เช้าอีกวัน นนท์ทำการสำรวจแหวนมิติอย่างตั้งใจ " หือ แผ่นหยกอะไร " นนท์หยิบแผ่นหยกขึ้นมาดู " เอ แล้วมันใช้ยังไง "
หลันอิงเย่ได้ยินเสียงนนท์พึมพำ จึงหันไปดู " ท่านพี่ ท่านลองถ่ายลมปรานเข้าไปในแผ่นหยก " นนท์พยักหน้า
จากนั้นนนท์จึงถ่ายลมปรานเข้าไปในแผ่นหยก พลันปรากฏเงาร่างของชายหนุ่มขึ้น นนท์ขมวดคิ้ว
" ก่านเป็ใคร " นนท์ถามเงาร่างนั้น " ข้ามีนามว่า ทงเทียน นี่เป็เสี้ยวิญญาของข้า " เงาร่างตอบเสียงเย็น
" ท่านตายแล้วนี่ เหตุใดท่านจึงอยู่ที่นี่ มิใช่ว่าท่านเป็ผีหรอกนะ " นนท์ขนลุกซู่
" เ้าหนุ่ม จริง ข้านั้นตายแล้ว และนี่คือเศษเสี้ยวิญญาของข้าที่ทิ้งไว้ในแผ่นหยก เพื่อรอคอยผู้มีวาสนามาพบเจอ "
" เหตุใดจึงเป็ผู้มีวาสนา " นนท์ยังคงสงสัย
" หึ เหตุใดเ้าจึงเปิดแหวนมิติได้ และเหตุใดเ้าจึงเห็นศพของข้า " เงาร่างกล่าว
" อือ ใช่ ข้าก็ยังสงสัยว่าทำไมข้าจึงเปิดแหวนมิติวงนี้ได้ ส่วนศพของท่านมิใช่ว่าผู้คนที่เข้ามาในเขาอสูรพบเจอท่านแล้วหรอกรึ " นนท์หน้านิ่ว
" ศพของข้าอยู่ที่นี่มาห้าพันปีแล้ว ก่อนตายข้าได้ใช้พลังในการผนึกเศษเสี้ยวิญญาลงในแผ่นหยก เพื่อรอถ่ายทอดเื่ราวให้กับผู้มีวาสนา และข้ายังใช้พลังเฮือกสุดท้าย ในการสลักค่ายกลลงบนแผ่นหยกเพื่อปิดกั้นศพของข้าจากผู้อื่น จะมีก็เพียงผู้มีวาสนาเช่นเ้าและนาง จึงจะมองเห็นศพของข้าได้ " นนท์พยักหน้ารับ
"เอาล่ะเ้าหนุ่มสมบัติทั้งหมดในแหวนมิติวงนี้ เป็ของเ้าแล้ว " นนท์มีคำถาม
" เหตุใดสมบัติในแหวนมิติวงนี้จึงล้ำค่ายิ่งนัก ต้องใหญ่โตเพียงใดถึงจะมีสมบัติมากมายขนาดนี้ " ความสงสัยต่อเงาร่างยังคงมากมาย
" เ้าหนุ่มพลังของเ้าในตอนนี้ต่ำต้อยยิ่งนัก หากเ้ารู้ความลับของข้าไม่แคล้วเ้าคงต้องตายจงเร่งฝึกตนเถิดเมื่อถึงเวลาเ้าจะรู้เอง " นนท์พยักหน้ารับ
กล่าวจบร่างเงายื่นนิ้วชี้มาที่นนท์ แสงสีขาวปลดปล่อยออกจากปลายนิ้ว พุ่งเข้าสู่หน้าผากของนนท์ พลันสะท้านถึงกายจิตของนนท์
" เื่ราวต่างๆ ข้าได้ถ่ายทอดให้เ้าแล้ว หากแต่เพียงเ้ามิอาจเปิดได้ เพราะข้าได้ผนึกเอาไว้เ้าจะเริ่มเปิดผนึกแรกได้ เมื่อขั้นฝึกตนของเ้าอยู่ที่ขั้นหลอมรวมิญญา "
" เอาละคงถึงเวลาที่ข้าต้องไปแล้ว เ้าหนุ่มจงเร่งฝึกตนเถิด อีกไม่นาน " เงาร่างพลันรางเลือนจากสายตาของนนท์
" อีกไม่นาน ๆ ๆ ๆ " นนท์พึมพำ
" ท่านพี่ ข้ากลัว " ว่าแล้วหลันอิงเย่จึงโถมกายเข้ากอดนนท์
" ไม่มีอะไรแล้ว ไม่ต้องกลัว " นนท์ลูบหลังของหลันอิงเย่เพื่อปลอบประโลม
" เย่เอ๋อร์หนทางข้างหน้าช่างน่าสนุกยิ่งนัก คงต้องเร่งฝึกฝนอย่างที่พี่ชายศพบอกแล้ว " นนท์กล่าวกลับเย่เอ๋อร์
" เย่เอ๋อร์เ้าจะออกไปหาประสบการณ์กับข้าหรือไม่ " นนท์หันมาถามเย่เอ๋อร์พร้อมจุมพิตที่ริมฝีปากอวบอิ่มของนางอย่างอ้อยอิ่ง
" ท่านพี่ข้าต้องกลับไปบอกอาจารย์ก่อน " หลันอิงเย่กล่าวกับนนท์
" อืม หากเป็เช่นนั้น อีกสองสามวันเราค่อยออกเดินทาง " ว่าแล้วนนท์จึงสำรวจแหวนมิติต่อ
" อ่ะ เย่เอ๋อร์ นี่เพลงกระบี่เหมันต์ เคล็ดวิชาดอกบัวพิสุทธิ์ ฝ่ามือเยืยกแข็ง เหมาะกับเ้ายิ่งนัก " นนท์ยื่นวิชาต่างๆให้กับหลันอิงเย่
" นี่คือกระบี่หยกหิมะอาวุธขั้นจักรพรรดิ์ศักดิ์สิทธิ์ ถุงมือไหมหิมะใส่เวลาใช้ฝ่ามือเยืยกแข็ง นี่เจดีย์หยกขาวเก้าชั้นอาวุธป้องกันขั้นจักรพรรดิ์ศักดิ์สิทธิ์ " หลันอิงเย่ยิ้มให้นนท์อย่างมีความสุข
นนท์นำแหวนมิติระดับกลางออกมาพร้อมใส่สมบัติต่างๆ แล้วยื่นให้กับหลันอิงเย่
หลันอิงเย่รับแหวนมิติมาแล้วรีบหยดเืเพื่อเปิดใช้งาน
หลันอิงเย่หันมายิ้มให้กับนนท์ แล้วยื่นหน้าเข้าจูบนนท์อย่างเร่าร้อน
และกระซิบที่ข้างหูของนนท์ " ท่านพี่ เย่เอ๋อร์รักท่าน "
นนท์มองใบหน้าที่เต็มไปด้วยความรักของหลันอิงเย่ " เย่เอ๋อร์ ข้าก็รักเ้า "
กล่าวจบพร้อมอุ้มหลันอิงเย่ไปที่เตียงและทำการเปิดศึกใต้สะดืออีกหลายครั้ง