บทที่ 8 พวกเราซื้อแกมาแล้ว
ในหมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งหนึ่งห่างจากเมืองเซียงเฉิงไปหลายร้อยกิโลเมตร
ฉินเซียงลืมตาขึ้นมาพบว่ารอบ ๆ มืดสนิท เธอใมาก ในใจรู้สึกหวาดกลัว เธออยู่ที่ไหนกัน? ฉินเซียงพยายามขยับตัวแต่กลับพบว่าทั้งมือและเท้าขยับไม่ได้
จู่ ๆ เธอก็มีลางสังหรณ์ไม่ดีขึ้นมา เธอพยายามดิ้นรนสุดกำลัง
ด้วยความพยายามของเธอ เธอสามารถเคลื่อนตัวไปข้างหน้าได้กว่าหนึ่งเมตร และไปัักับบางสิ่ง
“เคร้ง!”
เสียงดังขึ้นเมื่อสิ่งนั้นล้มลง
“อื้อ อื้อ อื้อ”
ฉินเซียงส่งเสียงร้อง แต่ปากของเธอถูกอุดด้วยผ้าขาด ๆ เธอจึงใช้มือดึงผ้าในปากออก
ผ้าผืนนี้ไม่รู้ว่าใช้ทำอะไร มันช่างเหม็นเหลือเกิน
ฉินเซียงรีบะโสุดเสียง
“ช่วยด้วย!”
มีเสียงฝีเท้าดังมาจากนอกประตู ทำให้ฉินเซียงรู้สึกตื่นเต้น
เมื่อได้ยินเสียงไขกุญแจ สายตาของฉินเซียงก็จับจ้องไปยังต้นเสียง
มีแสงสว่างลอดเข้ามาจากนอกประตู
“แอ๊ด...” ประตูถูกเปิดออก
ฉินเซียงจึงร้องะโออกมา
“ช่วยด้วย!”
เมื่อเห็นชายชราและหญิงชราถือตะเกียงน้ำมันเดินเข้ามา ฉินเซียงก็รู้สึกใ ท่าทางของคนทั้งสองดูดุดันน่ากลัว ราวกับว่า...
“พวกคุณเป็ใคร?” ฉินเซียงรู้สึกหวาดกลัว ร่างกายก็หดตัวถอยหลัง
เพียะ!
ฉินเซียงถูกตบหน้าอย่างแรง
“นังตัวดี แกจะร้องทำไม!”
ฝ่ามือของหญิงชราตบฉินเซียงจนล้มลงกับพื้น ใบหน้าของเธอกระแทกกับพื้น บนพื้นมีก้อนหินอยู่บ้าง ใบหน้าของเธอจึงรู้สึกแสบร้อนขึ้นมาทันที
“พวกเราซื้อแกมาแล้ว ให้ปล่อยแกไปน่ะ ฝันไปเถอะ” หญิงชราด่าทอ “อยู่ที่นี่อย่างสงบเสงี่ยม คลอดลูกให้ลูกชายฉันซะ ถ้าแกกล้าคิดจะเล่นลูกไม้อะไรล่ะก็ ฉันไม่ปล่อยแกไว้แน่!”
เมื่อได้ยินคำพูดของหญิงชรา ร่างกายของฉินเซียงก็รู้สึกราวกับถูกฟ้าผ่า
ไม่ ไม่จริง! เป็ไปไม่ได้!
ทั้ง ๆ ที่เจียงเยว่เป็คนกินซาลาเปากับน้ำนั่น ทำไมเธอถึงเป็คนถูกขายล่ะ?
“พวกแกเข้าใจผิดแล้ว ฉันไม่ใช่เจียงเยว่ ปล่อยฉันไป”
เพียะ!
ฝ่ามืออีกข้างตบเข้ามาที่ใบหน้า มุมปากของฉินเซียงแตก เธอรู้สึกถึงรสเืในปาก
“พวกแกเข้าใจผิดแล้ว ฉันไม่ใช่เจียงเยว่!” เธอพยายามอธิบายเสียงดัง
“เจียงเยว่บ้าบออะไร ฉันไม่รู้จัก พวกเราซื้อแกมาตั้งห้าสิบหยวน”
ห้าสิบหยวน?
เมื่อได้ยินจำนวนเงินห้าสิบหยวน ฉินเซียงก็นึกถึงเงินที่เธอพกติดตัวมา
“ฉันมีเงิน ฉันจะให้เงินพวกแก ปล่อยฉันออกไป”
ฉินเซียงพูดด้วยน้ำเสียงอ้อนวอน
เมื่อได้ยินว่าฉินเซียงมีเงิน ชายชราและหญิงชราก็มองหน้ากัน ชายชราส่งสายตาให้หญิงชรา
บนใบหน้าของหญิงชราเผยรอยยิ้ม แล้วพูดว่า “แล้วเงินอยู่ไหนล่ะ?”
เมื่อเห็นท่าทางโลภของหญิงชรา ดวงตาของฉินเซียงก็เป็ประกาย จึงพูดว่า
“แก้มัดฉันก่อน ฉันจะเอาเงินให้”
หญิงชราพยักหน้าพร้อมกับยิ้ม เธอจึงแก้เชือกที่มัดมือของฉินเซียงออก
ฉินเซียงแกล้งทำเป็จะหยิบเงิน ค้นหาตามตัว เธอแอบมองชายชราและหญิงชราแวบหนึ่ง ทันใดนั้นเธอก็ยื่นมือออกไปผลักหญิงชราจนล้มลงกับพื้น จากนั้นก็วิ่งไปที่ประตู
แต่เธอดันถูกไม้ตีที่หลังอย่างแรง เธอร้องออกมาด้วยความเ็ป
“โอ๊ย!”
“นังตัวแสบ แกกล้าดียังไงมาผลักฉัน!”
หญิงชรากดฉินเซียงลงกับพื้น แล้วใช้ฝ่ามือตบหน้าฉินเซียงอย่างแรง
หลังของฉินเซียงเจ็บจนทนไม่ไหว ใบหน้าของเธอก็บวมขึ้นในทันที
“โอ๊ย! เจ็บ อย่าตีฉันอีกเลย” ฉินเซียงร้องเสียงดังพร้อมกับดิ้นรน
แต่หญิงชราก็ไม่ได้หยุดมือ เธอใช้ทั้งไม้และกำปั้นทุบตีฉินเซียงอย่างไม่ยั้งมือจนฉินเซียงหมดสติไป
ก่อนที่จะหมดสติ ฉินเซียงรู้สึกเกลียดชังอย่างที่สุด
ทำไมกัน ลุงของเธออยู่ไหน? ทำไมเธอถึงถูกขาย? แล้วเจียงเยว่…
……
หลังจากลู่อวี้ใส่ถ่านเสร็จ เขาก็พูดว่า
“รอผมกลับมาทำอาหารนะ”
พูดจบ ลู่อวี้ก็รีบออกไป
เจียงเยว่เห็นว่าลู่อวี้เดินลับสายตาไปแล้ว เธอก็หันหลังกลับเข้าไปในบ้าน
แอปเปิ้ลและลูกอมบนโต๊ะกาแฟหายไปหมดแล้ว กระเป๋าของจางอวี้เต็มไปด้วยของกิน
“สหายเจียง ผู้พันลู่ดีกับเธอจริง ๆ นะ” ถังจาวตี้พูดพร้อมกับยิ้ม
หลินหลิงก็พยักหน้าเห็นด้วยและพูดเสริมว่า
“ทำให้พวกเราอิจฉาจริง ๆ”
พี่สะใภ้คนอื่น ๆ ก็ยิ้มและชมเช่นกัน
เจียงเยว่ได้ยินเสียงหัวเราะของพวกเธอ จึงยิ้มน้อย ๆ อย่างเขินอาย ลู่อวี้ปฏิบัติต่อเธอดีมากจริง ๆ
เจียงเยว่มองไปที่เตาสองเตา และตัดสินใจจะจุดไฟเตาตอนนี้เลย
เธอใช้ที่คีบ คีบถ่านสองก้อน แล้วพูดว่า “พี่สะใภ้ถัง รบกวนหน่อยนะคะ”
ถังเจาตี้ปฏิเสธ แต่ทนคำขอของเจียงเยว่ไม่ไหว จึงถือถ่านกลับบ้านไปเปลี่ยนมาสองก้อน
จางอวี้เห็นภาพนี้ เธอแสร้งทำเป็พูดว่า
“สหายเจียง ให้ฉันช่วยจุดเตาถ่านให้ไหม?”
ตอนนี้เจียงเยว่ใจกว้างขนาดนี้ ถ้าเธอช่วยเจียงเยว่จุดเตาถ่าน บางที...
“ไม่เป็ไรค่ะ”
น้ำเสียงของเจียงเยว่เ็าเล็กน้อย สายตาของเธอมองไปที่กระเป๋าที่เต็มไปด้วยของกินของจางอวี้
จางอวี้เห็นสายตาของเจียงเยว่ จึงรีบใช้มือปิดกระเป๋าไว้
“โอ๊ย ท้องฉันไม่ค่อยดี ฉันขอกลับไปก่อนนะ” จางอวี้รีบวิ่งออกไป
หลินหลิงและพี่สะใภ้คนอื่น ๆ เห็นท่าทางของจางอวี้ ต่างก็รู้สึกว่าจางอวี้ทำเกินไป
พวกเธอกินแอปเปิ้ลไปคนละชิ้นเท่านั้น ยังไม่ได้กินส้มเลย จางอวี้ก็ยัดใส่กระเป๋าเธอไปหมดแล้ว
“สหายเจียง ฉันช่วยจุดเตาถ่านให้นะ”
ถังจาวตี้มองดูเจียงเยว่ที่แต่งตัวสวยงาม คิดว่าเธอคงไม่ถนัดเื่แบบนี้
“ขอบคุณพี่สะใภ้ถังมากนะคะ ฉันทำเป็ค่ะ”
เจียงเยว่เอาถ่านที่ติดไฟแล้วใส่ลงในเตา เปิดฝาด้านล่างของเตาออก แล้วใส่ถ่านก้อนใหม่เข้าไปอีกสองก้อน จากนั้นก็ปรับช่องลม
เธอเติมน้ำใส่กาต้มน้ำแล้ววางบนเตา
อีกเตาหนึ่งก็ใช้หม้อนึ่งต้มน้ำอีกหม้อ ในบ้านมีกระติกน้ำร้อนสองใบ เดี๋ยวก็จะเทน้ำสองหม้อนี้ใส่กระติก จะได้ไม่ต้องไปตักน้ำร้อนที่โรงอาหารอีก
เจียงเยว่หยิบพัดมาพัด เพื่อให้ถ่านติดไฟเร็วขึ้น
ถังจาวตี้ หลินหลิง และคนอื่น ๆ เห็นการกระทำของเจียงเยว่ ต่างก็รู้สึกประหลาดใจ สหายเจียงแต่ก่อนไม่ชอบงานบ้านงานเรือนแบบนี้เลย ถ้าตัวเปื้อนฝุ่นหรือดินนิดเดียว เธอจะต้องรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าทันที
“สหายเจียง มีอะไรให้พวกเราช่วยอีกไหม บอกมาได้เลย” ถังจาวตี้รู้สึกว่า พวกเขามาทานข้าวด้วย ไม่ได้ช่วยทำอะไรเลย ก็รู้สึกเกรงใจอยู่บ้าง
“งั้นรบกวนพี่สะใภ้ช่วยล้างชามจานและตะเกียบให้หน่อยนะคะ ส่วนเนื้อแห้งช่วยหั่นเป็ชิ้นบาง ๆ และแช่ปลาแห้งในน้ำด้วยค่ะ”
เมื่อได้ยินคำพูดของเจียงเยว่ ถังจาวตี้ หลินหลิง และคนอื่น ๆ ก็รีบเข้ามาช่วย
ไม่นาน วัตถุดิบก็ถูกหั่นและล้างเสร็จเรียบร้อย
ไฟในเตาก็ลุกแรงขึ้น หลังจากน้ำเดือด พี่สะใภ้ทั้งหลายก็แย่งกันเติมน้ำร้อนใส่กระติกน้ำร้อน
เจียงเยว่วางแผนจะผัดอาหารสองสามอย่าง แล้วก็ต้มหม้อไฟ แบบนี้จะรวดเร็วและสะดวกดี
เครื่องปรุงที่ซื้อมาวันนี้ สามารถใช้ทำน้ำซุปหม้อไฟได้
เจียงเยว่เตรียมของอย่างรวดเร็ว ไม่นานก็เตรียมวัตถุดิบทำน้ำซุปหม้อไฟครบหมดแล้ว
วันนี้ยังซื้อน้ำมันหมูและไขมันวัวมาอย่างละถ้วย ในยุคนี้น้ำมันหมูเป็ของที่แพงมาก ครอบครัวทั่วไป เวลาผัดกับข้าวจะใส่นิดเดียว หรือแค่สองสามหยดเท่านั้น
เจียงเยว่ตักไขมันวัวก้อนใหญ่ใส่ลงในกระทะ รอจนละลายแล้วใส่กระเทียม ต้นหอม หอมใหญ่ ผักชีลงไปผัดจนหอม
ผ่านไปครู่หนึ่งก็ใส่พริกและพริกแห้งลงไป จากนั้นก็ใส่ขิงสับลงไป...