ท่ามกลางแสงของดวงตะวันที่กำลังส่องสว่างในยามเที่ยง ท่ามกลางบรรยากาศที่แสนจะร้อนอบอ้าว ชิงหลงและหลินเอ๋อซึ่งตอนนี้หยุดพักการเดินทางอยู่ที่แม้น้ำสายหลักซึ่งทอดผ่านแบ่งแยกระหว่างสองดินแดน ถ้าข้ามไปอีกฝั่งก็จะเป็ฯการข้ามแดนทันที
หลินเอ๋อยืนมองอีกฝั่งของแม่น้ำโดยในอ้อมกอดของนางคือหลินเฟย คิดย้อนถึงเหตุการณ์ที่พึ่งจะผ่านไปในใจก็ยิ่งรู้สึกเ็ป ถูกชายอันเป็ฯที่รักทรยศหักหลัง อีกทั้งยังหมายจะสังหารนางเสียให้ได้ซึ่งเขาไม่เคยเป็เช่นนี้มาก่อน แต่มาตอนนี้นางได้รู้ธาตุแท้ของอีกฝ่ายแล้ว
“กำลังคิดอะไรอยู่งั้นเหรอ”ชิงหลงเดินมาหยุดยืนข้างๆก่อนจะเอ่ยถามพร้อมพ้นควันยาสูบออกจากปาก
“คิดถึงเื่ที่พึ่งจะผ่านมา กับคิดถึงเื่ที่กำลังจะผ่านไป”ตอบจบก็หันมามองชิงหลง ในตอนนี้นางคิดกับตาเฒ่าเพียงว่าอีกฝ่ายคือคนๆเดียวที่นางพอจะพึ่งพาได้ เหมือนญาติพี่น้องที่จู่ๆก็ปรากฏตัวทั้งๆที่ก่อนหน้านี้เขาเป็เพียงตาเฒ่าที่ช่วยนางไว้จากโรงเตี้ยมของโจร ทว่าตอนนี้กลับไม่ใช่อีกต่อไปแล้ว
“ท่านชิงหลง”
“หืม?”เ้าของชื่อหันมองอีกฝ่ายเมื่อถูกเอ่ยเรียกชื่อของตนเป็ครั้งแรก
“ท่านจะไปยังที่ไหนต่อไป”
“ทำไมถึงถามเช่นนั้นล่ะ”เพราะจู่ๆนางก็ถามคำถามที่เขาได้เตรียมคำตอบเอาไว้ด้วยซ้ำ
“ตอนนี้ข้าไม่มีจุดหมายที่จะไปแล้ว ตอนแรกข้าคิดว่าจะกลับบ้านแล้วก็ใช้ชีวิตอย่างที่ข้าเคยเป็ เพียงแต่ตอนนี้มีหลินเฟยเพิ่มมาในชีวิต แต่เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นข้าคงกลับไปเป็เหมือนเดิมไม่ได้อีกแล้ว”
“ทุกอย่างไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าผู้คนรอบข้างจะมองเราเป็ยังไงนะสาวน้อย”ชิงหลงจับไหลของหลินเอ๋อและบีบเบาๆ”มันขึ้นอยู่กับตัวเ้าเองเป็ผู้กำหนด หากเราปล่อยให้คนอื่นมากำหนดชีวิตเรา เราจะมีความคิดไปทำไม”
“คืออะไร?”
“เตือนสติเ้าไง ว่าอย่าสนใจความคิดคนรอบข้างหากเ้าจะดำเนินชีวิตของตน เราอยากทำอยากเป็อะไรมันอยู่ที่ตรงนี้”พูดพร้อมจิ้มที่กระหม่อมของหลินเอ๋อเบาๆ”ไม่ใช่อยู่ที่ปากของคนอื่น ถ้าเ้าอยากจะกลับไปเลี้ยงลูก ใช้ชีวิตอย่างที่เ้าเคยเป็ก็ไม่มีใครห้ามหรือว่าอะไรเ้าได้เพราะนั้นมันคือชีวิตและทางที่เ้าเลือก”
“แล้วหากข้าเลือกที่จะเดินเช่นท่านล่ะ”จู่ๆหลินเอ๋อก็สวนกลับมาทำเอาอีกฝ่ายนึกคำพูดแทบไม่ทัน
“เช่นข้า เ้าก็จะเหนื่อยและปวดหัวหน่อย”พูดติดตลกเรียกรอยยิ้มจากหลินเอ๋อได้เป็อย่างดี”ข้าน่ะมันนักเดินทาง ไปนั้นทีมีนี่ที”
“บอกได้ไหม ท่านกำลังตามหาอะไร”คำถามของหลินเอ๋อทำเอาชิงหลงที่กำลังพ้นควันยาสูบออกจากปากนิ่งไป มองสายน้ำจากแม่น้ำตรงหน้าที่กำลังไหลไปตามวิถีของมัน
“สิ่งที่ข้ากำลังตามหา คือความเป็อิสระในชีวิตของข้าไง”หันกลับมาตอบพร้อมยกยิ้มที่มุมปากเบาๆ หลินเอ๋อเกิดความไม่เข้าใจในทันที ชายแก่ตรงหน้ากำลังตามหาสิ่งที่ตนเองกำลังมีอยู่งั้นเหรอ หรือเพราะตอนนี้เขากำลังไม่เป็อิสระ ความเข้าใจกำลังตีรวนทำให้นางสับสนกับคำตอบของอีกฝ่าย
“ไหนดูซิ เ้าฝึกได้ถึงไหนแล้ว”ตัดความคิดของหลินเอ๋อในทันที ชิงหลงส่งกระบี่ไม้ให้กับนาง ทำเอาอีกฝ่ายหลุดออกจากถวังค์ความคิดของตน
ณ สำนักดาบโลหิต
“คารวะท่านแม่ทัพ!”เสียงของเหล่าศิษย์ของสำนักทั้งหลายเอ่ยพร้อมกันดังลั่น เมื่อฉางเฟยมาปรากฏตัวยังสำนักแห่งนี้ ก่อนที่เ้าสำนักจะเดินมารับถึงตัวและพาเข้าไปภายใน
“วิชาดาบพิชิตมารโลหิตงั้นเหรอ”ทวนคำพูดของอีกฝ่าย และฉางเฟยก็พยักหน้าเพื่อย้ำชื่อนั้น ฝ่ายเ้าสำนักมองฉางเฟยด้วยความลังเลใจ”ไม่ใช่ว่าข้าไม่อยากจะมอบให้กับท่านแม่ทัพหรอกนะ แต่เพราะวิชานี้ถูกเก็บรักษาไว้โดยอดีตเ้าสำนักรุ่นที่3 ในถ้ำเพลิงโลกันต์ ติดตั้งกับดักอีกจำนวนมากกันไม่ให้ศิษย์หน้าไหนเข้าไปขโมยวิชานี้นำออกมาฝึก อีกทั้งภายในโถงที่ใช้สำหรับเก็บเคล็ดวิชายังเป็โถงที่พื้นของมันคือทะเลเพลิงที่ร้อนเกินกว่าคนทั่วไปจะทนไหว”
“ข้าจะเป็คนเข้าไปเอามันออกมาเอง”ฉางเฟยเสนอความคิดซึ่งมันบ้ามากๆ
“ข้าไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง หากท่านเกิดเป็อะไรไปสำนักดาบโลหิตของเราจะต้องรับโทษกับเหตุการณ์นี้”ท่านเ้าสำนักตอบกลับ ฉางเฟยพอจะเข้าใจเหตุผลแต่เขา้าเคล็ดวิชาของสำนักนี้เอามากๆ
“ท่านกลับไปเถอะท่านแม่ทัพ ข้าขออภัยที่ต้องเสียมารยาทแต่ทางสำนักของเราไม่อาจยอมให้ท่านนำชีวิตมาเสี่ยงเพียงเพื่อวิชาร้ายกาจเพียงวิชาเดียว ขออภัยจริงๆ”
“ข้าเดินทางมาไกล ผ่านอะไรมาตั้งมากมายเพียงเพื่อจะมาให้ท่านไล่กลับงั้นเหรอ”ฉางเฟยเอ่ยถามขึ้นทำเอาอีกฝ่ายชะงัก”หากข้าเป็อะไรไปข้าจะให้คนของข้ารายงานต่อองค์ฮ่องเต้เองว่ามันไม่ใช่ความผิดของท่านหรือสำนักท่าน แค่นี้ท่านสบายใจได้หรือยัง”เมื่อได้ยินข้อเสนอของฉางเฟยท่านเ้าสำนักจึงเงยหน้ามอง
ถ้ำมารโลหิต
“ทางเดินนั้นไม่ซับซ้อน แต่สิ่งที่ซ้อนอยู่นั้นไม่อาจล่วงรู้ ขอให้ท่านแม่ทัพปลอดภัย”พูดจบประตูถ้ำหินขนาดใหญ่ก็ค่อยๆยกตัวขึ้น ก่อนที่ลมร้อนภายในจะตีออกมาอย่างรุนแรง ฉางเฟยยืนต้านลมนั้นอย่างไม่เกรงกลัว เขาเดินฝ่ามันเข้าไปอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว ในตอนนี้ในหัวของเขามีเพียงอย่างเดียว นั้นคือเคล็ดวิชาอันแสนร้ายกาจนั้น
เพียงเดินเข้ามาภายในสิ่งแรกที่รับรู้ได้คือความเงียบอันแสนวังเวและชวนให้เป้ฯกังวล ทว่าไม่ใช่กับฉางเฟยซึ่งเขาก้าวเท้าตรงไปอย่างมั่นใจและมุ่งมั่น
แกร๊ก!!
แต่แล้วเท้าข้างหนึ่งของเขาก็ไปเหยียบเข้าไปปุ่มกับดักบนพื้นเข้าให้ เพียงปุ่มเดียวทางเดินตลอดทางเริ่มมีการเคลื่อนไหว สายตาของฉางเฟยจับการเคลื่อนตัวของอะไรบางอย่างที่รวดเร็วมาก
“จะเอางั้นเหรอ!”ตวัดกระบี่ออกจากฟักยกขึ้นแล้วฟาดลงอย่างรุนแรงและรวดเร็ว
บึ่มมม!!!!
กงจักยักที่พุ่งตัวมาตามรอยบนผนังจำนวนกว่าสิบใบถูกฟันแตกกระจายไปทั่วทางเดิน แต่นั้นยังไม่หมดเมื่อสิ่งที่ตามมาก็คือเหล่าลูกธนูอาบยาพิษที่ถูกระดมยิงออกมาจากผนังห้องทั้งสองข้างด้วยความเร็วและรุนแรง ฉางเฟยใช้กระบี่ในมือกวัดแกว่งอย่างรวดเร็วเป็โล่ป้องกัน ก่อนจะใช้เท้าสะกิดเอากงจักที่หักครึ่งทั้งสองข้างขึ้นมาถือเอาไว้ เสียงเหล็กกระทบกันดังเป็ระยะๆ ร่างของฉางเฟยนั้นไร้ซึ่งลอยขีดข่วน เดินฝ่ากับดักมรณะเข้ามาได้เรื่อยๆอย่างสบายๆ
ฟึบบบ!!
ทว่ากับดักอีกอย่างที่จู่ๆก็ปรากฏตัวอย่างกะทันหัน มันคือหอกแหลมคมที่ปลายหอกอาบยาพิษร้ายเอาไว้ และแทงออกมาจากทั่วทุกทิศทางของพนังทางด้าน ทั้งบน ล่าง ซ้าย และขวา ฉางเฟยต้องคอยอาศัยจังหว่ะหลบการจู่โจมพวกนี้ไปเรื่อยๆโดยไม่โต้ตอบ
ครื่นนนนนน!!! คื่นนนนนนน!!!
และแล้วการปรากฏตัวของหินใหญ่สองก้นที่กลิ่งลงมาจากช่องลับ พุ่งตรงเข้าหาฉางเฟยอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มไร้ซึ่งความเกรงกลัวจัดการใช้กระบี่ในมือฟันทั้งสองก้อนในคราเดียวขาดครึ่งและแตกออกเป็ก้อนเล้กก้อนน้อยผ่ายร่างเขาไป
ยิ่งเดินลึกเข้ามาเรื่อยๆฉางเฟยยิ่งรับรู้ได้ถึงความรู้สึกที่ร้อนมากขึ้น จนกระทั้งที่ปลายทางเขาเห็นแสงสีส้มปรากฏอยู่ จึงรีบเดินตรงไปหามัน
ฉ่า!!! ฉ่า!!
เสียงหินตกลงไปในลาวาหลอมเหลวที่ด้านล่าง อีกทั้งความร้อนที่ตีขึ้นมาอยู่เสมอๆ แสงสว่างจ้าภายในห้องทำให้ฉางเฟยที่เข้ามาถึงต้องยกมือป้องทันที ร้อนมากจริงๆ แถมยังสว่างมากอีกด้วย ตอนนี้ชุดเกราะของฉางเฟยเริ่มเรืองแสงจากความร้อนที่กำลังจะละลายมัน ฉางเฟยไม่รอช้าจัดการถอดมันทิ้งลงไปในลาวาทันที ใช้มือป้องหน้าอีกหนมองหาสิ่งที่้า
“อยู่นั้นเองสินะ”แล้วเขาก็พบ เสาร์หินที่ตั้งอยู่เพียงเสาร์เดียวโดดๆ ยอดสุดของเสาร์คือหีบเหล้กสีดำถูกปิดเอาไว้อยู่ และเสาร์นั้นตั้งอยู่กลางของห้องโถงแห่งนี้ ฉางเฟยใช้วิชาตัวเบาพุ่งผ่านลาวาร้อนเบื้องล่างเหาะตรงไปยังยอดเสาร์นั้น
พรึบบบ!!
ก่อนจะลงมายืนและมองกล่องเหล้กตรงหน้า เขาค่อยๆเดินเข้าไปหามันในขณะที่ความร้อนยังคงเพิ่มขึ้นอยู่เรื่อยๆ มือทั้งสองข้างจับที่ฝ่าหีบเสียงจากการถูกเหล็กร้อนนาบดังขึ้นทันที
ฉ่า!!!
ทว่ามันก็ทำให้ฉางเฟยไม่หยุดที่จะเปิดหีบออก และสิ่งที่ปรากฏตรงหน้าของเขาก็คือ ตำราที่ทำจากไม้ไผ่มีตัวหนังสือเขียนเอาไว้และถูกม้วนไว้และข้างๆกันนั้นคือดาบขนาดใหญ่ที่นอนแน่นิ่งอยู่ในฝักรูปทรงสลักแปลกตา เขาหยิบทั้งสองอย่างขึ้นมาแล้วจึงเผยรอยยิ้มอันแสนชั่วร้าย
“ข้าได้มาแล้ว!!!”
อีกด้านหนึ่ง
ในขณะที่หลินเอ๋อกำลังฝึกกระบวนท่าที่หนึ่งและสองของวิชากระบี่หมึก ชิงหลงซึ่งรับอาสาดูแลหลินเฟยซึ่งตอนนี้นางหลับไปแล้ว จึงเอากระบี่ของหลินเอ๋อมาตรวจดูในเวลาว่างๆ ชักมันออกมาดูกี่ทีก็พบว่ามันมีสนิมและคาบดำๆติดทั่วคมกระบี่ ยากมากที่จะทำให้มันใช้งานได้อีกหน แต่ที่ทำให้ชิงหลงสนใจเป็พิเศษก็คือ ตัวอกษรที่ปรากฏรางๆบนตัวกระบี่
“ภาษาโบราณนี่นา”ถึงจะอ่านไม่ออกแต่บางตัวมีรูปแบบที่คล้ายคุ้นเหมือนเคยเห็นเมื่อนานมาแล้ว
“ช่วยด้วย!!”
แต่แล้วท่ามกลางความสงสุขที่กำลังดำเนินไป เสียงร้องขอความช่วยเหลือจากหญิงสาวคนหนึ่งก็ดังขึ้น ทำเอาทั้งหลินเอ๋อและชิงหลงต้องหยุดการกระทำทุกอย่างและหันมองไปยังต้นเสียง ก็พบว่าเป็สาวชาวบ้านคนหนึ่งกำลังถูกกลุ่มชายในชุดคลุมแต่งตัวเหมือนโตรกำลังไล่จับตัวพร้อมส่งเสียงหัวเราะชอบใจกันใหญ่
“ท่านผู้เฒ่า”
“รอข้าอยู่นี้ ข้าจะไปช่วยนางเอง”สั่งจบก็คว้าเอาไม้เท้าประจำตัวแล้วใช้วิชาตัวเบาเหาะขึ้นไปบนอากาศ หลินเอ๋อรีบวิ่งตามไปในทันทีอย่างไม่รอช้า
“ช่วยข้าด้วย!! อย่าเข้ามานะ!!”
“จะหนีไปไหนล่ะน้องสาว มาสนุกกับพวกข้าดีกว่า”
“ฝ่ามือวายุ!”ไม่รอช้าชิงหลงจัดการใช้วิชาฝ่ามือวายุซัดจากบนอากาศใส่เหล่าพวกโจรหื่นกามทันที เล่นเอากระเด็ดนไปหลายคน
“มาทางนี้!”หลินเอ๋อที่ตามมาถึง จัดการช่วยหญิงสาวออกมาจากตรงนั้นและหลบการโจมตีของชิงหลงซึ่งยังคงทำอยู่เรื่อยๆ
“ข้าบอกให้เ้ารอไง เ้ามาทำไม!”ชิงหลงะโถามหลินเอ๋อเมื่อเห็นว่านางตามเขามาด้วย
“ข้าแค่อยากมาช่วยท่านเท่านั้นเอง ท่านไม่ต้องห่วงข้าไม่เป็อะไร”เมื่ออีกฝ่ายตอบกลับ ชิงหลงจึงต้องละความสนใจกลับมาจัดการกับเ้าพวกโจรเสียก่อน
เมื่อเหตุการณ์สงบหญิงสาวชาวบ้านขอบคุณที่ทั้งสองช่วยชีวิตของนางเอาไว้ยกใหญ่ก่อนจะรีบกลับบ้านของนางไป และเมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรแล้วจึงได้พากันเดินกลับมายังที่จุดพักเดิมของพวกเขา
“ถ้าครั้งหน้าข้าบอกว่าให้รอก็คือรอ ห้ามดื้อเข้าใจไหม”
“ข้าขอโทษ ข้าก็แค่อยากช่วย”
“ถ้าหากเ้าเป็อะไรข้ามาข้าจะบอกกับลูกเ้าว่ายังไงหากนางโตขึ้น”
“หลินเฟยต้องเข้าใจอยู่แล้วว่าที่ท่านทำไปเพราะอะไร ใช่ไหมหลินเฟย หลินเฟย....”
“เกิดอะไรขึ้น
“หลินเฟย! ท่านผู้เฒ่า หลินเฟยหายไป!!”
“เ้าหาดีแล้วหรือยัง เมื่อกี้ข้าให้นางนอนอยู่ตรงนั้นนะ”ชิงหลงกล่าวพร้อมชี้ไปยังใต้โคนต้นไม้ที่เขานั่งอยู่เมื่อก่อนหน้า
“ข้าหาแล้วแต่ไม่เจอนาง”
“หลินเฟย!”ชิงหลงะโสุดเสียงเรียกเ้าตัวน้อยทันที
“หลินเฟย!!!”ตามมาด้วยเสียงของผู้เป็แม่ที่ตอนนี้ใจแทบจะขาดเมื่อจู่ๆบุตรสาวเพียงคนเดียว หายตัวไป
“หลินเฟย!!!!”