การประชุมขุนนางในเช้าวันนี้เน้นหนักไปที่การขนส่งเสบียงและผลัดเปลี่ยนกำลังพลของชายแดนทิศใต้ซึ่งควบคุมดูแลโดยอี้ชินอ๋องหวงฝู่เหิง ผู้เป็แม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นอู๋
ด้านกำลังพลนั้นไม่มีปัญหาใดๆ เพราะมักมีการผลัดเปลี่ยนยิบย่อยระหว่างปีอยู่บ่อยครั้งแต่ละครั้งก็เป็จำนวนสามพันถึงห้าพันนายแต่ในหนึ่งปีจะมีการผลัดเปลี่ยนกำลังพลครั้งใหญ่หนึ่งครั้งและครั้งนี้ก็เป็การผลัดเปลี่ยนกำลังพลที่มากถึงห้าหมื่นนายถือว่ามากที่สุดในรอบสองปี
ปัญหาใหญ่ที่กำลังถกเถียงกันอยู่ในตอนนี้กลับเป็เื่เสบียงอาหารที่ดูเหมือนจะไม่เพียงพออีกทั้งท้องพระคลังก็ร่อยหรอเนื่องจากภัยแล้งในปีที่ผ่านมาทำให้ไม่อาจซื้อหาเสบียงจากเหล่าพ่อค้ามาเติมให้เต็มความ้าได้
ท้ายที่สุดแล้วก็มีกลุ่มขุนนางฝ่ายบู๊จำนวนไม่น้อยทนไม่ไหวยินดีเปิดยุ้งฉางส่วนตัวเพื่อสมทบเสบียงไปชายแดนหวังบรรเทาความหิวโหยของเหล่าทหารหาญที่สละตนเพื่อบ้านเมือง
ครั้นขุนนางฝ่ายบู๊หลายคนนั้นแสดงท่าทีแล้วขุนนางฝ่ายบุ๋นก็ไม่ยอมน้อยหน้ารีบเปิดคลังส่วนตัวของตนเช่นกันจนทำให้จำนวนเสบียงที่รวบรวมได้ทั้งหมดเพียงพอต่อความ้า
การกระทำของขุนนางเ่าั้สร้างความโสมนัสให้แก่ซุ่นจงฮ่องเต้เป็ยิ่งนักที่เห็นข้าราชบริพารมีจิตใจเป็น้ำหนึ่งอันเดียวกันพระองค์ทรงมองข้ามสายตาขุ่นเคืองของขุนนางฝ่ายบุ๋นที่มีต่อขุนนางฝ่ายบู๊อย่างสิ้นเชิง
แล้วก่อนเลิกประชุม จู่ๆ ก็ทรงมีราชโองการพระราชทานสมรสแก่อี้ชินอ๋องกับธิดาผู้ช่วยรองเ้ากรมการคลังอย่างสายฟ้าแลบทำเอาบรรดาขุนนางน้อยใหญ่ตกตะลึงพรึงเพริดเลยทีเดียว
แต่ใครจะคิดว่าผู้ช่วยรองเ้ากรมการคลังอย่างจวินมู่ฉานจะก้าวออกมากราบทูลอย่างไม่หวั่นเกรง
“กราบทูลฝ่าา กระหม่อมจวินมู่ฉาน ผู้ช่วยรองเ้ากรมการคลังมีเื่กราบทูลขอให้ทรงวินิจฉัยพ่ะย่ะค่ะ”
ซุ่นจงฮ่องเต้ทอดพระเนตรจวินมู่ฉานอย่างฉงนพระทัยแต่ก็รับสั่งอนุญาตแต่โดยดี
ยามที่เ้ากรมการคลังฉินชิงเห็นจวินมู่ฉานก้าวออกจากแถวมาก็นึกสังหรณ์ใจไม่ดีทันทีอกใจสั่นไหวระรัวเหงื่อเย็นไหลท่วมกาย ด้วยตนนั้นมีชนักอันใหญ่ปักหลังอยู่และจวินมู่ฉานก็เป็ผู้ตัดสินชะตาของตนว่าชนักนั้นจะได้รับการถอนออกไปหรือจะยังคงค้างคาอยู่เช่นเดิมชีวิตของคนสกุลฉินยามนี้ตกอยู่ในกำมือจวินมู่ฉานแล้วอย่างแท้จริง
“ทูลฝ่าา เมื่อไม่กี่วันก่อน ใต้เท้าฉินเ้ากรมการคลังได้ส่งแม่สื่อมาทาบทามบุตรสาวกระหม่อมให้แก่บุตรชายแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
เหล่าขุนนางได้ยินดังนั้นก็พากันส่งเสียงเอ็ดอึงขึ้นทันทีใต้เท้าจวินผู้นี้ไม่รักชีวิตแล้วหรือไรเหตุใดจึงทำราวจะปฏิเสธราชโองการเช่นนี้กัน
ซุ่นจงฮ่องเต้ร้อง “อ้อ” ออกมาคำหนึ่ง ปรายตามองผู้เป็อนุชาครู่หนึ่งก่อนหันไปถามเ้ากรมการคลังที่ยืนหน้าถอดสีอยู่อีกทางหนึ่ง
“บุตรชายใต้เท้าฉินมิใช่ว่าสมรสแล้วหรอกหรือ?เราคลับคล้ายคลับคลาว่าเป็ผู้ประทานสมรสให้ด้วยตัวเอง มิผิดกระมังหรือใต้เท้าฉินว่าอย่างไร?”
ฉินชิงรู้สึกคล้ายจะเป็ลมหมดสติอยู่รอมร่อฝืนก้าวเท้าออกจากแถวมากราบทูลซุ่นจงฮ่องเต้ด้วยน้ำเสียงสั่นสะท้าน
“ทูลฝ่าาบุตรชายกระหม่อมฝ่าาได้พระราชทานสมรสให้แล้วจริงพ่ะย่ะค่ะส่วนการทาบทามคุณหนูจวินนั้นก็เพื่อเป็ภรรยารองของบุตรชายพ่ะย่ะค่ะ”
ฉินชิงรู้ดีว่าหากตนกราบทูลตามตรง ว่าทาบทามบุตรสาวจวินมู่ฉานไปเป็อนุภรรยาคนที่หกของบุตรชายฮ่องเต้จะต้องพิโรธเป็อย่างมาก จึงใช้วิธีเลี่ยงหนักเป็เบาทูลว่าขอไปเป็ภรรยารองแทนแต่ฉินชิงจนตายก็คงคิดไม่ถึงว่าจวินมู่ฉานจะกล้าเปิดโปงตน
จวินมู่ฉานซึ่งอัดอั้นหาทางออกไม่ได้มาสามวันเต็มๆโดยไม่อาจทำอะไรเพื่อบุตรสาวได้เลยเพียงสิ่งเดียวที่เขาทำอยู่ทุกลมหายใจเข้าออกตลอดสามวัน คือการโทษตนเองตำหนิตนเองที่ไร้ความสามารถแม้แต่บุตรสาวอันล้ำค่าของตนที่ภรรยาสุดที่รักใช้ชีวิตของนางแลกมา เขาก็ไม่อาจปกป้องให้นางมีชีวิตที่สงบและปลอดภัยได้ดังที่เคยให้คำมั่นกับภรรยาเอาไว้
ยามนี้จวินมู่ฉานที่อับจนหนทางมาสามวันเต็มไม่รู้หยิบยืมความกล้ามาจากที่ใด จึงไม่ไว้หน้าเ้ากรมการคลังแม้แต่น้อยกราบทูลเสียงดังด้วยั์ตาแดงก่ำทำเอาขุนนางอึ้งไปทั้งท้องพระโรง
“ทูลฝ่าา ใต้เท้าฉินหาได้มาทาบทามบุตรสาวกระหม่อมไปเป็ภรรยารองของบุตรชายไม่แต่ทาบทามไปเป็อนุภรรยาคนที่หกของบุตรชายต่างหากยังมีเมื่อเข้าก่อนเข้าประชุมก็เอ่ยกับกระหม่อมเป็นัยๆว่าจะให้บุตรสาวของกระหม่อมเป็อนุภรรยาของตนแทนที่จะเป็บุตรชาย ฝ่าาทั้งชีวิตกระหม่อมมีบุตรสาวคนนี้เพียงคนเดียวนางคือผู้ที่ฮูหยินของกระหม่อมใช้ชีวิตตนเองแลกมา กระหม่อมรักและถนอมนางสุดหัวใจแต่กลับไม่อาจปกป้องเกียรติยศและชื่อเสียงของนางได้ขอฝ่าาทรงให้ความเป็ธรรมกระหม่อมและบุตรสาวด้วยพ่ะย่ะค่ะ”
หวงฝู่เหิงที่เพิ่งรู้ว่าฉินชิงมีความคิดสกปรกก้าวะโได้ถึงเพียงนี้พลันตวัดสายตาเยียบเย็นมองฉินชิงราวกับมดปลวกที่เขาพร้อมจะบดขยี้ให้ตายในชั่วพริบตาเอ่ยถามเสียงแ่เบาแต่แฝงไอสังหารอย่างรุนแรงจนยากจะทานทน
“ใต้เท้าฉินคิดแย่งชิงสตรีกับเปิ่นหวางเช่นนั้นรึ?”
.
.
.
ราชโองการพระราชทานสมรสระหว่างอี้ชินอ๋องหวงฝู่เหิงกับคุณหนูผู้เป็บุตรีผู้ช่วยรองเ้ากรมการคลังถูกขันทีาุโข้างพระวรกายองค์ฮ่องเต้อัญเชิญมาด้วยตนเอง
เพียงขบวนอัญเชิญราชโองการพ้นจากประตูวังก็กลายเป็ศูนย์รวมสายตาสนใจใคร่รู้ของราษฎรเป็จำนวนมากแล้วจากประตูวังจนถึงจวนผู้ช่วยรองเ้ากรมการคลังจึงมีผู้ติดตามขบวนมาเป็จำนวนไม่น้อย
ยามเมื่อขบวนอัญเชิญราชโองการออกจากประตูวังนั้นก็มีผู้ล่วงหน้ามาส่งข่าวแก่จวินเซี่ยวอวิ๋นก่อนแล้วยามนั้นนางกำลังผลัดเปลี่ยนอาภรณ์หมายจะออกไปตรวจตรากิจการสี่แห่งที่มีมาแต่เดิมของหอยลเมฆา อันได้แก่ ร้านแลกเงินเหลาสุรา ร้านแพรพรรณและโรงเตี๊ยมซึ่งเป็กิจการที่รู้กันทั่วไปว่าเป็ทรัพย์สินทางฝ่ายมารดาของนาง
คราแรกที่รู้ว่าต้องเตรียมตัวรับราชโองการนั้นจวินเซี่ยวอวิ๋นงุนงงไม่น้อย รู้สึกจับต้นชนปลายไม่ถูกอยู่บ้างไหนจะถูกเสี่ยวจูจับหมุนตัวไปมา ทั้งเปลี่ยนเสื้อผ้าเปลี่ยนเครื่องประดับและรวบผมใหม่สมองที่พยายามรวบรวมความคิดของจวินเซี่ยวอวิ๋นพลันแตกกระจายจนต้องเลิกคิดไปโดยปริยาย
จวินเซี่ยวอวิ๋นเตรียมตัวเสร็จก็เดินออกมายังห้องโถงใหญ่ พร้อมกับที่ขันทีาุโผู้อันเชิญราชโองการมาถึงพอดี
“โอรส์ทรงมีพระบัญชา จวินเซี่ยวอวิ๋นบุตรีผู้ช่วยรองเ้ากรมการคลังจวินมู่ฉานรับราชโองการ”
สิ้นเสียงกังวานของขันทีาุโ จวินเซี่ยวอวิ่นคุกเข่าลงใบหน้าก้มต่ำเล็กน้อยกิริยาสำรวมอย่างหาที่ติมิได้จนขันทีาุโนึกชื่นชมในใจ
“บุตรีผู้ช่วยรองเ้ากรมการคลัง นามจวินเซี่ยวอวิ๋น รูปโฉมงดงามเพียบพร้อมจรรยา ทั้งมีสติปัญญาล้ำเลิศเหมาะสมคู่ควรกับอี้ชินอ๋องหวงฝู่เหิงดุจคู่์ประทานเราผู้เป็โอรส์เห็นควรส่งเสริม พระราชทานสมรสให้แก่ทั้งสองเคียงคู่ชั่วกาล…”
ขันทีาุโยังคงขานถ้อยความราชโองการอีกครู่ใหญ่ทว่าจวินเซี่ยวอวิ๋นนั้นอ้าปากค้างแข็งทื่อไปทั้งร่างั้แ่จับใจความสำคัญได้แล้วสติสตังของนางกระเจิดกระเจิงหายวับไปในพริบตา
์! ราชโองการฉบับนี้ทำนางหวาดผวาใอย่างแท้จริงโดยเฉพาะบุรุษผู้ที่นางจะแต่งให้ ถึงกับเป็อี้ชินอ๋องหวงฝู่เหิง สมญานาม‘แม่ทัพปีศาจทมิฬ’ ผู้นั้น
์เล่นตลกกับชีวิตนางมากไปแล้วบุรุษใต้หล้ามีมากมายดุจเม็ดทรายใต้ท้องทะเลไยผู้ที่นางต้องแต่งให้ต้องเป็เขาด้วยเล่า!
จวินเซี่ยวอวิ๋นคร่ำครวญอยู่ในใจอย่างไรก็ไม่มีประโยชน์ราชโองการประกาศออกมาแล้วไม่อาจเรียกคืน ยามนี้มีแต่ต้องยอมรับยอมตามน้ำไปก่อนเท่านั้น เอาไว้ค่อยใคร่ครวญหาทางออกทีหลังก็แล้วกัน
ขันทีาุโอ่านราชโองการที่ซุ่นจงฮ่องเต้ทรงบรรจงร่างขึ้นด้วยตนเองจบแล้วรออยู่ครู่หนึ่งก็ไม่เห็นว่าหญิงสาวตรงหน้าจะเคลื่อนไหวอันใดจึงส่งเสียงขึ้นอีกครั้ง
“จวินเซี่ยวอวิ๋น รับราชโองการด้วย”
เสี่ยวจูเห็นคุณหนูของตนคล้ายตื่นตระหนกจนขวัญบินหายไปแล้วก็ยื่นมือไปกระตุกแขนเสื้อนางเบาๆ
“คุณหนู คุณหนูเ้าคะ”
จวินเซี่ยวอวิ๋นได้สติคืนมารีบยกมือทั้งสองขึ้นเหนือศีรษะประคองราชโองการสีทองอร่ามตาไว้
“บุตรีผู้ช่วยรองเ้ากรมการคลัง จวินเซี่ยวอวิ๋นรับราชโองการขอบพระทัยฝ่าา ขอทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นปี หมื่นๆปี”
.
.
.
หลังประชุมขุนนางเสร็จแล้ว ซุ่นจงฮ่องเต้ทรงมีรับสั่งให้จวินมู่ฉานเข้าเฝ้าเป็การส่วนพระองค์ในห้องทรงพระอักษรทันที
“ฝ่าาไม่ควรพระราชทานสมรสให้อี้ชินอ๋องกับบุตรสาวของกระหม่อม!”
ทันทีที่อยู่กันตามลำพังจวินมู่ฉานก็สลัดท่าทีอ่อนแอเปราะบางทิ้งไปมีเพียงความสง่างามและน่าเกรงขามเท่านั้นที่แผ่กระจายออกมาทั่วร่างคล้ายดังเปลี่ยนเป็คนละคน
ซุ่นจงฮ่องเต้ถอนพระปัสสาสะด้วยความอ่อนใจยามนี้ไหนเลยจะยังมีท่าทีของเ้าแผ่นดินอีกต่อไป
“อาฉาน เ้าซุ่มซ่อนตัวเองมานานเกินไปแล้วเราว่าถึงเวลาที่เ้าควรหวนคืนฐานะเดิมเสียที เื่ราวในอดีตเ่าั้เ้าก็ปล่อยมันไปเถอะ บางเื่ราวไม่รับรู้ก็ไม่เ็ปใจ”
จวินมู่ฉานมีสีหน้าไม่ยินยอม แววตาเ็ปอย่างลึกล้ำ
“กระหม่อมยินดีเป็เพียงจวินมู่ฉานไปชั่วชีวิต ไม่ขอหวนคืนฐานะเดิมฝ่าาโปรดถอนราชโองการด้วยพ่ะย่ะค่ะ”
ซุ่นจงฮ่องเต้ซึ่งถูกสถานการณ์บีบคั้นครั้งแล้วครั้งเล่าแต่กลับไร้ที่ระบายพลันบันดาลโทสะขึ้นทันใด พระหัตถ์ตบลงบนโต๊ะทรงพระอักษรอย่างแรงชี้หน้าจวินมู่ฉานบริภาษอย่างหมดความอดทน
“กู้เสี่ยวโหว เ้าละทิ้งสกุลเดิม ซ่อนเร้นตัวตนปล่อยให้ความแค้นบังตา กระทั่งภรรยาของตนมีฐานะความเป็มาเช่นไรเ้าก็ยังไม่กระจ่างเราควรจัดการเ้าเช่นไรดี สกุลกู้จะหมดสิ้นทายาทก็เพราะเ้า!”
จวินมู่ฉานทิ้งตัวคุกเข่ากระแทกพื้นอย่างแรง ั์ตาแดงก่ำฝ่ามือทั้งสองกำหมัดแน่นจนข้อนิ้วขาวซีดสั่นระริกด้วยแรงอารมณ์
“ฝ่าา กู้เสี่ยวโหวสิ้นใจในกองเพลิงั้แ่ยี่สิบปีก่อนแล้วสกุลกู้ก็สิ้นไร้ทายาทั้แ่ยี่สิบปีก่อนแล้วเช่นกันกระหม่อมเพียง้าทราบความจริงว่าสกุลกู้ถูกเข่นฆ่าวางเพลิงล้างสกุลเพราะเหตุใดเท่านั้นกระหม่อมไม่เคยคิดล้างแค้นใดๆ เป็ความสัตย์จริง”
จวินมู่ฉานน้ำเสียงแหบพร่า หวนคิดถึงใบหน้างามสะคราญและความมุ่งมาดปรารถนาของภรรยาผู้อาภัพทั้งยังเป็ผู้มีพระคุณช่วยชีวิตเขาจากเภทภัยในครั้งนั้นความรู้สึกอบอุ่นแผ่ซ่านในใจ
“กระหม่อมทราบดี ภรรยากระหม่อมมีความเป็มาไม่สามัญแต่ในเมื่อนาง้าปิดบัง กระหม่อมก็เชื่อว่านางย่อมมีเหตุผลของนาง แต่ทั้งหมดนี้ไม่เกี่ยวข้องอันใดกับบุตรสาวกระหม่อมฝ่าา กระหม่อม้าใช้ชีวิตรับใช้ราชสำนักในมุมเล็กๆ มุมหนึ่งอย่างสงบเท่านั้นไม่ขอแก่งแย่งชิงดี ไม่ขอโดดเด่น ไม่ขอเกี่ยวพันกับเชื่อพระวงศ์ชั้นสูงอีกต่อไปขอพระองค์ได้โปรดส่งเสริมกระหม่อมด้วยพ่ะย่ะค่ะ” จวินมู่ฉานพูดจบก็โขกศีรษะกับพื้นตำหนักอย่างแรง
เสียงตึงยามหน้าผากของจวินมู่ฉานกระทบพื้นตำหนักนั้นดุจเสียงระฆังที่เคาะลงกลางพระทัยของซุ่นจงฮ่องเต้ก็มิปานพระอารมณ์ที่พลุ่งพล่านเมื่อครู่นี้สงบลงทันใด
พระองค์ทรงตระหนักดีว่าพระสหายในวัยเยาว์ผู้นี้ต้องผ่านความทุกข์ยากนานับประการจึงมีชีวิตที่สงบได้เช่นปัจจุบันแต่บางเื่ ต่อให้เป็ฮ่องเต้ผู้สูงส่งเช่นพระองค์ก็จนพระทัยจริงๆ
“อาฉาน เื่อื่นเราสามารถคล้อยตามเ้าได้ทุกอย่างแต่เื่สมรสพระราชทานเราไม่อาจเรียกคืนได้อย่างแท้จริงด้วยฐานะของภรรยาและบุตรสาวของเ้า มีเพียงกำหนดเช่นนี้เท่านั้นแคว้นอู๋จึงจะปลอดภัย เื่นี้บุตรสาวของเ้าเข้าใจดีเ้ากลับไปถามนางเองก็แล้วกัน”
ซุ่นจงฮ่องเต้คล้ายชราขึ้นอีกสิบปีภายในเวลาเพียงครึ่งชั่วยามทรงหมดแรงที่จะถกกับจวินมู่ฉานอีกต่อไป จึงโบกพระหัตถ์ให้เขาถอยออกไป
จวินมู่ฉานลับกายไปแล้วหลังฉากกั้นด้านหลังพลันปรากฏคนผู้หนึ่งก้าวออกมา
ซุ่นจงฮ่องเต้ประสานสายตากับหวงฝู่เหิงนิ่งนานต่างฝ่ายต่างเงียบงัน…