กลางดึกสงัด ในถ้ำหินปูนลึกลับห่างจากหุบเขาซากกระบี่ไปทางทิศตะวันออกราวร้อยลี้
"อั่ก!"
ร่างโชกเืของเซี่ยฟานร่วงหล่นลงกระแทกพื้นถ้ำทันทีที่คิดว่าพ้นขีดอันตราย อีเต้อสีนิลกาฬหลุดจากมือ กลิ้งไปนอนสงบนิ่งอยู่ข้างๆ แม้มันจะเพิ่งดูดกลืนพลังงานมหาศาลมา แต่เ้าของของมันกลับมีสภาพดูไม่ได้
กระดูกซี่โครงหักสามซี่ กล้ามเนื้อแขนขวาฉีกขาดจากการรับแรงปะทะของกระบี่บิน และอวัยวะภายในบอบช้ำสาหัสจากแรงกดดันระดับก่อกำเนิดปราณ
"บ้าเอ๊ย... เล่นแรงชะมัด" เซี่ยฟานกัดฟันพลิกตัวนอนหงาย หอบหายใจรวยริน ยาฟื้นฟูที่ขโมยมาหมดเกลี้ยงแล้ว ร่างกายของเขาแม้จะผ่านการผลาญเนื้อสร้างกระดูกมา แต่ขีดจำกัดก็ยังเป็เพียงมนุษย์
วูบ... วูบ...
ทันใดนั้น อีเต้อที่นอนอยู่ข้างๆ ก็เปล่งแสงสีแดงจางๆ มันขยับ... ไม่ใช่ด้วยเวทมนตร์ แต่ด้วยแรงสั่นะเืเบาๆ ที่ครูดไปกับพื้นหิน จนมันมาแตะที่มือของเซี่ยฟาน
...กิน... ...เ้าอ่อนแอ... ข้ากินไม่อิ่ม...
เสียงในหัวดังขึ้นพร้อมกับความรู้สึกดูแคลน แต่แฝงความหงุดหงิด อีเต้อดูดซับพลังงานจากกระบี่บินระดับมนุษย์ขั้นสูง และเศษดาบโลหิตคลั่งมาเต็มเปี่ยม แต่มันไม่สามารถ 'ย่อย' ได้หมดเพราะภาชนะ (ตัวเซี่ยฟาน) ชำรุด
"ข้ารู้แล้ว..." เซี่ยฟานกำด้ามจับแน่น "ถ้าไม่อยากให้ข้าตาย ก็คายออกมาซะ"
ซูม!
ทันทีที่เขาสั่ง กระแสพลังงานร้อนระอุสายหนึ่งก็ไหลย้อนกลับจากด้ามอีเต้อเข้าสู่ฝ่ามือของเขา มันไม่ใช่ลมปราณที่นุ่มนวลเหมือนการนั่งสมาธิดูดซับฟ้าดิน แต่มันคือ 'ปราณโลหะ' ที่แหลมคมและดิบเถื่อน
"อ๊ากกกก!"
เซี่ยฟานกรีดร้องลั่นถ้ำ เส้นเืทั่วร่างปูดโปนเป็สีดำ พลังงานนี้เหมือนมีดโกนนับพันเล่มที่วิ่งพล่านไปในเส้นชีพจรของเขา มันเข้าไปทำลายเนื้อเยื่อที่เสียหาย แล้ว 'หลอม' ขึ้นใหม่ด้วยความรวดเร็ว
เจ็บ... เจ็บยิ่งกว่าตอนโดนฟัน แต่นี่คือวิถีของ 'กายาศาสตรา' ผู้ใช้อีเต้อ ไม่จำเป็ต้องบำเพ็ญเพียร แค่ 'ทุบ' ให้แหลก แล้ว 'ดูด' มาเป็ของตน
เวลาผ่านไปหนึ่งชั่วยาม (2 ชั่วโมง) ความเ็ปค่อยๆ จางหายไป แทนที่ด้วยความรู้สึกแข็งแกร่งที่เอ่อล้น าแภายนอกสมานตัวจนเหลือเพียงรอยแผลเป็จางๆ ิัของเซี่ยฟานดูหนาขึ้นและมีความมันวาวคล้ายโลหะเล็กน้อย
ปัง! เขาทดลองชกหมัดใส่อากาศ เกิดเสียงะเิแหวกอากาศดังสนั่น "ระดับรวบรวมปราณ... ขั้น 9?" เซี่ยฟานมองมือตัวเองด้วยความทึ่ง ก่อนหน้านี้เขาอาศัยแค่แรงกายเพียวๆ แต่ตอนนี้เขามีลมปราณสะสมในจุดตันเถียนแล้ว และมันเป็ปราณธาตุทองที่เข้มข้นที่สุด
"ขอบใจ..." เขาตบหัวอีเต้อเบาๆ อีเต้อนิ่งเงียบ แสงสีแดงจางหายไป กลับสู่สภาพจอบเก่าๆ เหมือนเดิม
เซี่ยฟานหยิบ 'แผนที่หนังมนุษย์' ออกมากางดูอีกครั้งใต้แสงจันทร์ที่ลอดเข้ามา จุดสีแดง 9 จุด... จุดหนึ่งดับไปแล้ว (หุบเขาซากกระบี่) ยังเหลืออีก 8 จุด
เขากวาดสายตาดูตำแหน่งที่ใกล้ที่สุดถัดไป มันอยู่ทางทิศใต้ ห่างออกไปกว่าพันลี้ "บึงมรณะร้อยศพ" (Hundred Corpse Swamp) ใต้จุดสีแดงนั้น มีตัวอักษรเล็กๆ เขียนกำกับไว้ว่า ...ที่พำนักแห่งราชันย์พิษ... ผู้วางยาพิษในธารา์...
"ราชันย์พิษงั้นรึ?" เซี่ยฟานขมวดคิ้ว "แสดงว่าต้องเตรียมยาแก้พิษไปเยอะๆ สินะ" เขาพับแผนที่เก็บ การเดินทางไกลขนาดนั้น เขาจำเป็ต้องมีเสบียงและเงินทุนเพิ่ม และที่สำคัญ... เขาต้องรู้ความเคลื่อนไหวของโลกภายนอก
...
เช้าวันรุ่งขึ้น ณ หมู่บ้านเล็กๆ ชายขอบป่า เซี่ยฟานในคราบของชายหนุ่มสวมหมวกฟางปิดหน้าเดินเข้าไปในโรงเตี๊ยม บรรยากาศในร้านดูคึกคักผิดปกติ เหล่าจอมยุทธ์พเนจรต่างจับกลุ่มคุยกันเสียงดัง
"ได้ยินข่าวหรือยัง? เื่ที่หุบเขาซากกระบี่เมื่อวาน!" "ได้ยินสิ! น่ากลัวชะมัด เห็นว่าผู้าุโจางจากสำนักภูผาาเ็สาหัส กระบี่คู่ใจหักสะบั้น!" "ฝีมือใครกัน? ยอดฝีมือจากพรรคมารงั้นรึ?"
"ไม่ใช่!" ชายคนหนึ่งวางแก้วเหล้าลงดังปัง "เห็นว่าเป็แค่เด็กหนุ่มคนหนึ่ง... ที่ใช้ 'จอบ' เป็อาวุธ!"
เซี่ยฟานที่นั่งอยู่มุมห้องกระตุกมือเล็กน้อย คีบถั่วลิสงเข้าปากเงียบๆ
"จอบเนี่ยนะ?" อีกคนหัวเราะ "เ้าเมาแล้วมั้ง จอบจะไปหักกระบี่วิเศษได้ยังไง"
"ข้าพูดจริง! ตอนนี้ 'สมาพันธ์ชาวยุทธ์' ออกประกาศจับแล้ว!" ชายคนนั้นล้วงม้วนกระดาษออกมาคลี่วางบนโต๊ะ "นี่ไง... ใบประกาศจับระดับสีแดง!"
เซี่ยฟานเพ่งมองจากระยะไกล บนกระดาษมีภาพวาดใบหน้าของเขา (แม้จะไม่เหมือนเป๊ะ แต่จุดเด่นคืออีเต้อบนหลังนั้นชัดเจนมาก) ใต้ภาพเขียนตัวอักษรสีแดงฉาน
[ประกาศจับตาย: มารนักขุด (The Demonic Miner)] ข้อหา: สังหารศิษย์สำนักกระบี่, ทำลายสุสานบรรพชน, เป็ภัยต่อความมั่นคงของยุทธภพ ผู้สนับสนุน: สำนักกระบี่ภูผา, หอการค้าตระกูลฮั่ว, และสำนักพันธมิตรฝ่ายธรรมะ รางวัลนำจับ: 10,000 หินิญญา และ โอสถทะลวงปราณ 1 เม็ด!
"หนึ่งหมื่นหินิญญา!" คนในร้านสูดปาก "ฆ่ามันคนเดียว สบายไปทั้งชาติ!" "แต่ได้ข่าวว่ามันโเี้มากนะ มันไม่ใช้กระบี่... มันทุบคนจนเละเป็หมูบด แล้วดูดเืกิน!"
ข่าวลือเริ่มถูกใส่สีตีไข่จนกลายเป็เื่สยองขวัญ เซี่ยฟานยิ้มมุมปากอย่างขมขื่น "มารนักขุด... ชื่อห่วยแตกชะมัด"
เขาโยนเศษเงินวางไว้บนโต๊ะ แล้วลุกเดินออกจากร้าน ทันทีที่ก้าวพ้นประตู สัญชาตญาณอันตรายก็กรีดร้อง วูบ!
เซี่ยฟานเอียงคอหลบโดยไม่ต้องมอง ลูกดอกอาบยาพิษสามดอกพุ่งเฉียดแก้มเขาไปปักที่กรอบประตูไม้จนเกิดควันสีม่วง
"เจอตัวแล้ว..." เสียงเย็นเยียบดังมาจากบนหลังคาโรงเตี๊ยม ชายชุดดำสามคนสวมหน้ากากรูปั์ยืนอยู่ 'กลุ่มนักล่าค่าหัว: สามพยัคฆ์ทมิฬ'
"ค่าหัวหนึ่งหมื่น... หวานปากพวกเราล่ะพี่ใหญ่" หนึ่งในนั้นหัวเราะ ก่อนจะชักมีดสั้นคู่ออกมา
เซี่ยฟานถอนหายใจยาว เขาเพิ่งจะพักฟื้นเสร็จ... ก็ต้องออกแรงอีกแล้ว เขาเอื้อมมือไปจับด้ามอีเต้อที่พันผ้าไว้ด้านหลัง "ข้าแค่อยากจะกินข้าวดีๆ สักมื้อ..."
ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็ 'เนตรศิลา' โครงสร้างของโรงเตี๊ยม... เสาไม้... คานรับน้ำหนัก... และตำแหน่งที่พวกนักล่ายืนอยู่
"ในเมื่อพวกเ้าอยากได้ค่าหัวนัก..." เซี่ยฟานเหวี่ยงอีเต้อกระแทกไปที่ 'เสาหลัก' หน้าโรงเตี๊ยม ไม่ใช่การโจมตีคน แต่เป็การโจมตี 'รากฐาน' ของอาคาร
ตูม!
เสาไม้ขนาดใหญ่แตกกระจายด้วยการทุบเพียงครั้งเดียว โครงสร้างอาคารเสียสมดุลทันที หลังคาโรงเตี๊ยมทั้งแถบถล่มลงมาใส่กลุ่มนักล่าค่าหัวที่ยืนเก๊กอยู่ข้างบน
"เฮ้ย! ไอ้บ้านี่มันบ้า!" พวกนักล่าร้องเสียงหลงเมื่อพื้นที่ยืนอยู่หายวับไป
เซี่ยฟานไม่รอดูผลงาน เขาใช้จังหวะฝุ่นตลบ พุ่งตัวหายไปในฝูงชนที่แตกตื่น เป้าหมายของเขาไม่ใช่การสู้ชนะทุกคนในโลก แต่คือการไปให้ถึง 'บึงมรณะร้อยศพ' ก่อนที่พวกยอดฝีมือตัวจริงจะตามมาทัน
การเดินทางสู่จุดหมายที่สอง... เริ่มต้นด้วยความวุ่นวายเสียแล้ว