เวทยุทธ์สะท้านปฐพี

    บทที่ 18 ศัตรูที่มองไม่เห็น (100%)

    เหว่ยจงเร่งฝีเท้ามายังต้นกำเนิดเสียงโหยหวน ตรงนั้นมีศิษย์หอจิตตะวันอยู่สามคน สองคนอยู่ในสภาพย่ำแย่ใบหน้าซีดขาวลมหายใจหอบถี่ ส่วนคนที่ส่งเสียงร้องโหยหวนมีสภาพน่าสยดสยอง ร่างนอนเกลือกกลิ้งอยู่บนพื้น เลือดแดงฉานไหลทะลักออกมาจากทวารทั้งเจ็ดบนใบหน้า ข้างร่างโชคเลือดมีตุ๊กตายันต์กระดาษสีขาวสภาพขาดวิ่นกำลังดิ้นทุรนทุรายไม่ต่างจากคน ก่อนมันจะเผาไหม้ตัวเองกลายเป็นกองขี้เถ้าเหว่ยจงใช้เวทเคลื่อนย้ายส่งคนทั้งสามออกจากถ้ำไปยังจุดเชื่อมต่อที่เวทปลายทางหน้าถ้ำผลึกนิล แล้วร่ายเวทเสกนกพลังจิตบินไปแจ้งข่าวให้โม่ฟ่านกับเฉิงจินทราบ ก่อนจะกลับไปนั่งเฝ้าศิษย์ทั้งสามของตนตามเดิม“เจตนาจะก่อกวนให้ศิษย์ข้าเสียสมาธิจนธาตุไฟเข้าแทรกสินะ ความอำมหิตของพวกเจ้าดูเหมือนสวรรค์จะไม่ชอบใจถึงได้ลงเอยเช่นนี้ มันก็สาสมกับความเลวของพวกเจ้าแล้ว”               โม่ฟ่านกับเฉิงจินรีบไปที่หน้าถ้ำผลึกนิลทันทีเมื่อได้รับสารจากนกพลังจิต เฉิงจินเร่งใช้พลังปรับชีพจรลมปราณที่สับสนภายในกายให้ศิษย์สองคนที่อาการไม่หนัก ส่วนโม่ฟ่านรีบป้อนยาลูกกลอนประสานชีพใส่ปากศิษย์ที่บาดเจ็บสาหัสเวลาผ่านไปหนึ่งก้านธูป อาการศิษย์สองคนที่เฉิงจินช่วยปรับพลังให้ก็ดีขึ้น ส่วนศิษย์ที่อาการหนักแม้จะรักษาชีวิตไว้ได้ แต่ลูกแก้วรวมปราณในจุดตันเถียนแตกเป็นเสี่ยง กลายเป็นคนพิการที่ไม่อาจบ่มเพาะลมปราณได้ตลอดชีวิต“เฉิงจิน พาศิษย์เจ้ากลับไปพักรักษาตัวให้ดี รอให้เหว่ยจงกับศิษย์เขาออกมาจากสระทิพย์ก่อน ค่อยจัดการเรื่องนี้ให้กระจ่างแจ้ง..เฮ้อ..น่าเสียดาย”โม่ฟ่านเอ่ยสั่งเฉิงจินด้วยน้ำเสียงปนเศร้า เขามองเด็กหนุ่มที่กลายเป็นคนพิการด้วยความเวทนา ก่อนจะเหินกายจากไปเฉิงจินใช้เวทเคลื่อนย้ายพาศิษย์ทั้งสามกลับหอจิตตะวัน ในใจเขาเจ็บปวดที่เห็นศิษย์เอกกลายเป็นคนพิการหมดอนาคต อีกสองวันเขาจะลากตัวต้นเหตุออกมารับผิดชอบให้จงได้ “อ๊ากกกกกกกก!!!”ในหอจิตเมฆามีเสียงแหบแห้งร้องโหยหวนดังลอดออกมาจากประตูห้องฝึกยุทธ์ส่วนตัวของหัวหน้าหอ ร่างโชคเลือดของชายชรากำลังดิ้นทุรนทุรายอยู่บนพื้น ผมขาวโพลนที่ยุ่งเหยิงเลอะไปด้วยคราบเลือดสีแดงสด ชุดสีเทาที่สวมอยู่บนร่างขาดวิ่นจนแทบจะปิดกายผอมแห้งไว้ไม่มิด“อาจารย์!!”ศิษย์เอกหอจิตเมฆาทั้งสามคนตะโกนขึ้นพร้อมกัน ซ่านมัวตั้งสติได้ก่อนใคร รีบวิ่งเข้าไปประคองร่างอาจารย์ที่กรีดร้องเกลือกกลิ้งอยู่บนพื้น“เฟิ่งหรู!! รีบเอายาปราณทองออกมาป้อนอาจารย์เร็วเข้า!”ซ่านมัวตะโกนสั่งเสียงดังลั่น เฟิ่งหรูได้สติรีบค้นหาขวดยาปราณทองในถุงวิเวทออกมาป้อนใส่ปากเจียงปิน ยาปราณทองเป็นยาล้ำค่าที่หลอมจากสมุนวิเศษหายาก ฤทธิ์ยาวิเศษช่วยหยุดเลือดที่ไหลออกจากทวารทั้งเจ็ด ชีพจรที่ใกล้ระเบิดค่อย ๆ สงบนิ่งลง ทำให้รักษาลูกแก้วรวมปราณในจุดตันเถียนเอาไว้ได้เจียงปินเริ่มมีแรงพอขยับตัวได้ จึงรวบรวมพละกำลังนั่งสมาธิปรับลมปราณชีวิตให้เข้าที่ เวลาผ่านไปกว่าครึ่งชั่วยามจึงลืมตาขึ้น ใบหน้าเปื้อนคราบเลือดแห้งกรังบึ้งตึง ดวงตาแดงฉานด้วยความเคียดแค้น ไอสังหารเข้มข้นแผ่ออกมาจากร่าง“เกิดอะไรขึ้นเจ้าคะ เหตุใดอาจารย์ถึงได้บาดเจ็บสาหัสเช่นนี้”เวิ่นอิ่วเอ่ยถามเสียงเบาราวกับกระซิบ แผนทำร้ายคนคงมีเรื่องผิดพลาดเกิดขึ้น เวิ่นอิ่วกลัวคนในสำนักจะรู้ว่าแผนนี้เป็นฝีมือพวกตนศิษย์อาจารย์“ข้าโดนเวทขั้นสูงโจมตี”เจียงปินตอบเสียงสั่น หลับตานึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสระทิพย์อีกครั้ง เขาถอดร่างจิตไปสิงอยู่ในตุ๊กตายันต์กระดาษ แล้วแอบอยู่ในอกเสื้อศิษย์หอจิตตะวัน เมื่อเห็นว่าเหว่ยจงผ่อนความระวังตัวลง จึงออกมาจากอกเสื้อจะพุ่งตัวไประเบิดพลังใส่ยายเด็กปีศาจ แต่เมื่อพุ่งตัวออกไปกลับชนเข้ากับกำแพงเวทที่มองไม่เห็น พลังฤทธิ์พิฆาตของกำแพงเวทระเบิดทันทีเมื่อถูกสัมผัส เขาต้องใช้เวทเผาร่างยันต์เพื่อให้ร่างจิตกลับสู่ร่างเนื้อได้“ฝีมืออาจารย์เหว่ยจงหรือเจ้าคะ?!”“ไม่ใช่ ไอ้แก่เหว่ยจงไม่มีพลังเวทกล้าแข็งถึงเพียงนั้น เวทโจมตีบนกำแพงเป็นเวทคาถาขั้นสูงมาก”“ฝีมือท่านเจ้าสำนัก!!”เวิ่นอิ่วอุทานด้วยความตกใจ ในสำนักนภากาฬคนที่มีฝีมือมากกว่าอาจารย์เหว่ยจงก็คือเจ้าสำนักโม่ฟ่าน“ไม่ใช่ โม่ฟ่านจะไม่ใช้วิธีป้องกันที่อำมหิตเช่นนี้ เพราะถ้าศิษย์ทุกคนในสระทิพย์เสียสมาธิ อาจจะกลายเป็นคนพิการหรือถึงขั้นเสียชีวิตได้ พวกเรามีศัตรูที่มองไม่เห็นและมันทรงพลังมาก”“ท่านเจ้าสำนักจะรู้หรือไม่ ว่าเรื่องนี้เป็นฝีมือของพวกเรา”เฟิ่งหรูที่ยืนเงียบมาตลอดเอ่ยถามเสียงเย็น เพราะไม่สบอารมณ์ที่แผนการทำลายนางเด็กปีศาจล้มเหลว และยังต้องเสียยาวิเศษล้ำค่าราคาแพงไปอีกหนึ่งเม็ด“ตุ๊กตายันต์ถูกข้าเผาจนเหลือแต่ขี้เถ้ายากจะตรวจสอบ ถ้าศิษย์ของเฉิงจินคนนั้นไม่พูดก็คงไม่มีใครรู้”เจียงปินรู้นิสัยเหว่ยจงดีว่าเป็นคนใจอ่อน ถึงแม้จะรู้ว่าศิษย์ของเฉิงจินตั้งใจจะร้ายศิษย์ของตัวเอง ก็จะส่งคนผิดออกมาให้โม่ฟ่านเป็นคนจัดการ ไม่ปล่อยให้นอนเจ็บจนตายอยู่ในสระทิพย์อย่างแน่นอน“ศิษย์พี่เวิ่นอิ่ว ไปจัดการตัวปัญหาให้มันพูดไม่ได้ไปตลอดกาล อย่าให้มีเรื่องเดือดร้อนมาถึงพวกเราได้”เฟิ่งหรูเอ่ยสั่งอย่างเย็นชา ก่อนเดินออกจากห้องฝึกยุทธ์โดยไม่กล่าวลาอาจารย์ตามธรรมเนียมปฏิบัติ

    นิยายแนะนำ