ที่คอนโดย่านดอนเมือง บรรยากาศภายในร้านขายดอกไม้กลับมาดำเนินไปเหมือนช่วงวันที่ทั้งคู่เคยคบหากันอีกครั้งเมื่อดินตัดสินใจจะลืมเรื่องของราชาวดีไป หนิงกับดินช่วยกันดูแลกิจการและใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันเสมือนสามีภรรยาแม้ว่าจะมีสายตาติฉินนินทาหรือความไม่พอใจจากผู้คนรอบข้างหลุดลอดมาบ้างแต่ทั้งสองคนต่างก็เลือกที่จะมองข้ามและคิดว่าเดี๋ยวมันก็คงผ่านพ้นไปได้ด้วยดี
ระหว่างที่ดินกำลังนั่งง่วนอยู่กับการเช็คสต๊อกสินค้าหน้าจอคอมพิวเตอร์มีพนักงานมาส่งดอกไม้ที่หน้าร้าน หนิงจึงผละตัวเดินออกไปรับของ ทันใดนั้นเองหน้าจอโทรศัพท์มือถือของหนิงที่วางทิ้งไว้ก็สว่างวาบพร้อมกับมีข้อความแจ้งเตือนทางไลน์เด้งขึ้นมาสั้นๆ ว่า โทรหาด้วย ดินเหลือบไปเห็นข้อความนั้นเข้าเต็มตาความสงสัยจึงเกิดขึ้นมาในหัวทันทีว่าใครกันที่เป็นคนส่งข้อความหาเธอ
ผ่านไปไม่นาน หนิงก็เดินกลับเข้ามาในร้าน ดินแกล้งทำเป็นนิ่งไม่รู้เรื่องข้อความปริศนาทำทีเป็นเคร่งเครียดอยู่กับการตรวจเช็ครายการสินค้าต่ออย่างตั้งอกตั้งใจหนิงเหลือบมองเขาก่อนจะคว้าโทรศัพท์มือถือแล้วเดินเลี่ยงออกไปคุยโทรศัพท์ที่ด้านนอก
ความสงสัยที่อัดแน่นทำให้ดินตัดสินใจเปิดแอปพลิเคชันกล้องวงจรปิดหน้าร้านขึ้นมาดูผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์เพราะอยากรู้ว่าหนิงกำลังคุยอยู่กับใครและมีเรื่องอะไรปิดบังเขาอยู่กันแน่และทันทีที่ภาพและเสียงจากกล้องถ่ายทอดออกมา ดินก็ได้ยินบทสนทนาทั้งหมดชัดเจน
“มีอะไรว่ามา”
“ที่ไหน”
“โอเคเจอกันสองทุ่ม”
สิ้นเสียงนัดแนะหนิงก็เดินกลับเข้ามาในร้านดินรีบปิดหน้าจอกล้องวงจรปิดลงอย่างรวดเร็วแล้วถามขึ้นด้วยน้ำเสียงปกติ
"มีอะไรเหรอ?"
"อ๋อ...เพื่อนชวนไปกินข้าวน่ะ"
"ผมไปด้วยสิอยากเจอเพื่อนพี่เหมือนกันนะ"
"ไม่ได้หรอกเป็นปาร์ตี้รวมกลุ่มสาว ๆ น่ะ"
"อย่าบอกนะว่าแอบนัดหนุ่มไปดริ้ง"
"จะบ้าเหรอไม่มีหนุ่ม ๆ อะไรทั้งนั้นแหละ เข็ดแล้ว"
"แล้วตกลงไปกินกันที่ไหนหล่ะครับ"
"ยังไม่รู้เลยเดี๋ยวเพื่อนมันส่งโลเคชั่นตามมาให้อีกที"
ท่าทีลุกลี้ลุกลนดูมีพิรุธของหนิง ยิ่งย้ำความสงสัยของดินให้เพิ่มมากขึ้นใครกันแน่ที่โทรมา... สามีเก่าของเธองั้นเหรอหรือเธอกำลังจะกลับไปคืนดีกับคนเก่ากันแน่ ด้วยความระแวงและอยากรู้ความจริงดินจึงตัดสินใจสะกดรอยตามเธอไป
ช่วงเวลาประมาณทุ่มครึ่ง หนิงเรียกแท็กซี่ออกจากห้องพักดินรีบคว้ากุญแจรถมอเตอร์ไซค์คันเก่าที่ไม่ค่อยได้ใช้งาน ขับตามออกไปห่าง ๆโดยเปลี่ยนเสื้อผ้าและสวมหมวกกันน็อกเพื่อปกปิดใบหน้ามิดชิดหนิงไม่ได้ระมัดระวังตัวเลยแม้แต่น้อยเพราะไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าดินจะเกิดความระแวงและแอบตามมาเธอเดินทางมาถึงร้านอาหารแห่งหนึ่งและเดินตรงเข้าไปพบกับใครบางคนดินแอบซุ่มมองจนมั่นใจว่าเธอเข้าไปแล้ว จึงเดินเลี่ยงเข้าไปหาจังหวะแอบดูใกล้ ๆและวินาทีนั้นเองที่ทำให้เขาต้องยืนอึ้งตาค้าง... คนที่หนิงนัดมาพบไม่ใช่ใครที่ไหนแต่คือ “วี”
ดินยืนแข็งทื่อสมองขาวโพลนไปหมด ทำไมหนิงถึงนัดเจอกับวีได้ สองคนนี้รู้จักกันตอนไหนและทำไมต้องแอบมาเจอกันแบบนี้ มันเกิดเรื่องบ้าอะไรกันแน่เขารู้สึกสับสนมึนงงจนแทบตั้งสติไม่ถูกอยากจะพุ่งเข้าไปกระชากถามความจริงให้รู้แล้วรู้รอด แต่ก็รู้ดีว่าทำแบบนั้นไม่ได้เขาจึงตัดสินใจกวักมือเรียกเด็กเสิร์ฟของร้านยื่นเงินให้ส่วนหนึ่งแล้ววานให้เด็กคนนั้นเดินไปยืนทำทีเป็นเก็บโต๊ะใกล้ๆ กับสองคนนั้นพร้อมกับที่ดินต่อสายโทรศัพท์หาเด็กเสิร์ฟคนนั้นเพื่อแอบเปิดลำโพงดักฟังบทสนทนาผ่านปลายสาย
“น้อง...เมียพี่มีชู้กับผู้หญิงช่วยเปิดโทรศัพท์และไปยืนใกล้ๆ สองคนนั้นหน่อยนะ พี่อยากรู้ว่าเขานัดแนะอะไรกัน”
เด็กเสิร์ฟทำตามคำสั่งอย่างรู้หน้าที่ เดินเข้าไปยืนใกล้โต๊ะเป้าหมายเหมือนว่าวีจะระวังตัวมาก เมื่อเห็นเด็กมายืนใกล้ๆ เธอก็หยุดพูดและหันไปสั่งเด็กเสิร์ฟทันที
"น้องคะพี่สั่งอาหารไปตั้งนานแล้ว ช่วยตามให้หน่อยสิคะ"
เด็กคนนั้นจำเป็นต้องผละเดินเลี่ยงออกจากจุดเดิมตามมารยาทแต่ความมีไหวพริบดี ทำให้เขาแอบวางโทรศัพท์มือถือซ่อนไว้ในกระถางต้นไม้เล็ก ๆที่ตั้งอยู่ใกล้โต๊ะนั้นระยะห่างที่ใกล้มากทำให้ดินได้ยินทุกถ้อยคำสนทนาผ่านหูฟังอย่างชัดเจน
"จะคุยเรื่องอะไรทำไมต้องนัดให้ออกมาเจอข้างนอก โทรคุยกันเฉย ๆ ไม่ได้เหรอ"
"ฉันต้องการให้เธอเลิกกับดินซะ"
"อะไรนะไหนตอนแรกบอกว่าให้เวลาสามเดือนไง นี่เวลายังไม่ถึงสองเดือนด้วยซ้ำนะ"
"ฉันคิดผิดไปฉันไม่น่าเชื่อใจนายนั่นเลย"
"ธนัชชางั้นเหรอ"หนิงถามขึ้น
"อืม...นัชดูท่าจะติดใจยัยชานั่นซะแล้ว ฉันปล่อยให้มันเลยเถิดกว่านี้ไม่ได้"
“แล้วยังไงจะให้ฉันเลิกกับดินเพื่ออะไร?"
"ฉันต้องการให้นัชอกหักอยากให้เขาเจ็บและซมซานมาหาฉัน"
"ถึงฉันจะยอมเลิกกับดินก็ไม่ได้แปลว่าชาจะกลับมาหาดินหรอกนะ และอีกอย่าง...ถ้าดินไม่ยอมเลิกกับฉันจะทำยังไง"
วีหยิบซองกระดาษสีน้ำตาลใบหนึ่งขึ้นมาวางลงบนโต๊ะแล้วเลื่อนไปตรงหน้าหนิง
"นี่คือค่าจ้างส่วนแรกรับไป แล้วเลิกกับดินซะ ส่วนที่เหลือเดี๋ยวฉันจัดการเอง"
หนิงเอื้อมมือหยิบเงินในซองออกมานับ
"ห้าหมื่นงั้นเหรอทำไมเธอต้องลงทุนทุ่มเงินมากมายขนาดนี้เพื่ออะไร ฉันไม่เข้าใจจริง ๆ"
"มันเป็นปัญหาของฉันเธอมีหน้าที่ทำตามที่ฉันสั่งก็พอ คืนนี้กลับไปเก็บข้าวของออกจากห้องนายดินนั่นซะ แล้วไม่ต้องมายุ่งกับเขาอีกส่วนเงินอีกห้าหมื่นที่เหลือฉันจะโอนให้ทันทีเมื่อมั่นใจว่าเธอเลิกยุ่งกับดินเด็ดขาดแล้ว"
พูดจบวีก็ลุกพรวดออกจากโต๊ะอาหารทันทีโดยที่อาหารยังไม่ทันจะยกมาเสิร์ฟด้วยซ้ำหนิงนั่งก้มหน้าเก็บเงินใส่ซองให้เรียบร้อยจังหวะนั้นเด็กเสิร์ฟเดินกลับมาที่โต๊ะเพื่อเสิร์ฟอาหารพอดีจึงอาศัยจังหวะชุลมุนหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองออกจากกระถางต้นไม้แล้วเดินกลับมาหาดินที่ซุ่มรออยู่
ดินยื่นเงินสดให้เด็กเสิร์ฟเป็นค่าสินน้ำใจหนึ่งพันบาทก่อนจะรีบสตาร์ทมอเตอร์ไซค์ขับกลับห้องพักทันที บรรยากาศยามค่ำคืน แสงไฟถนนสลัว ๆสายลมเย็นที่พัดปะทะใบหน้า และความมืดมิดรอบกาย ทำให้จิตใจที่แตกสลายของดินร่ำไห้อย่างหนักหน่วงน้ำตาแห่งความเสียใจและเจ็บใจไหลลงอาบสองแก้มตลอดเส้นทางเขาขับรถไปร้องไห้ไปจนกระทั่งกลับถึงคอนโด และนั่งทิ้งตัวรออยู่บนโซฟา ไม่นานหนิงก็เปิดประตูห้องตามกลับมา
"อ้าว...ดิน...ยังไม่นอนอีกเหรอ?"
ดินพยายามฝืนปรับสีหน้าให้เป็นปกติที่สุด
"อืม...ว่าจะนั่งดูหนังฆ่าเวลาสักเรื่องน่ะ"
"ดิน...หนิงมีเรื่องสำคัญจะบอก"
ดินแสร้งทำเป็นสนใจหน้าจอทีวีที่กำลังไล่หาซีรีส์ดู
"อืม...ว่ามาสิ มีเรื่องอะไรเหรอ"
"หนิง...หนิงจะย้ายออกไปจากที่นี่แล้วนะ"
"เร็วขนาดนั้นเลยเหรอครับ?"
หนิงยืนนิ่ง สีหน้าเป็นกังวล เธอกำลังงุนงงกับท่าทีของดิน
"ไม่ลังเลหน่อยเหรอครับอยากได้มากเงินมากขนาดนั้นเลยเหรอครับ"
"พูดอะไรไม่รู้เรื่องเลยนะดิน"หนิงเริ่มลุกลี้ลุกลน
"ผมเข้าใจหมดทุกอย่างแล้วล่ะครับ...ถ้าเงินนั่นสำคัญมากกว่าผมผมก็ยินดีที่จะปล่อยพี่ไป... รักษาตัวด้วยนะ"
ดินเงยหน้าขึ้นมองหนิงนิ่งๆ สายตาและคำพูดนั้น ทำให้หนิงรู้ตัวแล้วว่าดินรู้เรื่องทั้งหมดเธอจึงสารภาพทุกอย่างออกมา
"ดิน...หนิงขอโทษ หนิงมีความจำเป็นจริง ๆ นะ หนิงเลิกรากับแฟนเก่าคนนั้นไปแล้ว ตอนนี้หนิงต้องเอาลูกไปฝากแม่ให้ช่วยเลี้ยงแถมยังต้องหาเงินมาเลี้ยงลูกสองคนตามลำพัง ช่วงที่หนิงกำลังอับจนหนทางเรื่องเงินวีก็เข้ามาหาพร้อมยื่นข้อเสนอให้หนิงกลับมาคืนดีกับดินอยู่กินด้วยกันให้ครบสามเดือน แล้วเธอจะจ่ายค่าตอบแทนให้หนึ่งแสนบาท... หนิงเองก็อยากกลับมาคืนดีกับดินอยู่แล้วเลยคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไรตั้งแต่วันที่เลิกกันไปไม่มีวันไหนเลยที่หนิงจะไม่คิดถึงดิน ดินเชื่อหนิงนะ"
"แต่พี่ก็ยอมเลิกกับผมเพื่อเงินนั่นด้วยนิครับทำไมถึงไม่บอกผมตั้งแต่แรก"
"มันอยู่ในเงื่อนไขข้อตกลงน่ะ...แต่นะดิน เราแกล้งทำเป็นเลิกกันหลอก ๆ ก่อนก็ได้นะหนิงออกไปเช่าห้องอยู่ที่อื่นสักพัก พอหนิงได้เงินส่วนที่เหลือครบเราก็ค่อยกลับมาอยู่ด้วยกันเหมือนเดิมก็ได้นิ"
"งั้นพี่ก็รู้เรื่องของชากับผมตั้งแต่แรกแล้วสิครับ"
"เปล่า...วีไม่ได้บอกอะไรมาก แค่บอกให้กลับมาคืนดีกับดิน หนิงก็ทำตามแค่นั้นแหละ...แต่มันก็เดาไม่ยากหรอก จากท่าทีที่ดินแสดงออกกับชารวมทั้งเรื่องที่วีเคยบ่นเรื่องนัช ทำให้พอจะปะติดปะต่อเรื่องได้ทันทีวีคงคิดว่าถ้านัชคบกับชาสักพัก เดี๋ยวเขาคงจะเบื่อแล้วเขี่ยทิ้งไปเอง แต่กลับคิดผิดนัชอาจจะหลงรักชาเข้าจริงๆ ก็เป็นได้ วีถึงได้คลุ้มคลั่งพยายามทำทุกทางให้นัชอกหักจะได้กลับมาซบอกเธอเหมือนเดิม... ช่างโง่เง่าสิ้นดี คนที่เขาหมดรักต่อให้ทำยังไงเขาก็ไม่กลับมารักหรอก ต่อให้นัชจะอกหักจากชาจริง ๆมันก็ไม่ได้มีอะไรการันตีสักหน่อยว่าเขาจะกลับมาหาวี"
ดินยกมือขึ้นกุมขมับปิดใบหน้าตัวเองแน่นพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ความเจ็บปวดที่กำลังแผดเผาขั้วหัวใจจนแทบแหลกสลายเขารู้สึกเสียใจและเจ็บใจอย่างถึงที่สุดกับการถูกหลอกใช้เป็นเครื่องมือเขามีคำพูดมากมายเป็นร้อยแปดที่อยากจะระบายออกมา แต่สุดท้ายริมฝีปากกลับสั่นและเปล่งออกมาได้เพียงประโยคสั้นๆ ว่า...
“พี่กลับไปเถอะครับ...ผมอยากอยู่คนเดียว”
*¨**¨*•.¸❤︎¸.•*¨**¨*