ขณะที่เนตรนภา เป๋าและหมิงคุยกันอยู่นั้น อลินตาเงียบผิดปกติเนตรนภาหันมาทางอลินตาก่อนจะถามขึ้น
“พี่อลินเป็นอะไรคะ? ทำไมเงียบๆ มีอะไรหรือเปล่า?” หมิงหันไปทางเจ้านายสาวแล้วหันมาทางเนตรนภา
“คุณอลินกำลังคิดหาวิธีกำจัดปีศาจอสูรกายดอยู่ครับคุณเนตร” อลินตาเดินมาหยุดต่อหน้าทุกคนเป๋าเห็นอาการของเจ้านายตัวเองก็รีบถาม
“อาการมันเป็นยังไงคะคุณอลิน?” อลินตาถอนหายใจก่อนจะเดินมาทิ้งตัวลงนั่ง ตรงชุดโซฟาตัวใหญ่ ที่อยู่ปลายเตียงนอน ใช่แล้วอลินตากำลังคิดว่าจะมีวิธีกำจัดปีศาจอสูรกายดำยังไง ที่สำคัญอลินตาก็ยังไม่รู้วิธีเรียกวิญญาณที่โดนเจ้าปีศาจนั่นกินเข้าไป ให้กลับคืนมาได้ยังไง
เนื่องจากวิญญาณทุกตนจะต้องไปเกิดตามภพภูมิที่ตัวเองเคยทำกรรมมาไม่ใช่ถูกตัดรอนตอนกรรมด้วยการกินมันเข้าไปแบบนั้นขนาดบทสวดมนต์ท้ายบททำวัตรเย็นยังบอกเลย ว่าสัตว์โลกมีกรรมเป็นของของตนมีกรรมเป็นผู้ให้ผล มีกรรมเป็นแดนเกิด มีกรรมเป็นผู้ติดตาม ทำกรรมอันใดไว้จักต้องได้รับผลแห่งกรรมนั้น
แล้วนี่วิญญาณของมุกนวล และวิญญาณดวงอื่นๆ ที่ทำกรรมมา จะต้องไปชดใช้กรรมในนรก แต่กลับถูกไอ้ปีศาจนั่นกินวิญญาณเข้าไปแล้วถ้าวิญญาณดวงอื่นเป็นวิญญาณที่ดี ซึ่งอาจจะมีสิทธิ์ไปเกิดบนสวรรค์โดนมันกินเข้าไป จะไม่เป็นการอยุติธรรมเหรอ ที่ไม่ได้เสวยผลบุญแต่ต้องมาตายเพราะถูกกัดกินดวงวิญญาณ ซึ่งเรื่องนี้มันไม่ยุติธรรมเอาเสียเลยมันต้องมีทางแก้ แต่แค่ยังคิดไม่ออกเท่านั้นเอง อลินตานั่งนิ่งไปสักพักก่อนจะมองมาที่เนตรนภาแล้วถามขึ้นลอยๆ
“เนตรเราเกิดวันอะไรเหรอ?” เนตรนภาตอบรวดเร็ว
“วันพุธค่ะ” อลินตาฟังนิ่ง แต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อเนตรนภาพูดต่อ
“พุธกลางคืน..”อลินตารีบทวนคำพูดญาติผู้น้องทันที
“พุธกลางคืนงั้นเหรอ?”อลินตาพูดเบาราวกับรำพึงเสียมากกว่า
“ดวงราหูนี่นา!?”พูดแค่นั้นแล้วก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ นอกจากเดินเลี่ยงออกไปยืนนอกชานสายตาเพ่งมองไปในความมืดท้ายสวนหลังบ้านตัวเองดวงชะตาของเนตรนภาถือว่าเข้าขั้นดวงแข็งเลยทีเดียว วันทั้งเจ็ดจะมีพิเศษก็ตรงวันพุธนี่แหละ ที่จะมีพุธกลางวันกับพุธกลางคืน
คนที่เกิดวันพุธกลางคืนส่วนมากดวงจะตรงฤกษ์ราหู ดวงแข็ง แต่ขณะเดียวกัน ก็เป็นดวงที่ค่อนข้างหอมหวนสำหรับวิญญาณร้าย!! แต่อลินตาก็อดแปลกใจไม่ได้ว่าเหตุใด เนตรนภาอยู่กับน้าปลายนภาซึ่งมีทั้งผีปอบมุกนวลและปีศาจอสูรกายดำในบ้าน ทว่าเนตรนภาก็อยู่รอดปลอดภัยมาโดยตลอด มันเพราะอะไรกัน!? จะว่ามีปลายนภาคอยปกป้องก็ไม่น่าใช่เมื่อคิดมาถึงตรงนี้อลินตาก็พูดขึ้นคล้ายออกคำสั่ง
“พรุ่งนี้หลังจากฟังพินัยกรรมเสร็จเรียบร้อยแล้วอาจจะต้องไปทำธุระที่เรือนไม้ชายป่าและสำรวจมรดกที่ได้รับอาจจะใช้เวลาวันหรือสองวัน หลังจากนั้น เป๋าตุง เตรียมตัวเดินทางไปกับฉันส่วนเนตร ถ้าอยากจะไปท้าทายผจญภัยด้วยกัน ก็หาข้ออ้างกับแม่เอาเองนะ..” ทั้งสามที่นั่งอยู่บนเตียงถึงกับงง หมิงอดไม่ได้รีบถามขึ้น
“พาเป๋าไปไหนเหรอครับคุณอลิน?”อลินตายิ้มมั่นใจอย่างคนที่คิดมาดีแล้วพลางตอบลูกน้องของตัวเอง
“ไปหาอาจารย์สินยเวทย์...”หมิงกับเป๋าทวนคำ
“อาจารย์สินยเวทย์..”หมิงเอะใจรีบเอ่ยถามทันที
“เดี๋ยวๆๆๆเดี๋ยวนะครับ อาจารย์สินยเวทย์ที่คุณอลินพูดถึงนี่คือคนที่อยู่ในช่วงเวลาเดียวกันกับคุณหลวงอภิมหาทองไพศาลตอนที่ท่านมีชีวิตอยู่นี่นา”อลินตายิ้มพึงพอใจก่อนจะพยักหน้า
“ใช่ อาจารย์สินยเวทย์อยู่ในช่วงรัชสมัยรัชการที่ห้า.. ก็เป็นช่วงที่คุณหลวงอภิมหาทองไพศาลยังมีชีวิตอยู่นั่นแหละ เอาล่ะเด็กๆฉันถือว่าฉันแจ้งข่าวสารการเดินทางล่วงหน้าแล้วนะ เตรียมตัวกันด้วย โอเค๊...”เป๋าไม่ได้กังวลเรื่องจะไปยุคไหนสมัยไหน แต่ที่เป๋ากังวลมากนั่นคือ
“ต้องนอนโลงศพไปเหรอคะ..?”คราวนี้อลินตาไม่ตอบแต่ถามเป๋ารวดเร็ว
“แล้วเคยเห็นฉันขี่บั้งไฟพญานาคข้ามภพไปด้วยเหรอจ๊ะเป๋าตุง....”เป๋าได้ฟังก็อยากจะแหกอกเจ้านายตัวเองเสียเหลือเกินเวลานี้ยังมีหน้ามาพูดเล่นไปโลงศพงั้นเหรอ? คุณพระคุณเจ้า เกิดมาแม้แต่เดินเฉียดยังไม่เคยคิดถึงใครจะบอกว่านอนโลงศพจะเป็นการสะเดาะเคราะห์ยังไงเป๋าก็ไม่เคยคิดจะเฉียดกรายไปใกล้ แต่นี่ต้องลงไปนอนด้วยตัวเองจริงๆ เหรอเนี่ย
แต่หมิงไม่คิดแบบนั้นเขากำลังคิดว่าทำไมอลินตาถึงต้องหอบเอาไอ้เป๋าไปด้วยทั้งที่แต่ก่อนเมื่อเจ้านายของเขาจะไปปราบผีในภพชาติอื่นๆจะไปเพียงลำพังไม่เคยหอบหิ้วเอาใครไปด้วยเลย ทั้งยังชวนคุณเนตรนภาไปเล่นที่บ้านด้วยเนี่ยนะมันแปลกชอบกลทางด้านเนตรนภานั้น ใจเต้นแรงมากเมื่อรู้ว่าอลินตาจะชวนไปเที่ยวบ้าน ไปศึกษาภารกิจปราบผีซึ่งมันเป็นสิ่งที่เจ้าตัวอยากทำมานานมากแล้ว
เนตรนภาคิดหาทางพูดกับแม่ขอเธอแต่ก็จะไม่บอกให้รู้ว่าเธอไปกับอลินตา สามคนต่างความคิดส่วนอลินตาเมื่อทิ้งระเบิดลูกใหญ่แล้วก็หมุนตัวกลับเข้าห้องน้ำอีกครั้งเพื่อล้างคราบไคลที่เพิ่งจะต่อสู้กับผีปอบมุกนวลมาเมื่อสักครู่นี้
ขณะเดียวกัน ทางด้านของเจ้าภูแสนตอนนี้ออกมายืนเล่นอยู่ตรงระเบียงห้องส่วนตัวเจ้าภูแสนล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงทั้งสองข้าง เงยหน้ามองท้องฟ้า คิดถึงความหลังครั้งเมื่อเจอกับแพงอรครั้งแรกเขากำลังว่ายน้ำอยู่ในแม่น้ำขนาดใหญ่ พลันสายตาก็ปะทะเข้ากับสตรีนางหนึ่งที่เดินมายังท่าน้ำ
สตรีนางนั้นผิวผ่องนวลลออนางค่อยๆ ปลดผ้าคลุมไหล่ออก ร่างนั้นขาวนวล ผุดผ่อง น่าทะนุถนอมใบหน้าสวยแต่เศร้าซึ้งเขาเห็นแพงอรลงอาบน้ำอยู่หลังเรือนตนเองภายในกำแพงคุ้มเชียงภูแสนอันมีประตูทอดสู่ท่าน้ำ ซึ่งคงจะเป็นท่าน้ำส่วนตัวสำหรับแม่หญิงคนนี้โดยเฉพาะ
เขาพิศมองสตรีนางนี้ทำไมรูปร่างคุ้นตา กระแสวิญญาณคุ้นใจแปลกประหลาดเหมือนใช่คนที่เขาตามหามานานแสนนาน จะเป็นเจ้าหรือเปล่านะ?
ชายหนุ่มไม่รอช้า ว่ายน้ำเข้าไปใกล้ขณะนั้นเองแพงอรกำลังจะใช้ขันตักน้ำรดตัวเอง ก็ต้องตกใจเมื่อเห็นชายแปลกหน้า ชายผู้นั้นหน้าตาคมเข้มผิวขาวออร่าว่ายวนอยู่ตรงหน้า หญิงสาวตกใจจะกรี๊ดแต่ก็ไม่กรี๊ด กลับรีบยกมืออุดปากตัวเองเพื่อไม่ให้เสียงกรี๊ดแทรกผ่านหลอดลมออกมาแพงอรตาเหลือกลานตอนนั้นหากเธอจะเรียกบ่าวไพร่ออกมา ก็ทำได้แต่เธอไม่ทำเธอกลับบอกกับเขาว่า
“เจ้าเป็นใครรีบออกไปจากตรงนี้ เดี๋ยวคนอื่นมาเห็นเจ้าจะเป็นอันตราย รีบกลับไปเสียเถอะ...”เขาพิศมองสตรีตรงหน้าอย่างพินิจพิจารณา แม้จะเหมือนแต่ก็ไม่ใช่เสียทั้งหมดเหตุใดกระแสวิญญาณจึงคล้ายกันได้ แต่กระแสวิญญาณที่สัมผัสจากแม่หญิงคนนี้เป็นเพียงกระแสที่เลือนรางเท่านั้น ผู้หญิงคนนี้มีร่องรอยกระแสวิญญาณนี้ได้เช่นไรกัน?
ภาพทั้งหมดตัดกลับมายังใบหน้าของเจ้าภูแสนในปัจจุบันใบหน้าขาวระเรื่อ ในความมืดแห่งราตรีกาล เขาขบกรามแน่น ป่านนี้แล้วยังหาคนที่ฆ่าแพงอรไม่ได้เลย คว้าน้ำเหลวไปเสียหมด
“เฮ้ออ..ให้มันได้แบบนี้สิ” เจ้าภูแสนพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ พลันใจก็กระหวัดคิดไปถึงแพงอรเวอร์ชั่นล่าสุด เธอคงเป็นแพงอรที่โดนมวลสารพลังใบทั้งประเทศประโคมเข้าร่างกายเจ้าหล่อนถึงได้เปลี่ยนไปเหมือนสวรรค์กับนรกเพียงนี้ ไปโดนอะไรมากันหนอ หน้าตา ผิวพรรณวรรณะ เหมือนกันอย่างกับคนคนเดียวกัน แต่นอกนั้นคือไม่ใช่ ไม่ใช่ด้วยประการทั้งปวง...