ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    เล่มที่ 3 บทที่ 66 เรือเหาะเหินวายุที่เร็วกว่าเสียง 100 เท่า!

            ตระกูลเยว่

            เมื่อเย่เทียนตามผู้คุ้มกันนักรบชั้นยอดมาถึงที่นี่และเห็นที่พักของตระกูลเยว่เขาก็อดไม่ได้ที่จะอุทานออกมา

            ตระกูลเยว่ครอบครองพื้นที่ขนาดใหญ่ มีอาคารสูงใหญ่มากมายภายในบริเวณและยังมีคฤหาสน์รูปแบบโบราณอยู่ภายใน มีผู้ฝึกยุทธ์จำนวนมากเดินไปมาและพวกเขาล้วนแต่เป็นนักรบชั้นยอด

            อีกทั้งตระกูลเยว่ยังมีนักรบผู้เชี่ยวชาญอีกหลายคนที่สวมชุดเกราะถือหอกยาวกําลังลาดตระเวนเหมือนทหารในยุคโบราณถ้าไม่ใช่เพราะคำเชิญของเยว่หลิง เย่เทียนคงไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาในตระกูลเยว่

            ตลอดทาง

            เย่เทียนใช้พรสวรรค์ในการคัดลอกเพื่อดูพรสวรรค์ของคนตระกูลเยว่คนเหล่านี้ส่วนใหญ่ล้วนมีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับกลาง!

            พรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับกลาง!

            พรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับเริ่มต้น!

            พรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับสูง!

            เย่เทียนกวาดตามองสังเกตอย่างละเอียดแน่นอนว่าตระกูลเยว่มีคนธรรมดาอยู่ไม่น้อย

            สำหรับผู้มีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับสูง ตระกูลเยว่มีไม่มากนักเห็นได้ชัดว่าพรสวรรค์ระดับสูงเป็นพรสวรรค์ที่ดีมากแล้วในตระกูลเยว่แต่เย่เทียนกลับไม่เห็นแม้แต่อัจฉริยะที่มีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับสูงสุด

            ไม่ใช่ว่าไม่มี เพียงแต่เขาน่าจะยังไม่ได้เจอมัน

            “คุณหนู เย่เทียนมาถึงแล้ว!”

            ผู้คุ้มกันที่นําทางเย่เทียนชี้ไปยังพื้นที่ว่างที่อยู่ไม่ไกลขณะกล่าว

            ที่ตรงนั้นมีผู้คนกว่า 20 คนรวมตัวกันอยู่มีชายหนุ่มมากกว่า 10 คน ชายวัยกลางคนอีก 6-7 คน และชายชราอีกคนหนึ่ง

            “เย่เทียน นายมาแล้ว!”

            เยว่หลิงเดินเข้ามาทักทาย

            “อื้ม!”

            เย่เทียนพยักหน้าเล็กน้อย

            ในเวลานี้เขาสัมผัสได้ถึงสายตาที่ให้ความรู้สึกเป็นปฏิปักษ์มากมายที่จ้องมองมายังเขา

            เยว่หลิงสังเกตเห็นสายตาของเย่เทียน ดังนั้นเธอจึงเดินเข้ามาและกระซิบว่า“เพราะฉันให้โควตากับนาย มันเลยทำให้สมาชิกในตระกูลหลายคนไม่พอใจเล็กน้อยแต่นายไม่จำเป็นต้องสนใจพวกเขา”

            เย่เทียนพยักหน้าเบาๆ

            คนกลุ่มนี้เป็นเพียงนักรบผู้เชี่ยวชาญไม่กี่คนเท่านั้นเย่เทียนไม่เห็นพวกเขาอยู่ในสายตาเลย

            นอกจากนี้ ในหมู่พวกเขาคนที่มีพรสวรรค์มากที่สุดก็มีเพียงพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับสูงอีกทั้งคนเหล่านี้ยังมีพรสวรรค์พิเศษค่อนข้างแย่ พวกเขาด้อยกว่าเยว่หลิงมากหากเป็นพรสวรรค์ระดับหลุดพ้น เขาอาจจะให้ความสำคัญกับพวกเขาอยู่บ้าง

            ในเวลาเดียวกันในเวลานี้ ชายชราก็มองไปยังทุกคนและกล่าวว่า

            “ในเมื่อมากันครบแล้วก็เตรียมตัวออกเดินทางกันเถอะ!”

            ตูม!!!!

            ทันใดนั้นเรือเหาะปรากฏก็ขึ้นกลางอากาศ

            ฉากนี้ทำให้เย่เทียนตกตะลึง

            ชายหนุ่มคนหนึ่งจากตระกูลเยว่ครั้นเห็นท่าทางของเย่เทียนเขาก็เบ้ปากอย่างเหยียดหยามและกล่าวว่า“เจ้านกน้อยจากฐานขนาดเล็กคงไม่เคยเห็นเรือเหาะมาก่อนล่ะซิ? ตระกูลเยว่ของเรามีเรือเหาะแบบนี้ตั้งสิบลำ”เมื่อถูกคนอื่นดูถูกเช่นนี้ ถ้าเย่เทียนไม่ตอบโต้อะไรกลับไปนี่มันจะไม่ได้หมายความว่าเขาหวาดกลัวอีกฝ่ายหรอกหรือ?

            “ตระกูลเยว่มีเรือเหาะ 10 ลำ แล้วคุณมีหรือไม่?รอให้คุณมีมันเป็นของตัวเองก่อนแล้วค่อยพูดคำนี้ออกมามิเช่นนั้นก็หุบปากซะ!”

            เย่เทียนพูด

            คนที่กล่าวออกมาก่อนหน้านี้เมื่อได้ยินคำพูดของเย่เทียนเขาถึงกับพูดไม่ออก เขาไม่รู้ว่าจะตอบโต้อย่างไรให้เขาตอบว่าเรือเหาะพวกนี้เป็นของเขาอย่างนั้นหรือ?

            เขาจะกล้าพูดแบบนั้นไหม?

            แน่นอนเขาไม่กล้า เพราะเรือเหาะเหินวายุเป็นของตระกูลเยว่ ไม่ใช่ของเขา

            “ฮึ่ม เขตแดนลับนั้นง่ายต่อการเข้าไป แต่มันเป็นเรื่องยากที่จะกลับออกมาฉันไม่ต้องการให้พี่หลิงเสียโควตาไปโดยเปล่าประโยชน์!”

            ชายคนนั้นพึมพำด้วยเสียงเบา

            “วางใจเถอะ ใครจะตายก็ได้แต่ต้องไม่ใช่ผม!”

            เย่เทียนหัวเราะ

            “เอาละ หนุ่มน้อย นายอย่าได้หงุดหงิดขนาดนั้นเลย!”

            ชายชราจ้องมองเย่เทียนและชายหนุ่มคนนั้นพร้อมแรงกดดันที่แผ่ซ่านออกมา

            ทันใดนั้น คนรุ่นเยาว์จากตระกูลเยว่ก็ไม่กล้าพูดอะไรอีกเย่เทียนเองก็เงียบลงเช่นกัน ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก

            “ตาแก่นี่แข็งแกร่งมาก!”

            เย่เทียนแอบตกใจ

            เขารีบตรวจสอบข้อมูลของชายชราทันที

            [มนุษย์ : เยว่เฟิง

            พรสวรรค์ในการบ่มเพาะ : ระดับสูงสุด

            พรสวรรค์ด้านดาบ : ระดับเริ่มต้น]

            ชายชราเยว่เฟิงมีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับสูงสุดและพรสวรรค์ด้านดาบระดับเริ่มต้น เมื่อพิจารณาจากอายุของเยว่เฟิงเขาคงฝึกฝนมายาวนานแล้ว บางทีเขาอาจอยู่ในจุดสูงสุดของระดับปรมาจารย์

            พลังต่อสู้ของเขาคงจะไกลเกินกว่าจะจินตนาการไกลเกินกว่าที่เย่เทียนตอนนี้จะเทียบได้

            “ขึ้นไป!”

            เยว่เฟิงพูดเบาๆ

            ครืนน!

            ประตูห้องโดยสารของเรือเหาะเหินวายุพลันเปิดออก

            ผู้ฝึกยุทธ์คนหนึ่งกระโดดขึ้นไปบนอากาศและเข้าไปในเรือเหาะทันที

            เย่เทียนและเยว่หลิงก็ตามขึ้นไปพร้อมกัน

            พื้นที่ภายในเรือเหาะเหินวายุนั้นไม่เล็กเลยมีที่นั่งเพียงพอที่จะจุคนได้มากมาย เย่เทียนและเยว่หลิงหาที่นั่งที่อยู่ติดกัน

            “เยว่หลิง เรือเหาะเหินวายุน่าจะสร้างขึ้นมาด้วยค่ายกลใช่ไหม?”

            เย่เทียนถามด้วยความสงสัย

            “อืม! เรือเหาะเหินวายุถูกสร้างขึ้นจากค่ายกลลอยฟ้าและค่ายกลอื่นๆวัสดุในการสร้างเรือเหาะวายุนั้นหายากมาก ดังนั้นราคาของเรือเหาะจึงแพงมากเช่นกันหากวัดค่าของมันด้วยเงิน มันน่าจะมีมูลค่าหลายหมื่นล้านหยวน!” เยว่หลิงอธิบาย

            “ฟู่”

            เย่เทียนรู้สึกประหลาดใจกับราคาของเรือเหาะเหินวายุ

            ในเวลาเดียวกันเยว่หลิงก็กล่าวต่อว่า “แต่ในความเป็นจริงไม่มีใครอยากขายเรือเหาะวายุหรอกนายรู้หรือไม่ว่าความเร็วสูงสุดของเรือเหาะวายุนั้นเร็วขนาดไหน?”

            “ขนาดไหน”

            เย่เทียนถามด้วยความอยากรู้

            “เร็วกว่าความเร็วเสียง 100 เท่า!”

            เยว่หลิงกล่าวอย่างจริงจัง

            “เร็วกว่าความเร็วเสียง 100 เท่า!”

            เย่เทียนตกตะลึง นี่มันเร็วเกินไปแล้ว! ในชาติที่แล้วเครื่องบินรบของกองทัพที่เรียกได้ว่ามีความเร็วเหนือเสียงหากเทียบกับเรือเหาะวายุแล้วมันก็เป็นเพียงแค่เศษสวะเมื่ออยู่ต่อหน้าเรือเหาะเหินวายุ

            “แน่นอน หากเปิดใช้งานความเร็วเหนือเสียง 100 เท่ามันจะมีค่าใช้จ่ายสูงมาก เพราะต้องใช้หินปราณซึ่งมีราคาแพงมาก!”

            เยว่หลิงอธิบายเกี่ยวกับหินปราณให้เย่เทียนฟัง

            หินปราณถูกสร้างขึ้นจากการรวมตัวของปราณปฐมแห่งฟ้าดินและต้องถูกหล่อเลี้ยงจากพลังปราณเป็นเวลากว่าร้อยปี ดังนั้นจึงมีหินปราณไม่มากนักการจะหาหินปราณได้สักก้อนนั้นยากเย็นแสนเข็ญดังนั้นหินปราณจึงแทบจะหาซื้อไม่ได้ในตลาดทั่วไป

            มันเป็นสิ่งของที่ล้ำค่ามาก หากไม่มีมัน เรือเหาะวายุก็ไร้ประโยชน์ต่อให้มันอาศัยพลังปราณจากสวรรค์และปฐพี ความเร็วในการบินก็จะช้ามาก

            ดังนั้นการใช้เรือเหาะวายุจึงเป็นการสิ้นเปลืองทรัพยากรอย่างแท้จริง

            แม้แต่ตระกูลเยว่ก็ไม่กล้าเสียหินปราณเพื่อเปิดใช้งานความเร็วเหนือเสียง 100เท่า

            และครั้งนี้ตระกูลเยว่ใช้เรือเหาะวายุและเปิดใช้งานความเร็วเหนือเสียงเพียง10 เท่า เท่านั้น

            แต่ความเร็วแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว เพราะมันบินอยู่บนอากาศ ไร้ซึ่งอุปสรรคใดๆสามารถเคลื่อนที่ได้อย่างเต็มกำลังโดยไม่มีสิ่งกีดขวาง

            หากอยู่บนพื้นดินแม้แต่จอมยุทธ์ระดับปรมาจารย์ก็ไม่กล้าที่จะเพิ่มความเร็วให้ถึง 10 เท่าของความเร็วเสียงตามใจชอบ เพราะนั่นจะทำให้เกิดปัญหาตามมา

            ภายใต้ความเร็วของเรือเหาะเหินวายุนี้ก็ทำให้พวกเขามาถึงจุดหมายปลายทางอย่างรวดเร็ว

            “ออกไปได้แล้ว!”

            เสียงของเยว่เฟิงดังเข้ามาในหูของทุกคน

            เมื่อประตูห้องโดยสารเปิดออก นักรบผู้เชี่ยวชาญจากตระกูลเยว่ก็กระโดดออกไปเย่เทียนเองก็กระโดดออกไปเช่นกัน

            ที่ด้านล่างเป็นภูเขาขนาดใหญ่เย่เทียนและตระกูลเยว่กระโดดขึ้นไปบนที่ราบบริเวณหนึ่งของภูเขา!

            ครืนน!

            เรือเหาะเหินวายุขนาดใหญ่หายไปอย่างรวดเร็ว

            ณ จุดนี้เอง

            เย่เทียนเห็นชัดๆ ว่าเรือเหาะเหินวายุหายไปในอากาศที่ว่างเปล่า

            “เยว่เฟิงต้องมีอุปกรณ์เก็บของขนาดใหญ่อยู่ในมือแน่!”

            เย่เทียนพึมพำด้วยความอิจฉา

            เขาเองก็อยากได้ของสะดวกสบายเช่นนี้เหมือนกันแต่เสียดายที่เขาไม่มีทางซื้อมันได้ในตอนนี้

            “ไว้เราควรจะถามเยว่หลิงว่าเธอสามารถหาซื้อกระเป๋ามิติเก็บของให้เราได้บ้างไหม”

            เย่เทียนแอบคิด

            “คนอื่นๆ ก็มาแล้ว!”

            เยว่หลิงกล่าวเสียงเบา

            เย่เทียนมองออกไปก่อนจะเห็นผู้ฝึกยุทธ์คนหนึ่งลงมาจากเรือเหาะเหินวายุบนยอดเขาในเวลาเพียงครึ่งชั่วโมง เรือเหาะเหินวายุกว่า 40 ลำก็มาถึง

            เย่เทียนประเมินด้วยสายตาคราวๆ แล้ว ที่นี่มีนักรบผู้เชี่ยวชาญเกือบ 1,000คน

    คล้ายกับเรื่องระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】 ที่คุณอ่าน