มีเข็มอยู่ในมือ ก็อยากจะด่าทอทุบตี ทว่าทั่วร่างกลับไร้เรี่ยวแรง
อันเสี่ยวเย่ว์โยนเข็มในมือทิ้ง ปัดฝุ่นบนมือพลางกล่าวว่า “ข้าอันเสี่ยวเย่ว์เห็นแก่ความเป็หมอที่ช่วยรักษาชีวิตสรรพสัตว์ในโลก จึงช่วยชีวิตท่านเอาไว้ ท่านยังคิดจะด่าว่าข้าอีกหรือท่านย่า”
“เสี่ยวเย่ว์ เ้ารักษาคนได้จริงหรือ นะ...นี่มันเป็ไปได้อย่างไรกัน” อันเฉิงเยี่ยชี้นิ้วไปที่หลานสาวสติไม่เต็มของตัวเอง ก่อนหน้านี้เขายังเข้าใจว่าอันเสี่ยวเย่ว์รักษาเกาหม่านไฉหายได้ด้วยความบังเอิญ แต่ตอนนี้เขาต้องยอมรับแล้ว “หรือว่าจะเป็ยาลูกกลอนที่แม่เ้าไปซื้อมาจากหมอพเนจรนั่น ไม่เพียงรักษาเ้าให้หายจากสติไม่ดี ยังมอบวิชาแพทย์ให้กับเ้าด้วย!”
อันเสี่ยวเย่ว์เหลือกตาขึ้นมองฟ้า ตาเฒ่างมงายนี่ไม่รู้เื่อะไรเลยกลับมอบความดีเื่ทักษะทางการแพทย์ที่นางอุตส่าห์ร่ำเรียนมาอย่างลำบากแสนเข็ญเมื่อชาติก่อนให้เป็ผลงานของยาปลอมเม็ดหนึ่งจากหมอเร่ร่อนเนี่ยนะ นางเชื่อเขาเลย
แต่อันเสี่ยวเย่ว์คร้านจะอธิบายมากความ นางหันมากล่าวกับอันเฉิงเยี่ยว่า “หรือว่าการที่ข้ารักษาหม่านไฉกับท่านย่าให้หายได้เป็เื่หลอกลวง”
“ฮื้อ! กลับบ้านกันเถอะ!” อันเฉิงเยี่ยว่าจบก็หมุนตัวเดินออกไป
“ตาเฒ่า ค่ารักษาพันตำลึง เรายังจะเรียกเอาอีกไหม” หม่าซื่อพูดพลางเอามือปิดปากไว้ “รอข้าด้วยสิ! ตั้งพันตำลึงเลยนะ...”
อันเฉิงเยี่ยทำไมจะไม่เสียดายเงินตั้งพันตำลึง ต่อให้ไม่มีหนึ่งพันตำลึง ได้สักสองร้อยตำลึงอย่างที่เ้าของที่ดินเการับปากไว้ก็ยังดี! แต่เพื่อช่วยชีวิตยายเฒ่าน่าตายนี่ เงินที่เกือบจะได้มาอยู่แล้วกลับต้องหลุดลอยทั้งอย่างนั้น
ตอนนี้หม่าซื่อยังตามตื้อไม่เลิก อันเฉิงเยี่ยจึงตวาดว่า “กลับไปทำงานเสีย ถ้ายังพูดมากอีกข้าจะหย่าเ้า”
“ข้าไม่ขอมีชีวิตอยู่ต่อแล้ว ข้าทำทุกอย่างเพื่อบ้านเรา สุดท้าย...”
หม่าซื่อคร่ำครวญยังไม่ทันจบ อันเฉิงเยี่ยก็หันมาถลึงตาใส่ หม่าซื่อจึงได้แต่ปิดปากไปอย่างเงียบๆ
อันเสี่ยวเย่ว์กลับยิ้มออกมา พึมพำว่า “นี่มันดาวข่มกันแท้ๆ เลยนี่!”
เวลานี้หลิ่วซื่อมาถึงพอดี พอเข้ามาถึงก็ดึงอันเสี่ยวเย่ว์ไว้ “เสี่ยวเย่ว์ เ้าจะอยู่รักษาต่อหรือจะกลับบ้าน แม่ขอบอกเ้าก่อน รักษาหายแล้วก็ต้องกลับบ้านไปทำงาน ถึงตอนนั้น งานหาบน้ำ ผ่าฟืน เลี้ยงไก่พวกนี้เ้าก็ต้องทำทั้งหมด”
คำพูดของหลิ่วซื่อเห็นได้ชัดว่าแอบส่งสัญญาณให้อันเสี่ยวเย่ว์ไม่ต้องกลับบ้าน เพียงแต่อยู่ต่อหน้าชาวบ้านมากมายเช่นนี้ นางไม่สามารถพูดออกมาได้อย่างเปิดเผย คนเป็แม่ย่อมรักใคร่ทะนุถนอมลูกตัวเอง นางสืบข่าวมาเื่นี้มาแล้วว่าอันเสี่ยวเย่ว์อยู่ที่บ้านเ้าของที่ดินเกามีเนื้อกินทุกมื้อ อีกทั้งยังไม่ต้องทำงานบ้าน นางย่อมหวังให้อันเสี่ยวเย่ว์ใช้โอกาสนี้บำรุงรักษาร่างกายให้ดี
อันเสี่ยวเย่ว์ที่รับรู้ได้ย่อมไม่ขัดความหวังดีของหลิ่วซื่อแน่
อันเสี่ยวเย่ว์กำลังจะเอ่ยปาก ก็เห็นอันหยวนเซิงวิ่งกระหืดกระหอบมา
“ท่านแม่ ท่านแม่ ท่านแม่...” เสียงเล็กๆ ของอันหยวนเซิงดังขึ้น
“มีอะไรหรือ รีบวิ่งขนาดนี้” หลิ่วซื่อยกแขนเสื้อเช็ดเหงื่อชุ่มเต็มหน้าอันหยวนเซิง
“ท่านแม่ พี่หญิงใหญ่ถูกอาสะใภ้สามจับมัดไว้ กำลังตีด้วยไม้นวดแป้ง! บอกว่าที่บ้านไข่ไก่หายไปฟองหนึ่ง หาว่าพี่หญิงใหญ่แอบขโมยกิน” อันหยวนเซิงแม้จะมีอายุเพียงห้าขวบ แต่ก็เป็ผู้ใหญ่เกินตัว ตอนนี้เขาสามารถทำงานเล็กๆ น้อยๆ ได้บ้างแล้ว และรู้จักส่งข่าวแล้วด้วย
เชิงอรรถ
^ บริเวณร่องจมูกเหนือริมฝีปาก กระตุ้มเลือดลม รักษาอาการเป็นลม